แสงแดดจางๆ รุ่งเช้าหลังพายุใหญ่เริ่มสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างระเบียงที่แตกสลายระยิบระยับเข้ามาในห้องนอนใหญ่ที่พังยับเยิน ลมหนาวพัดเอาไอฝนเปียกชื้นที่เย็นสบายชำระล้างความร้อนแรงในห้องจนสะอาด แสงแดดปลุกกระตุ้นโสตประสาทของลินินให้ขยับตัวลืมตาตื่นขึ้นมาจากความหลับใหลสั้นๆ หลังจากผ่านค่ำคืนร่วมรักช่วยชีวิตเยียวยากระแสพิษอันแสนสาหัส ร่างกายของเธอยังคงเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลังวิเศษหนาแน่นและกระฉับกระเฉงเต็มเปี่ยม (ระดับพลังงานสะสมไต่สูงขึ้นถึง 95% เรียบร้อยแล้ว)
ทว่าเมื่อเอื้อมมือไปหาความอบอุ่นด้านข้าง เธอกลับพบเพียงความว่างเปล่าและความเย็นเฉียบของที่นอนไหมสีดำขลับ
ลินินสะดุ้งสุดตัวรีบลุกขึ้นนั่ง จ้องมองพื้นที่เตียงที่ไร้เงาร่างของกวินทร์ บนพื้นหินอ่อนสีดำรอบเตียงมีรอยเศษเถ้าถ่านสีม่วงดำที่โรยวาดเป็รูปสลักอักขระรูนเคลื่อนย้ายเงาโบราณ (Shadow Transportation Sigil) กลิ่นกำมะถันจางๆ คลุ้งทั่วบริเวณ บ่งบอกว่าพิธีมืดได้กระทำขึ้นเงียบเชียบใน่รุ่งสาง เศษแก้วและรอยเขม่าควันเป็เครื่องยืนยันว่าการต่อสู้เมื่อคืนนี้ยังไม่สิ้นสุด
*ปัง!*
ประตูห้องนอนถูกผลักเปิดออกอย่างแรง วัชระก้าวเดินกระหืดกระหอบเข้ามา ใบหน้าคมมีคราบโลหิตสีแดงเข้มและรอยแผลบวมเป่งตามแก้ม มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกซ้ายไว้ด้วยสีหน้าเ็ปแสนสาหัส "คุณลินินครับ... แย่แล้วครับ... พวกมัน..."
"กวินทร์โดนจับตัวไปใช่ไหมคะวัชระ?" ลินินถามเสียงเครียด
"ครับ... ่รุ่งสาง อาจารย์เดช ผู้นำลัทธิมืดได้เปิดใช้งานสลักตามรอยตัว (Tracking Rune) บนหน้าอกของคุณกวินทร์โดยตรง พวกมันไม่ได้เดินผ่านประตูที่ผมเฝ้าอยู่ แต่ส่งพลังเงาลักพาตัวเขาจมหายไปในเงาเตียงนอนทันที ผมพยายามกางอาคมขัดขวางแต่ก็โดนแรงสะท้อนพลังงานมืดกระแทกปลิวออกมา... พวกมันจับตัวเขาไปที่ 'วิหารศักดิ์สิทธิ์มืด' (Dark Sanctuary) ครับ" วัชระรายงานเสียงสั่น
"วิหารนั่นอยู่ที่ไหนคะ?" ลินินถามพลางลุกขึ้นก้าวลงจากเตียงด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว
"มันซ่อนตัวอยู่ในป่าลึกหลังหุบเขาของตระกูลกวินทร์ครับคุณลินิน ป่าแห่งนั้นมีชื่อว่า 'เขาวงกตเงา' (Shadow Labyrinth) เต็มไปด้วยความชั่วร้ายโบราณ ค่ายกลลวงตาบิดเบือนพื้นที่ และอสูรเงาคุ้มกันหนาแน่น ต้นไม้ทุกต้นกลายพันธุ์จากไอพลังมืดสะสมมานับศตวรรษ คนธรรมดาหรือเครื่องมือไฮเทคไม่สามารถแกะรอยหรือเจาะข้ามเขตแดนเข้าไปได้เลยครับ" วัชระตอบ
