เสียงนั้นก้องกังวานไปทั่วลานกว้าง สีหน้าของเมิ่งซีและคนอื่นๆ ต่างก็แข็งทื่อในทันใด นัยน์ตาคู่นั้นจ้องมองเมิ่งฝานอย่างไม่ละสายตาและอัดแน่นไปด้วยความพยาบาท
ยามนี้พลังของเมิ่งฝานก้าวหน้าขึ้นจนแม้แต่เมิ่งซีที่คิดจะสังหารก็ยังไม่มั่นใจว่าจะทำสำเร็จ ดังนั้นจึงคิดที่จะปล่อยเมิ่งฝานไปก่อน
เพราะเมื่อใดที่เมิ่งซีมีเวลามากพอเขาก็จะเขียนจดหมายไปยังตระกูลเมิ่งและคัดสรรยอดฝีมือมาจำนวนหนึ่ง เมื่อถึงเวลานั้นการสังหารเมิ่งฝานคงจะง่ายดุจพลิกฝ่ามือ
ฉะนั้นแล้วเมิ่งซีจึงใช้คำพูดของตงหลายต้าซือเป็นข้ออ้างยับยั้งการสังหารไว้ ทว่าเขากลับนึกไม่ถึงว่าเมิ่งฝานจะไม่ได้เล่นตามบท ทั้งยังเตรียมการที่จะต่อกรกับเขา ณ ที่แห่งนี้!
เมิ่งซีกำหมัดแน่น ก่อนจะตวาดออกไปด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น “เมิ่งฝาน เจ้าคงจะไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ ในเมื่อเจ้าอยากตายถึงเพียงนั้นข้าก็จะสงเคราะห์เจ้าเอง!”
“ได้ ถ้าอย่างนั้นก็มาสู้กันให้ตายไปข้าง!”
สายตาของเมิ่งฝานเป็นดั่งสายฟ้า ขณะเดียวกันก็ชี้นิ้วไปยังเมิ่งซี “วันนี้ ไม่ข้าก็เจ้าจะต้องตายกันไปข้าง มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะออกไปจากลานกว้างแห่งนี้ได้!”
เมื่อพูดจบเมิ่งฝานก็กัดปลายนิ้วของตนเองจนเลือดไหล แล้ววาดอักขระขึ้นกลางอากาศ
พันธสัญญาโลหิต!
เกิดเสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วบริเวณในชั่วพริบตา ทุกคนต่างก็มองไปยังภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง เพราะอักขระที่เมิ่งฝานวาดขึ้นกลางอากาศนั้นคืออักขระของอาณาจักรต้าก้านที่บ่งบอกว่าจะต้องสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่ง
หมายความว่าเมื่อโลหิตหลั่งไหล ชีวิตหลังความตายล้วนขึ้นอยู่กับโชคชะตา!
แม้ว่าผู้คนในลานกว้างแห่งนี้จะมีจำนวนนับหมื่นชีวิต แต่เวลานี้กลับเงียบงันลงไปทั้งหมด
นัยน์ตาของเมิ่งฝานเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เมิ่งซีจากไปสุดท้ายแล้วผู้ที่เสียเปรียบก็จะเป็นตัวเขาเอง
หากคิดจะทำสิ่งใดก็ต้องทำให้ถึงที่สุด ในเมื่อล่วงเกินเมิ่งซีไปแล้วเขาย่อมไม่มีทางปล่อยให้อีกฝ่ายได้จากไปเป็นแน่ มีเพียงการสังหารให้สิ้นซากถึงจะเรียกว่าถอนรากถอนโคน!
ในขณะเดียวกันนั้น เมิ่งซีเองก็มีจิตสังหารปกคลุมไปทั่วหัวใจเช่นกัน เขารู้ว่าหากตนเองปฏิเสธจะต้องทำให้เกียรติยศของตระกูลเมิ่งเสียหาย ฉะนั้นแล้วจึงเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น “ดี ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าจะส่งเจ้าไปตายเอง!”
