ราชินีแคโรสยังคงกล่าวกับพวกเธอต่อ
“หม่อมฉันจะให้ทหารอยู่เฝ้าถวายการอารักขาท่านทั้งสองตลอดเวลาหัวหน้าราชองครักษ์จะเป็นคนจัดการเรื่องนี้ให้เพคะ”
เธอพูดแล้วหันไปมองนายทหารผู้ที่นำเจ้าหญิงทั้งสองมาที่ห้องเป็นการสั่งการตอนนี้เธอคิดจะจับเจ้าหญิงทั้งสองไว้ เพื่อใช้ต่อรองกับประชาชนของประเทศซานเตียเรสขอแลกเปลี่ยนกับดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ของอาณาจักรซานเตียเรส
“หม่อมฉันไม่อยู่รบกวนองค์ราชินีนานหรอกเพคะเดี๋ยวหม่อมฉันทั้งสองก็จะไปเตรียมตัวเพื่อเดินทางกลับพรุ่งนี้แล้วเพคะ”
เจ้าหญิงเทย่าตอบและบุญก็กระซิบกับเธออีก เธอจึงมีสีหน้างง
‘อะไรนะเพคะ? วิ่งเหรอ?’
“เมื่อเจ้าหญิงทั้งสองเข้ามาในวังของหม่อมฉันแล้วก็จะเสด็จออกไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นเพคะ”
ราชินีบอกพวกเธอแต่ดูเหมือนเจ้าหญิงเทย่ากำลังสนใจสิ่งที่บุญพูดมากกว่า
‘วิ่งไปไหนเพคะ?’
เจ้าหญิงเทย่ากระซิบถามบุญอีกบุญจึงดุนเธอเบาๆไปทางประตู
ทันทีที่เจ้าหญิงเทย่าเข้าใจความหมายที่บุญบอกเธอจึงหันหลังออกวิ่งไปทางประตู โดยมีบุญวิ่งตามไม่ให้ห่างเธอ
“จับพวกนางไว้!อย่าให้หนีไปได้!”
ราชินีแคโรสสั่งทหารในห้องเมื่อเห็นว่าเจ้าหญิงทั้งสองกำลังจะหนี
เจ้าหญิงเทย่าวิ่งออกไปได้ทันก่อนที่ทหารที่ยืนอยู่หน้าประตูจะขัดขวางเธอขณะที่บุญต้องผลักเขาเบาๆ ให้พ้นทาง แต่ก็ทำเอาทหารผู้นี้กระเด็นไปไกลเจ้าหญิงทั้งสองวิ่งไปตามทางเดิน ทางเดียวกับตอนที่พวกเธอเข้ามาโดยมีทหารกลุ่มใหญ่วิ่งออกจากห้องประชุมไล่ตามพวกเธอไป
“ยิงเจ้าหญิงเทย่าได้!แต่ห้ามยิงเจ้าหญิงอัจฉรา!”
ราชินีแคโรสสั่งการอีกครั้งหลังเปลี่ยนใจให้กำจัดเจ้าหญิงเทย่าเนื่องจากเกรงว่าบุญจะช่วยเจ้าหญิงเทย่าหนีไปได้ก่อน
“เหตุใดพระองค์จึงทรงไม่ให้ยิงเจ้าหญิงอัจฉราล่ะพะยะค่ะ?”
ราชครูถามราชินี
“เพราะนางเป็นเทพธิดาจริงๆน่ะสิ หากทหารของเรายิงนาง พวกเค้านั่นแหล่ะที่จะตายกันหมดท่านพระอาจารย์วรเวทย์ก็เคยเสียลูกน้องเพราะอย่างนี้มาแล้วเราปล่อยให้ท่านพระอาจารย์จัดการนางเองดีกว่า”
ราชินีบอกราชครู
เจ้าหญิงเทย่าซึ่งสามารถจำทางที่พวกเธอเข้ามาได้พาบุญผ่านเส้นทางที่วกวนราวกับเขาวงกตมาจนถึงห้องๆหนึ่งและขณะที่เธอจะพาบุญไปที่ประตูบานหนึ่ง บุญก็ดึงเธอไว้
“มาทางนี้ดีกว่านะเพคะ”
บุญบอกเจ้าหญิงเทย่าและจะพาเธอไปที่ประตูอีกบานหนึ่งแต่เจ้าหญิงเทย่ากลับขืนไว้
“แต่หม่อมฉันจำได้ว่าเราเข้ามาจากทางนี้แน่นอนเพคะ”
เจ้าหญิงเทย่าบอกแล้วดึงมือกลับจนหลุดจากมือบุญและเมื่อได้ยินเสียงทหารที่วิ่งตามพวกเธอใกล้เข้ามาเธอจึงรีบวิ่งไปที่ประตูบานที่เธอแน่ใจว่าเป็นทางที่ทหารพาพวกเธอเข้ามา
“พี่บุญรีบตามมาสิเพคะ”
เจ้าหญิงเทย่าพูดแล้ววิ่งผ่านเข้าประตูไป
“อย่าไปทางนั้นนะเพคะ!”
