[จบ] เด็กหญิงผู้เป็นที่รักของเหล่าวายร้าย

    บทที่ 57 ดาราเด็กเจ้าแผนการ

    บทที่ 57 ดาราเด็กเจ้าแผนการ


    เด็กน้อยจะต้านทานการโจมตีของหญิงสาวพราวสเน่ห์คนนี้ได้อย่างไร ซิงซิงรู้สึกเวียนหัวและสายตาพร่ามัว รีบจับมือของมู่จือไว้


    “ไม่ค่ะ ไม่หรอก พี่ใหญ่เป็นคนดีมาก เขาจะไม่รังแกพี่สี่แน่นอน”


    “ซิงซิงจะอยู่ข้าง ๆ พี่สาวเอง!”


    “งั้นหลังจากเข้าร่วมรายการวาไรตี้กับพี่แล้ว หนูจะอยู่ต่อไหมน้า~”


    ซิงซิงพยักหน้าอย่างแรง “อยู่ค่ะ”


    ในที่สุดมู่จือก็เลิกคิ้วขึ้น


    บนโลกนี้ยังมีเด็กน้อยแบบนี้อยู่อีกเหรอ เป็นครั้งแรกเลยที่เธอต้องการแย่งบางอย่างมากจากอินเสิน


    ……


    ภายในห้องจัดเลี้ยง นอกจากมู่จือ ซิงซิง และนักลงทุนโจวเฉียง ทุกคนต่างมาร่วมงานเลี้ยงวันนี้ทุกคน


    ดูเหมือนบรรยากาศจะคึกคักและผ่านไปอย่างราบรื่น


    แต่ในจิตใจมนุษย์กลับแตกต่าง 


    จินเหยียนในฐานะนักแสดงที่มีตำแหน่งใหญ่ที่สุดในห้องจึงได้รับคำชมจากทุกคน อีกสามคนที่เหลือล้วนเป็นนักแสดงระดับกลาง เป็นชายสองคนและหญิงหนึ่งคน


    แม้ว่าจะมียอดวิวยอดไลก์และมีฐานแฟนคลับ แต่ก็ยังตามหลังอยู่มากเมื่อเทียบกับคนอย่างจินเหยียนที่ได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม


    พวกเขาพาเด็กน้อยที่ล้วนแต่เป็นดาราเด็กอายุประมาณสี่ห้าขวบ บางคนก็เป็นคนดังทางโลกโซเชียล


    ใบหน้าของทุกคนต่างสวยหล่อกันหมด 


    โดยเฉพาะเด็กหญิงตัวเล็กที่นั่งข้างจินเหยียนซึ่งดูอายุประมาณห้าขวบ บนศีรษะประดับลูกปัดติดผมสองเม็ด เธอสวมชุดกระโปรงสีขาว ขับให้ดูน่ารักน่าทะนุถนอมเป็นพิเศษ


    จินเหยียนลูบหลังสาวน้อยเบา ๆ และพูดด้วยรอยยิ้ม


    “เหมียนเหมียน มาสิ แนะนำตัวเองกับทุกคนหน่อย”


    พ่อแม่ปั้นเหมียนเหมียนให้เป็นนางแบบเสื้อผ้าเด็กตั้งแต่เด็กหญิงอายุสามขวบ เธอเคยมีโอกาสมางานแบบนี้อยู่หลายครั้ง และเอ่ยแนะนำตัวเองอย่างไม่เก้อเขิน


    “สวัสดีค่ะทุกคน หนูชื่อเหมียนเหมียน ปีนี้อายุห้าขวบแล้ว”


    “หนูมีนิสัยร่าเริง ชอบร้องเพลง เต้นรำ และอ่านบทกวีถังค่ะ”


    “หนูสามารถเดินแบบได้ ความฝันของหนูคือเก่งเหมือนคุณน้าคุณอาค่ะ ดีใจที่ได้พบทุกคนนะคะ”


    แม้ว่าเสียงของเด็กน้อยจะฟังดูไพเราะ แต่น้ำเสียงและถ้อยคำบ่งบอกอย่างชัดเจนว่ามีผู้ใหญ่คอยชี้แนะ


    ทุกคนปรบมือ


    หลังจากนั้นเด็กอีกสามคนก็เริ่มแนะนำตัว แม้ว่าจะมีทักษะเหมือนกัน แต่ก็ไม่มีใครเก่งเท่าเหมียนเหมียน ทำให้จินเหยียนรู้สึกโล่งใจไม่น้อย