ในระหว่างที่เอ่ยวาจาเขาก็ก้าวออกไป พลังปราณในร่างกายระเบิดออกมาอย่างมากมายเมื่อมันถูกเมิ่งซียกระดับในขีดสูงสุด และแม้ว่าเขาจะไม่ได้ขยับแต่อานุภาพอันร้ายกาจนั้นก็ทำให้สีหน้าของผู้คนโดยรอบเปลี่ยนไป
ขั้นหลอมปราณระดับเซียน ต่อให้เป็นในบรรดาชนรุ่นหลังของเมืองซ่างจิงเมิ่งซีก็ยังถือว่าเป็นจอมยุทธ์ในแนวหน้า ทั้งยังเป็นผู้บำเพ็ญพลังปราณที่เติบใหญ่ในตระกูลเมิ่งผู้ทรงอิทธิพลอีกด้วย เมื่อผู้ที่เติบใหญ่ท่ามกลางทรัพยากรแห่งการบำเพ็ญตนปล่อยพลังปราณออกมาก็ทำให้แม้แต่อากาศก็คล้ายดั่งถูกแผดเผา!
ปลายเข็มต่อหลายเข็ม ไม่มีใครยอมใคร!
ไม่นานผู้คนโดยรอบก็ถอยห่างออกไปและมองมายังลานกว้างด้วยสายตาที่แปลกใจ เพราะนึกไม่ถึงว่าหลังจากการช่วงชิงแห่งหอโอสถจบลงไปแล้วจะมีการประลองฝีมือเช่นนี้เกิดขึ้น
และการต่อสู้นี้ก็เป็นที่ดึงดูดสายตามากมายนับไม่ถ้วน ทุกคนต่างกลั้นหายใจมองไปยังลานต่อสู้อย่างไม่กะพริบตา ภายใต้จิตสังหารอันดุดันของทั้งสองทำให้ภายในลานกว้างนั้นคล้ายดั่งเต็มไปด้วยดินปืนที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อก็ไม่ปาน
แล้วในวินาทีต่อมาเมิ่งซีพลันตวาดเสียงดัง ร่างของเขาวาบไหว เงาร่างเลือนรางเมื่อพุ่งทะยานไปหาเมิ่งฝาน พลังปราณอันดุดันร้ายกาจแผ่ซ่าน ลงมืออย่างฉับพลันด้วยเงาของฝ่ามือขนาดยักษ์ที่ราวกับว่าสามารถทำลายได้ทุกสรรพสิ่ง
แข็งแกร่งยิ่งนัก!
รูม่านตาของเมิ่งฝานหดเล็กลง อีกฝ่ายเป็นถึงจอมยุทธ์ขั้นหลอมปราณระดับเซียน หากไม่ใช่เพราะตนเองได้รับประโยชน์จากหอโอสถมาไม่น้อยก็คงไม่มีทางต่อกรกับเมิ่งซีได้เป็นแน่
ฝ่าเท้าของเมิ่งฝานเหยียบย่ำลงบนพื้น ขณะเดียวกันก็ชกออกไปรับมือกับฝ่ามือของเมิ่งซี เสียงของพวกเขาทั้งสองปะทะกันกลางอากาศดังลั่นไปทั่วบริเวณ ระลอกคลื่นแห่งพลังปราณแผ่ซ่าน อากาศรอบกายก็พลันสั่นไหวตาม
ภายใต้พลังของเมิ่งฝานนั้น ร่างของเมิ่งซีสั่นสะท้าน ความพยาบาทปรากฏขึ้นที่นัยน์ตาแล้วตวาดเสียงดัง “ฝ่ามือตรีปราณ!”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นก็พบว่าพลังปราณที่ปรากฏขึ้นบนหมัดของเมิ่งซีนั้นมีอยู่ด้วยกันสามสี ทุกสีล้วนแต่แตกต่างกัน แฝงไปด้วยระลอกคลื่นแห่งพลังปราณสามอย่าง และพุ่งเข้าหาเมิ่งฝานทั้งสิ้น
วิชายุทธ์แห่งพลังปราณระดับสูง!
เมิ่งซีปล่อยไพ่ราชาแห่งการต่อสู้ของตนเองออกมาทันทีที่ประมือ ฝ่ามือใหญ่ดิ่งลงมาจากฟากฟ้าพุ่งใส่ร่างของเมิ่งฝานราวกับอยากจะทับให้จมดิน
กระบวนท่านี้แม้แต่จอมยุทธ์ในขั้นเกลาวิญญาณก็ยังไม่กล้าประมาท กำลังภายในที่แผ่ซ่านทำให้เมิ่งฝานรู้สึกขนหัวลุก ทว่าเขากลับมิได้หลบเลี่ยงทั้งยังเดินเข้าหาพร้อมด้วยพลังฝ่ามือ
มหาหัตถ์สังหาร!
