300 ปีก่อน นามของโนเอลไม่ใช่เพียงชื่อของจอมเวท
มันคือรากฐานของยุคสมัย
เขาคือผู้เปลี่ยนอาวุธ ชุดเกราะ และเครื่องมือธรรมดาให้กลายเป็อุปกรณ์สลักวงจรเวท สิ่งประดิษฐ์ของเขาเคยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ทหารนับไม่ถ้วน และผลักโลกเข้าสู่ยุคใหม่
เขาคือผู้บุกเบิกดินแดนความตาย เคียงข้างหกผู้พิทักษ์ ฝ่าพื้นที่ที่ไม่มีมนุษย์กล้าเหยียบย่าง และนำแร่ชนิดใหม่กลับมาสู่หกอาณาจักร
เขาคือผู้ยุติาระหว่างมนุษย์และปีศาจ ที่ยืดเยื้อมานานหลายชั่วอายุคน
ชายผู้นั้นเคยถูกเรียกว่า ตำนานแห่งยุคสมัย
และในตอนนี้…
ตำนานคนนั้นกำลังนั่งย่างสัตว์อสูรกระต่ายป่าอยู่ข้างกองไฟ โดยใช้หนังสือพิมพ์เก่าเป็ผ้าคลุมกันหนาว
“…”
โนเอลนั่งยองอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในป่านอกเมืองลินด์เดล เปลวไฟเล็ก ๆ ตรงหน้าส่งเสียงแตกเบา ๆ เนื้อกระต่ายป่าที่ถูกเสียบไม้ย่างอยู่เหนือกองไฟส่งกลิ่นหอมอย่างน่าอัปยศ
อัปยศเพราะมันหอมจริง
และอัปยศยิ่งกว่านั้น เพราะท้องของเขาร้องตอบรับกลิ่นนั้นอย่างซื่อสัตย์เกินไป
โครกกกก…
โนเอลเหลือบมองท้องของตน
“เ้าควรสำรวมกว่านี้ เรากำลังอยู่ใน่วางแผนทวงคืนชื่ออันยิ่งใหญ่”
ท้องของเขาร้องอีกครั้ง
โครกกกกก…
“ดี เ้าคงเลือกอยู่ฝ่ายศัตรูแล้วสินะ”
ลมกลางคืนพัดผ่านยอดไม้ หนังสือพิมพ์เก่าที่เขาคลุมไหล่สะบัดเบา ๆ จนขอบกระดาษขูดแก้ม
หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ได้มาโดยบังเอิญจากกองขยะหลังร้านค้าหนึ่งในลินด์เดล
พูดให้ถูกคือ มันถูกใช้ห่อเศษของแห้งและถูกโยนทิ้ง
พูดให้สุภาพคือ โลกยุคใหม่ให้การต้อนรับเขาด้วยเอกสารข้อมูลมือสองที่มีกลิ่นหัวหอมติดอยู่
สำหรับคนที่เพิ่งถูกโยนออกจากสมาคม ใช้เวทไม่ได้ ไม่มีเงิน และไม่มีที่พัก
กระดาษแผ่นนี้มีค่ากว่าคำสรรเสริญที่ไม่มีใครมอบให้เขาเสียอีก
มันกันลมได้
และมันให้ข้อมูล
สองอย่างที่ตำนานผู้กอบกู้โลกจำเป็ต้องใช้ในคืนนี้
โนเอลเหลือบมองทิศทางกำแพงเมืองที่อยู่ไกลออกไปหลังแนวไม้
หลังจากเห็นประกาศแผ่นนั้น เขาไม่ได้อยู่ในเมืองต่อ
ไม่ใช่เพราะกลัว
เขาเพียงแค่ยังไม่อยากทดสอบว่า “กฎแห่ง์” ของยุคนี้หน้าตาเหมือนดาบ มีด หรือคุกใต้ดิน
‘ข้าเพิ่งกลับมาได้ไม่ถึงวัน’
เขาคิด พลางหมุนไม้ย่างกระต่าย
