ราชันย์ราชบัลลังก์เลือด

    ตอนที่ 51 รับผลกรรม

    ผู้ฝึกตนสำนักกระเรียนขาวต่างเตรียมพร้อมรับมือการโจมตีของเทียนหลง โดยมีจางซุ่ยเหรียนจากสำนักรุ่นแรกนำอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นพัดหยกอันหนึ่งออกมา เมื่อทุกคนเห็นเช่นนั้นต่างพากันมีความสุขเพราะพวกเขาคิดว่าได้กุมชัยชนะครั้งนี้อยู่ในมือแล้ว
    ทุกคนต่างเข้าใจว่าด้วยอำนาจของอาวุธศักดิ์สิทธิ์รวมกับพลังการบ่มเพาะขอบเขตบรรพการขั้นสูงสุดจากจางซุ่ยเหรียนที่ออกมามันมากเกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้แล้ว
    เมื่อเห็นว่าคนของสำนักกระเรียนขาวเตรียมพร้อมที่จะรับการโจมตี เทียนหลงชอบเป็นอย่างมากที่จะได้ทำลายความภาคภูมิใจของพวกที่มั่นใจในตัวเองจนไม่ยอมไตร่ตรองเรื่องนี้ให้รอบครอบ
    ถึงแม้ตรงหน้าของเทียนหลงจะมีหลายคนที่คอยส่งพลังงานไปยังอาวุธศักดิ์สิทธิ์พัดหยกอันนั้น แต่ด้วยเผ่าพันธุ์มังกรที่ขึ้นชื่อเรื่องของความแข็งแกร่งแล้ว ในเรื่องของพลังโจมตีก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เทียนหลงจึงไม่จำเป็นที่จะต้องใช้อาวุธมาช่วยเสริมพลังโจมตีของเขา ไม่เช่นนั้นแล้วภารกิจนี้จะทำให้นายน้อยของเขาเสียชื่อเสียงก็เป็นได้หากนำอาวุธออกมา
    เทียนหลงโคจรพลังงานของตนจนพุ่งทะยานถึงขีดสุด ทุกคนที่มีระดับการบ่มเพาะพลังงานระดับสูงของสำนักกระเรียนขาวเมื่อเห็นอำนาจพลังงานจากฝ่ายตรงข้ามจึงไม่รีรอที่จะเก็บพลังงานหลงเหลือไว้ ทุกคนต่างทุ่มสุดตัวโอนถ่ายพลังงานอย่างเต็มที่
    จางฮ้าวเหรินก็ตะโกนเพื่อกระตุ้นอีกแรงหนึ่ง "พวกเราช่วยส่งพลังให้เจ้าสำนักรุ่นแรกโดยเร็ว มิฉะนั้นหากเราไม่ได้รับชัยชนะครั้งนี้ผลที่ตามมาพวกเราแบกรับไม่ไหวแน่
    ใบหน้าของจางซุ่ยเหรียนเริ่มมีเหงื่อตก เนื่องจากเขาอยู่ด้านหน้าสุดของกลุ่มและสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ฝ่ายตรงข้ามโคจรออกมาอย่างมหาศาลแทบจะถล่มสำนักกระเรียนขาวทั้งสำนักได้เลย
    แต่ถึงอย่างนั้นแม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะดูน่ากลัว แต่เขาก็ยังมีความมั่นใจเรื่องพัดหยกศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังงานเสริมอย่างเต็มเปี่ยม
    เทียนหลงที่อยู่ในร่างมังกรเขาสามารถที่จะใช้พลังงานจากกรงเล็บมังกรทั้งสองข้างเข้าโจมตีไปทางด้านหน้า เมื่อเปรียบเทียบพลังเคล็ดวิชาฝ่ามือมังกรที่มนุษย์นั้นต่างพยายามจะฝึกฝนกัน หากเปรียบกับกรงเล็บมังกรแท้จริงนั้นมีพลังยากที่จะหยั่งถึง
    พลังจากกรงเล็บมังกรทั้งสองข้างโจมตีไปยังด้านหน้า จางซุ่ยเหรียนใช้พัดหยกโบกโบยไปหนึ่งครั้งปรากฏกำแพงอักขระขึ้นมาต้านทาน เมื่อพลังงานทั้งสองกระทบกัน กำแพงอักขระไม่สามารถต้านทานไว้ได้
    จางซุ่ยเหรียนเห็นเช่นนั้น เขาแปรเปลี่ยนกระบวนท่าเป็นร่ายรำพัดหยกปรากฏพลังงานพายุขนาดยักษ์สามลูกด้านหน้าสำนัก ยังดีที่ศิษย์สำนักกระเรียนขาวต่างรู้หน้าที่พากันหลบอยู่ด้านหลังสำนักกันหมดแล้ว จึงไม่โดนลูกหลงจากเหตุการณ์ต่อสู้ อำนาจของพายุรุนแรงเป็นอย่างมาก มีสายลมกรรโชก กระทบเสียดสีจนต่างพากันได้ยินเสียงกรีดร้องแสบแก้วหู