พลังมหาหัตถ์สังหารแปดร้อยจิน ขยับร่างเข้าหาในชั่วพริบตา!
เมื่อฝ่ามือของเมิ่งฝานขยับพลังมากมายมหาศาลพลันระเบิดออกจากร่างกาย เมื่อได้พลังของยาตราเซียนเหินเข้ามาช่วยจึงทำให้เขาพุ่งทะยานเข้าปะทะกับเมิ่งซีอย่างดุดัน
ปัง!
พลังปราณแตกระเบิด แล้วในวินาทีต่อมาเมิ่งซีก็ล่าถอยออกไปหลายก้าวอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งยังกระอักเลือดออกมา เห็นได้ชัดว่าถูกแรงปะทะเล่นงานเข้าไม่น้อย
ขณะเดียวกันเมิ่งฝานก็ยืนตัวตรงและกำลังสยบพลังปราณที่แปรปรวนอยู่ในร่างกาย เมิ่งซีมีระดับพลังที่สูงกว่าตนสามระดับ เมื่ออยู่ภายใต้การสั่นสะเทือนจากกำลังภายในของเมิ่งซีก็ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บไม่น้อย แต่ก็ยังไม่ถอยไปไหน
ในตอนแรกนั้นกู่หยวนเองก็อาศัยพลังมหาหัตถ์สังหารเพื่อหาทางรอดและสร้างหมู่บ้านอูเจิ้นขึ้นมา ตนไม่มีทางทำให้หมู่บ้านอูเจิ้นต้องขายหน้า!
เมิ่งฝานกัดฟันแน่นก่อนจะเอ่ยอย่างใจเย็น “ยาตราเซียนเหิน!”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นเมิ่งฝานก็ก้าวออกไปเบื้องหน้า ร่างของเขาพลันหายวับไปจากจุดที่เคยอยู่ แม้ว่ารอบกายจะมีสายตามากมายหลายคู่แต่กลับยากที่จะแยกแยะได้ว่าเมิ่งฝานอยู่ที่จุดใดกันแน่
วิชายุทธ์ระดับอักษรหง ยาตราเซียนเหิน!
หนึ่งก้าวเซียนเหิน สองก้าวเยือนสวรรค์! หลังจากที่เมิ่งฝานเพียรฝึกฝนมาหลายต่อหลายครั้งก็สามารถใช้สองก้าวแรกได้ตามอำเภอใจแล้ว
เพียงชั่วพริบตาเงาร่างที่เลือนรางของเมิ่งฝานก็เคลื่อนไหวในอากาศอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า เขาพุ่งเข้าโจมตีเมิ่งซีจากทุกสารทิศ จิตสังหารอันดุดันปกคลุมไปทั่วสารทิศแล้วพุ่งเข้าโจมตีที่เอวของเมิ่งซี
เป็นไปได้อย่างไร นี่มันวิชายุทธ์แบบใดกัน?
สีหน้าของเมิ่งซีเปลี่ยนไป ก่อนที่จะปล่อยพลังปราณปกคลุมร่างกายหนึ่งชั้นราวกับเกราะรบก็ไม่ปาน โดยบนนั้นเต็มไปด้วยตราอักขระอันลึกลับซับซ้อน
วิชายุทธ์แห่งพลังปราณแขนงป้องกัน!
เมื่อได้เห็นเกราะแห่งพลังปราณบนร่างของเมิ่งซี เมิ่งฝานได้แต่กระตุกยิ้มเพียงเท่านั้น ไม่เสียแรงที่อีกฝ่ายเกิดในพรรควรยุทธ์ที่แข็งแกร่ง ทรัพยากรในการบำเพ็ญตนเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจเทียบเทียมได้เลยแม้แต่น้อย รู้จักทั้งการโจมตีและป้องกันอย่างฉลาด แม้แต่ความสามารถในการใช้พลังปราณสำหรับป้องกันก็ยังนับว่าไม่เลว
แต่ในวินาทีต่อมาเงาร่างที่เลือนรางของเมิ่งฝานที่ลอยอยู่กลางอากาศพลันรายล้อมไปทั่วร่างของเมิ่งซี ก่อนที่ทั้งหมดจะลงมือพร้อมกัน!
