ตอนที่ 160 ทำไมไม่ลองไปปรึกษาน้องชายฉันล่ะ
แสงไฟวิบวับในผับบาร์และเสียงเพลงทำให้บรรยากาศภายในร้านดูครึกครื้นเป็นอย่างมาก มีหนุ่มสาวมากมายออกมาท่องเที่ยวในยามราตรีกันอย่างสนุกสนาน ทุกคนต่างดื่มและเต้นไปกับเสียงเพลงที่ดังสนั่น
หากแต่มีหญิงสาวที่เป็นอเมริกันชน นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์เพียงลำพัง เธอดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปแล้วมากมายหลายแก้ว ตั้งแต่ร้านเปิดช่วง 2 ทุ่มจนตอนนี้เที่ยงคืนกว่าแล้ว เธอก็ยังไม่ลุกจากไปไหน
อาการของเธอไม่ต่างจากคนเมาที่แทบจะไม่มีสติเหลืออีกแล้ว บาร์เทนเดอร์พบเห็นผู้คนที่ดื่มจนเมามายแบบนี้มามากและในฐานะมืออาชีพ พวกเขาก็คอยเฝ้าระวังความปลอดภัยให้กับฝรั่งสาวคนนี้อย่างสุดกำลัง
ไม่ให้ใครหรือแขกคนไหน แสร้งทำตัวมาทำตัวไม่ดีกับแขกบ้านแขกเมืองคนนี้ได้อย่างเด็ดขาด จวบจนกระทั่งเมื่อเห็นท่าว่าฝรั่งสาวคนนี้ไม่น่าจะสามารถประคองสติกลับที่พักของตัวเองได้ จึงได้ถือวิสาสะหยิบมือถือที่เธอเปิดค้างไว้ เพื่อโทรหาคนรู้จัก ซึ่งในโทรศัพท์ของฝรั่งสาวคนนี้ ล้วนมีเบอร์โทรศัพท์มากมาย ส่วนใหญ่แล้วถูกบันทึกด้วยชื่อและตำแหน่งต่อท้าย
แต่มีอยู่เบอร์หนึ่งที่สะดุดตาบาร์เทนเดอร์ เพราะรายชื่อดังกล่าวเป็นชื่อเล่นของคนไทยและที่สำคัญมันมีอิโมจิรูปหัวใจต่อท้ายอยู่ในรายชื่อนี้ด้วย ดังนั้นบาร์เทนเดอร์จึงกดโทรหาเบอร์ดังกล่าวและไม่นานปลายสายก็รับโทรศัพท์
“ฮัลโหลสวัสดีครับ ผมเป็นบาร์เทนเดอร์ของร้าน xxx นะครับ…พอดีเจ้าของโทรศัพท์นี้เมามายไม่ได้สติอยู่ที่ร้านของผม ไม่ทราบว่าคุณพอจะมารับเธอกลับไปได้ไหมครับ” บาร์เทนเดอร์พูดอย่างสุภาพ ก่อนที่ปลายสายจะเป็นเสียงของหญิงสาวจะดังตอบกลับมา
“วิเวียร์เมาอยู่ที่ร้านเหรอคะ? ได้ค่ะ รบกวนช่วยดูแลเธอให้ก่อนนะคะ ฉันจะรีบไปถึงในอีก 20 นาที” ใช่แล้วฝรั่งสาวที่ว่าก็คือวิเวียร์นั่นเองและปลายสายที่ทางบาร์เทนเดอร์ของร้านเหล้าได้โทรไปก็คือ พี่แพร นั่นเอง
พี่แพรขับรถของเธอออกมาจากคอนโดด้วยชุดนอนเลยก็ว่าได้ เธอขับรถไปรับวิเวียร์กลับมากับเธอ พลางชำระค่าเหล้าให้กับอีกฝ่ายและได้ขอบคุณบาร์เทนเดอร์เป็นการยกใหญ่
ก่อนที่ในเช้าวันต่อมาวิเวียร์จะตื่นขึ้นมาในห้องที่ไม่คุ้นตา ท่ามกลางร่างกายที่เปลือยเปล่าของเธอ…เกิดอะไรขึ้น?! วิเวียร์จำอะไรไม่ได้เลย เธอมองสภาพของเธอที่นอนเปลือยกายอยู่ภายใต้ผ้าห่มสีขาว ภายในห้องที่ไม่คุ้นตา
แน่นอนตามสัญชาตญาณแรก วิเวียร์ย่อมคิดว่าตัวเองนั้นถูกทำมิดีมิร้ายอย่างแน่นอน ถึงเธอจะมีรสนิยมที่ออกจะแปลกแยกไปบ้าง เธอรู้สึกชอบผู้หญิงด้วยกันเองมากกว่าชอบผู้ชายที่เป็นเพศตรงข้าม
