ติ๊ง~ ต่อง~
เสียงกริ่งที่หน้าห้องดังขึ้น จีรภัทร์จึงกดปิดหน้าจอโทรศัพท์ไว้ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้อง ภาพตรงหน้าของชายหนุ่มคือสาวสวยในชุดเดรสเกาะอกสีแดง ใบหน้าเรียวสวย หน้าอกอวบอิ่มหลายร้อยซีซีที่มันใหญ่โตจนแทบจะทะลักออกมาจากใต้เดรสผืนบาง เธอยืนโปรยยิ้มสวย.. สายตาแพรวพราวพอใจกับชายหนุ่มตรงหน้าเป็อย่างมาก ในรูปบนโซเชี่ยลว่าเขาหล่อและดูดีระดับนึงแล้ว ไม่คิดว่าตัวจริงจะหล่อเหลาและหุ่นคลีน เซ็กซี่ ยั่วยวนได้มากขนาดนี้ แถมหุ่นน่าคลั่งไคล้ที่เปลือยท่อนบนโชว์ซิกแพคของเขานั้นยิ่งดูจะงานดีเกินปกไปมาก จนเธอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่นึกพึงพอใจ เธอคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เป็ฝ่ายทักมาหาเขาก่อน
จีรภัทร์ถอยออกห่างจากประตูเล็กน้อย เพื่อเปิดทางให้พริตตี้สาวสวยเข้ามาด้านในก่อนจะค่อยๆปิดประตูลง พอหันหน้ามาหาเธออีกรอบเท่านั้นแหละ ยังไม่ทันจะได้เอ่ยทักทายกันเป็ทางการอะไรดี ‘เอมิกา’ ก็รีบะโขึ้นมานั่งคาบบนเอวสอบของเขา จนคนตัวสูงรีบอ้าแขนรับตัวเธอไว้แทบไม่ทัน
จีรภัทร์ยกยิ้มมุมปากให้กับท่าท่างดูรีบร้อนอยากจะขย้ำตัวเขามากจากเอมิกา เธอกัดริมฝีปากล่างตัวเองด้วยท่าทางเซ็กซี่เพื่อยั่วยวนหนุ่มหล่อรูปร่างสมบูรณ์แบบตรงหน้า ก่อนวงแขนที่กอดคอเขาไว้อยู่นั้นจะออกแรงดึงให้เขาก้มลงมาประกบกับริมฝีปากสวยเป็กระจับของเธอทันที
เอมิการุกจูบจีรภัทร์อย่างดูดดื่มและหื่นกระหาย ซึ่งเธอนั้นไม่เคยออกอาการรีบร้อนจนเนื้อเต้นแบบนี้กับใครมาก่อนเลย นับว่าเขาเป็คนแรกในชีวิตที่สามารถทำให้ความอยากของเธอมันพุ่งทะยานไปไกลสุดขอบฟ้าได้ถึงเพียงนี้
“อื้อ~ อ้า~ พี่เจย์ขา~”
พริตตี้สาวสวยซี้ดปากพร้อมกับหลับตาพริ้มด้วยอารมณ์เคลิบเคลิ้ม เมื่อโดนเขาเล้าโลมไซร้จมูกโด่งไปทั่วซอกคอระหง และไล่ลงมาที่หน้าอกอวบอิ่ม มันทำให้เธออารมณ์ฟุ้งพล่านสั่นสะท้านไปทั้งตัว จนต้องเร่งเร้าเขาให้อุ้มพาเธอไปยังเตียงนอนเพื่อพรอดความใคร่ขั้นตอนต่อไปกันทันที
พอจีรภัทร์อุ้มเอมิกามาถึงเตียงในห้องนอนยังไม่ทันจะจัดท่าเข้าที่เข้าทางดี เธอก็เป็ฝ่ายรุกผลักตัวของเขาให้นอนหงายลง กดเขาลงกับเตียงแล้วขึ้นไปนั่งบนกลางลำตัวทาบทับเอวสอบของเขาไว้เสียก่อน
พริตตี้สาวสวยแอ่นทรวดทรงให้เห็นก้นเด้งอวบอิ่มของตัวเองเพื่อยั่วยวนเขา พร้อมกับใช้กรงเล็บสีแดงขูดลากยาวแถวหน้าอกแกร่งและกล้ามท้องคนด้านล่างไปมาช้าๆ เพื่อให้คนที่นอนนิ่งสนใจเธออยู่นั้นรู้สึกเสียวซ่านขึ้นมา จนในที่สุดเขาเองก็ถึงกับเริ่มครางต่ำในลำคอไปด้วย..