    ผู้จัดการของตัวเองเชื่อถือได้จริง ๆ เข้าใจหาเด็กมากความสามารถ


    หลังจากที่ทุกคนคุ้นเคยกันแล้ว จินเหยียนก็พูดแบบสบาย ๆ


    “อ๊ะ ดูเหมือนว่าดาราใหญ่ของเราจะมาสายนะคะ”


    “เหมียนเหมียน การมาสายเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีใช่ไหมคะ”


    เหมียนเหมียนพยักหน้า “ใช่ค่ะ!”


    จินเหยียน “แต่จะว่าอะไรได้ล่ะคะ อาจจะเพิ่งได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ตอนนี้ก็คงยุ่งน่าดู”


    เธอยกมุมปากเล็กน้อย ดูเหมือนพยายามจะหาสาเหตุที่มู่จือมาสาย


    ตามที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน ผู้กำกับเจิ้งจึงลุกขึ้นยืนและเดินไปที่ประตู


    ทุกคนตกตะลึงและมองไปที่ผู้กำกับเจิ้ง ไม่รู้ว่าดาราใหญ่คนไหนที่ทำให้ผู้กำกับเจิ้งของวงการให้ความสำคัญขนาดนี้


    ผู้กำกับเปิดประตูห้องจัดเลี้ยง ไม่มีใครเห็นว่าข้างนอกเป็นใคร แต่กลับได้ยินเสียงผู้กำกับเจิ้งยิ้มและส่งเสียงทักทายอย่างชัดเจน


    “คุณมาแล้ว ดีจริง ๆ พวกเขาไม่รู้ว่าเปลี่ยนคนแล้ว คุณ...” 


    ในวงการบันเทิงไม่ใช่คนที่มีตำแหน่งสูงที่สุดถึงจะเป็นหัวหน้า แต่คือคนที่มีทุนต่างหากคือหัวหน้า


    เมื่อทุกคนเห็นว่าผู้กำกับเจิ้งให้ความเคารพ ต่างก็พากันลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว


    เมื่อร่างสูงปรากฏขึ้นในสายตาของทุกคน ดวงตาของทุกคนก็เบิกกว้างเล็กน้อย 


    คิดไม่ถึงว่าจะเป็นประธานอิน


    ทำไมประธานอินถึงมาล่ะ แล้วประธารโจวอยู่ไหนกัน?


    ระหว่างที่ทุกคนอยู่ในอาการตกตะลึง อินเสินก็ถูกผู้กำกับเจิ้งนำทางไปนั่งประจำที่


    “ด้วยเหตุผลบางอย่าง ประธานอินจะเป็นนักลงทุนรายใหม่ของพวกเรา ต่อไปก็ช่วยดูแลประธานอินด้วยนะ”  


    ทุกคนตอบสนองอย่างรวดเร็ว พวกเขาปรบมือและทักทายอินเสินอย่างกระตือรือร้น ราวกับว่าถ้าล่าช้าจะทำให้ประธานอินไม่พอใจ


    อินเสินไม่ค่อยชอบงานแบบนี้และไม่ค่อยเขาร่วมงานแบบนี้บ่อยนัก เขามักจะส่งเลขาไปแทนเสมอ


    แต่วันนี้มาเพื่อดูซิงซิง


    เขาตามมาดูว่ามู่จือวางแผนจะทำอะไรไม่ดีหรือเปล่า ดังนั้นเขาจึงเหลือบมองทุกคนโดยไม่พยักหน้า 


    หลังจากแน่ใจแล้วว่าซิงซิงยังมาไม่ถึง เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย


    มู่จือกลายเป็นตัวประหลาดอีกแล้วเหรอ


    สีหน้าเครียดขึงและไม่พอใจที่ไม่คิดปิดบังของเขาสร้างความกดดันให้ดาราชายส่วนใหญ่ในวงการ


    กลิ่นอายกดดันทั่วร่างกายของเขาทำให้ผู้คนไม่กล้ามองนานกว่านี้


    หัวใจของผู้กำกับเจิ้งเต้นรัว ไม่รู้ว่าใครทำให้ประธานอินไม่มีความสุข


    แม้แต่หัวใจของจินเหยียนก็สั่นไหว ทันใดนั้นเธอก็ตระหนกได้ถึงบางอย่าง จึงลุกขึ้นยืนและยิ้มกล่าว