"ฉันไม่จำเป็ต้องใช้เครื่องมือหรอกค่ะวัชระ" ลินินพูดพลางก้าวไปสวมชุดที่รัดกุม เสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์เข้ารูปสีเข้ม และรองเท้าบู๊ทหนังที่คล่องตัว เธอรวบผมยาวสีน้ำตาลเข้มไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย "ตอนนี้ิญญาของเราสองคนประสานสมบูรณ์แบบเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์แล้ว ฉันได้ยินเสียงเต้นของหัวใจเขา... รู้สึกถึงกระแสพลังมืดปนทองของเขาที่กำลังกรีดร้องเ็ปอยู่ ฉันจะตามสายใยวิเศษนี้ไปช่วยเขาเอง"
ลินินปฏิเสธที่จะให้วัชระที่กำลังเจ็บหนักตามไปด้วย "คุณคุมการ์ดที่เหลือเฝ้าที่นี่และรักษาตัวเถอะค่ะ ฉันลุยคนเดียวสะดวกกว่า"
เธอวิ่งก้าวออกจากระเบียงเพนท์เฮาส์หรู ดิ่งตรงเข้าสู่แนวป่าทึบของเขาวงกตเงาอย่างรวดเร็วและมั่นคง แสงแดดยามเช้าไม่สามารถส่องทะลุความหนาทึบของยอดไม้โบราณที่นี่ได้ เปลือกไม้เป็สีดำมะเกลือและมียางไม้สีดำกลิ่นกำมะถันไหลซึม ลินินหลับตาลงกางสมาธิ ััถึงสายใยสีทองประกายที่เชื่อมโยงตรงจากกลางอกของเธอไปสู่อกของกวินทร์
เมื่อก้าวลึกเข้าไป ค่ายกลลวงตาเริ่มทำงาน เส้นทางเดินข้างหลังจมหายไปและปรากฏหลุมลึกและหนามพิษล้อมรอบ สายลมพัดโบกส่งเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงกระซิบจากความมืดที่พยายามปั่นประสาทให้เธอท้อถอยและระแวง "เ้าเป็เพียงมนุษย์ธรรมดา กวินทร์เป็อสูรกายคำสาปมรณะ สักวันเขาจะสูบกลืนิญญาเ้าจนหมดตัวและทิ้งเ้าเหมือนคนอื่นๆ..." ลินินคลี่ยิ้มตอบกลับเสียงกระซิบนั้นในใจอย่างทระนง "กวินทร์คือคนของฉัน และฉันคือคนของเขา สิ่งเดียวที่จะแตกสลายและล้มตายในวันนี้คือคำสาปและลัทธิมืดของพวกแกต่างหาก!"
พืชพันธุ์ในป่าที่ปนเปื้อนความมืด ทั้งกุหลาบดำหนามแหลมและเห็ดพิษสีม่วงที่พ่นละอองสปอร์สะกดิญญา ลินินใช้บาเรียแสงหกเหลี่ยมสีทองปัดเป่าละอองสปอร์เ่าั้ปลิวหายไป เธอเหยียบย่ำรองเท้าบู๊ทหนังทับหนามแหลมจนแหลกเหลว ยามที่ฝ่าเท้าของเธอเหยียบย่ำลงบนดินชื้นแฉะ ดอกไม้ป่าดารดาษพลันงอกเงยและเบ่งบานเปล่งประกายแสงสีทองตอบรับการมาเยือนของ Harmonizer
*โฮก...!*
