ตอนที่หนึ่งร้อยเก้าสิบสอง Damsel of Distress 2
Psyker Pact
สนธิสัญญาพลังจิต
คือทางเลือกที่ผมเลือกในระหว่างการยึดครองโลกในช่วงค่ำคืนที่ยาวนานOld Night
ว่าบรรดาลัทธิหรือสำนักพลังจิตศาสนาต่างๆ ชนเผ่าเพนกวิ้น ฯลฯ
นั้นมีสิทธิในการใช้พลังจิตและรักษาอารยธรรมของตนเองรวมไปถึงมีแม้แต่พื้นที่ปกครองตนเองด้วยขอเพียงยึดกฎเกณฑ์บางประการ
กฎเกณฑ์บางประการเช่นว่านั้นก็คือ
Summon daemon
การอัญเชิญปีศาจ
รวมไปถึงการทดลองกับมนุษย์หรือทดลองเวทย์ต้องห้ามต่างๆด้วย
แน่นอนบางกลุ่มก้อนก็ยอมแต่โดยดีบางกลุ่มก้อนอย่างบาบายาก้าก็ต้องมีข้อยกเว้นในเรื่องการอัญเชิญปีศาจต่างๆที่กำหนดโดยเฉพาะเจาะจง
แต่หลักๆคือ
ผมขี้เกียจ
ที่จะมาบริหารกลุ่มลัทธิต่างๆที่มีอยู่มากมายนอกเหนือจากกำหนดกฎระเบียบบางประการแล้วผมก็ปล่อยให้พวกเขาอยู่กันตามสบายพอสมควร
ว่าตราบใดที่ความเดือดร้อนยังไม่ปรากฎขึ้นบนฉากแผนที่มันแปลว่ามันยังไม่ใช่ปัญหาในระดับที่ผมต้องมาสนใจ
รวมไปถึงการปกครองแบบอำนาจนิยมของผมที่ลิดรอนเสรีภาพในการใช้พลังจิตบางประการ
ทำให้การที่ลัทธิพลังจิตบางกลุ่มจะไม่ชอบผมนั้นคือเรื่องธรรมดา
แต่ทว่าแบบเดียวกับที่มีคนแซวเจไดว่ายึดมั่นถือมั่นเกินไป
นิกายเจไดที่ยึดมั่นถือมั่นเกินไปที่คนแซวกันนั่นล่ะคือแนวทางที่ทำให้เกิดเจไดด้านมืดน้อยที่สุดแล้ว
นิกายที่มีเสรีภาพมากกว่าเดิมที่ลุคสร้างขึ้นมาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วรุ่นก็ตีกันเละอีกครั้ง
คนเขียนอาจจะไม่ต้องการสื่อออกมาอย่างนั้นว่า
เราต้องริดรอนเสรีภาพของคนมีพลังจิตสังคมถึงจะอยู่อย่างสงบสุขได้
เพราะดูออกจะเป็นการสนับสนุนรัฐเผด็จการให้รดิรอนเสรีภาพของประชาชน
แต่ผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็น
การล่มสลายของนิกายเจไดในมือของลุคมันชักทำให้คนเราคิดว่าสมัยโยด้าที่หัวโบราณมานับพันปีนั้นทำถูกแล้ว
ว่าแค่เปิดเสรีไม่กี่ปีนิกายเจได้ยุคใหม่เข้าด้านมืดกันตั้งหลายคน
หญิงชราท่าทางใจดีนั้นกล่าวว่า
“ข้าคงต้องของปฏิเสธเด็กๆคือของขวัญจากพระเจ้า ข้าไม่ยอมมอบของขวัญจากพระเจ้าให้กับท่านหรอกท่านจักรพรรดิ”
ผมถอนหายใจและเลิกคิ้ว
“เด็ก? ไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่า Daemon Host ร่างสถิตปีศาจหรอกหรือ?”