ตอนที่ 35 สุราดี ! สุราชั้นดี ! (1)
นั่นเป็นเสียงของสตรี
หลี่เฉินอันแย้มยิ้มอย่างรู้ใจ เขาไม่คาดคิดว่าลูกค้ารายแรกของร้านสุราจะเป็นแม่นางรูปงามผู้นั้น
เขาเดินเข้าไปในร้านสุราก็เห็นแม่นางผู้นั้นกำลังจับจ้องมาที่เขาด้วยดวงตากลมโตคู่งาม ใบหน้าของนางประดับไปด้วยรอยยิ้ม ช่างเป็นหญิงสาวรูปงามที่น่ามองเสียจริง นับเป็นความงามที่หาได้ยาก
ตอนนี้ร้านของเขายังไม่มีเสี่ยวเอ้อร์
แต่มีหลงจู๊
เขาเดินไปที่ชั้นวางสุราแล้วหยิบเอาถ้วยเล็ก ๆ ออกมาหนึ่งใบ จากนั้นก็ใช้กระบวยตักสุราจากในไหออกมาหนึ่งกระบวย
เขาตักสุราใส่ในถ้วยเล็กใบนั้น ซึ่งมันมีปริมาณหนึ่งเหลียงพอดี
จากนั้นก็ถือถ้วยสุราไปตรงหน้าจงหลีรั่วสุ่ยแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณแม่นางที่มาอุดหนุน ! นี่คือสุราหนึ่งเหลียงที่แม่นางต้องการ รบกวนแม่นางจ่ายเงินสองร้อยอีแปะมาก่อน”
จงหลีรั่วสุ่ยหัวเราะ “ข้ามาสองคนนะ หลงจู๊ควรไปเอามาอีกหนึ่งเหลียง เสวี่ยเอ๋อ จ่ายเงิน ! ”
สาวใช้ที่อยู่ด้านหลังนางตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ถึงตั้งสติและหยิบกระเป๋าเงินออกมาจากในแขนเสื้อ จากนั้นนางก็หยิบเงินสี่ร้อยอีแปะออกมายื่นให้หลี่เฉินอัน
“ขอบใจ ! ”
หลี่เฉินอันเดินกลับไปตักสุรามาให้จงหลีรั่วสุ่ยอีกหนึ่งเหลียง
น่าเสียดายที่ไม่มีถ้วยแก้ว
หากตักสุราใส่ถ้วยแก้วจะช่วยให้สุราดูใสน่ากิน และอาจช่วยทำให้ขายดียิ่งขึ้น
และในตอนนี้เอง เฉิงเจ๋อและฉีจือเสวี่ยที่ยืนลังเลอยู่ด้านนอกก็ได้เดินเข้ามาในร้านตามลำดับ
ที่พวกเขาลังเลไม่ใช่เพราะราคาของสุราฮั่วผิงชุน แต่เป็นเพราะจงหลีรั่วสุ่ยชิงเดินเข้าไปก่อน
นั่นหมายความว่าจงหลีรั่วสุ่ยให้ความสำคัญกับหลี่เฉินอันผู้นี้อย่างจริงจัง และดูเหมือนนางจะกลัวว่าร้านสุราของเขาจะไม่มีลูกค้า
แต่เดิมนางดื่มสุราไม่เก่ง ทว่ายามนี้นางกลับเดินเข้าไปโดยไม่ลังเล
ทุกย่างก้าวของนางเหมือนเหยียบย่ำลงบนหัวใจของเฉิงเจ๋อและฉีจือเสวี่ยทีละก้าว
แม้จะเจ็บใจ แต่ก็ทำสิ่งใดไม่ได้
ทั้งสองเดินมานั่งลงที่ฝั่งข้างซ้ายและขวาของจงหลีรั่วสุ่ย ฉีจือเสวี่ยเงยหน้าขึ้นมองหลี่เฉินอันอย่างไม่เป็นมิตร “เอาสุรามา ! ”
“ไม่ทราบว่าคุณชายต้องการกี่ชาม ? ”
“……สอง ! ”
“รบกวนคุณชายทั้งสองท่านจ่ายเงินสี่ร้อยอีแปะมาก่อนขอรับ ! ”
“ปกติเขาดื่มก่อนแล้วค่อยจ่ายไม่ใช่หรือ ? ”
“ต้องขออภัยด้วย กฎของร้านข้าเป็นเช่นนี้”
“……” ฉีจือเสวี่ยควักเงินสี่ร้อยอีแปะออกมาอย่างไม่เต็มใจ หลี่เฉินอันกลับไปที่ชั้นวางสุราแล้วตักสุรามาสองชาม “เชิญคุณชายลิ้มรสสุรา”
เฉิงเจ๋อยกถ้วยสุราขึ้นมาจ่อที่จมูกแล้วสูดดมเข้าไป
กลิ่นในตอนนี้หอมเข้มข้นกว่าตอนได้กลิ่นจากด้านนอกเสียอีก คิ้วหนาของเขายกขึ้น ดวงตาของเขาเป็นประกาย เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง จากนั้น...เขาก็ยกสุราขึ้นดื่มในคราเดียว !
