ตอนที่ 98
จิตวิญญาณแห่งศาสตราชนิดหนึ่งลอยตรงมายัง เหยาซาน ท่ามกลางแสงสว่างของศาสตราทั้งหมดในโถงแห่งนี้ที่สาดประกาย…ซึ่งแน่นอนว่าจิตวิญญาณแห่งศาสตราที่ล่องลอยตรงมานั้น เป็นไปตามที่ตัวของเหยาซาน คาดการณ์ไว้หลายส่วน...
มันคือ จิตวิญญาณแห่งขวาน...
ผู้อาวุโสเถิง และ ผู้อาวุโสฉาย เบิกตากว้างขึ้นทันทีแม้ในใจจะเต็มไปด้วยความยินดีปรีดาที่ปรากฏผู้เป็นที่รักแห่งศาสตราขึ้นมาเป็นคนที่สองจริง ๆ ในรุ่นนี้ แต่อีกใจก็พลันนึกผิดหวังอยู่เนืองๆ เพราะ ขวาน มิใช่ศาสตราที่เหมาะสมนัก สำหรับชาวยุทธที่เดินบนเส้นทางสายนี้...
“จิตวิญญาณแห่งขวานงั้นหรือ... เอาเถอะ! ถึงอย่างไรก็ยังนับเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง อีกทั้งตัวของ เหยาซานยังมีพรสวรรค์ในการฝึกฝนศาสตราที่ครอบคลุมทุกชนิดต่อให้พรสวรรค์เหล่านั้นจะมิอาจเทียบเท่าขวาน แต่ก็เพียงพอจะสร้างความเฉิดฉายให้เป็นที่ประจักษ์แก่ยุทธภพ...”ผู้อาวุโสเถิง กล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มชราอย่างไรครั้งนี้ก็นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี แม้จะไม่ถึงที่สุดก็ตามที
เหยาซาน มิได้แปลกใจอันใดนัก และไม่รู้สึกผิดหวังใด ๆ ด้วยซ้ำ...เพราะตนนั้นได้แง้มประตูสู่เจตจำนงแห่งขวานออกมาได้เล็กน้อยจึงไม่แปลกที่จะถูกเลือกสรรจากอาวุธหนักทรงพลังชิ้นนี้ ทั้งยังใช่ว่าอนาคต เหยาซานจะฝึกฝนศาสตราชนิดอื่นไม่ได้เสียเมื่อไหร่ ถึงแม้ว่าอาจจะไม่พัฒนาได้รวดเร็วเฉกเช่นเพลงขวานก็ตามที...
สายตาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยประกายและรอยยิ้ม...
“จิตวิญญาณแห่งขวาน... ในเมื่อเจ้าเลือกข้า ก็นับเป็นโชควาสนาที่พวกเรามีต่อกันถึงตัวข้าจะไม่ค่อยเชื่อในเรื่องโชควาสนา แต่เชื่อในความพยายามมากกว่าก็ตามที...”
เหยาซาน ยื่นมือออกไป ตั้งท่าที่จะจับคว้าด้านขวาน...
แต่ทว่า...
ในยามนั้นเองที่ จิตวิญญาณแห่งดาบเล่มใหญ่จากทางด้านหลังเกิดการสั่นไหว...ก่อนจะพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว กระแทกเข้าใส่ จิตวิญญาณแห่งขวานที่ห่างจากมือของ เหยาซาน เพียงคืบเดียว...
เกร้ง!!
การปะทะที่รุนแรงนี้ ทำให้จิตวิญญาณแห่งขวานถูกดีดออกไปไกลริบทั้งยังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ท่ามกลางดวงตาของทุกคนโดยรอบที่เบิกโพรงขึ้นมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ...ใช้เวลาอยู่ไม่น้อยกว่าจะสูดหายใจลึกด้วยความตื่นเต้น...
“ดะ...ดาบ จิตวิญญาณแห่งดาบ!! เหยาซาน เป็นที่รักของจิตวิญญาณแห่งดาบด้วยงั้นหรือ!!”
“ปะ...เป็นไปไม่ได้!! ไม่เคยได้ยินว่าผู้ใดจะเป็นที่รักของศาสตราถึงสองชนิดมาก่อน!!”
