หลังจากสายฟ้านั้นหายไปท้องฟ้าสว่างไสวขึ้นอีกครั้ง แสงแดดในยามอรุณรุ่งสาดสีทองเบาบางสายตาของนักพรตเทพพลันปะทะเข้ากับร่างหนึ่ง
“พวกเ้าดู! ในสระน้ำแห่ง์ของข้า”น้ำเสียงของจูเิสั่นนิดๆ ด้วยความตื่นเต้น
บนอารามแห่งนี้มิใช่ที่เด็กหญิงจะวิ่งขึ้นมาได้เล่นได้แล้วร่างที่นอนหงายอยู่ตรงหน้าอารามมาจากที่ใด?
“ท่านอาจารย์นั่นมันเด็กนี่ขอรับ?” ซู่เยว่ว่องไวกว่ากงเชาเขารีบวิ่งเข้าไปดูใกล้ๆใช้นิ้วอังจมูกและแตะที่คอของนาง “ยังไม่ตาย เด็กยังไม่ตาย”
เขาอุ้มเด็กหญิงในชุดสีชมพูตัดเย็บด้วยผ้าไหมปักดอกไม้เล็กๆที่ชายกระโปรงขึ้นมาแล้วรีบอุ้มเข้าไปวางบนเตียงไม้นั่งเล่นของนักพรตเทพ
“เนื้อตัวของนางเปียกปอนเหมือนกับจมน้ำมาจู่ๆ นางมาจากที่ใดกัน? สระน้ำของข้าก็ตื้นและเล็กแค่นั้น”จูเิมองเด็กหญิงที่นอนหมดสติและหันกลับไปมองสระที่เขาเรียกเสียสวยหรูว่า“สระ์”
มันเป็แอ่งน้ำที่ลึกเพียงแค่หัวเข่ามีความกว้างเท่าเตียงนอนขนาดใหญ่หลังหนึ่งเท่านั้นเขาให้ลูกศิษย์สองคนขุดดินที่ลานหน้าอารามแล้วไปเก็บเอาก้อนหินขนาดเท่าสองกำปั้นโอบมาจำนวนหนึ่งล้อมทำเป็ขอบเอาดินเลนมาใส่ก้นแอ่งแล้วนำกอบัวมาปลูกเพื่อให้ครบถ้วนตามตำราที่เขาเพิ่งได้มาใหม่หากจะทำพิธีเปิดทางส่องิญญาต้องมีสระน้ำอยู่หน้าแท่นพิธี
ทว่าอารามของเขาอยู่บนเขาหงส์แห่งนี้นอกจากน้ำตกที่อยู่ห่างออกไปประมาณหนึ่งลี้แล้วก็ไม่มีสระน้ำอื่นหากจะไปทำพิธีที่น้ำตกก็จะผิดเงื่อนไขที่คัมภีร์เขียนไว้จูเิจึงได้ขุดสระ์แห่งนี้ขึ้นเพราะอารามของเขาด้านหลังติดูเาเบื้องหน้าเป็ลานกว้างและห่างออกไปอีกไม่ไกลก็เป็หน้าผาสูงชัน
“เสี่ยวเชาเ้าไปเอาผ้าแห้งมาสองผืน ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเปียกออกให้นางก่อนไม่เช่นนั้นนางต้องตายแน่”
กงเชาเร่งฝีเท้าเข้าไปหยิบออกมาตามคำสั่งซู่เยว่ใช้ผ้าแห้งผืนหนึ่งคลุมร่างเด็กหญิงไว้แล้วก็ล้วงมือเข้าไปค่อยๆถอดเสื้อผ้าทั้งหมดออกให้นาง
“พี่เยว่เด็กคนนี้เหตุใดจึงสวมรองเท้าข้างเดียวเล่า?”กงเชาถอดรองเท้าสีชมพูที่มีลายปักเป็รูปดอกไม้แบบเดียวกันกับชุดกระโปรงของนางออกวางไว้ข้างเท้าตนเอง
“เอาไว้นางตื่นเดี๋ยวเราก็รู้เอง”จูเิรีบสรุป
เมื่อซูเยว่ถอดเสื้อผ้าให้เด็กหญิงหมดแล้วก็ยื่นส่งให้กงเชาเอาไปผึ่งไว้จากนั้นใช้ผ้าแห้งซับตามเนื้อตัวให้นางเบาๆ ก่อนจะใช้ผ้าอีกผืนวางทับลงไปแล้วดึงผืนที่เปียกออก
“เ้ารีบไปต้มยานางตื่นมาจะได้ดื่ม ห่อที่ข้างเขียนไว้ว่าแก้หวัดนะ”
กงเชารับคำแล้วรีบไปจัดการด้วยความเป็ห่วงเด็กหญิงที่นอนหน้าซีดหน้าเซียวกงเชามีน้องสาววัยเดียวกับเด็กคนนี้แต่ยามนี้ไม่รู้ว่าน้องสาวของเขาไปตกระกำลำบากอยู่ที่ใด?