ปัง ปัง ปัง!
เสียงปะทะกันของพลังปราณดังขึ้นทั่วบริเวณ เมิ่งฝานลงมืออย่างรวดเร็วปานสายฟ้า ภายในไม่กี่อึดใจนั้นมีเงาร่างนับร้อยสายพุ่งเข้าใส่เกราะแห่งพลังปราณของเมิ่งซี พละกำลังสั่นสะท้าน พลังปราณระเบิดตัว เวลานี้ข้อดีของยาตราเซียนเหินได้ประจักษ์แล้ว
ภายใต้พลังอันแข็งแกร่งนั้น เงาร่างมากมายนับร้อยนับพันของเมิ่งฝานจู่โจมลงไปบนเกราะแห่งพลังปราณของเมิ่งซีหลายครั้งจนไม่อาจนับได้ แม้ว่าพลังเกราะป้องกันนั้นจะน่าสะพรึงเพียงใดก็ยังเริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้นในเวลาต่อมา และแรงสั่นสะเทือนนั้นก็ทำให้เมิ่งซีต้องล่าถอยไปเรื่อยๆ!
“ช่างเป็นวิชายุทธ์แห่งความเร็วที่แข็งแกร่งเสียจริง!”
โดยรอบเต็มไปด้วยเสียงฮือฮา ทั้งยังมองมายังการต่อสู้ด้วยความตกตะลึง พวกเขาต้องยอมรับว่าเมิ่งฝานมีพื้นฐานแห่งพลังที่ดูคล้ายว่าเมิ่งซีจะไม่อาจเทียบได้ บรรดาศิษย์แห่งพรรควรยุทธ์ที่มาจากเมืองซ่างจิงทั้งหลายล้วนแต่มองด้วยความตกตะลึงและนิ่งงันประหนึ่งไก่ไม้
นี่เป็นความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงยิ่ง อาศัยเพียงวิชายุทธ์ที่ตนฝึกฝนต้านทานศิษย์แห่งพรรควรยุทธ์ผู้เติบโตมาท่ามกลางทรัพยากรแห่งการฝึกฝนที่แข็งแกร่ง ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมานั้น บรรดาตระกูลสูงศักดิ์ของเมืองซ่างจิงล้วนแต่หยิ่งทะนงตนอย่างมาก นอกจากสถานะจากชาติกำเนิดแล้วนั้น ยังมีความแข็งแกร่งที่มากกว่าจอมยุทธ์ในรุ่นราวคราวเดียวกันโดยทั่วไปแทบทั้งหมด
แต่ดูคล้ายว่ายามนี้สิ่งที่พวกเขายึดถือมาอย่างทะนงตนนั้นไม่อาจใช้ได้กับเมิ่งฝาน
เวลานี้แม้ว่าเมิ่งซีจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้ แต่ในที่สุดก็ถึงกับต้องกระอักเลือดออกมา แม้ว่าเขาจะมีความเร็วที่น่าสะพรึงแต่กลับยังไม่อาจจับกลิ่นอายพลังของเมิ่งฝานได้ว่าอยู่ที่ใด เพราะเมื่อใดที่อีกฝ่ายขยับร่างก็จะมีความเร็วสูงจนเหนือกว่าสิ่งอื่นใด
“เจ้ามันรนหาที่ตาย!”
หลังจากที่ตวาดเสียงต่ำเมิ่งซีก็สั่นสะท้านไปทั้งร่าง แล้วในเวลาต่อมาพลันมีกลิ่นอายพลังที่น่าสะพรึงแผ่ซ่านไปทั่วร่าง “ข้าจะให้เจ้าได้เห็นเคล็ดวิชาลับของตระกูลเมิ่งเอง หมัดเงี้ยวโลกันตร์!”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นหมัดของเมิ่งซีก็ขยับ อานุภาพแห่งพลังของเขาในเวลานี้เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันเลยก็ว่าได้
ในชั่วพริบตาต่อมาก็ก้าวเหยียบไปในอากาศมุ่งตรงไปหาเมิ่งฝาน แม้จะไม่อาจตามหาตัวตนที่แท้จริงของเมิ่งฝานได้แต่ก็ขยับแขนทั้งสองข้างชกออกไปเบื้องหน้า
พรึ่บ!~~
เมื่ออยู่ภายใต้พลังอันแข็งแกร่ง ลูกไม้ใดก็ล้วนแต่ไร้ประโยชน์
ดูคล้ายว่าบนหมัดของเมิ่งซีนั้นมีเปลวเพลิงลุกโชนและทรงพลัง พลังปราณอันแข็งแกร่งรุนแรงดุจดั่งสายธารหลากเข้าโจมตีอย่างดุดัน ทุกจุดที่หมัดของเขาพุ่งปะทะล้วนแต่ทำให้เงาร่างของเมิ่งฝานมอดไหม้
วิชายุทธ์ระดับอักษรหง!