และด้วยรูปลักษณ์การแต่งกายของเธอก็ยังคงแต่งกายแบบผู้หญิงและจัดว่าเป็นคนสวยพอตัว มันเลยทำให้วิเวียร์หวาดกลัวต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอในตอนนี้มาก
เธอเมาจนขาดสติและจบลงที่เธอถูกขืนใจ? เธอเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดมันทำให้เธอต้องรีบหาทางออกจากที่นี่ให้ได้เสียก่อน เธอรีบมองหาเสื้อผ้าของเธอ แต่ก็ไม่พบมันเลยภายในห้องนอนนี้
เธอมองซ้ายมองขวาเพื่อสำรวจรอบๆ ห้อง ก่อนจะพบว่าห้องนี้สะอาดมากทีเดียว แถมกลิ่นในห้องก็สดชื่นมากๆ และเธอก็ยังคุ้นเคยกับกลิ่นนี้มากพอสมควร มันเป็นกลิ่นหอมที่เธอชอบมากที่สุด นับตั้งแต่มาถึงประเทศไทย
และกลิ่นที่ว่านี้ก็คือกลิ่นของแพร หญิงสาวที่เธอแอบนิยมชมชอบ แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีรสนิยมชอบเพศเดียวกันเหมือนกันกับเธอ
‘ห้องของแพรเหรอ?’
ในใจของวิเวียร์มันทั้งดีใจและโล่งใจไปในเวลาเดียวกัน เมื่อได้กลิ่นที่เธอคุ้นเคยและยิ่งกระจ่างชัดมากขึ้นไปอีกว่านี้คือห้องของแพร ก็ตรงหัวนอนนั้นมีรูปครอบครัวของแพรวางอยู่เต็มไปหมด
ไม่ว่าจะเป็นรูปครอบครัวที่ดูเก่ามาก ในนั้นมีผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลาได้อุ้มเด็กน้อยคนหนึ่งอยู่บนอ้อมแขน (พลอย) ตรงกลางเป็นแพรสมัยเด็กที่อยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ ส่วนพีทนั้นตัดผมสั้นเกรียนยืนอยู่ข้างๆ แม่
รูปพวกนี้ยังมีอยู่อีกมากเต็มหัวนอน แต่ทั้งหมดทั้งมวล ไม่มีรูปเดี่ยวของแพรที่เป็นปัจจุบันเลยสักรูปเดียว รูปเดี่ยวของแพรคือรูปสมัยตอนเธอยังเด็กเท่านั้น
ส่วนที่เหลือล้วนเป็นรูปที่แพรถ่ายกับครอบครัวทั้งหมด ไม่ว่าจะถ่ายกับแม่หรือถ่ายกับน้องชายและน้องสาว
ประหนึ่งว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ครอบครัวของเธอได้เสียเสาหลักอย่างพ่อไป แพรก็ได้ทุ่มเททั้งชีวิตนี้ของเธอให้กับครอบครัวนั่นเอง
วิเวียร์มองดูรูปบนหัวนอนของแพร ด้วยความรู้สึกที่เข้าใจแพรเป็นอย่างมาก วิเวียร์เข้าใจแล้วว่าทำไมแพรถึงไม่เคยมีแฟนเลยมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ใช่แล้ววิเวียร์เคยถามเรื่องนี้กับแพร ถึงแฟนคนล่าสุดของแพร ที่ต้องย้อนกลับไปสมัยมหาลัยตอนปีแรกๆ เลยทีเดียว ก่อนจะได้รับคำตอบจากแพรว่าเธอโสดมานานหลายปีแล้วและไม่คิดที่จะมีแฟนด้วยนั่นเอง
“ตื่นแล้วเหรอ…เธอเป็นบ้าอะไร ถึงได้ดื่มจนไม่ได้สติแบบนี้” แพรได้ยินเสียงตะกุกตะกักในห้องนอน ก็รู้ว่าวิเวียร์นั้นตื่นแล้ว เธอจึงเปิดประตูเข้ามาเพื่อที่จะพูดคุยกับอีกฝ่าย รวมไปถึงเอาเสื้อผ้าให้กับอีกฝ่าย