ฝูงสุนัขป่าเงามรณะ นำโดย "จ่าฝูงเงาสองหัว" (Obsidian Shadow Alpha) ที่มีผลึกหินูเาไฟแหลมคมงอกตามหลัง พุ่งตัวออกจากเงามืดล้อมรอบตัวเธอไว้ จ่าฝูงเงาขู่คำรามก้องะเืป่า ตัวหนึ่งพุ่งกระโจนเข้าขย้ำจากด้านข้าง ลินินเบี่ยงตัวหลบกระชั้นชิดม้วนตัวลงกับพื้นดินชื้นแฉะอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชักนำพลังแสงสีทองเข้าที่ปลายนิ้วก่อตัวเป็มีดสั้นประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ สับฟันฟาดเข้าใส่หัวขวาของจ่าฝูงเงาจนขาดสะบั้นสลายตัวกลายเป็ไอควันดำทันควัน หัวที่เหลือของมันร้องโหยหวนด้วยความทรมาน ลินินชาร์จพลังสีทองเข้าที่หมัดขวาและชกกระแทกพื้นดินอย่างรุนแรง
*เปรี้ยง... บึ้ม...!*
คลื่นะเิเพลิงสุริยะสีทองะเิออกกวาดทำลายฝูงสุนัขป่าเงาและร่างจ่าฝูงเงาทั้งหมดสลายตัวกลายเป็ไอสีขาวในพริบตาเดียว ป่าทั้งบริเวณสว่างไสวขึ้นทันที
ลินินก้าวเดินอย่างรวดเร็วแกะรอยนำทางดิ่งลึกลงไปสู่แนวหน้าผาหินชันลึกลับ เธอใช้สมาธิหน่วงตัวลอยลื่นไหลลงสู่ปากปล่องถ้ำแนวตั้งลึกกว่าห้าสิบเมตรได้อย่างปลอดภัย โพรงถ้ำใต้ดินลึกลับแผ่ไอหนาวเหน็บเย็นะเื กลิ่นอายความชั่วร้ายโบราณทวีความหนาแน่นขึ้นทุกก้าว ผนังถ้ำเต็มไปด้วยอักษรรูนสีม่วงดำจารึกประวัติศาสตร์คำสาป
หลังก้าวผ่านประตูอุโมงค์หินแกรนิตแคบๆ ที่ชื้นแฉะ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าของเธอคือประตูบานคู่หินขนาดั์สูงกว่าสิบเมตรสีเทาดำ ที่้าบานประตูแกะสลักหินเป็รูปใบหน้าของหญิงสาวสามคนกำลังร่ำไห้เป็สายน้ำตกสีดำ นั่นคือภาพะเืจิตใจของ คลาร่า เมลิสซา และวาเนสซา ที่เคยถูกคำสาปดูดกลืนและผูกมัดดวงจิตไว้เพื่อเป็นายทวารคุ้มกันทางเข้าวิหารมืด
ลินินเดินเข้าไปใกล้ด้วยความะเืใจ เธอทาบฝ่ามือนุ่มอุ่นสีทองลงบนหินสลักใบหน้าร้องไห้ของคลาร่า ภาพความจำสั้นๆ วูบเข้าสู่สมองเธอ: คลาร่าในวัยสาวกำลังหัวเราะและวิ่งเล่นในสวนกับกวินทร์อย่างมีความสุขก่อนจะโดนคำสาปดูดกิน ลินินพึมพำน้ำตาซึม "การเสียสละของพวกคุณสิ้นสุดลงแล้วค่ะ ไปสู่ดินแดนแห่งแสงสว่างเถอะนะคะ"
ลินินทำกระบวนการแบบเดียวกันััใบหน้าของเมลิสซาและวาเนสซา ชำระล้างเขม่าควันสีดำและน้ำตาหินสลักจนหมดสิ้น ใบหน้าหินแปรเปลี่ยนเป็หินอ่อนสีขาวนวลสะอาดตา ดวงจิตทั้งสามคลี่ยิ้มให้ลินินอย่างขอบคุณก่อนจะสลายตัวกลายเป็ประกายละอองแสงลอยขึ้นสู่สรวง์ ปลดล็อกสลักเวทมนตร์คุ้มกันประตูหินขนาดั์ลงในที่สุด