บุญห้ามเธอแต่ก็ไม่ทันแล้ว
“น้องหญิงนี่ดื้อจังเลย”
บุญบ่นแล้วรีบวิ่งตามเจ้าหญิงเทย่าไปบุญวิ่งผ่านประตูบานเดียวกับเจ้าหญิงเทย่า แต่กลับไม่พบเธอซะแล้วบุญไม่กล้าตะโกนเรียกเพราะกลัวว่าจะทำให้ทหารตามมาถูกเธอจึงใช้ความรู้สึกของเธอคาดเดาว่าเจ้าหญิงเทย่าไปทางไหน
ทางด้านเจ้าหญิงเทย่าเมื่อวิ่งอย่างรีบร้อนผ่านเข้าประตูห้องไปได้สี่ห้องจึงได้หันกลับไปดูข้างหลังแต่เธอไม่เห็นว่าบุญตามมาด้วยจึงรู้ตัวว่าได้พลัดกับบุญซะแล้ว
“พี่บุญเพคะ!หายไปไหนแล้วล่ะ? พี่บุญเพคะ!”
เจ้าหญิงเทย่าตะโกนเรียกเพื่อให้บุญตามเสียงเธอมาถูกทาง
ขณะนั้นเองได้มีชายสองคนปรากฏตัวออกจากที่ซ่อนภายในห้องในมือถือปืนคนละกระบอกเมื่อเจ้าหญิงเทย่าเห็นพวกเขาก็มีอาการตกใจและค่อยๆก้าวถอยหลังออกห่างจากพวกเขา
“เจ้าหญิงเทย่าพระองค์ติดกับแล้วพะยะค่ะ”
ชายคนทางซ้ายบอก
“พวกเธอจะทำอะไรน่ะ?”
เจ้าหญิงเทย่าพูดเพื่อพยายามถ่วงเวลาขณะที่ค่อยๆถอยไปที่ประตูบานหนึ่งซึ่งปิดอยู่และเธอคิดว่าเป็นประตูไปสู่ทางออกจากอาคาร
“องค์ราชินีรับสั่งให้พวกกระหม่อมยิงองค์หญิงได้ทันทีพะยะค่ะ”
ชายอีกคนทางขวาบอกเธอ
“หา…อย่าเพิ่งยิงนะ!”
เจ้าหญิงเทย่าถอยมาจนถึงประตูจึงรีบหันไปพยายามเปิดประตูแต่ก็เปิดไม่ออก ชายคนทางซ้ายจึงบอกเธอ
“องค์หญิงทรงพระปรีชายิ่งนักพะยะค่ะที่ทรงทราบว่าประตูบานนั้นเป็นทางออกแต่พวกกระหม่อมได้ล็อกประตูเอาไว้แล้วพะยะค่ะ”
ชายคนทางขวาพูดขึ้นบ้าง
“ถึงอย่างไรองค์หญิงก็ทรงหนีไม่พ้นพะยะค่ะพวกกระหม่อมจำเป็นต้องกำจัดองค์หญิงตอนนี้ ขอประทานอภัยด้วยพะยะค่ะ”
เจ้าหญิงเทย่ายังไม่ละความพยายามในการเปิดประตูแต่ก็ไม่สำเร็จ
ในขณะนั้นเองบุญซึ่งตามมาได้ถูกทางก็มาถึงห้องที่อยู่ติดกันพอดีบุญจึงเห็นเจ้าหญิงเทย่าจากประตูที่เชื่อมห้องทั้งสองว่าเธอกำลังพยายามจะเปิดประตูบานหนึ่งอยู่
“น้องหญิง!”