“ฉันขอโทษ” วิเวียร์ไม่ได้ตอบอะไร พลางรับเสื้อผ้าของตัวเองมาก ก่อนที่ภาพในหัวจะเริ่มปะติดปะต่อกลับมาเป็นฉากๆ เธอถูกแพรพาตัวขึ้นรถ มิหนำซ้ำพอถึงคอนโดของแพร เธอยังอ้วกออกมาเปื้อนเนื้อเปื้อนตัวไปหมด ดังนั้นแพรจึงต้องเช็ดตัวทำความสะอาดให้กับเธอ จนต้องอยู่ในสภาพเปลือยกายแบบนี้
“แต่งตัวแล้วออกมากินข้าวได้แล้ว อีกเดี๋ยวฉันต้องออกไปทำงานแล้ว” แพรปิดประตู ก่อนจะตักข้าวต้มที่เธอทำไว้ให้กับอีกฝ่ายใส่ชาม ซึ่งไม่นานนักวิเวียร์ก็ออกมาจากห้องด้วยสภาพที่ยังคงมึนเมาเล็กน้อย
“ซดน้ำข้าวต้มจะช่วยให้สร่างเมาได้” หลังจากได้ยินคำพูดของแพร วิเวียร์ก็ปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย พอได้ซดน้ำข้าวต้มไปสักหน่อยมันก็ดีขึ้นมากจริงๆ อาการพะอืดพะอมจากการเมาค้างได้จางหายไปหมดแล้ว “ช่วงนี้ที่ทำงานไม่ราบรื่นเหรอ?”
แพรเอ่ยถาม ใจหนึ่งก็โชคดีที่วิเวียร์เลือกมาดื่มแถวบ้านของเธอ ทำให้เธอสามารถไปรับอีกฝ่ายกลับมาได้อย่างปลอดภัย แต่ถ้าวิเวียร์เลือกไปดื่มที่ในใจกลางกรุงเทพกว่าเธอจะขับรถไปรับ ก็คงจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมงแล้ว
“ราบรื่น? ราบรื่นอยู่แล้ว ราบรื่นเสียจน ไม่เหลือคุณค่าอีกแล้ว” วิเวียร์ได้พรั่งพรูความรู้สึกที่มีออกมาให้กับแพรได้ฟัง
วิเวียร์ได้บอกเล่าถึงอีเมลในจดหมายตอบกลับที่เธอส่งไปหาผู้บริหารในบริษัทของเธอ ซึ่งในคำร้องที่ส่งไป ตัวของวิเวียร์ได้ขอให้บริษัทส่งเธอกลับไปด้วย หากแต่บริษัทกลับปฏิเสธและบอกว่าให้เธอประจำอยู่ที่ประเทศไทยต่อไป เพราะอีกไม่กี่เดือนร้านค้าที่เธอจัดการอยู่ก็จะเปิดให้บริการที่ประเทศไทยแล้ว
และจากการคาดการณ์น่าจะทำกำไรให้กับบริษัทได้มหาศาล จากการที่เป็นร้านค้าแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีลูกค้าจากประเทศรอบๆ ข้างบินมาใช้บริการที่ประเทศไทย
ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทางบริษัทจะอยากให้วิเวียร์นั้นช่วยดูแลต่อไปอีกสักพัก ในมุมของบริษัทวิเวียร์อาจจะมองว่าการให้วิเวียร์อยู่จัดการที่ประเทศไทยต่อไป เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
เพราะวิเวียร์เป็นคนที่ถูกส่งมาจัดการงานนี้ตั้งแต่เริ่ม วิเวียร์ได้ปรับตัวเข้ากับประเทศไทยจนสามารถทำงานและประสานงานกับพนักงานคนไทยได้เป็นอย่างดี แม้สิ่งที่วิเวียร์จะทำอยู่จะถือเป็นการใช้ความสามารถของเธอได้ไม่คุ้มค่าก็ตาม
