“แบบนั้นก็ดี แบบนั้นก็ดี”
เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าของอู่เหมิงเอินถึงเริ่มดูดีขึ้นมาบ้าง ก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่นว่า“หากยังต้องมอบรางวัลที่ทางสถาบันเราเตรียมมาอย่างพิถีพิถันให้กับไอ้พาลาดินขยะนั่นอีกตัวผมคงจะอดใจไม่ไหวจนต้องลงมือฆ่ามันทิ้งซะเอง”
“คุณนี่ก็...”
หลินรั่วเยวียนได้ยินดังนั้นก็หลุดหัวเราะออกมาพลางเอ่ยเตือน“เหล่าอู่ คุณก็อายุอานามขนาดนี้แล้วทำไมอารมณ์ยังร้อนเหมือนสมัยหนุ่มๆ อยู่อีก?”
พูดถึงตรงนี้เขาก็ก้าวเข้าไปตบไหล่อู่เหมิงเอินเป็นการปลอบใจ“วางใจเถอะ ก็แค่พาลาดินที่เป็นอาชีพสายสนับสนุนคนหนึ่งเท่านั้นไม่มีปัญญาทำอะไรได้มากหรอก”
...
อีกด้านหนึ่งณ พื้นที่มิติว่างเปล่าซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบันจิงหัว
“ท่านคณบดี ท่านมีความเห็นยังไงบ้างครับ?”
ลั่วฉางเกอมีสีหน้าตกตะลึงไม่แพ้กันเห็นได้ชัดว่าเขาเองก็เห็นการปะทะกันช่วงสั้นๆระหว่างลู่เซิ่งและหวังเทียนอีเมื่อครู่
“ลู่เซิ่งคนนี้ถึงกับสามารถปะทะซึ่งหน้ากับผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดอย่างหวังเทียนอีได้โดยไม่เพลี่ยงพล้ำท่านคิดว่าเขาตั้งใจปกปิดความสามารถที่แท้จริงไว้หรือเปล่าครับ?”
ลั่วฉางเกออดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามพลางเหลือบมองฟางเทียนสิงที่นั่งนิ่งสงบดั่งขุนเขาอยู่ข้างกาย
“เรื่องนี้... ฉันเองก็ดูไม่ออกเหมือนกัน”
ฟางเทียนสิงตอบด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“อะไรนะ? แม้แต่ท่านคณบดีก็ยังดูไม่ออกงั้นเหรอ?”
ลั่วฉางเกอขมวดคิ้วมุ่นทันที
“ไอ้หนูนี่ จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยใช้สกิลของพาลาดินเลยสักอย่างเกือบทั้งหมดอาศัยสัตว์พาหนะที่ขี่อยู่ในการต่อสู้ จากภาพรวมแบบนี้อย่าว่าแต่ฉันเลย ต่อให้พวกผู้อาวุโสจากวิหารเทพสงครามมาเองก็เกรงว่าจะดูพื้นเพของไอ้หนูนี่ไม่ออกเหมือนกัน...” ฟางเทียนสิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจนปัญญา
“นี่มัน...”
ลั่วฉางเกอได้ฟังก็เริ่มได้สติเขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าตั้งแต่การสอบเริ่มต้นขึ้นลู่เซิ่งเอาแต่ใช้พลังของออสการ์มาโดยตลอด ส่วนตัวเขาเองแม้แต่สกิล‘รัศมีศักดิ์สิทธิ์’ ก็ยังไม่เคยใช้เลยสักครั้ง
“แต่มีเรื่องหนึ่งที่ฉันมั่นใจได้เต็มร้อย”
ตอนนั้นเองฟางเทียนสิงก็เอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยสีหน้าลึกลับ
“เรื่องอะไรครับ”
ลั่วฉางเกอเห็นท่าทางแบบนั้นก็รีบถามด้วยความอยากรู้ทันที
“สัตว์พาหนะที่ไอ้หนูนั่นขี่อยู่ ไม่ธรรมดาแน่นอน”
ฟางเทียนสิงเน้นเสียงหนักแน่นทำเอาลั่วฉางเกอที่อยู่ข้างๆ ถึงกับยืนอึ้งตาค้างกว่าจะตั้งสติได้ก็ผ่านไปครู่ใหญ่
“บ้าเอ๊ย มันแน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? เรื่องแค่นี้ไอ้โง่ที่ไหนก็ดูออกมั้งครับ”
ลั่วฉางเกออดไม่ได้ที่จะมองบน
ก็เพราะคำพูดของฟางเทียนสิงเมื่อครู่มันประหลาดเกินไปพูดแบบนี้ออกมาต่างอะไรกับไม่ได้พูด...
“เอาเถอะ พวกเราอย่ามาเดาสุ่มกันอยู่ที่นี่เลยสู้รอดูผลงานของเขาในการสอบรอบนี้ก่อนดีกว่า”
ในที่สุดฟางเทียนสิงก็โบกมือพลางเอ่ยเสียงต่ำ “อย่างที่เขาว่ากันเรื่องแบบนี้อาจเกิดขึ้นได้หนึ่งหรือสองครั้ง แต่จะไม่มีครั้งที่สามหรือสี่หากลู่เซิ่งคนนี้ยังข่มสี่ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดได้อีกในการสอบรอบที่สองละก็...”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ฟางเทียนสิงไม่ได้พูดต่อให้จบ แต่กลับเงยหน้าขึ้นพร้อมกับประกายตาที่วับวาว
...
นครจิงตูสนามสอบระดับชาติ ภายในดินแดนลับรกร้าง
ลู่เซิ่งอาศัยแผนที่แดนลับนำทางโดยแทบไม่ต้องเสียแรงอะไรเลยเขาก็สามารถมาถึงพื้นที่แรกของดินแดนลับรกร้างได้สำเร็จ นั่นคือเขตมอนสเตอร์ทั่วไป
ทว่าทันทีที่เขามาถึงพื้นที่นี้แม้จะยังไม่ทันได้ยืนให้มั่นคง เขาก็ต้องพบกับภาพที่ประหลาดสุดขีด
“ถอยไป ตรงนี้ฉันมาก่อน”
“ใครบอกแกว่ามาก่อนแล้วจะเป็นที่ของแกวะ?”
“อะไรวะ นี่แกตั้งใจหาเรื่องกันใช่ไหม?”
“แล้วจะทำไมล่ะ?”
“ไอ้เวรเอ๊ย”
“แม่แกสิ...”
เปรี้ยง!
ภาพที่เห็นคือเหล่าผู้ใช้อาชีพจำนวนมากกระจายตัวอยู่ตามป่าทึบโดยรอบทุกคนต่างพากันแย่งชิงมอนสเตอร์กันอย่างบ้าคลั่งราวกับเดิมพันด้วยชีวิตบางคนถึงขั้นพูดจาไม่เข้าหูลงมือสู้กันทันที เมื่อมองออกไปพื้นที่ทั้งหมดนี้มีผู้เข้าสอบรวมตัวกันอยู่อย่างน้อยหลายหมื่นคนมืดฟ้ามัวดินจนเห็นแต่หัวคนเบียดเสียดกันไปหมด เป็นภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของคำว่า‘คนเยอะกว่ามอนสเตอร์’
“เอ่อ... นายท่าน ที่นี่ครึกครื้นจังเลยนะขอรับ”
เมื่อเห็นภาพนี้แม้แต่ออสการ์ที่เป็นถึงเผ่ามังกรก็ยังอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“หึๆ ที่นี่เป็นเขตมอนสเตอร์ทั่วไปผู้เข้าสอบส่วนใหญ่มีความสามารถพอที่จะสังหารมอนสเตอร์ระดับนี้ได้ด้วยตัวคนเดียวการแข่งขันมันต้องดุเดือดเป็นธรรมดาอยู่แล้ว”
ลู่เซิ่งไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจมากนักเพราะตั้งแต่ตอนที่หลี่ชิวซานประกาศกฎการสอบ เขาก็คาดการณ์เรื่องทั้งหมดนี้ไว้แล้ว
ในจังหวะนั้นเองมอนสเตอร์ร่างแคระตัวหนึ่งก็บังเอิญเกิดใหม่ขึ้นมาตรงหน้าลู่เซิ่งพอดี
ลู่เซิ่งใช้ทักษะตรวจสอบใส่เจ้ามอนสเตอร์ตัวนั้นตามสัญชาตญาณทันที
[เป้าหมาย: สุนัขล่าเนื้อแดนร้าง]
[เผ่าพันธุ์: สัตว์ป่า]
[เลเวล: 200]
[ค่าพลังชีวิต: 6,220]
[ค่ามานา: 1,450]
[ระดับดาวพลังรบ: 490 ดาว]
[สกิลเฉพาะ: เสียงคำรามบั่นทอน]
...นี่คือสัตว์ป่าผู้อ่อนแอที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง!
...