เขาอมสุราไว้ในปากอยู่ครู่หนึ่งเพื่อลิ้มรสของมันอย่างช้า ๆ แล้วถึงจะกลืนลงคอไป ส่วนฉีจือเสวี่ยก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นว่าเฉิงเจ๋อแย่งถ้วยสุราจากตรงหน้าเขาไป กว่าที่เขาจะทันได้รู้ตัว เฉิงเจ๋อก็ได้แหงนหน้าขึ้นดื่มสุราถ้วยนั้นของเขาไปเสียแล้ว !
“……พี่เฉิง ? ”
“สุราดี ! ”
เฉิงเจ๋อหายใจออกมาเป็นกลิ่นสุราเข้มข้น เขาตบมือใหญ่บนโต๊ะแล้วส่งเสียงตะโกนดังลั่น “มันคือสุราชั้นยอด ! ”
“หลงจู๊ เอาสุรามาให้ข้าอีกสองชั่ง ! ”
หลี่เฉินอันคลี่ยิ้มและส่ายหัว “ต้องขออภัยด้วยคุณชาย กฎของร้านเราคือลูกค้าหนึ่งคนสามารถดื่มสุราได้แค่หนึ่งเหลียงเท่านั้น ต่อให้เพิ่มเงินก็ไม่ขาย ! ”
เฉิงเจ๋อตกตะลึง เขาปราดตามองหลี่เฉินอันอย่างมาดร้ายทันที “กฎบ้ากฎบออะไรกัน ? เจ้าเปิดร้านขายสุรา ส่วนข้าก็ใช่ว่าจะไม่จ่ายเงินซื้อสุราของเจ้า ! ”
“อย่าทรมานกันนักเลย รีบเอาสุรามาให้ข้าอีกสองชั่ง ! ”
หลี่เฉินอันยังคงส่ายหน้าเช่นเดิม “ขอให้คุณชายโปรดมาใหม่ในวันพรุ่งนี้เถิดขอรับ ! ”
“……” เฉิงเจ๋อตวัดสายตามองไปที่หลี่เฉินอัน ดวงตาของเขาค่อย ๆ เผยความขุ่นเคืองให้เห็น ตัวเขาเป็นถึงบุตรชายของจวนกั๋วกง เป็นถึงผู้สืบทอดจวนในภายหน้า เป็นถึงจงหลางเจี้ยงฝ่ายซ้ายแห่งเมืองยวี่จิง หากเป็นที่เมืองหลวง แค่เขาเอ่ยว่าอยากดื่มสุรา ก็มีคนยินดีจ่ายเงินเลี้ยงสุราเขาแล้ว
แต่วันนี้ ที่ร้านสุราเล็ก ๆ ของเมืองกวงหลิง กลับยอมให้เขาดื่มสุราได้เพียงน้อยนิด !
แม้ว่าเขาจะได้ยินหลี่เฉินอันพูดถึงกฎเหล่านั้นไปเมื่อครู่นี้ แต่กฎเหล่านั้นไม่ใช่กฎเกณฑ์ในสายตาของเขาเลย !
คุณชายแห่งจวนกั๋วกงมาดื่สุราในร้านสุราพัง ๆ ของเจ้าเชียวนะ ถือเป็นการให้เกียรติเจ้าอย่างยิ่งแล้ว !