‘ยังไม่จำเป็ต้องให้์ยุคใหม่มาทักทายเร็วขนาดนั้น’
กระต่ายป่าบนกองไฟส่งกลิ่นหอมขึ้นอีกระลอก
โนเอลมองมันนิ่ง ๆ
สัตว์อสูรกระต่ายป่าตัวนี้ไม่ใช่สัตว์อสูรที่น่ากลัว
ตัวสูงเพียงครึ่งเข่า มีเขาสั้นสองข้าง ฟันหน้าคมพอจะแทะไม้ได้ และเร็วพอจะทำให้ชาวบ้านธรรมดาตามจับไม่ทัน
สำหรับโนเอลในอดีต การจัดการมันไม่ควรต้องใช้แม้แต่ลมหายใจที่สอง
ดีดนิ้วครั้งเดียวก็พอ
อย่าว่าแต่กระต่ายป่า ัูเาเขายังเคยล่าเพื่อเอาเขาไปทำแกนคทา
แต่คืนนี้ เขาต้องวิ่งไล่กระต่าย
และน่าประหลาดใจที่สุดคือ เขาจับมันได้ง่ายเกินไป
ง่ายเพราะร่างกายที่ดูผิดแปลกเกินกว่าจะอธิบายได้
โนเอลยกมือขึ้นมองนิ้วของตนเองอีกครั้ง
มือเล็ก ซีด เปราะบางเหมือนเดิม
มือที่ไม่ควรหักคอกระต่ายอสูรได้ง่ายเหมือนหักกิ่งไม้แห้ง
‘ไม่มีมานา’
เขาขยับนิ้วช้า ๆ
‘แต่แรงกาย ความเร็ว และความทนทานสูงผิดปกติ’
ความคิดนั้นยังไม่ใช่คำตอบ
เป็เพียงโจทย์หนึ่งที่ถูกโยนเข้ามาในชีวิตใหม่ที่ยุ่งเหยิง
โนเอลกัดเนื้อกระต่ายที่สุกพอดีคำแรก
เคี้ยว
หยุด
ดวงตาเขาเบิกขึ้นเล็กน้อย
“ไม่เลว”
เขาเคี้ยวต่อด้วยสีหน้าจริงจัง
เขาเหลือบมองใบไม้สีเขียวหม่นสองสามใบที่เสียบย่างอยู่ข้างเนื้อกระต่าย
ใบซิลฟ์หอม
สมุนไพรริมป่าที่มีกลิ่นอ่อน คล้ายลมเย็นหลังฝนตก หากย่างพร้อมเนื้อสัตว์อสูร มันจะช่วยลดกลิ่นสาบและดึงรสหวานของเนื้อออกมา
ความรู้นี้ไม่ใช่ของโนเอลโดยตรง
หนึ่งในหกผู้พิทักษ์เคยสอนเขาว่า ของเล็กน้อยเช่นนี้บางครั้งทำให้อาหารอร่อยขึ้นจนคาดไม่ถึง
ตอนนั้นโนเอลหัวเราะใส่
เพราะคิดว่าจอมเวทระดับตนไม่จำเป็ต้องจำเื่เล็กน้อยเช่นการย่างเนื้อ
หลายร้อยปีต่อมา เขากลับนั่งอยู่ข้างกองไฟเล็ก ๆ ใช้ความรู้นั้นกับเนื้อกระต่ายป่าของตนเอง
โนเอลมองเนื้อกระต่ายในมือ แล้วหัวเราะเบา ๆ
“เื่เล็กน้อยของเ้า…กลับช่วยให้ข้ากินเนื้อได้อร่อยขึ้นในวันนี้”
เขากินอีกคำ รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนหน้า
จากนั้นจึงหยิบหนังสือพิมพ์เก่าขึ้นมาอ่านต่อใต้แสงไฟ
หัวกระดาษขาดไปบางส่วน แต่พาดหัวใหญ่ยังชัดเจน
การกลับมาของตำนาน — ท่านโนเอล จอมเวทในตำนานหวนคืน
โนเอลเคี้ยวช้าลง
สายตาไล่อ่านทีละบรรทัด
หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ตีพิมพ์ในปี 626 ทำให้โนเอลรู้ในที่สุดว่า นับจากศึกสุดท้ายจนถึงการฟื้นกลับมาครั้งนี้ เวลาผ่านไปแล้วราว 300 ปี