บุญตะโกนเรียกเจ้าหญิงเทย่าและเห็นชายสองคนซึ่งหันหลังให้บุญอยู่กำลังค่อยๆยกปืนขึ้นเพื่อเตรียมที่จะยิงเจ้าหญิงเทย่า
‘พี่บุญ’
เจ้าหญิงเทย่ารำพึงเบาๆเมื่อได้ยินเสียงบุญ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้หันไปดูก็มีเสียงปืนดังขึ้นสองนัดติดต่อกันทำให้เจ้าหญิงเทย่าสะดุ้งเฮือกรู้สึกราวกับว่าเธอถูกยิงเข้าแล้ว
‘นี่เราต้องมาตายที่นี่หรือเนี่ย?’
เธอรำพึงอย่างหมดหวัง
เหตุการณ์ภายหลังจากนั้นได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางความงุนงงของเจ้าหญิงเทย่าและชายทั้งสอง
เจ้าหญิงเทย่าได้ยินเสียงวิ่งข้างหลังเธอจึงค่อยๆ หันไปมอง และเห็นว่าบุญวิ่งมาถึงระหว่างกลางชายทั้งสองจากนั้นปืนในมือพวกเขาได้กระเด็นหลุดออกจากมือขณะที่ร่างของชายทั้งสองพุ่งถอยหลังราาวกับถูกโยนไปจนติดกำแพงและลงไปกองกับพื้นและเธอเห็นกระสุนสองนัดลอยหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้า ห่างจากเธอเพียงครึ่งเมตร ก่อนจะร่วงลงสู่พื้นพร้อมกันเจ้าหญิงเทย่าจึงได้เข้าใจว่าเสียงปืนเมื่อครู่ทำให้เธอคิดและรู้สึกไปเองว่าเธอถูกยิง
ยังไม่ทันที่เจ้าหญิงเทย่าจะตั้งสติได้บุญก็มาจับแขนเธอทำให้เธอเริ่มได้สติ แต่ยังมีสีหน้างุนงงอยู่
“น้องหญิงไม่เป็นอะไรใช่มั๊ยเพคะ?”
บุญถาม เจ้าหญิงเทย่าจึงสำรวจตัวเองและมองลูกกระสุนสองนัดบนพื้นก่อนตอบอย่างไม่แน่ใจ
“ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นอะไรนะเพคะ”
“เรารีบออกไปกันเถอะเพคะ”
บุญบอกเจ้าหญิงเทย่าเมื่อเห็นว่าชายทั้งสองเริ่มขยับจะลุกขึ้นพวกเขายังมีอาการระบมจากการกระเด็นไปชนผนัง และมีเสียงทหารกลุ่มหนึ่งใกล้เข้ามาอีกบุญเดินไปที่ประตูบานที่เจ้าหญิงเทย่าพยายามจะเปิด
“ประตูถูกล็อกอยู่เปิดไม่ได้เพคะ หม่อมฉันลองอยู่ตั้งนา…เอ๊ะ”
เจ้าหญิงเทย่าพูดยังไม่ทันจบบุญดันประตูเบาๆ ก็เปิดออก แล้วหันมายิ้ม
“อ้าว…ก็เมื่อตะกี๊มันเปิดไม่ได้นี่นาแล้วทำไม?”
เจ้าหญิงเทย่ารำพึงอย่างงงๆ
“อย่าเพิ่งสงสัยตอนนี้เลยเพคะหนีก่อนเพคะ”
บุญคว้าแขนเจ้าหญิงเทย่าแล้วดึงเธอออกนอกห้องขณะที่ชายทั้งสองวิ่งมาทางเธอบุญรีบปิดประตูทันทีที่ออกจากห้องได้แล้วพาเจ้าหญิงเทย่าวิ่งไปที่ประตูทางออกสู่ภายนอกอาคาร
ชายทั้งสองพยายามเปิดประตูเพื่อตามพวกเธอไปแต่ก็พบว่าประตูยังคงล็อกอยู่เหมือนเดิม
“แล้วพวกนางเปิดออกได้ยังไงกันวะ?”
ชายคนหนึ่งพูด
เมื่อทหารคนอื่นๆตามเจ้าหญิงทั้งสองจนเข้ามาถึงห้องนี้ และพบว่าประตูถูกล็อกไว้ทั้งยังไม่สามารถใช้ลูกกุญแจเปิดออกได้จึงใช้ปืนยิงกลอนประตูจนพังและออกจากห้องไปได้
ที่บริเวณหน้าอาคาร ขณะที่เจ้าหญิงทั้งสองกำลังหาทางออกจากพระราชวังกันอยู่นั้นเจ้าหญิงเทย่าถามบุญด้วยความสงสัย
“สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี๊นี้พี่บุญเป็นคนทำทั้งหมดหรือเพคะ? ไหนพี่บุญบอกว่าพี่บุญไม่มีอิทธิฤทธิ์ไงล่ะเพคะ?”
