เกลียวคลื่นสีมรกตของทะเลอันดามันม้วนตัวปะทะกับโขดหินโสโครกอย่างบ้าคลั่ง ลมพายุหอบใหญ่พัดพาเอากลิ่นอายชื้นแฉะและไอเกลือทะเลปะทะใบหน้าหวานของมะปรางจนเส้นผมปลิวไสว ร่างระหงสั่นสะท้านเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เป็นเพราะความตึงเครียดของศึกสุดท้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นเบื้องหน้า
ชานนท์ที่ยืนอยู่เคียงข้างเอื้อมมือหนามาโอบกระชับเอวบางของภรรยาเข้าหาตัว ออกแรงบีบเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและพลังใจอันมั่นคงให้แก่เธอ มะปรางแหงนหน้ามองสบตาสามี แววตาคมเข้มคู่ที่เคยปลอบประโลมเธอเสมอยังคงเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวไร้ซึ่งความเกรงกลัว
"ไม่ต้องกลัวนะมะปราง พี่อยู่ตรงนี้... เราจะผ่านมันไปด้วยกันเหมือนทุกครั้ง" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังของชานนท์ช่วยปัดเป่าความกังวลในอกของหญิงสาวไปจนสิ้น หล่อนพยักหน้ารับอย่างมุ่งมั่น
"ค่ะพี่นนท์ มะปรางไม่กลัว... รัญชิดาทำร้ายเรามามากเกินพอแล้ว วันนี้แหละที่ทุกอย่างต้องจบลง"
ทั้งคู่ก้าวลงจากเรือสปีดโบ๊ทที่จอดซุ่มไว้ในเวิ้งโขดหินลับสายตาทางทิศตะวันตกของเกาะร้างอันดามัน มะปรางสะพายกระเป๋าหนังใบเก่งที่บรรจุศาสตร์บำบัดของเธอ ทั้งน้ำมันหอมระเหยและอุปกรณ์นวดบำบัดที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี ขณะที่ชานนท์ถือแท็บเล็ตเข้ารหัสระดับสูงและอุปกรณ์สื่อสารพิเศษที่ต่อตรงถึงเวย์และทีมสนับสนุนภายนอก
เส้นทางเดินเท้าเข้าสู่ใจกลางเกาะเต็มไปด้วยป่ารกชัฏและแมกไม้หนาทึบ บรรยากาศเงียบสงัดจนน่ากลัว มีเพียงเสียงลมพายุที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะเตือนถึงลางร้าย ทั้งคู่เดินลัดเลาะไปตามแนวป่าอย่างระมัดระวัง กระทั่งก้าวเข้าสู่แนวเขตลานกว้างหน้าคฤหาสน์โบราณ
"หยุดอยู่ตรงนั้น! อย่าขยับ!"
เสียงตวาดหยาบกระด้างเป็นภาษาอังกฤษดังขึ้นพร้อมกับเสียงขึ้นลำกล้องปืนสงคราม ร่างของทหารรับจ้างต่างชาติในชุดลายพรางห้าคนโผล่ออกมาจากพุ่มไม้รอบทิศทาง ปลายกระบอกปืนไรเฟิลจู่โจมชี้ตรงมายังชานนท์และมะปรางอย่างคุกคาม มะปรางสะดุ้งตัวโยนขยับเข้าใกล้ชานนท์โดยสัญชาตญาณ
ชานนท์ก้าวขึ้นมาบังร่างภรรยาไว้ครึ่งตัว ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยไม่แสดงอาการสะทกสะท้าน เขายกมือสองข้างขึ้นช้าๆ ในมือขวาถือแท็บเล็ตที่หน้าจอแสดงกราฟิกสถานะการทำธุรกรรมการเงินสีเขียววาบ
"ฉันรู้ว่าพวกแกทำงานเพื่อเงิน" ชานนท์เอ่ยเสียงเรียบเด็ดขาดเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงเป๊ะ "และในแท็บเล็ตนี้คือบัญชีเอสโครว์ ที่จ่ายเงินค่าจ้างพวกแกทั้งหมดผ่านระบบบล็อกเชนลับ... ซึ่งตอนนี้ฉันกด 'ระงับชั่วคราว' ไว้แล้ว หากตัวเลขสีเขียวนี่เปลี่ยนเป็นสีแดง บัญชีของพวกแกจะถูกแช่แข็งถาวรทันที และเงินร้อยล้านดอลลาร์จะระเหยกลายเป็นอากาศ"
หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างซึ่งเป็นชายร่างยักษ์มีรอยแผลเป็นที่แก้มขมวดคิ้วแน่น เขารีบยกเครื่องสื่อสารส่วนตัวขึ้นมาเช็คสถานะบัญชีก่อนจะสบถคำหยาบออกมา แววตาของมันเปลี่ยนเป็นความลังเลและเคร่งเครียด
"แกต้องการอะไร?" หัวหน้าทหารรับจ้างถามเสียงต่ำ
"พาพวกเราเข้าไปพบรัญชิดาโดยที่เมียของฉันต้องปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน เมื่อพวกเราคุยกันเสร็จและก้าวออกจากเกาะนี้ เงินทั้งหมดจะถูกโอนเข้าบัญชีพวกแกทันทีโดยไม่มีการหักแม้แต่เซนต์เดียว" ชานนท์ยื่นข้อเสนออย่างเหนือชั้น
หัวหน้าทหารรับจ้างหรี่ตามองชานนท์ ก่อนจะพยักหน้าส่งสัญญาณให้ลูกน้องลดปืนลง "ตกลง... แต่พวกแกต้องส่งอาวุธและแท็บเล็ตนั่นมาให้ฉันคุมไว้"
ชานนท์ส่งแท็บเล็ตและปืนพกกระบอกสั้นที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อนอกให้ทหารรับจ้าง จากนั้นพวกมันจึงคุมตัวชานนท์และมะปรางเดินตรงเข้าสู่คฤหาสน์ร้างกึ่งโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
ตัวคฤหาสน์เป็นสถาปัตยกรรมยุคโคโลเนียลที่ผุพังตามกาลเวลา เถาวัลย์พันเกี่ยวเลื้อยขึ้นตามเสาปูนสีขาวที่กะเทาะจนเห็นเนื้อใน ประตูบานคู่ขนาดใหญ่ถูกเปิดอ้าไว้ราวกับปากสัตว์ร้ายที่รอเขมือบเหยื่อ เมื่อก้าวเท้าผ่านธรณีประตู สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือกลิ่นอายความเย็นชื้นผสมปนเปกับกลิ่นน้ำมันหอมระเหยสูตรพิเศษ... มันคือกลิ่นกุหลาบดำผสมสารปลุกเร้าอารมณ์ราคะที่เข้มข้นจนมะปรางรู้สึกรุ่มร้อนและหน้ามืดไปชั่วขณะ
ทั่วทั้งห้องโถงกว้างใหญ่ถูกประดับตกแต่งด้วยดอกกุหลาบสีดำสนิทที่แห้งเหี่ยวและส่งกลิ่นหอมชวนฝัน ร่างสองร่างเดินนวยนาดลงมาจากบันไดวนหรูหรากลางห้องโถง
"ยินดีต้อนรับสู่แดนประหารของเธอ... อีหนูมะปราง"
น้ำเสียงแหลมสูงแฝงความสะใจดังขึ้น เจ้าของเสียงคือ **รัญชิดา** ในชุดบอดี้สูทหนังรัดรูปสีดำสนิทเน้นหน้าอกอวบอิ่มล้นทะลักและเอวคอดกิ่ว ในมือเรียวถือแส้หนังเส้นยาวสีแดงเพลิง ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเข้มจัด แววตาสะท้อนความคลั่งแค้นปนตัณหาอย่างปิดไม่มิด ข้างกายของเธอคือ **ซายากะ** อดีตสายลับสาวญี่ปุ่นที่สวมเพียงเสื้อคลุมผ้าไหมซาตินสีแดงบางเบา เผยให้เห็นเต้าอกคู่โตและร่องรักกึ่งเปลือยสะกดสายตา
"รัญชิดา! ซายากะ!" มะปรางอุทานเสียงแผ่วจ้องมองอดีตคู่ปรับด้วยความระแวดระวัง
"คิดถึงฉันไหมล่ะคะ? อดีตหมอนวดเบอร์หนึ่งแสนดี..." รัญชิดาเดินหัวเราะร่วนลงมาหยุดอยู่ตรงหน้ามะปราง ใช้ปลายแส้หนังเย็นเฉียบไล้ไปตามโครงหน้าหวานของมะปรางช้าๆ "อุ๊ย... ตัวสั่นเชียว กลัวเหรอจ๊ะ? หรือว่า... กลิ่นน้ำมันกามารมณ์สูตรใหม่ของฉันมันทำให้เธออยากจนตัวสั่นกันแน่?"
