ที่เกาหลี ในรั้วมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ เธอกับเขาได้เรียนร่วมคณะเดียวกัน ชายหนุ่มให้ความสนใจในตัวหญิงสาวอย่างออกหน้าออกตาเป็พิเศษ หรือจะเรียกว่าออกนอกหน้าก็ได้
เขาแสดงความเป็เ้าเข้าเ้าของ จนหนุ่มๆคณะเดียวกันหรือคณะอื่นขยาด เขาเทคแคร์ เลี้ยงข้าว ให้ของขวัญราคาแพง ทุ่มทุกอย่างที่คิดว่าเพื่อนสาวชอบ หรือ อยากได้ แต่ผลที่ได้รับคือ..การปฏิเสธอย่างเรียบง่าย
“ ไม่เอา ”ตรงๆไม่อ้อมค้อม พร้อมกับการมองตรงๆด้วยดวงตาที่บ่งบอกถึงอารมณ์คู่นั้น แค่นั้นแหละไอ้คุณหล่อของเราก็ต้องหอบของกำนัลเปิดแนบ บางครั้งเขาก็ท้อใจและคิดว่าจะจีบผู้หญิงคนอื่นดูบ้าง เอาไอ้ที่มันสวยเปรี้ยวเฉี่ยวกว่ามนต์ตรา
แค่ไอ้หล่ออ้าแขนออกสาวๆเ่าั้ก็พร้อมจะวิ่งเข้ามาซบอก เพราะมันเป็ถึงลูกชายคนเดียวของผู้บริหารระดับสูงของค่ายั์ใหญ่ที่ผลิตสื่อ รายการโทรทัศน์ดังๆออกมามากมายเรตติ้งกระฉูด ก็สามารถสยบสาวๆได้เป็ร้อย อีกทั้งรูปร่างหน้าตารึก็กำลังอินเทรนเลยทีเดียว สูงยาวเข่าดีหน้าตี๋เกาหลีใช่เลย แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับผู้หญิงที่ชื่อมนต์ตรา สารศาสตร์ ถ้าจะเทียบแพทย์หญิงมนต์ตรา กับสาวไฮโซที่ม่าม้าเลือกให้แล้ว หมอมนต์ของเราตกกระป๋องไปเลยล่ะ
เพราะเธอเป็ผู้หญิงฉบับกระเป๋าอะไรๆก็เล็กไปหมด ดีแต่ที่หน้าตาจุ๋มจิ๋มน่ารัก แม้จะอายุสามสิบกว่าแล้วก็ยังดูแอ๊บแบ๊วคล้ายเด็กมหาลัยปีหนึ่งปีสอง ใครจะเชื่อว่านี่คือหมอศัลยกรรมมือดีคนหนึ่งของเมืองไทย การไปเรียนต่อครั้งนี้ก็เป็ทุนของรัฐบาลเช่นกัน สมาร์ทเข้านอกออกในบ้านมนต์ตราราวกับเป็บ้านของตนเอง บางครั้งเมากลับไม่ไหวก็นอนค้างออกบ่อยไป
พ่อของมนต์ตราก็ให้ความเอ็นดูชายหนุ่มเป็อย่างดี บางครั้งก็คิดเข้าข้างตนเองว่าอยากให้ลูกสาวแต่งงานเป็ฝั่งเป็ฝากับผู้ชายคนนี้ หัวอกของคนเป็พ่อย่อมอยากเห็นลูกสุขสบายมีฐานะมั่นคง หากแต่งกันแล้วเื่ตั้งโรงพยาบาลเอกชนที่หรูหราดั่งโรงแรมชั้นหนึ่งไม่ใช่เื่ยากเลย เพราะฐานะทางฝ่ายชายอำนวยให้ได้ทุกอย่าง
แต่ปีแล้วปีเล่า ลูกสาวจอมหัวดื้อก็ให้ได้แค่ความเป็เพื่อนกับชายหนุ่มเท่านั้น ว่าที่พ่อตาก็เลยเลิกเชียร์ เพราะเบื่อ..เชียร์ไม่ขึ้น
“ กรี๊ง.ง.ง.ๆๆ” เสียงกริ่งโทรศัพท์แบบเก่าดังขึ้น เพราะผู้เป็พ่อบอกว่าอย่าเปลี่ยนเสียงริงโทนนะ ท่านชอบของท่านแบบนี้ค่อยรู้สึกว่าเป็โทรศัพท์หน่อย ชายสูงวัยนั่งอ่านหนังสือที่โซฟาอยู่แล้วจึงเอื้อมมือไปรับสาย