แต่การส่งเจ้าหน้าที่คนใหม่ที่มีตำแหน่งต่ำกว่ามาแทนวิเวียร์ ก็ไม่คุ้มค่าเช่นเดียวกันเพราะต้องเสียเวลาในการเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับงานอีกมากพอสมควร อาจทำให้บริษัทได้รับผลกระทบได้
ฉะนั้นตอนนี้บริษัทจึงอยากให้วิเวียร์โฟกัสกับการเปิดหน้าร้านให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ส่วนเรื่องโยกย้ายเธอกลับมา เอาไว้ค่อยว่ากันใหม่ภายหลัง ส่วนเรื่องของนักพัฒนา Rayzen ทางบริษัทได้ตกลงกันแล้วว่าจะคงสภาพความสัมพันธ์เอาไว้เพียงเท่านี้
หากนักพัฒนา Rayzen อยากร่วมมือกับทางบริษัท Pineapple จริงๆ ต้องให้นักพัฒนา Rayzen ยอมรับเงื่อนไขของทางบริษัทที่กำหนดว่าต้องให้นักพัฒนา Rayzen เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับบริษัท Pineapple ของพวกเขาเสียก่อน
วิเวียร์ได้ยินแบบนี้มีหรือจะไม่รู้ว่าทาง Pineapple ต้องการกดดันนักพัฒนา Rayzen และบีบให้นักพัฒนา Rayzen เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับบริษัท นี้คือวิธีการที่บริษัท Pineapple ใช่บีบบังคับนักพัฒนาที่มีศักยภาพโดดเด่นมาโดยตลอด
และการบีบบังคับเช่นนี้ก็มักจะได้ผล เพราะผลตอบแทนที่บริษัท Pineapple มอบให้ถือว่าล้ำค่ามาก และนอกเหนือจากรายได้ที่ Pineapple จะมอบให้แล้ว นักพัฒนาของบริษัททุกคนยังสามารถเข้าถึงระบบภายในของบริษัทได้มากกว่านักพัฒนาคนอื่นๆ สามารถนำระบบไปปรับใช้เพื่อทดลองกับแอปพลิเคชันได้ก่อนนักพัฒนาคนอื่นๆ ดั่งเช่นหาก Uphone มีการอัปเดตระบบของ Os
ทางนักพัฒนาของบริษัทก็จะปรับปรุงแอปพลิเคชันให้สอดคล้องกับระบบประมวลผลที่อัปเดตได้ก่อนนักพัฒนาคนอื่นๆ นั่นเอง
ภายนอกสิทธิประโยชน์นี้อาจจะไม่น่าสนใจ แต่ทว่าสำหรับนักพัฒนามันมีมูลค่ามหาศาลมาก
หากระบบอัปเดตแล้วแอปพลิเคชันของพวกเขาไม่สามารถอัปเดตตามได้ทัน แอปก็จะใช้งานไม่ได้หรืออาจถึงขั้นเกิดบัคและปัญหาตามมาเป็นลูกโซ่…และผู้ใช้ก็จะมองหาแอปพลิเคชันใหม่ๆ มาใช้งานแทน
อย่างไรก็ตามวิเวียร์รู้สึกว่า วิธีนี้อาจจะบีบนักพัฒนาคนอื่นๆ ได้…แต่ไม่มีทางที่จะบีบนักพัฒนา Rayzen ได้อย่างแน่นอน
ลองคิดดูขนาดแอปแต่งรูป Becute ที่ปล่อยออกมาเป็นเวลาหลายเดือนแถมยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดาวน์โหลด มันยังเป็นแอปแต่งรูปที่ผู้ใช้งานเลือกใช้เป็นอันดับแรกอยู่เลย มิหนำซ้ำแอปแต่งรูปนี้ก็ยังอัปเดตฟีเจอร์อยู่เรื่อยๆ จนผู้คนที่ซื้อไปมองว่ามันเป็นแอปที่คุ้มค่ามากที่สุดอีกด้วย
แอปอรรถประโยชน์อันดับหนึ่งมีแอป Becute ครองตลาดติดท็อปของร้านค้า…ส่วนแอปพลิเคชันเกมอย่าง Farmday ก็ครองเกมยอดนิยมอันดับและยอดเติมเงินสูงสุดเป็นอันดับ 1 ทั้งๆ ที่ตอนนี้ได้มีเกมที่ทำเกมออกมาเลียนแบบเกม Farmday อยู่เต็มตลาดก็ตาม