แต่เจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้กลับละเลยไม่เห็นถึงคุณค่าการกระทำของเขา !
และในขณะที่เฉิงเจ๋อกำลังจะบันดาลโทสะนั้น จงหลีรั่วสุ่ยที่นั่งข้างกันก็กระแอมขึ้นมาเป็นการเอ่ยเตือนเขา
“เจ้าจะโวยวายไปเพื่ออันใด?”
“รู้หรือไม่ว่าข้าชอบสิ่งใดในร้านสุราแห่งนี้ ? ”
“ประการแรกก็คือสุราฮั่วผิงชุนนี้ ส่วนประการที่สองที่รองลงมาก็คือความเงียบสงบของที่นี่นั่นเอง”
“ข้าอยากจิบสุรานี้อย่างสงบ เจ้าจะโวยวายเสียงดังไปเพื่ออันใด ……หรือว่าเจ้าเมาแล้ว ? ”
เฉิงเจ๋อปิดปากเงียบทันที
เขาถลึงตาใส่หลี่เฉินอัน พลางกลืนน้ำลายแล้วก้มหน้าลง
จงหลีรั่วสุ่ยออกหน้าแทนเจ้าบุรุษหนุ่มผู้นั้นขนาดนี้เชียวหรือ เฉิงเจ๋อเชื่อแล้วว่านางชอบบุรุษผู้นั้นจริง ๆ
ดูเหมือนเขาและนางคงเป็นได้เพียงแค่พี่น้องเท่านั้น
แต่ถ้าหากจงหลีรั่วสุ่ยตบแต่งกับเจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้จริงๆ ก็เท่ากับว่าเจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้ก็จะกลายมาเป็นน้องเขยของเขาน่ะสิ ?
ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที หากหลี่เฉินอันได้เป็นน้องเขยของเขาจริง ๆ เช่นนั้นเขาก็สามารถดื่มสุรานี้ได้ไม่จำกัดใช่ไหม ?
นี่คือหลักของการคำนึงถึงผลได้ผลเสียอย่างที่ท่านปู่เคยพูดไว้ใช่ไหม ?
เช่นนั้นตัวเขาเองก็ไม่ควรทำให้เจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้ขุ่นเคืองใจแล้ว ด้วยท่าทีมุ่งมั่นที่จงหลีรั่วสุ่ยอยากได้เด็กหนุ่มผู้นี้เป็นคู่หมาย หากเขาทำให้หลี่เฉินอันไม่พอใจ นั่นเท่ากับว่าเขาทำให้จงหลีรั่วสุ่ยไม่พอใจด้วย และจะถือเป็นการทำให้ท่านย่าของนางขุ่นเคืองใจเช่นเดียวกัน
กลับไปมีหวังเขาได้ถูกจัดการเป็นแน่ !
ได้ไม่คุ้มเสีย !
ในช่วงไม่กี่อึดใจ เฉิงเจ๋อก็ตระหนักรู้ได้แล้ว เขาต้องประจบประแจงเจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้ แทนที่จะระบายโทสะใส่
ให้มันเป็นเช่นนี้แหละ !