ส่วนในข่าวระบุว่า ท่านโนเอลปรากฏตัวเมื่อสิบห้าปีก่อน
พร์ด้านมานาสูงถึง 98
มีความเข้ากันได้กับเวทที่ท่านโนเอลทิ้งไว้ในอดีตจนผู้เชี่ยวชาญในหอคอยเวทให้ความสนใจ
ความทรงจำของท่านยังไม่สมบูรณ์
สำหรับผู้คนในยุคที่ยังหวาดกลัวเงาของาและปีศาจที่อาจกลับมาอีกครั้ง คำว่า “โนเอลหวนคืน” ไม่ได้เป็เพียงข่าวดี มันคือหลักประกันว่า ตำนานที่เคยปกป้องโลกยังไม่ทอดทิ้งพวกเขา
จากการรับรองและยืนยันจากหอคอยเวท ทำให้ผู้คนจำนวนมากเชื่อว่านี่คือการกลับมาของตำนานตามคำทำนาย และรอคอยอย่างมีหวังให้ความทรงจำของท่านกลับมา
โนเอลอ่านถึงตรงนั้นแล้วหัวเราะเบา ๆ
“ความทรงจำยังไม่สมบูรณ์…”
เขาลดหนังสือพิมพ์ลงเล็กน้อย
“สะดวกดีจริง”
คนที่จำอะไรไม่ได้ กลับเป็โนเอลได้
ส่วนคนที่จำได้ทุกอย่าง กลับถูกโยนออกจากสมาคมในฐานะเด็กเพ้อฝัน
โลกยุคนี้มีอารมณ์ขันที่รุนแรงกว่าที่เขาคิด
โนเอลกินเนื้อกระต่ายต่ออีกคำ
ความร้อนจากเนื้อช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้นเล็กน้อย แต่ความคิดกลับเย็นลงเรื่อย ๆ
‘อย่างน้อยโลกที่ข้ากำลังยืนอยู่ตอนนี้ก็เลือกเชื่อเด็กคนนั้นไปแล้ว’
ไม่ใช่เพราะเด็กคนนั้นจำอดีตได้
แต่เพราะมีข่าว มีตรารับรองจากหอคอยเวท และมีความหวังของผู้คนทั้งยุคแบกอยู่บนชื่อเดียวกัน
โนเอลมองตัวอักษรบนหนังสือพิมพ์นิ่ง ๆ
‘ชื่อของข้าไม่ได้เป็เพียงชื่ออีกต่อไปแล้วสินะ’
ลมกลางคืนพัดผ่าน
เปลวไฟไหววูบ
‘มันกลายเป็ความหวังของผู้คนไปแล้ว’
เขาหัวเราะเบา ๆ
‘น่าขันตรงที่เ้าของชื่ออย่างข้า กลับกลายเป็คนที่แตะต้องมันไม่ได้’
ข้อมูลในมือตอนนี้ยังน้อยเกินกว่าจะสรุปอะไรได้
รู้เพียงว่า ข่าวนั้นมีการรับรองจากหอคอยเวท
ใบประกาศเื่กฎแห่ง์ก็น่าประหลาดพอจะทำให้ชื่อ “โนเอล” กลายเป็สิ่งที่คนทั้งเมืองไม่กล้าแตะเล่น ๆ
เขาไม่รู้ว่าหอคอยเวทรู้มากแค่ไหน
ไม่รู้ว่า “ท่านโนเอล” คนปัจจุบันเป็คนแบบใด
และไม่รู้ว่าคำว่า กฎแห่ง์ หมายถึงอะไรกันแน่
แต่เขารู้พอจะเข้าใจเื่หนึ่ง
ชื่อโนเอลในยุคนี้ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะเอ่ยเล่นได้อีกต่อไป
และตัวจริงอย่างเขา ดันเป็คนที่เอ่ยมันแล้วเดือดร้อนที่สุด
โนเอลถอนหายใจ
“ดี”
เขาหยิบเนื้อกระต่ายอีกชิ้นเข้าปาก
“อันดับแรก ต้องกินให้อิ่มพอจะคิดต่อ”
เขาชูนิ้วขึ้น
“อันดับสอง ต้องรู้ว่าเด็กที่โลกเรียกว่าท่านโนเอลเป็ใคร”
นิ้วที่สองยกขึ้นตาม
“อันดับสาม ต้องหาทางเข้าใกล้แหล่งข้อมูลของหอคอยเวท หรือสมาคมใหญ่ที่รู้เื่นี้มากกว่าคนในเมืองเล็ก ๆ”
เขาหยุดเล็กน้อย
แล้วมองฝ่ามือตัวเอง
“และสุดท้าย…”
ดวงตาดำสนิทหรี่ลง
“ต้องรู้ให้ได้ว่าร่างไร้มานาแต่แรงผิดธรรมชาตินี้คืออะไรกันแน่”
เสียงจากเงาป่าตัดความคิดของเขาทันที
“ยืนยันเป้าหมาย”
โนเอลหยุดมือที่กำลังจะหยิบเนื้อกระต่ายชิ้นต่อไป
ป่ารอบกองไฟเงียบลงอย่างผิดธรรมชาติ
แมลงที่เคยส่งเสียงหยุดพร้อมกัน
ลมเย็นพัดผ่านเปลวไฟจนมันเอนต่ำ
เงาดำสามร่างก้าวออกมาจากแนวไม้
ไม่ใช่โจรป่าธรรมดา
โจรป่ามักส่งเสียงก่อนโจมตี
พวกนี้เงียบเกินไป
นิ่งเกินไป
และยืนเว้นระยะกันพอดีเกินไป
หนึ่งในเงาดำกล่าวเสียงต่ำ
“เด็กชาย อายุราวสิบห้าถึงสิบหก สภาพเร่ร่อน อ้างนามโนเอลต่อหน้าสมาคมนักผจญภัยลินด์เดล”
อีกคนตอบ
“ตรงตามรายงาน”
คนที่สามชักมีดออกจากฝัก
ชิ้ง
“คำสั่งเดิม”
เงาดำทั้งสามกล่าวพร้อมกันราวกับท่องประโยคที่ทำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
“ผู้แอบอ้างต้องหายไปก่อนรุ่งสาง”
โนเอลมองพวกเขา
จากนั้นสายตาเหลือบไปยังใบประกาศเก่าในเมืองที่เขาเก็บพับไว้ข้างตัว
กฎแห่ง์
ผู้แอบอ้าง
หายไปก่อนรุ่งสาง
คำทั้งสามไม่ได้เขียนอยู่บนกระดาษแผ่นเดียวกัน
แต่ในคืนนี้ พวกมันเริ่มเดินมาหาเขาในรูปร่างของมีดและเงาดำ
เขาวางไม้ย่างกระต่ายลงข้างกองไฟอย่างระมัดระวัง
“นี่คือกฎแห่ง์ที่ว่ากัน…”
โนเอลลุกขึ้นช้า ๆ พลางมองมีดในมือของเงาดำทั้งสาม
“หรือเป็แค่พวกเ้าที่เข้าใจ์ผิดทาง ข้ายังไม่แน่ใจ”
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
“แต่ดูเหมือนคืนนี้จะมีคนอยากให้ข้าหาคำตอบด้วยตัวเองสินะ”
นักฆ่าคนแรกพุ่งเข้ามาโดยไม่ตอบ
มีดในมือแทงตรงไปยังลำคอ
เร็ว
เงียบ
แม่น
โนเอลยกมือขึ้นตามสัญชาตญาณ
ในหัวเขา วงเวทตรึงเงาควรลากเส้นลงใต้เท้าของอีกฝ่าย หยุดการเคลื่อนไหวไว้เพียงเสี้ยวลมหายใจ แล้วเปิดช่องให้เขาตอบโต้
แต่ไม่มีวงเวท
ไม่มีเงาที่ถูกตรึง
ไม่มีมานา
มีเพียงมีดที่พุ่งมาถึงคอเร็วขึ้นทุกขณะ
‘ชิ’
โนเอลเบี่ยงตัวหลบแบบฉุกละหุก
คมมีดเฉียดคอเขาไปเพียงปลายเส้นผม
เขายกเข่าถีบสวนเข้าไปกลางอกนักฆ่าคนนั้น
ปึง!
ร่างอีกฝ่ายปลิวไปกระแทกต้นไม้ด้านหลังจนใบไม้ร่วงพราว
โนเอลเองก็เสียหลักไปครึ่งก้าว
แรงมากเกินไป
ไม่ใช่แรงที่เขาตั้งใจใช้
‘ร่างนี้ตอบสนองเกินคำสั่ง’
นักฆ่าที่เหลือไม่ได้ใ
ตรงกันข้าม พวกเขาถอยครึ่งก้าวพร้อมกัน
ไม่ใช่ถอยหนี
แต่ถอยเพื่อปรับระยะ
‘ฝึกมาดี’
โนเอลคิด
‘เห็นแรงของข้าครั้งเดียวก็เปลี่ยนวิธีเข้าทันที’
นักฆ่าคนที่สองเข้ามาจากด้านข้าง
มีดตวัดต่ำเล็งเอ็นข้อเท้า
โนเอลจะดีดตัวถอยหลัง พร้อมใช้เวทลดแรงลงพื้นอย่างที่เคยทำมาตลอดชีวิต
ร่างเขาพุ่งถอยสูงและไกลเกินคาด
ไม่มีเวทลดแรง
ไม่มีมานาคอยปรับสมดุล
เท้าแตะพื้นผิดจังหวะ
ตุบ!
เขาเกือบลื่นล้มบนใบไม้แห้ง ต้องใช้มือยันพื้นไว้หนึ่งข้าง
มีดอีกเล่มเฉียดแขนเขาไป
ฉึก!
เืซึมออกมาเป็เส้นบาง
โนเอลกัดฟัน
ไม่ใช่เพราะเจ็บ
แต่เพราะเขาควรหลบได้งดงามกว่านี้มาก
‘ชิบข้ารู้วิธีสู้’
เขากลิ้งตัวหลบมีดอีกเล่มที่ปักลงพื้นตรงตำแหน่งศีรษะเมื่อครู่
‘แต่ร่างนี้ใช้เวทที่ข้าใช้มาทั้งชีวิตไม่ได้’
นักฆ่าคนแรกที่ถูกถีบชนต้นไม้เริ่มลุกขึ้นอย่างยากลำบาก
คนที่สองกดมีดต่ำ
คนที่สามเริ่มเคลื่อนเป็วงปิดทางหนี
โนเอลยืนขึ้นช้า ๆ
สำหรับคนที่ใช้เวทควบคุมทุกลมหายใจ
การไม่มีมานา…
ไม่ต่างจากต้องหัดเดินใหม่ั้แ่ต้น
“น่ารำคาญ”
เขาพึมพำ
นักฆ่าสามคนพุ่งเข้ามาพร้อมกัน
คราวนี้โนเอลไม่ยกมือร่ายเวท
เขาบังคับตัวเองให้มองเพียงร่างกาย
เท้า
ไหล่
มีด
ระยะ
คนแรกแทงเข้าตรงหน้า
โนเอลบิดตัวหลบ จับข้อมืออีกฝ่ายแล้วบิด
กร็อบ!
แรงบิดมากเกินกว่าที่ตั้งใจ
ข้อมือของนักฆ่าหักทันที
คนที่สองตวัดมีดเข้าชายโครง
โนเอลจะกางเกราะมานาโดยอัตโนมัติอีกครั้ง
ไม่มีเกราะ
เขาจึงต้องใช้ท่อนแขนรับเฉียด ๆ แทน
ฉึก!
เืกระเด็นเล็กน้อย
แผลเปิด
แล้วค่อย ๆ ปิดตัวเองอย่างผิดธรรมชาติ
แต่ทันทีที่แผลปิด ความหิวก็พุ่งขึ้นจากท้องเหมือนสัตว์ร้ายกระชากไส้
โนเอลหน้าซีดลง
‘แผลปิดเร็ว…แต่สูบพลังงาน’
โนเอลรู้สึกได้ชัดเจนว่าเนื้อกระต่ายที่เพิ่งกินเข้าไปแทบหายไปจากร่างทันที
‘ร่างนี้ไม่ได้รักษาฟรี’
‘มันแค่เอาบางอย่างในตัวข้าไปจ่ายแทน’
เขาถีบคนที่สองออกไป
ปึง!