    ด้วยพลังงานอำนาจของพายุที่ถูกสร้างขึ้นมามีความรุนแรงเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องแรกกับการสูญเสียพลังงานที่ถูกสะสมมาจากคนของสำนักกระเรียนขาวกระตุ้นเสริมมา
    กรงเล็บมังกรของเทียนหลงเข้าประทะอีกครั้งกับพายุที่ถูกสร้างขึ้นจากพัดหยกศักดิ์สิทธิ์ ครั้งนี้ฝ่ายสำนักกระเรียนขาวสามารถต้านทานไว้ได้ ทุกคนต่างพากันดีใจ
    เทียนหลงไม่รีรอเขาใช้การโจมตีระลอกใหม่อีกครั้งหนึ่งนั่นก็คือ เปลวเพลิงแห่งมังกร ไฟถูกพ่นออกมาจากปากมังกรประทะเข้ากับพายุทั้งสามลูก เมื่อเปลวเพลิงที่เทียนหลงโจมตีออกมาถูกพายุดูดเข้าไปทำให้อำนาจพายุถูกผสมผสาน กลายเป็นพายุแห่งเปลงเพลิงทั้งสามลูก
    จางซุ่ยเหรียนถอดทอนลมหายใจออกตนเองเนื่องจากศึกครั้งนี้มันหนักหนาเป็นอย่างมาก เขาคิดว่าตัวเองได้รับชัยชนะแล้ว รวมทั้งจางฮ้าวเหรินและคนของสำนักกระเรียนขาวต่างพากันคิดว่าเหลือเพียงแค่โจมตีกลับไปเท่านั้นเอง
    แต่ในขณะนั้นเองพายุแห่งเปลวเพลิงเริ่มเคลื่อนย้ายเข้าหากัน มันกำลังรวมตัวกลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่มีสะเกล็ดเพลิงกระเด็นออกมาทั่ว มันเหมือนจะเป็นผลมาจากพัดหยกศักดิ์สิทธิ์สร้างขึ้นมา
    จางซุ่ยเหรียนเห็นดังนั้น จึงกล่าวออกไปว่า "เจ้ามังกรเฒ่าคงจะรู้แล้วซิน่ะ ว่าสำนักกระเรียนขาวของพวกข้าไม่ใช่สิ่งที่มังกรอย่างเจ้าคิดจะมาตอแยได้ ข้าต้องขอบใจเจ้ามากที่สร้างความรุนแรงของพายุที่ข้าสร้างขึ้นให้มีพลังงานรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมถึงสามเท่า ต่อไปเจ้าจงรับการโจมตีของตัวเองดูแล้วกัน"
    เทียนหลงแสยะยิ้มออกมาแล้วหัวเราะเสียงดัง "พวกเจ้าคงมั่นใจมากซิน่ะ เอาหล่ะจงดูให้เต็มตาต่อจากนี้" เทียนหลงโคจรพลังงานขึ้นมาแล้วใช้ทุ้มเสียงแห่งมังกรคำรามลั่นออกไป พายุที่กลายเป็นเพลิงพายุขนาดใหญ่ถูกซัดเข้าหาสำนักทันที
    จางซุ่ยเหรียนร้องเสียงดังลั่น "ไม่ๆๆๆๆๆ" เขาใช้พลังของพัดหยกศักดิ์สิทธิ์ที่เหลืออยู่น้อยนิดต้านทานเอาไว้อีกรอบ แต่ถึงกระนั้นอำนาจครั้งนี้มันมีมากกว่ารอบก่อนซะอีก
    ทุกคนต่างแตกกระเจิงไม่เป็นท่า แยกย้ายไปหาที่หลบเปลวเพลิงพายุอันน่ากลัวและมองดูเส้นทางที่พายุผ่านมันทำลายสำนักตามเส้นทางนั้นไปด้วย
    ทุกคนได้แต่ทำใจยอมรับผลตามสภาพ พวกเขามั่นใจในตัวเองมากเกินไป และหวังว่ามังกรตัวมหึมาตรงหน้าจะไม่ทำอะไรต่อหลังจากนี้
    เมื่อเทียนหลงเห็นสภาพของสำนักกระเรียนขาวถูกทำลายย่อยยับแล้ว เขาจึงอ้าปากกว้างและดูดพายุเปลวเพลิงขนาดใหญ่นั้นกลับเข้าปากตัวเองทันที
    ทุกคนต่างตกใจกลัวกับสิ่งที่เห็น จางซุ่ยเหรียนและจางฮ้าวเหรินต่างปรึกษากันและมากล่าวกับเทียนหลงว่า "ท่านมังกรผู้ยิ่งใหญ่พวกข้ายอมรับผิดกับสิ่งที่ได้กระทำลงไปแล้ว โปรดอภัยให้พวกเราด้วย"
    เทียนหลงตอบกลับว่า "ดีมาก ถ้าพวกเจ้าเชื่อฟังซะตั้งแต่แรกก็คงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ งั้นเรามาทำข้อตกลงกันอีกรอบ"



















    คล้ายกับเรื่องราชันย์ราชบัลลังก์เลือด ที่คุณอ่าน