ผู้อาวุโสเถิง และ ผู้อาวุโสฉาย หันมองหน้ากันด้วยความตระหนักรอยยิ้มฉีกกว้างติดประดับขึ้นมาบนใบหน้าอย่างหลงลืมตัว เพราะจิตวิญญาณแห่งดาบนั้นแตกต่างไปจากขวานอย่างสิ้นเชิงนอกจากจะเป็นที่นิยมในหมู่ชาวยุทธแล้ว ยังเป็นหนึ่งในห้าหอศาสตราหลัก ของสำนักอีกด้วย...
“ในที่สุด!! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!” ผู้อาวุโสเถิงแผดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจยิ่ง ใจเต้นระส่ำราวกับพบเจอสมบัติอันล้ำค่าหาที่เปรียบมิได้ภายในใจได้วาดฝันไปไกลแล้ว ว่าจะปลุกปั้นศิษย์ผู้นี้ไปยังทิศทางใด ต่อให้ตนเองต้องบากหน้าไปขอเคล็ดวิชาเพลงดาบระดับสูงจากสำนักหรือพรรคตระกูลอื่นเพื่อนำมาให้ เหยาซาน ได้ฝึกฝน ชายชราผู้นี้ก็พร้อมยินดียิ่ง...
“เพลงดาบสยบฟ้า สำนักเซียนดาบ ก็น่าสนใจ... เพลงดาบสังหารเซียนพรรคพิชิตเซียน ก็ยอดเยี่ยม... เมืองบุปผาแดงใกล้ ๆ นี้ยังมี เพลงดาบผ่าวายุของตระกูลหานก็ถือว่าไม่เลว...” ชายชราพรรณนาพึมพำด้วยความปลื้มปริ่ม
เหยาซาน มีความสับสนเล็กน้อยภายในแววตา... เบื้องหน้าเวลานี้คือจิตวิญญาณแห่งดาบที่กำลังสั่นระริก ราวกับมันกำลังเฝ้ารอให้ เหยาซาน ยื่นมือออกมาอีกครั้งเพื่อไขว้คว้ามันเด็กหนุ่ม กลืนน้ำลายฝืดเคืองเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงความยุ่งยากบางประการที่ยังพร่ามัว...
ก่อนจะตัดสินใจ ยกมือขึ้นมาเนืองช้า...
แต่ทว่า...
ตรวนโซ่ที่มีประกายแสงเจิดจรัส พลันพุ่งออกมาจากในอีกทิศทางหนึ่ง!! รัดพันไปยังตัวจิตวิญญาณแห่งดาบ ก่อนจะฉุดกระชากอย่างรุนแรงจนปลิดปลิวไปด้านหลัง...จากนั้นตรวนโซ่ก็เลือนลอยตรงมายัง เหยาซาน เช่นกัน คล้ายประกาศศักดาว่าตนก็เป็นหนึ่งในผู้ที่มีความรักต่อเด็กคนนี้...
สองผู้อาวุโส สูดลมหายใจดังเฮือกอย่างพร้อมเพรียง...
“จะ...จิตวิญญาณแห่งโซ่!!”
หากแต่ยังมิทันได้ผลัดเปลี่ยนลมหายใจไปกับความตื่นเต้น เงากระบี่สีทองก็พุ่งทะยานลงมาอีกระลอกก่อเกิดประกายแสงสาดซัดจนปลายโซ่ถูกสะบัดกวัดแกว่ง... เป็นจังหวะที่ จิตวิญญาณแห่งขวานและจิตวิญญาณแห่งดาบ ได้ฟื้นกำลัง หมุนวนรุนแรงเป็นคลื่นพลังถาโถมเข้ามา
ลมหายใจของสองชายชรา หรือแม้แต่ เหยาซาน ต่างล้วนถี่กระชั้นแววตาปรากฏความไม่อยากจะเชื่อระลอกแล้ว ระลอกเล่า... จะอ้าปากกล่าว ก็ยังไม่ทราบชัดว่าสมควรจะกล่าวออกมาเช่นไรสี่จิตวิญญาณแห่งศาสตราเริ่มโรมรันพันตู...