หลังจากที่ผู้คนโดยรอบได้ยินการขยานนามของมันก็ล้วนแต่สั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ พวกเขาต่างก็รู้ดีว่าตระกูลเมิ่งที่มิได้ยำเกรงต่ออาณาจักรต้าก้านมานานหลายปีเพียงนี้ จะต้องมีพื้นฐานแห่งพลังไม่น้อยเป็นแน่ และวิชายุทธ์ของพรรคตระกูลเมิ่งนั้นจะสืบทอดให้เพียงผู้ที่เป็นศิษย์ของพรรคเท่านั้น คนนอกไม่มีทางได้ศึกษา
หมัดเงี้ยวโลกันตร์นี้ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษของตระกูลเมิ่ง แน่นอนว่าบิดาของเมิ่งฝานอย่างเมิ่งชางก็เคยได้ร่ำเรียนมันมาก่อนเช่นกัน!
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ปะทุขึ้นมาเมิ่งฝานก็กัดฟันแน่น เห็นได้ชัดว่าเมิ่งซีฝึกฝนวิชายุทธ์นี้อยู่ในระดับที่ไม่เลวแล้ว และเมื่ออยู่ภายใต้พลังหมัดของอีกฝ่าย เมิ่งฝานก็พบว่าไม่อาจหลบเลี่ยงไปที่ใดได้แม้จะมีพลังความเร็วที่สูงส่งก็ตาม สุดท้ายจึงจำต้องเผชิญหน้ากับมัน
เมิ่งฝานก้าวออกไปพร้อมกับชี้นิ้วไปที่อีกฝ่าย แล้วปล่อยพลังหนึ่งกระบี่ชี้ปราณสวรรค์ออกไป
เงาร่างอันเลือนรางปะทะกันอยู่ในอากาศ พลังที่แผ่ซ่านทำให้พื้นแตกเป็นรอยร้าว ผู้คนทั้งหลายต่างก็สัมผัสได้ถึงระลอกคลื่นแห่งพลังที่แผ่ซ่านเข้าหาจนแสบไปทั้งใบหน้า! ก่อนที่วินาทีต่อมาเมิ่งฝานจะถอยหลังไปอย่างรวดเร็วดุจดั่งว่าวสายป่านขาด
อย่างไรแล้วเขาก็ยังถูกสยบด้วยระดับพลังที่แตกต่างกันอยู่ดี!
เมื่องซีนั้นมีระดับพลังที่สูงกว่าเมิ่งฝานถึงสามระดับ ยิ่งอยู่ภายใต้พลังของหมัดเงี้ยวโลกัตร์ก็ยิ่งทำให้ศักยภาพของเขาคนนั้นสูงกว่าเดิม แม้ว่าทะลวงธาราจะเป็นวิชายุทธ์ที่แข็งแกร่งเหี้ยมโหดไม่แพ้กัน แต่ทั้งสองฝ่ายมีพลังปราณที่แตกต่างกันมากเกินไป ฉะนั้นแล้วหากเสียเวลาต่อกรกันอยู่เช่นนี้ ต่อไปผู้ที่พ่ายแพ้ก็คงเป็นเมิ่งฝานแล้ว
ท่ามกลางการต่อสู้นั้น เมิ่งซีที่กระอักเลือดออกมาพุ่งเข้าใส่เมิ่งฝานอีกครั้ง เขากำหมัดทั้งสองที่คล้ายดั่งลูกไฟแน่น ก่อนจะทุบลงไปยังเมิ่งฝานอีกครั้ง!
