บทที่ 33
“อุ้ย!! ท่านภาม! ทำอะไรเจ้าคะ” เมมี่อุทานอย่างตกใจหลังจากการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม เนื่องจากเมื่อวานได้เลิกงานเร็ว เมมี่ก็ตื่นแต่เช้าด้วยความสดชื่น ตั้งใจจะออกมาย่างเนื้อนกคัลเลอร์เบิร์ดเป็นมื้อเช้าให้ทุกคน คิดไม่ถึงว่า เมื่อเธอเดินเข้ามาในห้องครัว กลับพบว่ามีคนตื่นก่อนเธอแล้ว “เมื่อวานเห็นน้าอลันจับนกคัลเลอร์เบิร์ดมา ข้าอยากกิน เลยตื่นมาย่างเนื้อน่ะ” ภามตอบ“มาเจ้าค่ะ ข้าจัดการให้เอง ทีหลังหากท่านต้องการทานอะไรเป็นพิเศษบอกข้าได้เลยนะเจ้าคะ ท่านไม่ต้องลงมือทำเองหรอกเจ้าค่ะ” เมมี่รีบเข้าไปช่วยย่างเนื้อต่อจากภามทันที“แล้วคนอื่นๆ ตื่นกันหรือยัง” ภามเอ่ยถาม ขณะที่ยอมยื่นไม้ย่างเนื้อในมือให้เมมี่“ตื่นกันหมดแล้วเจ้าค่ะ อลันตื่นก็รีบออกไปไล่นกคัลเลอร์เบิร์ดที่หน้าบ้านก่อนเลยเจ้าค่ะ สงสัยกลัวอามินออกไปไล่แล้วจะได้แผลกับมาอีก” เมมี่กล่าวถึงสามีแล้วก็ยิ้มออกมา“แล้วแผลคราวก่อนของอามินเป็นอย่างไรบ้าง”“ดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ ไม่ได้เป็นอะไรมาก ขอบคุณท่านภามที่เป็นห่วง” เมมี่ตอบ พร้อมกับโค้งศีรษะให้เล็กน้อย“ดีแล้วล่ะ” ภามกล่าว พยักหน้าแล้วเดินไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร ขณะที่นั่งรออาหารเช้า ภามมองออกไปนอกหน้าต่าง บ้านกลางป่าที่มีธรรมชาติล้อมรอบเช่นนี้ สายลมยามเช้าที่พับผ่านหน้าต่างเข้ามาปะทะหน้า ได้กลิ่นดิน กลิ่นหญ้าจากความชื้นของน้ำค้าง ชวนให้รู้สึกสดชื่นไม่น้อย เขากวาดสายตาไปเรื่อยๆ จนมาหยุดที่โรงเรือน ทำให้นึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ จึงลุกจากโต๊ะ ตรงไปที่โรงเรือนทันที ในตอนแรก ภามยังไม่ได้วางแผนไว้ว่าวันนี้จะทำงานอะไรกันบ้าง แต่นึกขึ้นมาได้ว่าสองวันก่อนเขาเข้ามาดูโรงเรือน พบว่าเมล็ดงอกเร็วมาก ไม่แน่ว่าวันนี้อาจจะโตพอให้นำต้นกล้าไปปลูกลงแปลงได้แล้ว จะได้มีถาดเพาะเมล็ดเหลือไปใช้เพาะอย่างอื่นเพิ่มด้วย และจริงดังคาด เมื่อเข้ามาตรวจดูในโรงเรือน ภามก็พบว่าเมล็ดที่เพาะไว้งอกขึ้นมาต้นโตพอที่จะนำไปปลูกลงแปลงผักด้านนอกได้แล้ว เขายิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะเดินกลับไปรออาหารเช้าต่อ ภามนั่งกินเนื้อนกคัลเลอร์เบิร์ดย่างอย่างอารมณ์ดี แต่ในขณะที่กำลังดื่มด่ำกับรสชาติของมัน อยู่ก็มีเสียงเล็กๆ ดังขึ้นขัดจังหวะ “ข้าชอบเนื้อหมูป่าเมื่อวานมากกว่า” อามินพูดขึ้นขณะที่ในปากยังเคี้ยวเนื้อคัลเลอร์เบิร์ดย่างอยู่“แต่ข้าชอบเนื้อคัลเลอร์เบิร์ดมากกว่า” แอนเน่กล่าวบ้าง“เนื้อหมูป่าเรดวูดอร่อยกว่า” อามินแย้ง“ไม่จริง เนื้อคัลเลอร์เบิร์ดอร่อยกว่า” แอนเน่กล่าวต่ออย่างไม่ยอมแพ้“ไม่จริง”“เอาละๆ เด็กๆ พวกเจ้าอย่าทะเลาะกันเลย” เมมี่ปราม“แต่ข้าว่า เนื้อคัลเลอร์เบิร์ดอร่อยกว่าจริงๆ นี่นา ...ท่านว่าใช่หรือไม่เจ้าคะ ท่านภาม” แอนเน่บ่นอุบอิบเมื่อถูกเตือน แต่เนื่องจากยังไม่หายข้องใจ จึงไม่วายหันไปถามภามที่นั่งอยู่ข้างๆ“ใช่ข้าก็คิดว่าเนื้อคัลเลอร์เบิร์ดอร่อยจริงๆ” ภามพูดพร้อมกับลูบหัวแอนเน่ด้วยความเอ็นดูแอนเน่ยิ้ม นั่งยืดตัวอย่างภาคภูมิใจที่มีคนเห็นด้วย“...