วิเวียร์จึงเชื่อว่าต่อให้ Pineapple จะบีบนักพัฒนา Rayzen ยังไง…สุดท้ายเขาก็ไม่ยอมเข้าร่วมกับบริษัทของเธออยู่ดี
“อืม…ในเมื่อเธอหนักใจขนาดนี้ ทำไมไม่ลองไปปรึกษาน้องชายของฉันดูล่ะ เขาสนิทกับนักพัฒนา Rayzen พอสมควรเลยนะ ล่าสุดก็พึ่งช่วยกันทำโปรแกรมติวหนังสือให้กับน้องสาวของฉันที่กำลังเข้าสอบมหาลัยเอง” แพรได้บอกเล่าถึงโปรแกรม LevelUP พอได้ยินเช่นนั้น วิเวียร์ก็แทบจะสร่างเมาทันที
“ติดต่อเขาให้หน่อยได้ไหม” วิเวียร์อยากคุยกับนักพัฒนา Rayzen แบบจริงๆ จังสักครั้งหนึ่ง หวังว่าการพูดคุยนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทของเธอ ไม่ห่างกับบริษัท Gogle มากไปกว่านี้
ซึ่งแพรก็เข้าใจวิเวียร์ดีเลยหวังจะช่วยหาทางออกให้ จึงได้ติดต่อน้องชายของเธอให้และในช่วงเวลาเดียวกัน พีทก็กำลังเลือกซื้อรถคันใหม่อยู่พอดี
ตอนนี้ในเต็นท์รถ BMW เหล่าพนักงานขายต่างรู้สึกอิจฉา เด็กชาย ตรงหน้าของพวกเขามากๆ
ในตอนแรกบรรยากาศมันก็ไม่น่าอึดอัดมากขนาดนี้หรอก เพราะตอนแรกพวกเขาเห็นพีทเป็นแค่เด็กมหาลัย ที่ไม่ได้มีอะไรน่าดึงดูด พีทขับรถกระบะมากับฝ้าย
ทั้งสองเดินเข้ามาในโชว์รูมรถของ BMW ตามที่ฝ้ายกับรดาได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่เมื่อวานว่าจะเลือกรถคันใหม่ให้กับพีท
ซึ่งพีทกับฝ้ายนั้นมาถึงก่อน เนื่องจากทั้งสองอยู่ด้วยกัน แต่ทางด้านของรดานั้นมีงานที่ต้องกลับไปทำ พวกเขาเลยนัดเจอกันวันนี้แทน
“พวกเราอยากดูรถ BMW M3 Coupe ที่โชว์รูมพอจะมีตัวอย่างให้ดูไหมคะ?” ฝ้ายเอ่ยถามกับพนักงานขายที่เข้ามาต้อนรับพวกเขาตามหน้าที่
ในสายตาของพนักงานขาย พวกเขามองพีทและฝ้ายเป็นนักศึกษาที่น่าจะมาจากครอบครัวที่มีฐานะ อีกทั้งประเทศไทยถึงจะมองรูปลักษณ์ภายนอกเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจนเหมือนกับนิยายจีนที่เหยียดลูกค้ากันแบบหน้าด้านๆ ขนาดนั้น
พนักงานได้พาพีทและฝ้ายไปยังรถที่พวกเขาต้องการ ประจวบเหมาะกับรดาได้มาถึงพอดิบพอดี รถ Mercedes-Benz คู่แข่งทางการตลาดได้ขับมาจอดหน้าโชว์รูม พนักงานขายเตรียมออกไปต้อนรับเพราะนึกว่ารดาคือลูกค้าอีกคน
แต่ทว่า เธอกลับเดินตรงไปหากลุ่มของพีทและฝ้าย และที่ทำให้พนักงานขายผู้ชายพากันอิจฉาตาร้อน ก็ตรงที่รดาได้เดินไปควงแขนพีท ข้างที่ว่างอยู่นั่นเอง
‘เด็กหนุ่มนี้มาจากไฮโซตระกูลไหน…มีสาวสวยขนาบซ้ายขวาแบบนี้ ช่างน่าอิจฉาจริงๆ!’
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy