สุดยอดนักผจญภัย

    ตรินคอร์ส

    ภายในห้องนอนของมาราน 

    ภายในห้องตอนนี้มีเพียงแค่ไลท์ สตีฟและมาราน 

    มารานนั่งท่าสมาธิอยู่ที่กลางห้อง สตีฟยืนอยู่มุมห้องเพื่อดูสถานการณ์ ไลท์นั่งลงด้านหน้ามาราน

    “ อย่าพยายามขัดขืน ทำใจให้สงบและพยายามหลอมรวมให้เป็นหนึ่งเดียว ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ระหว่างคิ้วของมาราน

    ทันใดนั้นแสงสีทองก็ไหลเข้าไปตรงระหว่างคิ้วของมาราน

    ไม่นานร่างกายของมารานก็สั่นอย่างรุนแรง เธอพยายามบ่มเพาะตามที่เธอได้เรียนรู้มา 

    ร่างกายของมารานมีเปลวไฟปะทุออกมาอย่างต่อเนื่อง 

    สตีฟที่เห็นดังนั้นก็แสดงสีหน้าตกใจ

    ไลท์ที่เห็นดังนั้นเขาก็สร้างม่านพลังสีเหลี่ยมล้อมรอบตัวมารานไว้เพื่อไม่ให้เปลวไฟทำลายบ้านหลังนี้

    มารานที่กำลังหลอมรวมกับทักษะที่ไลท์ให้ไปก็แสดงสีหน้าเจ็บปวดและยังส่งเสียงขึ้นเบาๆ

    “ ไลท์ มารานไม่เป็นอะไรใช่ไหม? ” สตีฟถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

    “ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณมาราน ” ไลท์ตอบ

    “ เข้าใจแล้ว ” สตีฟถอนหายใจแต่สีหน้าก็แฝงไปด้วยความเคร่งเครียด

    ภายในม่านพลัง เปลวเพลิงปะทุออกมาจากร่างของมารานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ม่านพลังเกิดรอยร้าว ไลท์จึงใช้พลังในการสร้างม่านพลังขึ้นหลายชั้น

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปสองชั่วโมง

    “ ไลท์นี้ยังไม่เสร็จอีกงั้นหรอ? ” สตีฟถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

    “ อีกไม่นานก็เสร็จแล้ว  ”ไลท์พูดขึ้น 

    ทันใดนั้นร่างกายของมารานก็มีเส้นไหมสีแดงโผล่ออกมาพันตัวมารานเอาไว้จนกลายเป็นรังไหมสีแดง

    เมื่อเห็นดังนี้สตีฟก็ตกใจยิ่งกว่าเดิม 

    “ ไลท์เกิดอะไรขึ้นกับมาราน? ” สตีฟตะโกนด้วยความตกใจ

    ไลท์นิ่งและเริ่มปรากฏรอยยิ้มขึ้นที่มุมปาก “ ดูเหมือนว่าคุณมารานจะประสบความสำเร็จ ” 

    “ ประสบความสำเร็จ?! ” สตีฟประหลาดใจก่อนที่จะแสดงสีหน้าตื่นเต้น

    “ ใช่แล้วล่ะ ตอนนี้คุณมารานเธอต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสักระยะหนึ่งจึงจะหายเป็นปกติ ” ไลท์ตอบ

    “ งั้นหรอ! งั้นหรอไลท์ ฉันขอขอบใจนายมากนะ ” สตีฟพูดขึ้นอย่างยินดี เขาเข้าใจดีว่ามารานต้องหมดสตินานเกือบสิบปี ในที่สุดเธอก็จะได้กลับมามีชีวิตแบบปกติอีกครั้งหนึ่ง

    “ คุณสตีฟที่ผมมาที่นี้ส่วนหนึ่งก็เพราะต้องการรักษาป่วยของคุณมาราน อีกส่วนหนึ่งก็ต้องการให้คุณตีอาวุธให้กับพวกเราทุกคน ” ไลท์พูดขึ้น

    “ ตีอาวุธงั้นหรอ ได้สิในเมื่อนายรักษาอาการป่วยให้กับมารานได้ ฉันก็จะไม่คิดเงินพวกนายแม้แต่เหรียญเดียว นายบอกว่าต้องใช้เวลาฟื้นฟูสักระยะหนึ่งใช่ไหม งั้นลองไปข้างล่างเถอะเดี๋ยวฉันจะช่วยออกแบบอาวุธให้กับพวกนายทุกคน ” สตีฟพูดขึ้น

    “ เข้าใจแล้ว ” ไลท์พยักหน้ารับและเดินตามสตีฟลงไปข้างล่าง

    เมื่อทุกคนเห็นสตีฟและไลท์เดินมา พวกเขาก็รีบถามขึ้นว่าสำเร็จหรือไม่ เมื่อรู้ว่าสำเร็จพวกเขาก็รู้สึกโล่งใจ

    “ สมแล้วที่เป็นลูกพี่ ” ไลก้าชื่นชม

    “ นั้นสิสมแล้วที่เป็นอาจารย์ ” เดซี่เองก็พูดชื่นชมขึ้น ส่วนคนอื่นๆเองแม้ว่าจะไม่ได้พูดชื่นชมแต่พวกเขาก็แสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจน 

    “ เอาล่ะพวกเธอต้องการอาวุธแบบไหนลองออกแบบมาให้ฉันดูหน่อย เดี๋ยวฉันจะช่วยปรับให้มันดีขึ้นเอง ” สตีฟพูดขึ้น

    “ อาจารย์! อาจารย์จะกลับมาตีเหล็กอีกครั้งแล้วใช่ไหมครับ ” ลูจน์ที่ได้ยินที่สตีฟพูดขึ้นก็แสดงสีหน้าตื่นเต้น

    ไม่นานเดธปาร์ตี้ก็ออกแบบอาวุธที่ตัวออกต้องการให้กับสตีฟดู

    ไลท์และเดซี่เป็นดาบคล้ายๆกับกระบี่ เวโรนิก้าเป็นหมัดเหล็ก ไลก้าเป็นหอก เบเรียลเป็นเรเปียร์ ส่วนของคอลรุยเขาใช้ปืนที่ทำแบบพิเศษมาแล้วเพียงแต่เขาก็จะสร้างปืนแบบพิเศษชนิดใหม่ขึ้น ที่ยิงได้ไกลขึ้นและแรงขึ้น โดยไลท์จะเป็นคนออกแบบให้เอง

    หลังจากที่ออกแบบเสร็จแล้วทุกคนก็ให้สตีฟตรวจสอบเป็นครั้งสุดท้าย

    จากนั้นทุกๆคนก็ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการออกแบบอาวุธจนเสร็จ

    “ การตีอาวุธทั้งหมดต้องใช้เวลานานอย่างน้อยครึ่งปี เพราะงั้นพวกนายจะอยู่ที่นี้หรือไปเที่ยวที่ไหนก่อนก็ได้แล้วค่อยกลับมารับอาวุธ ” สตีฟพูดขึ้น

    “ ครึ่งปีเลยงั้นหรอ ” ไลท์ถามขึ้น

    “ ใช่แล้วล่ะอาวุธของพวกนายฉันจะทำออกมาให้เป็นพิเศษและจะใช้วัสดุระดับสูงอีกด้วยทำให้ต้องใช้เวลานานในการเตรียมตัว ” สตีฟตอบ

    “ จริงสิ ไลก้านายเอาแร่ทั้งหมดให้คุณสตีฟดูหน่อย ” ไลท์พูดขึ้นจากนั้นไลท์เองก็หยิบแร่ที่เขามีออกมาให้สตีฟดูเผื่ออาจจะเป็นของดีที่เขาไม่รู้จักก็ได้

    หลังจากที่สตีฟตรวจสอบแร่ของไลท์และไลก้าแล้วเขาก็นำแร่สำคัญๆหลายๆอย่างไปเช่นแร่เหล็กทมิฬ แร่มนตราธาตุน้ำระดับสูงเป็นต้น ส่วนที่เหลือสตีฟบอกให้เก็บไปได้เลย

    “ คุณสตีฟผมจะอยู่ที่นี้เพื่อที่จะดูอาการของคุณมารานไปด้วย ถ้าหากเธอฟื้นขึ้นมาผมจะได้มาทัน ” ไลท์พูดขึ้น

    แววตาของสตีฟเต็มไปด้วยแววตาแห่งความขอบคุณ

    “ ขอบคุณมากไลท์ ถ้าหากมารานหายดีฉันสตีฟจะเป็นหนี้นายไปตลอดชีวิตและฉันจะตีอาวุธให้กับนายฟรีทุกครั้งเลย ” สตีฟพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

    หลังจากที่ไลท์และคนอื่นๆออกมาจากร้านตีเหล็กสวิลดัล 

    ชื่อสวิลดัลเป็นชื่อปู่ของสตีฟ ซึ่งสตีฟเป็นผู้สืบทอดรุ่นที่สามของร้านตีเหล็กแห่งนี้ 

    “ ลูกพี่แล้วพวกเราจะเอายังไงกันต่อดี? ” ไลก้าถามขึ้น ส่วนคนอื่นๆเองก็มองมาที่ไลท์ด้วยความสงสัย 

    ไลท์ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนที่จะมองมายังทุกๆคนในกลุ่มเดธปาร์ตี้

    “ ในเมื่อที่จะอยู่ที่นี้พวกเธอก็ต้องฝึกฝนฝีมือไปด้วยเพราะงั้นฉันจะให้ภารกิจกับทุกคน หลังจากนี้ภายในครึ่งปีทุกคนจะต้องล่าค่าหัวอาชญากรไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยล้านให้ได้โดยตัวคนเดียว ” ไลท์พูดขึ้น

    “ หัวหน้าคุณบ้าไปแล้ว ” คอลรุยตะโกนออกมาอย่างตกใจ เขาเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มและเขาก็เพิ่งที่ฝึกฝนลมปราณได้ไม่นาน แม้ว่าเบเรียลเองก็เพิ่งฝึกฝนลมปราณได้ไม่นานเหมือนกันเพียงแต่ความแข็งแกร่งของเธอก็อยู่ในระดับA 

    “ ไม่เป็นไรหรอกคอลรุยเดี๋ยวฉันจะฝึกแบบนรกแตกให้กับนายเอง ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

    “ เชี่ย!! ไม่เอาหัวหน้าฉันไม่อยากฝึกนรกแตกแบบนั้น! ” คอลรุยตะโกนอย่างตกใจพร้อมกับส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว เขาเคยเห็นยูเทียที่ฝึกนรกแตกมาแล้วเขาไม่อยากทรมานร่างกายของตัวเองแบบนั้น

    “ ไม่เป็นไรหรอกน่าทุกคนก็เคยผ่านการฝึกนรกแตกแบบนั้นมาหมดแล้ว ” ไลก้าจับไหล่ของคอลรุยพร้อมกับใบหน้าที่แสดงถึงความสงสาร

    คอลรุยที่จะปฏิเสธแต่เมื่อมองเห็นใบหน้าของไลท์ที่กำลังยิ้มขึ้นมา ร่างกายของเขาก็สั่นอย่างช่วยไม่ได้ 

    “ เข้าใจแล้ว ” สุดท้ายคอลรุยก็ได้แต่ยอมรับชะตากรรมแต่โดยดี

    ส่วนคนอื่นๆก็หัวเราะอย่างมีความสุข

    “ เอาละๆก่อนอื่นพวกเราไปเช่าห้องพักก่อนแล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้น