แต่เนื้อหมูป่าก็ไม่เลว ดีกว่าเนื้อปลาที่เจ้ากินมาจนเบื่อแล้ว จริงหรือไม่” ภามพูดต่อ ทำเอาแอนเน่หันกลับไปมอง แล้วทำแก้มป่อง ก่อนจะพยักหน้ายอมรับอย่างขัดใจเล็กน้อย หลังจากจัดการมื้อเช้า และเก็บล้างเรียบร้อย ภามก็พาทุกคนมาที่โรงเรือน เพื่อให้ทุกคนช่วยกันนำต้นกล้าที่ได้ในโรงเรือนนี้ไปปลูกลงในแปลกผักด้านนอก “ท่านภามขอรับ ข้ามีเรื่องสงสัย” อลันกล่าวถาม ขณะที่ยกถาดเพาะเมล็ดเดินออกมาจากโรงเรือนพร้อมกับภาม“เรื่องอะไรหรือ”“ในชีวิตข้า เคยปลูกผักมาไม่ใช่น้อย แต่ไม่เคยเห็นว่ามีครั้งใดที่ปลูกแล้วเมล็ดงอกทุกเมล็ดเช่นนี้ ไม่ทราบว่าท่านทำได้อย่างไรกัน” อลันถามสิ่งที่สงสัยด้วยน้ำเสียงจริงจัง“อ้อ เรื่องนั้น น่าจะเป็นเพราะเมล็ดดีน่ะ เมล็ดพวกนี้ข้าซื้อมาแพงกว่าที่ขายตามตลาดมาก แต่เป็นเมล็ดดีที่อัตรางอกสูง” ภามอธิบาย โดยมีอลันที่เดินอยู่ข้างๆ พยักหน้าไปด้วย“เช่นนั้น แล้วเหตุใด เมล็ดพวกนี้จึงงอกเร็วเช่นนี้ แถมขนาดของพวกมันยังใหญ่โตนัก หรือเป็นเพราะเมล็ดดีเท่านั้น” อลันถามต่อ เขายังจำได้ว่าวันที่เขาเข้ามารดน้ำวันแรก ตกในแทบแย่ เมื่อเห็นเมล็ดงอกในวันเดียว พอวันถัดมา เข้ามารดน้ำก็พบว่ายอดอ่อนที่งอกมานั้นโตขึ้นมาอีกเยอะเลย ไหนจะตอนรดแปลงผักด้านนอก เขาสังเกตดูแล้วขนาดของพวกมันทุกต้นดูจะใหญ่กว่าที่เขาเคยเห็นมาทั้งนั้น “เรื่องนี้ มีปัจจัยมาจากหลายอย่างรวมกัน ทั้งเมล็ด ที่ดิน ปุ๋ย รวมถึงโรงเรือนด้วย ไว้เจ้าก็ค่อยๆ ลองสังเกต และศึกษาดู” ภามตอบอย่างไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดี“ขอรับ” อลันตอบด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น เนื่องจากเข้าใจว่าภามต้องใจสอนให้ตนรู้จักสังเกต และศึกษาสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง จากนั้นทั้งห้าคนก็ช่วยกันเอาต้นกล้าออกจากถามเพาะเมล็ด ลงไปปลูกในแปลงผัก โดยเว้นระยะห่างแต่ละต้นให้เท่าๆ กัน แต่เนื่องจากการดึงต้นกล้าที่ยังขนาดไม่ใหญ่มากออกจากถาม และนำลงปลูกเป็นงานที่ค่อนข้างจะต้องใช้ความระมัดระวัง และเบามือ เพื่อไม่ให้รากต้นกล้าขาด หรือกระทะกระเทือน ดังนั้น หลังจากที่อามินกับแอนเน่พยายามทำใจนิ่งๆ นั่งทำอยู่สักพักก็เริ่มทนไม่ไหว ภามที่สังเกตเห็นอาการยุกยิกของเด็กๆ จึงกล่าวอนุญาตให้ทั้งสองไปเล่นได้ตามสบาย แต่ทั้งสองก็ยังไม่กล้าลุกขึ้นไปเล่น สุดท้ายภามจึงมอบหมายงานอื่นง่ายๆ อย่างการให้อาหารและไปอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับเจ้าดำให้แทน เด็กๆ จึงยิ้มออก และรีบวิ่งไปทางคอกม้าทันที อลันกับเมมี่มองตามร่างลูกๆ ไปอย่างยิ้มๆ ก่อนจะหันกลับมามองภามด้วยสายตาเป็นมิตร การกระทำของภามในช่วงหลายวันที่ผ่านมาอยู่ในสายตาของพวกเขาตลอด ภามดูท่าทางจะเอ็ดดูลูกของพวกเขาจริงๆ ไม่กดขี่ใช้งานพวกเขาทั้งสี่เหมือนทาส แต่กลับดูแลพวกเขาอย่างดีเหมือนคนในครอบครัว จากตอนแรกที่ระแวง ตอนนี้พวกเขากลับรู้สึกชื่นชมเจ้านายให้ใหม่นี้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว และเมื่อคิดได้ดังนั้น ทั้งอลันและเมมี่ก็ก้มหน้าตั้งใจทำงานให้ภามอย่างเต็มที่