นักพรตจูเิเห็นว่าศิษย์ของตนดูแลเด็กหญิงได้เรียบร้อยดีและซู่เยว่ยืนยันว่านางปลอดภัยแล้วจึงเดินออกไปตรวจตราบริเวณที่พบร่างเด็กหญิงนอนหงายอยู่
‘นางขึ้นมาได้อย่างไรกัน?ไม่มีรอยเท้าที่แสดงว่านางแอบขึ้นมาที่นี่เลยสักนิด’
นับั้แ่เริ่มทำพิธีฝนเริ่มปรอยสายเมฆดำตั้งเค้าทะมึนมาแต่ไกล ในเมื่อพื้นเปียกหากเด็กหญิงแอบขึ้นมาก็แล้วแสร้งนอนบนพื้นข้างสระ์อย่างน้อยก็น่าจะเหลือรอยเท้าไว้บ้างเพราะตอนที่พวกเขาทั้งสามเห็นนางนอนอยู่ฝนหยุดตกแล้วสายฝนย่อมมิได้ชะล้างรอยเท้านางไป
แต่...ไม่มี
ไม่มีแม้สักรอย
นักพรตจูเิชะงักอยู่ครู่หนึ่ง‘หรือว่านางจะมาตามที่ข้าทำพิธี’นึกได้เช่นนั้นนักพรตหนุ่มก็รีบวิ่งกลับเข้าไปพลิกคัมภีร์เมื่อครู่ออกหาหน้าที่ตนเองท่องคาถาทันที
‘พิธีเปิดทางิญญา’หากว่าผู้ใดที่อยู่ใกล้บริเวณทำพิธีมีดวงชะตาพลิกผันรุนแรงอาจจะเกิดการสับเปลี่ยนเอาิญญาที่ชะตาแข็งแกร่งกว่าเข้ามาแทนที่แต่ิญญาที่สับเปลี่ยนกันนี้สามารถกลับคืนร่างเดิมได้ในภายหลังเมื่อดวงชะตาของแต่ละฝ่ายต่างก็ดีขึ้นแล้ว
พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!