“มอนสเตอร์ขยะจริงๆ”
เมื่อมองดูค่าสถานะพื้นฐานของมอนสเตอร์ตัวนี้ลู่เซิ่งก็เบะปากอย่างเหยียดหยาม และคร้านจะเข้าไปลงมือฆ่ามัน
เพราะมอนสเตอร์ทั่วไปแบบนี้ฆ่าหนึ่งตัวได้คะแนนแค่ 10 แต้มแถมยังต้องไปแย่งกับคนกลุ่มใหญ่ ดีไม่ดีอาจจะกลายเป็นการปะทะกันเอง
ถึงลู่เซิ่งจะไม่กลัวการปะทะกับคนอื่น
แต่ก็อย่างที่บอกทุกคนต่างก็เป็นคนในชาติเดียวกัน อะไรที่เลี่ยงการทะเลาะกันเองได้ก็ควรเลี่ยง
เมื่อคิดได้ดังนี้ลู่เซิ่งจึงออกคำสั่งกับออสการ์อีกครั้ง
“ไปเถอะ พวกเราเข้าไปดูข้างในต่อกัน”
“ขอรับ นายท่าน”
เมื่อได้รับคำสั่งออสการ์ก็เริ่มออกเดินอีกครั้งร่างอันใหญ่โตของมันเคลื่อนผ่านป่าทึบที่สลับซับซ้อนไปมาไม่นานนักก็ผ่านเขตมอนสเตอร์ทั่วไปและมาถึงพื้นที่ที่สองของดินแดนลับรกร้างได้สำเร็จ ซึ่งก็คือ‘เขตมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่ง’
เมื่อเข้าสู่เขตมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งจำนวนผู้ใช้อาชีพโดยรอบก็ลดลงไปเกินครึ่งทันที
ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนรวมตัวกันล่ามอนสเตอร์อยู่ที่นี่นับหมื่นคน
เพราะมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งก็ยังถือว่าเป็นมอนสเตอร์ตามธรรมชาติชนิดหนึ่งไม่ว่าจะเป็นค่าสถานะหรือพลังรบก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรนักผู้ใช้อาชีพส่วนใหญ่จึงยังมีความสามารถที่จะสังหารพวกมันได้ด้วยตัวคนเดียว
ลู่เซิ่งมองสำรวจไปรอบๆด้วยความอยากรู้อีกครั้ง และไม่นานเขาก็พบมอนสเตอร์เฉพาะถิ่นของพื้นที่นี้
[เป้าหมาย: หมาป่ามารแดนร้าง]
[เผ่าพันธุ์: สัตว์ป่า]
[เลเวล: 200]
[ค่าพลังชีวิต: 9,824]
[ค่ามานา: 4,450]
[ระดับดาวพลังรบ: 580 ดาว]
[สกิลเฉพาะ 1: เสียงคำรามบั่นทอน]
[สกิลเฉพาะ 2: ขย้ำรุนแรง]
...นี่คือสัตว์ป่าที่แข็งแกร่งและมีนิสัยดุร้ายโดยธรรมชาติ!
...
“มอนสเตอร์ที่นี่เหมาะกับการฆ่ายกฝูงดีนะ”
เมื่อเห็นค่าสถานะพื้นฐานของมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งขึ้นลู่เซิ่งก็อดไม่ได้ที่จะมองตาเป็นประกาย
นั่นก็เพราะออสการ์คือมังกรต้องห้ามสกิลของมันย่อมมีคุณสมบัติโจมตีเป็นวงกว้างอยู่แล้ว
ซึ่งหมายความว่าทุกครั้งที่ออสการ์ปล่อยสกิล มันจะสามารถโจมตีเป้าหมายหลายตัวได้พร้อมกัน
ภายใต้เงื่อนไขนี้หากมีมอนสเตอร์จำนวนมากมาอยู่ตรงหน้าลู่เซิ่งเขาก็สามารถอาศัยคุณสมบัติโจมตีหมู่ของสกิลออสการ์ในการกวาดล้างมอนสเตอร์เป็นฝูงๆเพื่อเก็บคะแนนให้ทัดเทียมกับสี่ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดได้
และมอนสเตอร์ในเขตมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งนี้นอกจากเลือดจะไม่สูงแล้ว พลังรบก็ยังงั้นๆเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการให้ออสการ์ได้สำแดงพลัง
ติดอยู่เพียงอย่างเดียวคือผู้เข้าสอบในเขตมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งนี้ก็ยังถือว่าเยอะเกินไปมอนสเตอร์เกิดมาไม่ถึงสามวินาทีก็ถูกคนอื่นชิงตัดหน้าไปก่อนแล้วจึงไม่มีทางที่จะรวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมากได้เลย