นักฆ่ากระเด็นกลิ้งไปหลาย่ตัว
‘ร่างนี้ไม่ใช่ไร้ขีดจำกัด’
‘มันเผาพลังชีวิตเร็วเกินปกติ’
คนที่สามเข้าถึงด้านหลัง
โนเอลหมุนตัวกลับตามสัญชาตญาณ
ปลายนิ้วขวายกขึ้นแทนที่จะกำหมัด
วงเวทที่ควรปรากฏขึ้นในอากาศคือบทเวทโจมตีที่เขาเคยใช้เผาสัตว์อสูรทั้งฝูงให้กลายเป็เถ้า
“ัไฟคำราม”
ไม่มีเสียงคำราม
ไม่มีเปลวเพลิง
ไม่มีแม้แต่ประกายไฟเล็ก ๆ
มีเพียงนักฆ่าคนที่สามที่พุ่งเข้ามาถึงระยะสังหารแล้ว
โนเอลกัดฟัน แล้วเปลี่ยนปลายนิ้วที่ว่างเปล่าให้กลายเป็หมัดในวินาทีสุดท้าย
ไม่มีเวท
หมัดจึงแรงเกินไป
ปัก!
นักฆ่าคนที่สามกระเด็นไปชนโขดหินข้างกองไฟ
แต่แรงเหวี่ยงนั้นดึงไหล่โนเอลเสียจังหวะตามไปด้วย
เขาเซไปครึ่งก้าว หายใจสะดุด
เหงื่อเย็นซึมที่ขมับ
แม้นักฆ่าสามคนล้มลงทั้งหมด แต่สีหน้าของโนเอลไม่ได้ดูสบายขึ้น
เขาหายใจหนัก
ท้องที่ว่างเปล่าเหมือนเนื้อที่กินไปถูกย่อยหมดแล้ว
แผลเล็ก ๆ ที่แขนปิดเกือบหมดแล้ว แลกกับแรงในร่างที่หายไปพร้อมกัน
โนเอลค่อย ๆ ยืดหลังขึ้น
เขายังยิ้ม
แน่นอนว่าเขาต้องยิ้ม
ศัตรูไม่จำเป็ต้องรู้ว่าเขาเริ่มหายใจลำบากเพียงใด
“พวกเ้าทำให้มื้อค่ำของข้าเย็นลง”
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“บาปนี้หนักกว่าการพยายามฆ่าข้าเสียอีก”
เสียงฝีเท้าอีกหลายคู่ดังขึ้นจากแนวไม้
เงาดำเพิ่มขึ้น
ห้า
เจ็ด
สิบ
มากกว่านั้น
นักฆ่ากลุ่มใหม่ล้อมกองไฟไว้เป็วงกว้างกว่าเดิม
ไม่มีใครพูดคำเกินจำเป็
พวกเขาเพียงปรับตำแหน่ง กระชับวง แล้วบีบระยะเข้ามาเหมือนตาข่ายที่กำลังหดเข้าหาเหยื่อ
โนเอลกวาดตามองรอบตัว
‘มากเกินไปสำหรับการฆ่าเด็กเร่ร่อนคนเดียว’
เขายิ้มเย็น
‘แปลว่าคำสั่งนี้ไม่ได้มาจากแค่ชาวบ้านไปรายงานเด็กเพ้อฝันธรรมดาแน่’
คราวนี้พวกเขาไม่ได้เข้าทีละคน
มีดสามเล่มปิดเส้นทางหลบ
อีกสองคนกดต่ำเข้าหาขา
ที่เหลือคุมระยะรอบนอกเหมือนตาข่ายที่ค่อย ๆ หดตัว
โนเอลยังอ่านจังหวะได้
ยังสวนกลับได้
แต่ทุกครั้งที่ร่างกายเผลอเรียกหาเวทที่ไม่มีอยู่ เสี้ยวลมหายใจจะหายไปหนึ่งจังหวะ และเสี้ยวลมหายใจเ่าั้ค่อย ๆ สะสมเป็ภาระบนร่างของเขา
โนเอลเพิ่งจะดีดตัวหลบมีดที่ปาดเข้าหาคอ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากแนวไม้
“ถอย”
นักฆ่ารอบตัวโนเอลแตกออกจากแนวโจมตีทันที
เสี้ยวลมหายใจต่อมา อากาศเหนือกองไฟถูกเฉือนออกเป็เส้นเย็นเฉียบ
คมมีดฝ่าอากาศจากนอกวงล้อมพุ่งเข้ามาอย่างไร้เสียง
ไม่ใช่เพราะพวกนักฆ่าใ
แต่เพราะทุกคนรู้ดีว่า หากยังยืนอยู่ตรงนั้น พวกเขาจะถูกฟันไปพร้อมกับเป้าหมาย
โนเอลเบิกตา
‘คมมีดอากาศ!’