    ไม่นานทุกคนก็เช่าห้องพักเสร็จแล้วซึ่งพวกเขาพักโรงแรมหรูและยังเช่านานถึงครึ่งปีเลยทีเดียว แม้ว่าราคาของมันจะแพงมากแต่พวกเขาก็มีเงินจ่าย

    หลังจากที่เช่าห้องพักเสร็จแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันเดินเที่ยวเล่นที่ป้อมปราการมาการ์ 

    ป้อมปราการมาการ์เป็นเมืองติดภูเขาสถานท่องเที่ยวจึงมีไม่มากแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี ได้แก่ผามาการ์ โรงประมูลมาการ์ ภัตตาคารดวงดาว 

    ร้านค้าส่วนมากก็เป็นร้านขายของซึ่งของส่วนมากก็เป็นสมุนไพรหรือผักชนิดต่างๆที่เก็บมาจากป่าด้านหลังของภูเขามาการ์ ผักและสมุนไพรบางชนิดเป็นแบบพิเศษซึ่งจะขึ้นตามหน้าผาของผามาการ์หรือไม่ก็ภายในป่ามาการ์เท่านั้น

    และร้านค้าอีกส่วนหนึ่งก็เป็นร้านตีเหล็กซึ่งมีมากถึงสามสิบถึงสี่สิบร้านเลยทีเดียวภายในป้อมปราการมาการ์

    ร้านอันดับหนึ่งก็คือร้านตีเหล็กสวิลดัล แม้ว่าตอนนี้จะปิดลงไปอย่างไม่มีกำหนดแต่ร้านตีเหล็กแห่งนี้ก็ได้ชื่อว่าดีที่สุดของป้อมปราการมาการ์มาเรื่อยๆ

    หลังจากที่เช่าห้องพักเสร็จไลท์ก็ให้ทุกคนแยกย้ายกันไปเที่ยวเล่นกันเอง

    ไลก้าและคอลรุยไปหาของกิน เดซี้และเวโรนิก้าไปช้อปปิ้ง ส่วนไลท์และเบเรียลไปหาร้านกาแฟเพื่อนั่งชมบรรยากาศ

    “ ที่นี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับมองบรรยากาศรอบๆ

    นอกจากคนแคระแล้วไลท์ก็ยังเห็นมนุษย์สัตว์อยู่สามถึงสี่คน ซึ่งแต่ละคนก็เป็นเพียงทาสของมนุษย์เท่านั้น

    “ น่าแปลกใจเหมือนกันที่คุณสตีฟไม่ใช่คนแคระ แต่ก็ยังได้รับชื่อของช่างตีอาวุธที่ดีที่สุด ” ไลท์พูดขึ้น

    “ นั้นก็เพราะตั้งแต่คุณปู่ขอสตีฟเขาได้รับทักษะตีเหล็กมาจากคนแคระที่เป็นช่างตีเหล็กที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็ปรับปรุงเทคนิคของตัวเองเรื่อยๆจนกลายเป็นเทคนิคลับ และจะถ่ายทอดให้กับผู้สืบทอดเท่านั้น ” เบเรียลอธิบาย

    “ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง ” ไลท์พยักหน้าเข้าใจ

    “ แต่นายก็เก่งเหมือนกันนะที่สามารถรักษาคุณมารานได้ ” เบเรียลพูดขึ้นพร้อมกับมองมาที่ไลท์ด้วยแววตาชื่นชม

    “ ความจริงแล้วเธอไม่ได้ป่วยเป็นโรคอะไรหรอก ” ไลท์ส่ายหน้า

    “ หมายความว่ายังไง? ” เบเรียลสงสัย 

    “ ความจริงแล้วเธอมีกายาเพลิงเทวะ ” จากนั้นไลท์ก็อธิบายถึงความทรงพลังของกายาเพลิงเทวะ 