ก่อนที่ จิตวิญญาณแห่งศาสตราทุกชิ้นในโถงนี้จะเริ่มสั่นไหวพร้อมเพรียงขึ้น จากกันก็พุ่งทะยานเข้าฟาดฟันใส่กัน ราวกับเป็นความคลุ้มคลั่งของเหล่าศาสตราที่ไม่มีผู้ถือครอง!! ศาสตรานับร้อยที่บินไปบินมาก่อให้เกิดแสงวิบวาบแสบตา ต่างฝ่ายต่างแสดงความไม่ยินยอมต่อกันแผ่รัศมีอันแหลมคมและดุดันจนยากจะแยกแยะทิศทาง
อีกทั้งทุก ๆ ครั้ง พวกมันจะพยายามมาหยุดลงเบื้องหน้าของ เหยาซาน เรียกร้องด้วยอาการสั่นเทาแต่ไร้ซุ้มเสียง หากครั้งใด เหยาซาน ใจอ่อนทำทีท่าว่าจะยื่นมือออกไปหยิบจับ พริบตานั้นจะก่อให้เกิดเสียงดังดุจกัมปนาทฟ้าถล่มจากการที่จิตวิญญาณแห่งศาสตราชนิดอื่น ๆ พุ่งเข้าปะทะโครมครามรุนแรง พยายามเข้าสกัดขัดขวางซึ่งกันและกันไม่ยินยอมให้ เหยาซาน สามารถไขว่คว้าได้...
เหยาซาน ถึงกับทำหน้าเซ่อ มองดูโง่งมยิ่งนัก... แต่สภาพของสองผู้อาวุโสที่เฝ้ามองก็ไม่ได้แตกต่างไปจาก เหยาซาน!! ทั้งสองล้วนมองเซ่อไม่อาจอธิบายใด ๆ กับภาพการปะทะของเหล่าจิตวิญญาณแห่งศาสตรานับร้อยชิ้น...
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงการปะทะก้องดังต่อเนื่อง โดยไม่มีท่าทีว่าจะจบสิ้นลง... ทั้งยังสามารถมองเห็นได้ว่าแผ่นศิลาสลักบางแผ่น เริ่มที่จะเกิดรอยร้าวขึ้น!! ราวกับสิ่งที่ถูกผนึกอยู่ด้านใดกำลังบ้าคลั่งอยากจะทำลายข่ายอาคมสะกดเพื่อออกมาสู่ด้านนอก...
จวบจนกระทั่ง มีเสียงของผู้ฝึกสอนคนหนึ่งร้องตะโกนขึ้น...
“ผู้อาวุโส!! พวกเราจะไม่ไหว!!ข่ายอาคมกำลังดูดกลืนลมปราณของพวกเราอย่างบ้าคลั่ง หากเป็นเช่นนี้ลมปราณของพวกเราคงแห้งขอดก่อนเป็นแน่ และอาจทำให้จิตวิญญาณแห่งศาสตราทั้งหมดหลุดออกไปจากห้องโถงแห่งนี้!!”
เสียงของผู้ฝึกสอนผู้นั้น ได้เรียกสติของชายชราให้กลับคืนมา...
ผู้อาวุโสเถิง เผยดวงตาเข้มข้นออกมาชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดรัศมีชนชั้นราชันย์ลมปราณสีส้มขั้นกลางแผ่ล้นพลังออกมาอย่างมหาศาล สร้างแรงกดดันจนทำให้ทุกคนในโถงแห่งนี้รู้สึกอึดอัดจนยากจะหายใจก่อนที่ชายชราจะหยิบเอาพลองโลหะสีแดงฉานศาสตราประจำกายจากแหวนมิติ ทะยานร่างออกไปท่ามกลางความบ้าคลั่งของจิตวิญญาณแห่งศาสตรา...
“เพลงพลองราชันย์ ค่ำยันสวรรค์!!”
พริบตานั้นเอง ที่เงาพลองมากมายมหาศาลถูกสาดกระจายออกไปครอบฟ้าคลุมดินเกิดเสียง ปัง! ปัง! ปัง ดังขึ้นหลายต่อหลายครั้งก่อนที่เงาพลองเหล่านั้นจะปัดกวาดเอาจิตวิญญาณแห่งศาสตราเหล่านั้นให้สั่นสะเทือน หยุดการปะทะและความบ้าคลั่งทั้งหมดในชั่วพริบตา...