เขาฝืนดีดตัวหลบ แต่ขาที่ยังเสียจังหวะจากการสู้ก่อนหน้าตอบสนองช้าไปครึ่งลมหายใจ
ฟึ่บ!
คมมีดสีเงินหม่นเฉือนผ่านชายเสื้อและิัด้านข้าง ก่อนพุ่งต่อไปฟันต้นไม้ด้านหลังจนเปลือกไม้แตกกระจาย
โนเอลกลิ้งลงพื้นอย่างเสียท่า แล้วรีบยันตัวลุกขึ้น
แผลที่สีข้างเริ่มปิดทันที
ความหิวพุ่งขึ้นจนท้องเหมือนถูกคว้านว่างอีกครั้ง
‘โจมตีจากนอกวงล้อม…แถมคุมแนวให้คนอื่นหลบได้พอดี’
เงาร่างหนึ่งก้าวออกจากแนวไม้
เขาสวมชุดยาวสีเืนก ตัดเย็บเรียบ ไม่มีตราเด่นชัด มีเพียงลายปักสีดำเล็ก ๆ ตรงคอเสื้อและปลายแขนที่บอกว่าเขาไม่ใช่นักฆ่าปลายแถว
รูปร่างสูงกว่านักฆ่าคนอื่นเล็กน้อย
ใบหน้าเรียบเฉย
ดวงตาเบื่อหน่ายเหมือนคนที่ทำเื่เช่นนี้มามากจนไม่เหลืออารมณ์ใดให้เสียกับเหยื่อ
ในมือของเขาคือดาบยาวสีเงินหม่น
ปลายดาบลากต่ำเฉียดพื้นหญ้า
โนเอลหรี่ตา
ไม่ใช่เพราะดาบ
แต่เพราะพลังที่เคลือบอยู่รอบร่างชายคนนั้น
‘ออร่า’
ไม่ใช่คาถา
ไม่ใ่เวท
แต่เป็การบังคับมานาให้ไหลผ่านกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และคมดาบโดยตรง
คนที่ทำได้ ไม่ใช่นักฆ่าปลายแถว
ชายชุดเืนกมองโนเอลเพียงครั้งเดียว
สายตานั้นไม่มีความสงสัย
ไม่มีความสนใจ
มีเพียงการประเมินระยะก่อนลงมือ
โนเอลยิ้มทั้งที่หายใจยังหนัก
“มาอีกคนแล้วหรือ”
เขาเหลือบมองกระต่ายย่างที่เริ่มเย็นลงข้างกองไฟ
“ข้ายังไม่ได้กินกระต่ายหมดเลยนะ เ้าเืนก”
ชายชุดเืนกไม่ตอบ
ดาบในมือยกขึ้น
ออร่าบาง ๆ เคลือบคมดาบเหมือนแสงจันทร์ถูกบีบให้กลายเป็เส้นคม
วินาทีต่อมา เขาหายไปจากสายตา
ไม่ใช่เวทเคลื่อนย้าย
เป็ความเร็วจากออร่าล้วน ๆ
โนเอลรับรู้ได้ช้าไปครึ่งจังหวะ
‘เร็ว—’
สัญชาตญาณของเขาสั่งให้กางเกราะมานา
เหมือนที่เคยทำมาเป็พันครั้ง
เหมือนที่เคยใช้รับเวทถล่มเมือง
เหมือนที่เคยใช้ยืนอยู่กลางสนามรบโดยไม่ถอยแม้ครึ่งก้าว
และในวินาทีเดียวกันที่เขารู้ตัว
‘ฉิบหาย…’
‘ข้าไม่มีมานา’
คมดาบลากผ่านอกของเขา
ฉัวะ!!