"อย่าแตะต้องเมียของฉัน!" ชานนท์คำรามก้าวเข้าขัดขวาง แต่กลับถูกทหารรับจ้างสองคนกดไหล่และจับกุมตัวไว้แน่น
"ชานนท์... ผัวสุดที่รักของแกยังอวดเก่งเหมือนเดิมเลยนะ" รัญชิดาปรายตามองชานนท์ด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะชูข้อมือซ้ายขึ้นมา หน้าจออิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กบนสายรัดข้อมือแสดงตัวเลขชีพจรและการนับถอยหลังสีแดงเตือน "แกเห็นนี่ไหม? อุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณชีพจรของฉัน... หากชีพจรของฉันดับลง หรือถ้าพวกแกเล่นตลกคิดหนี ระเบิดเวลาแรงสูงที่ฉันแอบติดตั้งไว้ที่สปาสาขาใหญ่ของพวกแกในกรุงเทพฯ นิวยอร์ก ปารีส และโตเกียว จะระเบิดพินาศเป็นจุณพร้อมกันทันที! คนงานและลูกค้าของแกจะตายตกไปตามกัน!"
มะปรางและชานนท์เบิกตากว้าง ความกังวลแล่นพล่านเข้ามาในสมองทันที รัญชิดาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งสะใจเมื่อเห็นแววตาหวั่นวิตกของทั้งคู่
"แต่ฉันไม่ฆ่าพวกแกง่ายๆ หรอก... มันน่าเบื่อเกินไป" รัญชิดาเดินวนรอบตัวมะปราง สายตาโลมเลียจับจ้องสะโพกผายและทรวงอกคัพ E ของมะปรางอย่างจงใจ "ฉันต้องการเห็นคนดีอย่างเธอโดนป่นปี้... ฉันต้องการเห็นสีหน้าสิ้นหวังของไอ้ชานนท์เวลาที่มันเห็นเมียรักของมันต้องคลานเข่าร้องอ้อนวอนกราบเท้าฉันเหมือนสุนัขร่านรัก!"
รัญชิดาหันไปส่งสายตาให้ซายากะและทหารรับจ้าง "พาตัวไอ้ชานนท์ไปขังไว้ในห้องกระจกควบคุมทิศใต้! มัดมันไว้กับเสาเหล็กให้แน่น... ให้มันได้ดูการแสดงประชันศาสตร์รัก BDSM ของฉันกับเมียมันแบบชัดๆ เต็มตา!"
"ปล่อยพี่นนท์นะ! รัญชิดา! แกมันบ้าไปแล้ว!" มะปรางหวีดร้องพยายามจะเข้าไปช่วยสามี แต่ถูกซายากะและทหารรับจ้างอีกคนเข้ามาจับกุมตัวไว้แน่น
ชานนท์ดิ้นรนสุดชีวิต ทว่าด้วยกำลังทหารรับจ้างร่างยักษ์หลายคนทำเอาเขาถูกลากตัวเข้าไปในห้องกระจกนิรภัยหนาพิเศษที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม ร่างสูงสง่าถูกมัดตรึงไว้ด้วยโซ่เหล็กหนาเข้ากับเสาปูนแน่นหนา ทหารรับจ้างล็อคกุญแจมือเขากับท่อเหล็ก ชานนท์ทำได้เพียงส่งเสียงคำรามต่ำผ่านกระจกหนาจ้องมองภรรยาด้วยความห่วงใยสุดซึ้ง
รัญชิดาหันกลับมาประจันหน้ากับมะปราง แววตาของเธอลุกโชนด้วยไฟแห่งตัณหาและความแค้น เธอสะบัดแส้หนังแดงเพลิงฟาดลงบนพื้นเสียงดัง *เพียะ!* จนฝุ่นฟุ้งกระจาย
"เอาล่ะ... อีหนูมะปราง" รัญชิดาย่างสามขุมเข้ามาหา หญิงสาวหยิบขวดน้ำมันหอมระเหยอุ่นสีกุหลาบเลือดในกระเป๋าของมะปรางขึ้นมาเปิดช้าๆ "เรามาเริ่มพิธีลงทัณฑ์กันดีกว่า... ฉันจะทำให้เธอร้องอ้อนวอนขอเศษความเสียวซ่านจากฉัน จนผัวของเธอต้องหลั่งน้ำตาตายคาโซ่ตรวน!"
มะปรางกำหมัดแน่น แววตาสั่นระริกแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นท้าทายจ้องมองหน้าของรัญชิดากลับอย่างไม่ยอมแพ้ การเผชิญหน้าครั้งสำคัญที่จะชี้ชะตาชีวิตและความรักของพวกเขาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
*(มะปรางจะเอาตัวรอดจากการลงทัณฑ์ BDSM สุดป่าเถื่อนของรัญชิดาได้อย่างไร? ติดตามต่อในตอนต่อไป...)*