“ผู้อาวุโสฉาย!! ตอนนี้แหละ!!”
เมื่อผู้อาวุโสเถิงให้สัญญาณ ราวกับชายชราทั้งสองอ่านใจกันได้... ผู้อาวุโสฉายสะบัดแขนเสื้อออกไปเพียงครั้ง ก่อเกิดลมปราณสีม่วงถักทอราวกับโซ่ตรวนพุ่งออกไปสิบสายรัดพันที่ร่างของ ผู้ฝึกสอนทั้งสิบคน จากนั้นผู้อาวุโสฉายก็ถ่ายทอดลมปราณอันมหาศาลไปยังเหล่าผู้ฝึกสอนทั้งสิบคนพร้อมๆ กัน
เมื่อได้รับพลัง ทำให้ทั้งสิบคนดวงตาสาดประกาย พลันขับเคลื่อนอาคมต่อไปทำการสะกดให้จิตวิญญาณแห่งศาสตราเหล่านั้นกลับคืนสู่แผ่นศิลาสลัก จากนั้นรัศมีความดึงดันทั้งหมดของ จิตวิญญาณแห่งศาสตรานับร้อยก็ค่อย ๆ ลดต่ำลงคืนสู่สถานการณ์ปกติ...
สิบผู้ฝึกสอนทิ้งร่างลงนั่งกับพื้น หายใจหอบหนักพร้อมเพรียง... สองผู้อาวุโสสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยอาศัยความแข็งแกร่งที่เหนือชั้น โดยเฉพาะผู้อาวุโสเถิงสมกับที่เป็นผู้อาวุโสสูงสุดของสำนัก พื้นฐานลมปราณเรียกได้ว่าด้อยกว่าแค่เพียง เจ้าสำนักอวิ๋นรองเจ้าสำนักเตีย และรองเจ้าสำนักเป่ย เท่านั้น...
เหยาซาน ยืนหน้าเซ่อ อื้ออึงกับเหตุการณ์ทั้งหมด...
“กะ...เกิดเภทภัยอันใดขึ้นงั้นหรือ ผู้อาวุโส...”
ผู้อาวุโสเถิง เดินตรงเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม สายตาจดจ้องมายังเหยาซาน ด้วยความรู้สึกที่มิอาจอธิบายได้ “ไม่ใช่เภทภัยอันใด... ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะเจ้า...”
เหยาซาน แสดงสีหน้าฉงนขึ้นทันที...
“เพราะข้า?!”
ชายชรา ถอนหายใจหนัก ๆ คราหนึ่ง
“ถูกต้อง... จิตวิญญาณแห่งศาสตราทั้งหมดในโถงนี้ มีความรักให้กับเจ้าอย่างล้ำลึกเปรียบเสมือนหญิงสาวที่มีความลุ่มหลงต่อบุรุษผู้หนึ่งอย่างหัวปักหัวปำ ดังนั้นเมื่อหญิงสาวมีความลุ่มหลงต่อเจ้าก็ไม่แปลกอันใดที่จะอยากครองคู่กับเจ้าเพียงลำพัง...
ทว่าเมื่อปรากฏหญิงสาวคนอื่น ๆ อีกมากมายที่มีความคิดเช่นเดียวการปะทะตบตีจึงบังเกิดขึ้น!! หญิงสาวทั้งหมด ล้วนแล้วแต่ไม่ยินยอมให้เจ้าเลือกสรรผู้อื่นต้องการเป็นผู้ถูกเลือกเพียงลำพังโดยเจ้า ทั้งยังเข้าขัดขวางหญิงสาวคนอื่น ๆอย่างสุดกำลัง... พอจะเข้าใจที่ข้าสื่อหรือไม่?”
เหตุผลที่ผู้อาวุโสเถิงกล่าวขึ้น ทำเอา เหยาซาน ถึงกับศีรษะด้านชาประหนึ่งมีเสียงเลื่อนลั่นดังกังวานขึ้นในหัว... จิตวิญญาณแห่งศาสตราทั้งหมด ล้วนแล้วอยากจะได้เหยาซาน เป็นนายของมัน จึงเกิดความบ้าคลั่งขึ้นเฉกเช่นเมื่อครู่!!