“อย่านะ!”
เซี่ยหลันที่อยู่ไม่ไกลเอ่ยออกมาด้วยความตกตะลึงและสีหน้าที่เปลี่ยนไป
หากปล่อยให้พลังหมัดเงี้ยวโลกันตร์อันยิ่งใหญ่นั้นทุบลงไปโดยไม่ทำสิ่งใด เกรงว่าเมิ่งฝานคงจะแหลกเหลวเป็นเศษเนื้อเป็นแน่ เวลานี้เมิ่งซีที่กระโดดลอยขึ้นในอากาศและใช้หมัดทั้งสองทุบลงไปยังเบื้องล่างนั้นกลับไม่ได้ลังเลหรือหยุดชะงัก ระลอกคลื่นแห่งพลังการโจมตีนั้นราวกับพลังอัสนีก็ไม่ปาน
หมัดเงี้ยวโลกันตร์ดิ่งลงมาจากฟากฟ้า นัยน์ตาของเมิ่งซีอัดแน่นไปด้วยจิตสังหาร ก่อนหน้านี้มีเซี่ยหลันขัดขวางเขายังพอยอมให้เมิ่งฝานรอดไปได้ แต่หลังจากที่ได้เห็นว่าเมิ่งฝานมีความสามารถที่แข็งแกร่งดุจดั่งปีศาจ เมิ่งซีไม่มีทางยอมปล่อยจอมยุทธ์ที่มากด้วยพรสวรรค์เช่นนี้ไปได้เป็นแน่
หากให้เวลาเมิ่งฝานมากพอ บางทีตระกูลเมิ่งอาจจะต้องประสบปัญหาทั้งตระกูลเลยก็ว่าได้ ฉะนั้นแล้วการที่เมิ่งซีลงมือในครั้งนี้ก็เพื่อจัดการไม่ให้เมิ่งฝานได้รับโอกาสนั้นด้วยหมัดที่คล้ายดั่งอุกกาบาตนี้
ทว่าในเวลาต่อมาเมิ่งฝานกลับชูแขนทั้งสองข้างขึ้นมาพร้อมกับปล่อยพลังในกระบวนท่าที่สามของทะลวงธารา
สองหมัดสะท้านสิงขร!
หมัดทั้งสองสอดสลับ เพียงชั่วพริบตาต่อมาเมิ่งฝานก็ต้านทานพลังมหาศาลของเมิ่งซีเอาไว้ ทว่าร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อยถึงขั้นที่ต้องย่อตัวลงไป
แล้วเจ้าของพลังมหาศาลที่ถาโถมลงไปเบื้องล่างพลันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น “ไปตายเสียเถอะ เมิ่งฝาน เมื่ออยู่ใต้พลังของข้าเจ้ามีสิทธิ์ทำได้เพียงคุกเข่าเท่านั้น!”
เมิ่งฝานกัดฟันแน่น หมัดของอีกฝ่ายอยู่ห่างจากใบหน้าของเขาเพียงไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน แต่ถึงกระนั้นเมิ่งฝานก็ยังกัดฟันยืนหยัด นัยน์ตาแฝงไปด้วยความมุ่งมั่นและไม่ยอมจำนน
ทั้งสองอยู่ในท่วงท่านั้นชั่วครู่ ก่อนที่วินาทีต่อมาเมิ่งฝานจะตวาดออกมาเสียงต่ำคล้ายดั่งสัตว์อสูรผู้แข็งแกร่ง แล้วก้าวไปด้านหน้าหนึ่งก้าวพร้อมกับมีระลอกคลื่นแห่งพลังที่น่าสะพรึงระเบิดออกมาจากร่างกาย
จากกำหมัดกลายเป็นใช้ฝ่ามือ เพียงชั่วพริบตาพลังปราณทั้งหมดในกายของเมิ่งฝานพลันระเบิดออกมา เมื่อหมัดกลายเป็นฝ่ามือก็คล้ายดั่งว่าระลอกคลื่นที่แข็งแกร่งจากทั้งสามกระบวนท่าของทะลวงธาราได้สอดผสานเป็นหนึ่งเดียว พลังปราณพุ่งทะลวงแล้วพุ่งตรงไปยังเมิ่งซี
กระบวนท่าที่สี่แห่งทะลวงธารา ผสานสัตตะดารา