ทว่าบานประตูหินตรงกลางยังคงปิดสนิทพร้อมมีตราประทับโลหะทมิฬโบราณ (Covenant of the Devourer) ร้อนฉ่าติดตั้งขวางทาง ลินินยื่นมือแตะแผ่นโลหะหนา หนามแหลมบนตราแทงเข้าฝ่ามือสาวจนเืออกหนึ่งหยด โลหิตศักดิ์สิทธิ์ของ Harmonizer ทำปฏิกิริยากับตราประทับเกิดเสียงฉี่และประกายไฟะเิดังลั่น ลินินเพ่งสมาธิส่งคลื่นพลังสีทองทั้งหมดทะลวงลงไป รอยตราสลักตามข้อมือของเธอเปล่งอสงสว่างวาบเจิดจ้า
*ครืน... เปรี๊ยะ... บึ้ม!*
ประตูหินั์ทรุดแตกร้าวเป็ลายเส้นสีทองกระจายตัว แสงสีแดงเืตรงตราประทับเปลี่ยนเป็ขาวบริสุทธิ์และะเิออกเสียงสั่นะเืปฐี ประตูบานั์ส่งเสียงครืนครั่นและค่อยๆ เปิดอ้าออก เผยให้เห็นโถงวิหารมืดกว้างใหญ่ภายในที่ค้ำยันด้วยเสาหินออบซิเดียนสีดำ
ที่ใจกลางวิหาร มีแท่นบูชาที่ลุกโชนด้วยไฟมืดสีม่วงเย็นะเื กวินทร์ถูกล่ามโซ่พลังงานสีดำตรึงติดกับเสาหินกลม แผงอกแกร่งเปลือยเปล่าปรากฏรอยสักรูนติดตามตัวที่เปล่งแสงสีม่วงพุ่งพล่านด้วยความทรมาน เบื้องหน้าของเขามีอาจารย์เดชในชุดคลุมสีดำถือคทากระดูกคอยร่ายเวทย์เค้นเอาพลังงานมืดออกมา สมาชิกในลัทธิที่ยืนล้อมรอบหันกลับมามองประตูที่พังทลายด้วยความตื่นตะลึงสุดขีด
ลินินก้าวเท้าผ่านม่านฝุ่นและเศษหินเข้ามาในวิหาร ดวงตาคู่สวยส่องประกายแสงสีทองศักดิ์สิทธิ์เจิดจ้า ผิวกายแผ่ออร่าสีทองคุกคามลัทธิมืดจนสั่นสะท้าน เธอพูดเสียงต่ำก้องกังวานลั่นวิหาร
"ฉันมารับสามีของฉันคืนค่ะ... และคืนนี้ ลัทธิของพวกแกจะต้องพังทลายลง!"
อาจารย์เดชหรี่ดวงตาเหี่ยวย่นสีแดงก่ำลงพลางเหยียดยิ้มเยาะหยัน "ผู้ประสานพลังงั้นรึ? หึ... ช้าไปแล้วนังหนู พันธสัญญานี้ทำไว้ด้วยเืตระกูลกวินทร์มาเป็ร้อยปี ไม่มีใครหน้าไหนล้างมันออกได้โดยที่ร่างมันไม่แตกสลาย!"
"งั้นก็มาลองดูกันค่ะว่าพันธสัญญาผุๆ ของแก กับพลังแสงสว่างในร่างของฉัน... ใครมันจะแน่กว่ากัน!" ลินินประกาศกร้าวพร้อมชูฝ่ามือทั้งสองขึ้น ปล่อยกระแสพลังแสงสีทองคำหมุนวนพวยพุ่งรอบตัวดุจพายุสุริยะที่พร้อมบดขยี้ทุกเงามืดโบราณให้มลายสิ้น เสาหินออบซิเดียนรอบข้างเริ่มแตกร้าวเสียงดังลั่น กวินทร์เงยหน้าที่เต็มไปด้วยคราบเหงื่อช้ำเืขึ้นมองเธอ แววตาเปี่ยมด้วยความหวังและพึมพำกระซิบชื่อเธอแ่เบา... "ลินิน..."
ศึกตัดสินความมืดและแสงสว่างเพื่อ่ชิงอิสรภาพที่แท้จริงและชีวิตของกวินทร์กลับคืนมา ได้ะเิเปิดฉากขึ้นแล้ว ณ วินาทีนี้