ในขณะที่เฉิงเจ๋อกำลังต้องการแก้สถานการณ์ที่น่าอับอายนี้ ก็ได้มีคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านสุรา
เป็นสตรีอีกแล้ว
และเป็นสตรีที่รูปโฉมงดงามอีกคนเช่นกัน
นางหันซ้ายแลขวาอยู่ที่ประตูของร้านสุรา กระทั่งนางเห็นจงหลีรั่วสุ่ย สีหน้าของนางก็ดูคล้ายจะตื่นเต้นดีใจขึ้นมาไม่น้อย แต่ในตอนที่นางกำลังเดินเข้ามา จงหลีรั่วสุ่ยกลับค่อย ๆ ขมวดคิ้วขึ้น
นางคือเสิ่นเฉียวเตี๋ย
อดีตคู่หมั้นของหลี่เฉินอัน
ตอนนี้จงหลีรั่วสุ่ยไม่ค่อยชอบสตรีผู้นี้แล้ว
เวลาที่เห็นหน้านางผู้นี้ทีไร จงหลีรั่วสุ่ยก็มักจะรู้สึกคับข้องใจแทนหลี่เฉินอันทุกที
ทว่าเสิ่นเฉียวเตี๋ยหาได้รู้ความคิดในใจของจงหลีรั่วสุ่ยไม่ นางคิดเช่นเดียวกับที่ฮั่วฉวนหมิงวิเคราะห์เอาไว้ที่ว่าคุณหนูสามแห่งจวนจงหลีคงแค่ต้องการหลอกใช้หลี่เฉินอันเท่านั้น
วันนี้นางจึงตัดสินใจมาที่นี่เอง นางอยากมาดูว่าสุราของหลี่เฉินอันจะดีเลิศเหมือนคำร่ำลือจริง ๆ หรือไม่
หากใช่ นางจะได้รีบนำเรื่องนี้ไปบอกตระกูลฮั่ว
แต่หากไม่ใช่……นางก็จะนำเรื่องนี้ไปบอกตระกูลฮั่วเช่นกัน
นางไม่แม้แต่จะชำเลืองมองหลี่เฉินอัน แต่กลับเดินตรงไปที่โต๊ะของจงหลีรั่วสุ่ย ไปถึงที่โต๊ะก็หันไปทักทายคุณชายทั้งสองที่นางไม่รู้จัก “สวัสดีคุณชายทั้งสองท่าน สวัสดีคุณหนูสาม”
“……นั่งลงสิ”
“ขอบคุณคุณหนูสาม”
เสิ่นเฉียวเตี๋ยนั่งลงตรงข้ามจงหลีรั่วสุ่ย ยามนี้ นางเงยหน้าขึ้นเหลือบมองหลี่เฉินอันด้วยแววตาประชดประชัน “เหตุใดไม่รู้จักเลือกการค้าให้มันดีกับตัว ? ไยต้องเปิดร้านสุรา”
“ต่อให้เปิดร้านสุรา แล้วทำไมถึงไม่ไปรับสุราจากตระกูลฮั่วมาขาย ? เหตุใดถึงต้องกลั่นสุราเองด้วย ! ”
“ได้ยินมาว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ร้านสุราของเจ้าสร้างกระแสได้ดีมาก แต่แขกที่มาร้านสุรานี้…...ถ้าไม่ใช่เพราะน้ำใจของคุณหนูสาม เกรงว่าร้านสุราของเจ้าคงไม่มีลูกค้าแม้แต่คนเดียว”
“สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือการประมาณตนเอง ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถกลั่นสุราได้ และยิ่งไม่ใช่สิ่งที่คนเช่นเจ้าจะกลั่นสุราดี ๆ ออกมาได้ ! ”
“ขอบคุณที่เจ้ายอมคืนหนังสือหมั้นให้ ดังนั้น……ข้าจะขอเตือนอะไรเจ้าไว้เสียหน่อย มีคำพูดในเมืองกวงหลิงว่าสวรรค์ลิขิตชีวิตคนเราไว้แล้ว เจ้าขายขนมเปี๊ยะอย่างเดิมเสียเถอะ อย่างน้อยก็พอทำเงินหาซื้อข้าวกินในแต่ละวันได้”
หลี่เฉินอันที่ได้ยินกลับหัวเราะออกมา “น้องชายของเจ้าเป็นเยี่ยงไรบ้าง ? ”
เสิ่นเฉียวเตี๋ยชะงักไปเล็กน้อย ก็ได้ยินหลี่เฉินอันพูดพร้อมรอยยิ้มอีกครั้ง “ร้านของข้าคือร้านสุรา หากแม่นางจะดื่มสุราก็จ่ายเงินมา แต่หากแวะมาที่นี่เพราะเบื่อหน่าย ไม่ได้จะดื่มสุรา……เช่นนั้นก็ขอเชิญแม่นางเดินออกประตูไปแล้วเลี้ยวซ้าย ! ”
“เจ้า……! ”
“เจ้าและข้าไม่เกี่ยวข้องกันแม้แต่อีแปะเดียว ! ”
“เมื่อก่อนไม่เกี่ยวข้อง บัดนี้ก็ไม่เกี่ยวข้อง และในอนาคตก็จะยังคงไม่เกี่ยวข้องเช่นกัน หากไม่ดื่ม ก็เชิญออกจากร้านข้าไป ! ”