คืนนี้แหละ.. เธอจะขย้ำเขาไปทั้งตัว เอาให้เขาอ่อนระทวยไปกับความเร่าร้อนที่เธอจะเสิร์ฟให้เขาแบบจัดหนัก จนต้องเรียกหาเธอบ่อยๆ และหลงเธอจนโงหัวไม่ขึ้นกันไปเลย!
ทางด้านอีกฝั่ง...
วันนี้เมลดาพามนธิชาไปสมัครเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายกับโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งมนธิชานั้นเป็คนเลือกเองว่าเธอจะเรียนที่นี่ โดยขาไปนั้นพวกเธอพากันนั่งรถเมล์ ส่วนขากลับกีรติที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วพอดี ก็ช่วยไปรับพวกเธอมาส่งที่ห้องเช่าก่อนเขาจะขอตัวกลับบ้านตัวเองไป
“น้องมินนี่คิดว่ายังไงบ้างจ้ะ? ที่พี่ไกด์ขอให้เราทั้งคู่ย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านหลังใหม่ที่พี่ไกด์เขาหาให้ได้แล้ว..”
เมลดาถามมนธิชาขึ้นหลังจากที่มีเกริ่นเื่ไปก่อนหน้าแล้ว ในขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งกินข้าวเย็นด้วยกันอยู่ ซึ่งก่อนที่กีรติจะขับรถออกไปตอนที่ยืนคุยกันแค่สองคน เขาได้ถามเธอว่าจะย้ายจากห้องเช่าเข้าไปอยู่บ้านเป็หลังดีๆไหม เขาหาให้ได้แล้ว เพราะเขาห่วงความปลอดภัยของพวกเธอ แต่เมลดานั้นบอกว่าขอคุยกับมนธิชาดูก่อน ซึ่งกีรติก็ไม่ได้คาดคั้นเอาคำตอบโดยทันที เขาให้เวลาเธอตัดสินใจตามที่เธอ้าอย่างว่าง่าย..
“มินนี่ไม่ย้ายค่ะ.. หนูกลัวว่าวันนึงถ้าพวกพี่สองคนทะเลาะกันแล้วพี่ไกด์ไล่เราออกจากบ้าน เราสองคนจะไม่มีที่ซุกหัวนอน ลำบากต้องระเหเรร่อนหาที่พักใหม่กันอีก.. ”
มนธิชาตอบแบบตรงไปตรงมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง ทำให้เมลดาถึงกับโน้มน้าวต่อไม่ถูก เธอนั้นแค่อยากจะพาน้องสาวย้ายไปอยู่ในบ้านที่มันปลอดภัยมากกว่านี้ แต่สิ่งที่น้องสาวเธอพูดขึ้นมามันก็ฟังดูมีเหตุผล