“ ฮัลโหล บ้านสารศาสตร์ครับ”
“ คุณพ่อเหรอครับ นี่ผมนายหล่อนะครับ ไม่ทราบมนต์อยู่แถวนั้นหรือเปล่า ผมขอสายนิดนึงครับ”
เสียงปลายสายกรอกมา
“ ได้สิ เดี๋ยวจะเรียกให้นะ” เ้าของบ้านตอบ
“ มนต์..มนต์..หล่อโทรมาแน่ะลูก”
“ ค๊า.า.า แป๊บนึง” เสียงผู้เป็ลูกขานรับพร้อมกับวิ่งตึงๆออกมา
“ เฮ้อ! บอกกี่หนแล้วว่าอย่าวิ่ง เป็สาวเป็นางไอ้ลูกคนนี้นี่ ” ผู้เป็พ่อบ่น ลูกสาวทันมาได้ยินทำตามองบน พ่นลมออกจากปากดังพรืด ทำนองว่า..บ่นอีกแล้ว.ว.ว.ว พลางรับโทรศัพท์จากผู้เป็พ่อ
“ เออ..ไรของเมิงโทรมาแต่เช้า ” ผู้เป็พ่อทำปากจุ๊ๆกับการพูดจาของลูกสาว เห็นทีว่าจะทนฟังต่อไปไม่ได้จึงลุกขึ้นแล้วเดินหนีไป หญิงสาวใช้หางตามองตามแล้วหัวเราะคิกคักชอบใจ
“ หัวเราอะไร หัวเราะใคร?” เสียงเพื่อนชายถามกลับมา
“ พ่อ..พ่อ..ขำพ่อ” เธอว่า
“ นึกว่าขำเรา มีจ็อบเล็กๆให้ทำก่อนบินน่ะสนใจมั๊ย พ่อเราให้ถามราคางามนะ พ่อบอกให้เป็ทุนลูกสะใภ้ไปเรียนต่อ”
“ หา.า.าอะไรนะไอ้หล่อ” เสียงแหลมปรี๊ดะโลั่น
“ พูดบ้าอะไรของเมิง” เธอยังพูดไม่จบ
“ ป่าวๆๆ พูดเล่นน่า อ่ะล้อเล่นน่ะ เอาเป็งานเป็การล่ะนะ” ชายหนุ่มทำสุ้มเสียงจริงจัง เพราะรู้ว่ามนต์ตราไม่ชอบให้ล้อเล่นเื่ทำนองนี้ นางจะโกรธเป็ฟืนเป็ไฟและขึ้นมึงขึ้นกูทันที ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องโกรธขนาดนั้นด้วย
“เอาดีๆนะ ” เสียงจากปลายสายไม่ล้อเล่นเช่นกัน
“ คือ ทีมงานของบริษัทพ่อจะจัดคอนเสิร์ตซุปตาร์เกาหลี และถ่ายโฆษณาสินค้าด้วย ก็น่าจะอยู่เมืองไทยหลายวันอยู่ เค้าอยากได้ล่ามคนไทยที่พูดเกาหลีได้ดี มีความคล่องตัวมีความรู้รอบตัวพอที่จะอธิบายถึงชีวิตความเป็อยู่ของคนไทยให้เขาฟัง ตอนแรกทีมงานขอพ่อให้เป็เรา แต่เสียใจ หล่อไม่ว่าง”
“ กลัวทำงานฟรีว่างั้น” มนต์ตราดักคอ
“ บ้าน่า..ราคาถูกก็ไม่ทำ”
“ โธ่เอ๊ยไอ้หล่อ”
“ เอาน่ามนต์อุตส่าห์ตีเมืองมาให้แล้วรักษาไว้ให้หน่อยนะ”
“ รักษาหน้านายน่ะสิ” นางว่าเข้าให้
“ โธ่! มนต์ พ่อเราน่ะดีแต่เปย์คนอื่น แต่ทีกับเราน่ะ เหนียวดึงไม่ออกเลยอ่ะ ”
“ ก็นายเล่นใช้เงินวันละหมื่น ถ้าเป็ชั้นน่ะแพ่นกะบาลแตกไปแล้ว นายก็เลยเสนอชั้นแทนว่างั้น” หญิงสาวพูด
“ ก็ทำนองนั้น” เขาตอบอ่อยๆ”
“ ถามกูยัง ?”