“ขะ...ข้า...” เด็กหนุ่ม กล่าวได้เพียงครึ่งเสียงก็ไม่แน่ชัดว่าควรจะกล่าวสิ่งใด...
ผู้อาวุโสเถิง ตบไหล่ของ เหยาซาน เบา ๆ ด้วยรอยยิ้ม...
“หึหึ...นี่คือปาฏิหาริย์ที่สวรรค์ส่งมอบ ยืดอกรับมันเสียก็เท่านั้น...ถึงแม้ว่าจะไม่มีจิตวิญญาณใดเข้ามาอยู่ในมือเจ้า แต่นั่นก็เท่ากับว่าพวกมันได้เลือกเจ้าไปแล้วอย่างไรเสียจิตวิญญาณแห่งศาสตราทั้งหมดก็เป็นเพียงนิมิตภาพที่ถูกอาคมสร้างขึ้น จงทำใจให้สบาย...การทดสอบครั้งนี้จบสิ้นแล้ว…
เมื่อเจ้าก้าวออกไปจากตำหนักแห่งนี้ข้าจะให้อิสระกับเจ้าอย่างเต็มที่ หากเจ้าอยากฝึกฝนที่หอศาสตราแห่งใดก็ตัดสินเองได้เลยถ้าต้องการคำชี้แนะก็สามารถติดต่อข้าได้ผ่านทางผู้อาวุโสทุกคนในแผนกนี้...”
กล่าวจบผู้อาวุโสก็หันมองไปยัง เหล่าผู้ฝึกสอนทั้งสิบที่ปรับลมปราณกันเข้าที่แล้ว...
“พวกเจ้าจงพาศิษย์ทั้ง 3 คน ไปยังหอศาสตราที่พวกมันเลือกสรร...ส่วนข้าและผู้อาวุโสฉาย จะอยู่ที่นี่แก้ไขความเสียหายบางจุดให้เรียบร้อยก่อน...”
“รับทราบ... ผู้อาวุโส!!” กลุ่มผู้ฝึกสอนได้พาศิษย์ทั้ง 3 คนออกจากโถงแห่งนี้... สายตาของ ผู้อาวุโสเถิง จดจ้องแผ่นหลังของเหยาซาน ด้วยความคับข้องใจ สีหน้าเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง...
“ท่านหัวหน้าแผนก...ไม่ดีใจหรอกหรือ ที่สำนักเราปรากฏศิษย์อัจฉริยะเช่นนี้?!” ผู้อาวุโสฉาย อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้น
ผู้อาวุโสเถิง พยักหน้าเบา ๆ ด้วยสีหน้าครุ่นคิดหนัก...
“ดีใจสิ... ดีใจจนแทบคลั่งเชียวล่ะ! แต่ในขณะเดียวกันข้าก็รู้สึกหวาดกลัวไปด้วยหวาดกลัวเสียจนเย็นวาบไปทั้งกระดูกสันหลัง!! ในตอนที่ตาแก่จางบอกกับข้าว่าเจ้าเด็กคนนี้ มีพรสวรรค์ทุกธาตุอยู่ภายในตัว...
บอกตามตรงว่าในตอนที่ข้าได้ยิน ข้ากลับรู้สึกว่าตาแก่จางมันช่างเลอะเลือนยิ่งนัก...ไม่ว่าจะมองยังไง มันก็น่าจะเป็นความผิดพลาดของอุปกรณ์ และผนึกชี้นำเสียมากกว่าจะไปมีสัตว์ประหลาดเช่นนั้นอยู่จริงในโลกได้อย่างไร...
ทว่าในตอนนี้ ข้ารู้แล้วว่าข้าต่างหากที่คิดผิด... ความสามารถของเจ้าเด็กคนนี้ลึกล้ำไร้เพดานทั้งยังมาพร้อมกับโชควาสนาบางอย่างที่ราวกับสวรรค์อวยพร หาก เหยาซานสามารถเติบโตขึ้นได้โดยไม่ถูกตัดไฟแต่ต้นลมเสียก่อน ในภายภาคหน้าอีกไม่กี่สิบปี
เจ้าเด็กคนนี้อาจสามารถปิดแผ่นฟ้า ได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว...”
........................................