    “ประธานอิน พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คุณมาเป็นนักลงทุนของเรา”


    “ได้ยินมาว่ามู่จือเพิ่งร่วมมือกับบริษัทของคุณ ตอนนี้คุณมาแล้ว แต่ว่าเธอยังไม่มาเลย คุณได้จัดเตรียมอะไรให้เธอบ้างหรือเปล่าคะ”


    หลังจากที่ฟังจินเหยียนพูดจบ อินเสินก็เหลือบมองอีกฝ่าย


    ท่าทางของเธอดูมีความสุข


    แน่นอนว่าประธานอินจะต้องโกรธที่มู่จือมาสาย


    วินาทีต่อมาเหมียนเหมียนที่อยู่ข้าง ๆ เธอก็ยืนขึ้นและตะโกน


    “สวัสดีค่ะคุณอาอิน อาอย่าเพิ่งโกรธน้ามู่จือเลยนะคะ หนูชื่อเหมียนเหมียน เหมียนเหมียนขอดื่มให้ค่ะ”


    เด็กหญิงวัยห้าขวบเพียงชูน้ำผลไม้ไว้ด้านหน้า คุกเข่าลงบนเก้าอี้แล้วโน้มตัวลงไปครึ่งหนึ่ง


    จินเหยียนเลิกคิ้ว เด็กคนนี้ได้รับการสั่งสอนมาเป็นอย่างดีจากพ่อแม่


    ดูเหมือนว่าผู้ปกครองเธอคงตั้งใจปั้นเหมียนเหมียนมากจริง ๆ


    ทุกคนคิดว่าอินเสินจะให้เกียรติเด็กน้อย แต่กลับกลายเป็นว่าอินเสินไม่แม้แต่จะมองเหมียนเหมียน แต่มองไปที่ประตูพลางเลิกคิ้ว


    “มัวแต่ทำอะไรอยู่?”


    เสียงของมู่จือดังมาจากประตู “แน่นอนว่าต้องยุ่งกับการเล่นกับซิงซิงน้องสาวที่น่ารักของฉันน่ะสิ” 


    ทันใดนั้นสายตาของทุกคนก็จับจ้องไปที่มู่จือ


    เหมียนเหมียนถือแก้วในมือของเธอ ไม่รู้ว่าจะยืนหรือจะนั่งดี ตอนนี้เธอรู้สึกอึดอัดเป็นที่สุด 


    ใบหน้าของเธอแดงก่ำเพราะความอาย เธอมองไปที่ประตูด้วยความโกรธ


    นั่นคือมู่จือใช่ไหม พี่จินเหยียนบอกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เลวร้ายที่สุดในโลก ส่วนเด็กคนนั้น ผิวของเธอขาวกว่าตนเอง แม้แต่ดวงตาก็โตกว่าเหรอ?


    เหมียนเหมียนกัดริมฝีปากตัวเองแน่น


    ……


    มู่จือเป็นคนที่สร้างความตื่นตาตื่นใจได้เสมอ


    แต่คราวนี้มีข้อยกเว้น


    เด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของเธอดูเหมือนจะดึงดูดความสนใจมากกว่า เด็กน้อยตัวขาวนุ่มนิ่มนั่นเป็นคนจริง ๆ เหรอ ทำไมเหมือนตุ๊กตาที่ประณีตมากขนาดนั้น!


    แม้ว่าจะมาถึงที่จัดงานแล้ว มู่จือก็ยังไม่ปล่อยซิงซิงออกจากอ้อมแขน


    เธอบิดตัวแล้วนั่งสบาย ๆ บนที่นั่งว่าง ๆ และยิ้มให้กับทุกคน


    “สายแล้ว”


    ไม่มีคำว่าขอโทษแม้แต่คำเดียว


    สมกับเป็นมู่จือ 


    อินเสินขมวดคิ้วแน่นขึ้น


    จินเหยียนที่สังเกตเห็นการแสดงออกทางสีหน้าของอินเสินเปลี่ยนไปก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง


    ทำไมวันนี้มู่จือถึงโง่ขนาดนี้ นึกไม่ถึงว่าจะทำให้ประธานอินขุ่นเคือง


    จินเหยียนขึ้นเสียงของเธอเล็กน้อย


    “มู่จือ เธอคุ้นเคยกับการมาสายเกินไปแล้วนะ ทุกคนไม่ตำหนิเธอหรอก แต่ว่าวันนี้ประธานอินมาด้วย ไม่คิดเลยว่าเธอจะกล้ามาสาย มันจะไม่เคารพประธานอินไปหน่อยเหรอ”  


    “แต่ประธานอินอย่าถือสามู่จือเลย น้องของฉันคนนี้ออกจะหยิ่งไปเล็กน้อย แต่เธอไม่ได้มีเจตนาไม่ดี” 


    น้ำเสียงของเธออ่อนโยนและดูใจกว้าง เอ่ยราวกับพยายามช่วยมู่จือแก้ตัว


    มู่จือเพียงยิ้มตอบ


    ในขณะเดียวกัน ซิงซิงก็ลืมตาขึ้นเล็กน้อยในอ้อมแขนของมู่จือ เจ้าก้อนแป้งกวาดสายตาไปรอบ ๆ อย่างสงสัย และในที่สุดก็สบตากับอินเสิน 


    ทันใดนั้นดวงตาของเด็กน้อยก็สว่างขึ้น


    “พี่ชาย พี่ชาย” เด็กน้อยขยับริมฝีปากอย่างตื่นเต้นและโบกมือไปทางอินเสิน ความสุขที่ฉายชัดบนใบหน้าของเด็กน้อยนั้นเกินจะอธิบาย


    ซิงซิงรู้สึกเขินอายที่ต้องตะโกนเสียงดังในสภาพแวดล้อมที่มีคนแปลกหน้ามากขนาดนี้ 


    เมื่อเสียงเรียกว่าพี่ชายเหล่านั้นเงียบลง


    นั่นยิ่งทำให้อินเสินขุ่นเคืองมากขึ้น


    เขามองไปที่จินเหยียน และคำพูดแรกของเขาคือ


    “หุบปาก”


    น้ำเสียงเย็นชาและแข็งกระด้างไม่แสดงอารมณ์


    จินเหยียนตกใจอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าของเธอเหมือนกับว่าถูกจานสีเทใส่ กระดากอายจนทำตัวไม่ถูก


    เกิดอะไรขึ้น! เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าคำพูดทุกคำของเธอมีน้ำหนัก!


    ทุกอย่างได้รับการจัดการมาเป็นอย่างดี!


    ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวจนแทบจะควบคุมไม่ได้


    วินาทีถัดมาอินเสินพเยิดหน้าไปทางมู่จือ


    “ทำไมถึงไปนั่งไกลนัก มานั่งข้าง ๆ ฉันสิ”


    มู่จือส่งเสียงฟึดฟัดแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เธออุ้มซิงซิงและเดินไปนั่งข้างอินเสิน


    อินเสินรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย


    วันนี้ซิงซิงน่ารักมาก ดูเหมือนจะน่ารักมากกว่าเก่า


    เขากระแอมไอเบา ๆ “เอาละ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ตามสบายได้เลย”


    บรรยากาศมีชีวิตชีวาขึ้นทันที จินเหยียนถูกดึงชายเสื้อโดยคนที่อยู่ข้าง ๆ เธอแทบจะไม่สามารถควบคุมการแสดงออกทางสีหน้าของเธอได้


    เมื่อมองลงไป เหมียนเหมียนดูเหมือนกำลังจะร้องไห้


    เด็กเชิญให้ดื่มยังละเลย เด็กน้อยอายุห้าขวบไม่เคยช็อกขนาดนี้มาก่อน เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างเศร้าใจ


    เหมียนเหมียนเงยหน้าขึ้นมองซิงซิงเป็นเวลานาน เมื่อซิงซิงยิ้มให้อินเสิน ทันใดนั้นเธอก็พูดว่า


     “น้องสาว ฉันชื่อเหมียนเหมียน พวกเรามาเล่นด้วยกันไหม”

    ……………………………………………………………………………………………………………

    พิเศษ อ่านที่ www.bookfet.com คุ้มกว่าแค่ 99.- 

    อ่านเหมาได้เกือบทุกเรื่องของ Onlybook

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] เด็กหญิงผู้เป็นที่รักของเหล่าวายร้าย ที่คุณอ่าน