    “ งั้นนายจะหมายความว่าหลังจากนี้คุณมารานจะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งมากๆคนหนึ่งเลยงั้นหรอ? ” เบเรียลตกใจ

    “ ใช่แล้วล่ะ เธอสามารถใช้พลังธาตุไฟได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากกว่าจอมเวทย์ธาตุไฟเสียอีก ” ไลท์พูดขึ้น

    “ น่าตกใจจริงๆเลยนะ นี้สินะที่บอกว่าฟ้าหลังฝนย่อมดีเสมอ ” เบเรียลพูดขึ้นพร้อมกับถอนหายใจ มารานป่วยมานานกว่าสิบปี แต่ตอนนี้เธอกำลังจะหายจากอาการป่วยแล้วเธอยังจะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งในโลก 

    “ แต่ถึงอย่างนั้นถ้าหากเธอฝึกฝนไม่ถูกวิธีเธอก็อาจจะตายได้เหมือนกัน ” ไลท์พูดขึ้น ที่เขาพูดหมายถึงธาตุไฟเข้าแทรก 

    “ นั้นสินะ ” เบเรียลพยักหน้า เธอถูกไลท์เตือนเรื่องธาตุไฟเข้าแทรกหลายครั้งจนทำให้เธอไม่กล้าที่จะบ่มเพาะพลังอย่างบ้าคลั่ง 

    “ พวกเราไปดูโรงประมูลมาการ์กันไหม? ” ไลท์พูดขึ้น

    “ เอาสิ ” เบเรียลเห็นด้วย 

    เพียงแต่ก่อนที่พวกเขาจะลุกไปทั้งสองก็ได้ยินข่าวที่ทำให้พวกเขาต้องมองหน้ากันเอง

    เมื่อสองวันก่อนมีสามเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากป้อมปราการมาการ์ถูกทำลายโดยองค์กรมืด ประชาชนมากกว่าแปดแสนคนถูกสังหารเกลี้ยง ไม่มีผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว แม้แต่ตัวตนระดับSสองคนก็ได้เสียชีวิตจากการต่อสู้ในครั้งนี้ 

    องค์กรที่บุกทั้งสามเมืองเป็นการร่วมมือกันของสามองค์กรได้แก่ องค์กรกุหลาบพิษ องค์กรธารอมฤต องค์กรอีกาเนตรเพลิง

    องค์กรกุหลาบพิษเป็นองค์กรที่แข็งแกร่งที่สุดในสามองค์กรที่ว่ามา นอกจากนี้องค์กรกุหลาบพิษก็เป็นองค์กรที่มีแต่ผู้หญิงอีกด้วย 

    “ เจ้าพวกสารเลวเอ้ย! ” เบเรียลกัดฟันพูดด้วยความโกรธ

    “ ดูเหมือนว่าภายในหอคอยแห่งนิรันดร์นี้จะเป็นสถานที่อันตรายอย่างมากจริงๆ ” ไลท์ส่ายหน้าเบาๆ ไม่แปลกใจเลยที่คนส่วนใหญ่ในโลกภายนอกจะไม่อยากเข้ามาตั้งถิ่นฐานในนี้แม้ว่าจะมีทรัพยากรจำนวนมากก็ตาม เพราะถ้าหากตายไปก็ไม่ได้ใช้ของเหล่านั้นอยู่ดี 

    “ ถ้าหากพวกมันกล้าบุกมาที่นี้ล่ะก็ฉันจะเป็นคนฆ่าพวกมันเอง ” เบเรียลพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังของทั้งสอง

    “ คนสวยเธอจะไปฆ่าใครงั้นหรอ? ” น้ำเสียงที่ดูหยิ่งผยองดังขึ้น

    ไลท์และเบเรียลหันไปมองก็พบว่าเป็นชายอายุประมาณสามสิบกลางๆใบหน้าดูเจ้าเล่ห์แต่ก็หล่อเหลา รูปร่างผอมสูง ผมสีฟ้า นอกจากนี้เขายังสวมชุดคลุมของสภาจอมเวทย์และยังมีตราสัญลักษณ์ของผู้ตรวจการอีกด้วย 

    “ ฆ่านายมั้ง ” เบเรียลพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    “ ฮ่าฮ่าเป็นผู้หญิงที่เย็นชาจังนะแต่ว่าฉันชอบแบบนี้ที่สุดเลยล่ะ ” ผู้ตรวจการพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

    “ งั้นหรอแต่ฉันรู้สึกรังเกียจนายมากเลยรู้ไหม ” คราวนี้ไลท์เป็นคนพูด 

    ผู้ตรวจการมองมาที่ไลท์ด้วยแววตาเย็นชาก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ ไม่มีใครสอนมารยาทหรอว่าผู้ใหญ่คุยกันอยู่เด็กไม่ต้องเข้ามายุ่ง ”

    “ งั้นหรอแม้แต่เฟลิกซ์ก็ยังไม่พูดกับฉันแบบนี้เลยนะ ” ไลท์หัวเราะ

    “ เฟลิกซ์? หรือว่าจะเป็นท่านเฟลิกซ์”  ผู้ตรวจการแสดงสีหน้าตกใจจากนั้นเขาก็มองไลท์ด้วยแววตาจริงจัง

    “ แกเป็นใครกันแน่? ทำไมแกถึงรู้จักท่านเฟลิกซ์ได้ ” ผู้ตรวจการถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “ ฉันก็แค่เด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้นแหละ ” ไลท์หัวเราะ

    “ แก!! ” ผู้ตรวจการมองหน้าไลท์ด้วยแววตาเย็นชา

    “ ฉันชื่อตรินคอร์ส เป็นผู้ตรวจการของสภาจอมเวทย์ แน่จริงแกก็บอกชื่อของแกมาสิ ” ตรินคอร์สพูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยอง

    “ งั้นฉันขอแนะนำตัวเองแล้วกัน ฉันชื่อไลท์เป็นนักผจญภัยและยังเป็นหัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ ” ไลท์พูดขึ้น 

    ดวงตาของตรินคอร์สหดลงทันทีก่อนที่จะเบิกกว้างด้วยความตกใจ

    “ นายคือไลท์ ยมฑูตสีทองไลท์นักผจญภัยระดับSที่ว่าแข็งแกร่งอันดับต้นๆของระดับS ” ตรินคอร์สพูดอย่างตกใจ ทันใดนั้นเขาก็จำใบหน้าของไลท์ได้อย่างชัดเจน

    “ ถ้าหากไม่มีคนชื่อเหมือนฉันอีกล่ะก็ งั้นก็ฉันนี้แหละไลท์ยมฑูตสีทอง ” ไลท์หัวเราะขึ้น

    ทันใดนั้นร่างกายของตรินคอร์สก็สั่นอย่างรุนแรง คนภายนอกอาจจะไม่รู้แต่สำหรับเขาที่อยู่ในสำนักงานใหญ่สาขาหอคอยแห่งนิรันดร์ก็เคยได้ยินมาว่าไลท์สามารถต่อสู้กับท่านเฟลิกซ์ได้อย่างสูสีแม้ว่าจะยังเป็นเพียงระดับSเท่านั้น ความแข็งแกร่งระดับนี้แม้กระทั้งภายในสภาจอมเวทย์ก็ยังหาได้ยาก 

    ตรินคอร์สรีบขอโทษไลท์ด้วยความหวาดกลัว เขากลัวว่าไลท์จะไม่ยกโทษให้กับเขา นอกจากนี้แม้ว่าเขาจะถูกไลท์ฆ่า สภาจอมเวทย์ก็จะไม่ออกตัวเพื่อเขาอย่างแน่นอน

    ไลท์มองมาที่ตรินคอร์สอย่างชั่วร้ายก่อนที่จะนึกบางอย่างออก