คราวนี้ชายหนุ่มะเิเสียงหัวเราะดังลั่นโทรศัพท์ จนหญิงสาวต้องยกกระบอกโทรศัพท์ออกจากหู
“ ไอ้บ้าหล่อ ” เธอแว๊ดใส่
“ เออๆ ขอโทษๆ” เขาหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ “ โทษเห็นว่าเป็งานดีใช้เวลาสั้นๆน่ะ ไม่อยากให้ใครทำ อยากให้มนต์ทำจริงๆนะ ไม่อยากอยู่ใกล้ซุปตาร์ตัวพ่อเหรอ ดังะเิระเบ้อเลยนะคนนี้” เพื่อนชายคุยฟุ้ง
“ พ่อนายจะขายหน้าเอานา มาไว้ใจให้ชั้นทำงานใหญ่” หญิงสาวยังอิดออด
“ ไม่หรอก เราก็เชื่อฝีมือมนต์นะ เชื่อว่ามนต์จะทำได้ดี”
“ ส่งรายละเอียดมาให้ดูก่อนละกัน ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงก็น่าจะโอ กำลังอยากได้เงินสักก้อนพอดี เพราะว่าไปตั้งสองปีก็อยากกินดีอยู่ดีหน่อย” แม่ตากวางของชายหนุ่มบ่นเบาๆ
“ ก็เราจะเป็สปอนด์เซอร์ให้ก็ไม่ยอม” เขาตัดพ้อ
“ ถ้านายรู้จักเราดีอย่าพูดแบบนี้อีก แค่นายรับปากว่าจะแวะเวียนไปดูพ่อให้ก็เต็มตื้นจะแย่” คำพูดเหมือนซาบซึ้งในน้ำใจของเพื่อน แต่สำเนียงตอน..จะแย่..เนี่ยมันแฝงการประชดประชันยังไงชอบกล เขาไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วยจึงรีบเปลี่ยนเื่คุย
“ ถ้าพ่อเราสรุปแผนงานเสร็จเราจะรีบส่งรายละเอียดให้นะ ว่าแต่เย็นนี้ทานข้าวด้วยกันสักมื้อได้มั๊ย นะ..นะ ” เขาอ้อน
“ เอาสิ ชวนไอ้มัท ไอ้แมงมากินด้วยกัน”
“ โอ๊ย.ย.ย เอาอีกแล้วกินสองคนไม่ได้รึไง จะทำอะไร จะไปไหนต้องมีบุคคลที่สามตลอด เซ็งนะมนต์ ” เขาโวยวาย หญิงสาวหัวเราะกี๊ก ขำไอ้คนหล่อ ความจริงไปกันสองคนก็ได้ แต่เธออยากพบเพื่อนๆโดยเฉพาะมัทกับแมง คู่กัดอีกคู่ที่เข้ากันได้ดีกับเธอ
มัทนาเป็หมอจิตเวชหน้าตาดีนะ แต่ความที่รู้ทันผู้ชายไปซะทุกเื่ ทำให้ไม่มีใครกล้าตกร่องปล่องชิ้นด้วยเพราะเธอไล่ทันหมดไม่ว่าจะโกหกแบบไหน ส่วนแมงเม้าท์หรืออีกนัยหนึ่งก็คือนายพงศ์ศักดา นักดีไซเนอร์ชื่อดังเ้าของห้องเสื้อชั้นนำเพื่อนสาวที่วี๊ดว๊ายกระตู้วู้ เรียนมัธยมปลายร่วมกันมาคบหากันได้ถูกใจ ยังโสดหมดจึงเฮฮาปาตี้ได้สุดติ่งกระดิ่งแมว
“ น่า..นะ..หล่อนะ เราจะไปตั้งสองปี ขอเจอปีศาจหมาบ้าสองตัวนี่หน่อยเถอะ นายจัดการนัดด้วยนะ” หญิงสั่งการเสร็จสรรพ ถือว่าผู้รับบัญชาโอเคเรียบร้อยแล้วจึงวางหู
“ อะไรของนางวะ สั่ง..สั่ง..สั่ง เห็นไอ้หล่อเป็ทาสในเรือนเบี้ยไปแล้วรึไง? ” ที่กล้าโวยวาย็เพราะชัวร์ว่านางวางหูไปเรียบร้อยแล้ว มิเช่นนั้นไอ้หล่อตายแน่