ไม่มี...ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติมใดๆนักพรตจูเิถึงกับยืนนิ่ง
“ไม่เห็นจะมีบอกเลยว่าจะเรียกคนมาได้ด้วย”
ซู่เยว่ที่เช็ดผมให้เด็กหญิงจนแห้งแล้วหันกลับมามองอาจารย์ของตนที่ดูวุ่นวายอยู่กับตรวจสระ์และคัมภีร์บนแท่นพิธี
“เป็อย่างไรหรือขอรับ?ตกลงว่าท่านอาจารย์ทำพิธีอะไรกันจึงทำให้เด็กหญิงคนนี้โผล่มาหาพวกเราได้”
“เ้าก็คิดเหมือนข้านางไม่น่าจะแอบขึ้นมาบนอารามเทพของเราได้”
“ข้าก็เห็นเหมือนท่านอาจารย์ขอรับหลังจากฟ้าผ่าแล้วร่างนางจึงปรากฏขึ้นนี่ก็น่าจะเป็เพราะคาถาพวกนั้นที่ท่านอาจารย์สวดเป็แน่” ซูเยว่ชะโงกดูคัมภีร์ในมือของจูเิที่เขียนไว้ด้วยตัวอักษรประหลาดที่เขาอ่านไม่ออก
นักพรตจูเิยิ้มกว้างเขาแทบไม่อยากเชื่อว่าเขาสามารถสวดคาถาเรียกเอาตัวคนผู้หนึ่งให้มาอยู่ตรงหน้าได้
“หรือว่าข้าสวดคาถานี้แล้วสามารถเรียกเอาคนมาปรากฏตัวตรงหน้าได้”
“ท่านอาจารย์ขอรับนางเป็เด็กหญิง ซ้ำยังมาแบบป่วยๆ อีกต่างหากเหมือนคนจมน้ำแล้วท่านเรียกมาได้”
ซูเยว่หันไปมองเด็กหญิงอย่างอ่อนอกอ่อนใจหากท่านอาจารย์เรียกเอาหญิงสาวเลอโฉมมาได้เขาก็คงจะปรบมือยินดีไปแล้ว แต่เมื่อจ้องไปยังร่างเล็กๆที่เขาใช้ผ้าแห้งผืนใหญ่ห่อเอาไว้ครู่หนึ่งก็พลันนึกขึ้นได้
“จริงสิท่านอาจารย์หากว่าการที่ท่านสวดคาถานี้แล้วเป็การช่วยชีวิตเด็กน้อยผู้นี้เอาไว้เล่า?ท่านก็ต้องมีความดีความชอบ ดูจากเสื้อผ้าและรองเท้าของนางน่าจะเป็บุตรีคหบดีหรือไม่ก็ขุนนางใหญ่นะขอรับ”
นักพรตจูเิตาลุกวาว “อืม...ความคิดเ้าดีจริงๆถ้าเช่นนั้นเราก็รอให้นางตื่นเมื่อพักฟื้นจนร่างกายหายดีแล้วเราก็ค่อยเอานางไปส่งที่บ้าน อย่างนี้เราก็คงจะทำเงินได้ไม่น้อย”
สองศิษย์อาจารย์มองหน้ากันอย่างมีความหวังอารามเทพที่พวกเขาตั้งชื่อเสียสวยหรู ความจริงก็เป็แต่เพียงเรือนขนาดเล็กห้องเดียวที่เอาไว้ทำพิธีทดสอบคาถาต่างๆที่นักพรตจูเิแอบศึกษาป้ายที่อยู่เลยตีนเขามาไม่ไกลนั้นพวกเขายอมทุ่มเงินจ้างบัณฑิตลายมืองดงามในเมืองหลวงเขียนใส่แผ่นไม้แกะสลักไปตั้งไว้อวดอ้างผู้คนแต่ไม่เคยยอมให้ผู้ใดขึ้นมาบนอารามทั้งนั้นเพราะเกรงความจริงจะเปิดเผย
ซูเยว่จะคอยบอกกับผู้ที่้าจะว่าจ้างนักพรตเทพว่าข้างบนมีภูตผีิญญาจำนวนมากคอยดูแลอยู่ไม่เหมาะที่คนทั่วไปจะขึ้นไปในเมื่อเห็นเพียงป้ายก็รู้สึกศรัทธาแล้วนักพรตเทพนามจูเิและศิษย์ทั้งสองจึงทำมาหากินมาได้อยู่เนืองๆ
แม้ชาวบ้านบางส่วนจะเคยจับได้ว่าพวกเขาก็แค่คนหลอกลวงแต่คนอีกส่วนหนึ่งกลับเชื่อมั่นว่า นักพรตจูเิ คือ เซียนผู้หนึ่ง
***************************