ตอนรักกันดี.. กีรติก็อาจจะยังเป็ผู้ชายแสนดีและอบอุ่น แต่ถ้าวันนึงความรักมันจืดจางแล้วทะเลาะกัน เขาอาจจะมีอีกร่างที่เธอนั้นรับมือไม่ไหวแน่นอน เขาอาจจะไล่ตะเพิด หรือไม่ก็ทุบตีทำร้ายร่างกายอาจจะน่ากลัวและอันตรายกว่าที่พวกเธออยู่ ณ ปัจจุบันนี้ก็ได้ เพราะเธอกับพี่เขาเพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน แม้จะคบหาเป็แฟนกันแล้วก็จริง แต่ไม่รู้ว่ายามร้าย พี่เขาจะใจร้ายกับเธอในรูปแบบไหน คำพูดของน้องสาวเลยทำให้เธอที่โอนเอนทั้งใจและกายไปกับพี่เขาก่อนหน้านั้นได้ฉุกคิดเื่นี้ขึ้นมา
“พี่มาเบลล์เสียใจหรอคะ..? ที่หนูไม่ยอมย้ายไปอยู่บ้านพี่ไกด์”
มนธิชาที่ยกน้ำเปล่าขึ้นมาดื่มหลังจากกินข้าวอิ่ม ชำเลืองมองเมลดาด้วยแววตารู้สึกผิดขึ้นมา เพราะจู่ๆหลังจากที่เธอปฏิเสธไปเมื่อกี้ พี่สาวของเธอก็นั่งก้มหน้าก้มตากินข้าวเงียบๆ พร้อมกับมีสีหน้าเศร้าสร้อยผิดหวัง
“เปล่าจ้ะ.. พี่ไม่ได้เสียใจ พี่แค่สงสารและเป็ห่วงน้องมินนี่ ที่ต้องอยู่ในห้องแคบๆเก่าๆแบบนี้ เลยอยากพาไปอยู่ที่ดีๆ..” ตอบน้องพรางยิ้มอ่อน
“เราอยู่ในห้องแคบๆเล็กๆก็ไม่เป็ไรนะคะ~ มินนี่อยู่ได้.. เดี๋ยวหลังเลิกเรียนแล้ว มินนี่จะรับงานพับเหรียญโปรยทานกับถักกระเป๋าแฮนด์เมดขายออนไลน์เหมือนเดิม ช่วยพี่มาเบลล์อีกแรงนะคะ เราจะได้มีเงินเก็บเยอะๆ ไปหาห้องเช่าที่ดีกว่านี้อยู่กัน..”
เมลดายิ้มกว้างเอ็นดูคำพูดแสนน่ารักของน้องสาวตัวน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้เธอสองสามที
“น่ารักจังเลย~ เด็กตัวน้อยของพี่~”
“หนูก็น่ารักเหมือนพี่มาเบลล์ไงค๊า~ แฮะๆ~”
“ จ้า~”
ทั้งคู่ช่วยกับเก็บถ้วยชามไปล้างที่ระเบียง ก่อนจะเข้ามานั่งคุยกันอยู่บนท็อปเปอร์ขนาดห้าฟุตภายในห้องกันต่อ
“พี่มาเบลล์คะ แล้ว.. พี่ไกด์หาบ้านได้ที่ไหนหรอคะ..เป็บ้านของพี่ไกด์เองใช่มั้ยคะ?”
“เปล่าจ้า ไม่ใช่บ้านพี่ไกด์ ตอนนี้พี่ไกด์มีซื้ออยู่ส่วนตัวแค่คอนโดฯจ้ะ”
“บ้านพ่อกับแม่พี่ไกด์หรอคะ?” เธอถามพร้อมกับเอียงคอมองตาโตด้วยความสงสัยต่อ
“ไม่ใช่จ้ะ.. เป็บ้านของพี่เจย์ เห็นพี่ไกด์บอกว่าบ้านหลังนี้พี่เจย์จะกลับไปอยู่คนเดียวบ้างนานๆทะ..”
“ย้ายค่ะ!!! พี่มาเบลล์จ๋า~ เราย้ายเข้าบ้านพี่เจย์กันเถอะน๊า~ อยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยเลยค่า~ มินนี่กลั๊วกลัว~ เราย้ายไปอยู่บ้านพี่เจย์อุ่นใจกว่านะค๊า~”