“เดี๋ยวหลังจากที่หม่อมฉันพาน้องหญิงออกไปจากวังนี้ได้แล้วก็จะเล่าให้ฟังทั้งหมดเพคะน้องหญิงอย่าได้อยู่ห่างจากหม่อมฉันและอย่าดื้อแบบเมื่อครู่นี้อีกนะเพคะ”
บุญกำชับเธอขณะจูงมือเธอพาไปทางกำแพงพระราชวังด้านหนึ่ง
“เพคะหม่อมฉันจะไม่ดื้ออีกแล้วเพคะ แล้วนี่พี่บุญจะพาไปที่ไหนหรือเพคะ? ประตูทางออกไม่ได้อยู่ทางนี้นะเพคะ”
เจ้าหญิงเทย่ายังมีข้อสงสัย
“เพราะว่าทหารต้องไปดักรอเราตรงประตูทางออกอยู่แล้วเราถึงต้องไม่ไปที่นั่นไงล่ะเพคะ”
บุญอธิบาย
“อ้าว…เป็นงั้นไปแล้วเราจะออกจากที่นี่กันยังไงล่ะเพคะ?”
เจ้าหญิงเทย่ายังคงไม่หมดข้อสงสัย
“น้องหญิงมากับหม่อมฉันก็ต้องออกไปได้แน่เพคะพวกทหารตามเรามากันแล้วนะเพคะ”
ทั้งสองสาวเห็นทหารกลุ่มใหญ่กำลังวิ่งมาทางพวกเธอเจ้าหญิงเทย่าจึงรีบวิ่งตามทางที่บุญจูงมือนำเธอไป
“ตอนนี้พี่บุญมือไม่ร้อนเหมือนเมื่อเช้าแล้วนะเพคะ”
เจ้าหญิงเทย่าตั้งข้อสังเกต
และเมื่อเธอเข้าใกล้กำแพงวังซึ่งสูงราวแปดเมตรเธอก็รู้สึกข้องใจอีก
“ที่นั่นเป็นทางตันนะเพคะพี่บุญ”
“ก็เพราะเป็นทางตันจึงปลอดภัย ไม่มีทหารมาดักรอเราไงเพคะ”
บุญตอบเธอทำให้เจ้าหญิงเทย่ากลับรู้สึกงงยิ่งขึ้น
“ก็จริงเพคะนี่พี่บุญฉลาดหรือเพี้ยนกันแน่เพคะ?”
เจ้าหญิงเทย่าเริ่มจะสับสนกับความคิดของบุญ
“เราก็เหลือแค่ข้ามกำแพงข้างหน้านี้ไปเท่านั้นเองนะเพคะ”
บุญบอกขณะที่เจ้าหญิงเทย่าได้แต่วิ่งตามเธอด้วยความงุนงง
เมื่อมาถึงกำแพงพระราชวังเจ้าหญิงเทย่าก็แหงนหน้ามองขอบบนของกำแพง
“โห!กำแพงสูงออกอย่างนี้ แล้วเราจะข้ามไปกันยังไงล่ะเพคะ?”
เธอพูดแล้วถอนหายใจอย่างหมดหวัง
แต่ยังไม่ทันที่บุญจะได้ตอบเธอก็ปรากฏร่างของชายผู้หนึ่งเหาะมาจากในวัง ทำให้บุญต้องหันกลับไปมองเพื่อระวังตัวเขาลงมายืนห่างเจ้าหญิงทั้งสองราวห้าเมตร ในมือถือคทาเทพ
“เจ้าหญิงทั้งสองหนีพวกข้าไปไม่ได้หรอก”
พระอาจารย์วรเวทย์พูดพร้อมกับยิ้มข่มพวกเธอ
บุญเห็นคทาในมือเขาจึงเดินมายืนบังเจ้าหญิงเทย่าที่ยืนดูด้วยความตกใจเพื่อคุ้มกันเธอก่อนจะถามเขา
“ท่านมีคทาเทพแสดงว่าท่านก็คือพระอาจารย์วรเวทย์ที่ราชินีแคโรสตรัสถึงใช่หรือเปล่าคะ?”
“เจ้ารู้จักคทานี้ด้วยรึ? หรือว่าเจ้าก็คือ…”
พระอาจารย์วรเวทย์มีท่าทางสงสัยขณะนั้นทหารกลุ่มใหญ่ต่างวิ่งเข้ามาใกล้แล้ว