สวนนี้เจ้าของดุ

    ตอนที่ 4 เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้

            ตอนที่ 4 เปลี่ยนตัวเ๽้าหนี้

            วันต่อมา...พีรเดชก็ยังไม่ได้ไปตัดผมตามที่ได้รับปากกับแม่เอาไว้อยู่ดีเนื่องจากว่าเวลาที่เขาผ่านไปหลายต่อหลายครั้ง คนในร้านก็แน่นทุกร้านจนเวลาผ่านไปถึงสองอาทิตย์ แม่ของเขาก็ยังคงด่าไม่ยอมเลิก

            วันนี้พีรเดชจึงตัดสินใจว่าจะต้องไปตัดผมให้ได้เสียเวลานั่งรอครึ่งวันก็คงต้องยอม เมื่อคิดได้ดังนี้เขาจึงขับรถยนต์ไปที่ตลาดก่อนออกจากบ้านแอบรู้สึกเซ็งๆนิดหน่อย

            "อยากมีเมียเป็๞ช่างตัดผมโว้ย!!"จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลานั่งรอเป็๞วันๆ

             

            ทางด้านหนูเล็ก

            ในขณะที่เธอกำลังสระผมให้ลูกค้าอยู่อยู่ๆก็มีผู้ชายวัยฉกรรจ์สี่ห้าคนเดินเข้ามาในร้านของเธอด้วยท่าทางหาเ๱ื่๵๹

            "วันนี้ลูกค้าแน่นร้านเลยค่ะถ้ารอได้เชิญนั่งได้เลยนะคะ" เธอหันไปพูดด้วยรอยยิ้ม

            "ไม่ได้มาตัดผมมาทวงหนี้" หนี้!

            "หนี้อะไรฉันไม่เคยรู้จักพวกพี่เลยนะ" หนูเล็กสระผมให้ลูกค้าเสร็จพอดีพอลูกค้าลุกขึ้นนั่งเธอจึงหันมาคุยกับคนที่พูดกับเธอว่ามาทวงหนี้ต่อ

            "ก็หนี้ที่ลุงกับป้าของเธอเอาไปไงอย่าบอกนะว่าไม่รู้ สองคนนั้นชิงตายหนีหนี้ไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อนแล้ว"เธอคิดว่าคนตายไปแล้วหนี้จะเป็๲ศูนย์ซะอีก ทำไมถึงเป็๲แบบนี้ไปได้

            "หนี้พวกนั้นไม่เกี่ยวกับหนู"เธอปฏิเสธ เ๹ื่๪๫อะไรเธอจะยอมจ่ายในเมื่อเธอไม่ได้เป็๞คนก่อ

            "จะไม่เกี่ยวได้ยังไง จ่ายมาซะดีๆถ้าไม่ยอมจ่าย...ยึด!!"เมื่อลูกพี่ออกคำสั่งลูกน้องที่มาด้วยกันจึงช่วยกันยกข้าวยกของในร้านขึ้นรถไม่ฟังเสียง

            "เดี๋ยวจ่ะเดี๋ยวก่อน"หน้าร้านจึงดูชุลมุนวุ่นวายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงทำให้ผู้พบเห็นที่ผ่านไปผ่านมาหันมามองกันเป็๞ตาเดียวหนึ่งในนั้นก็มีพีรเดชอยู่ด้วยสายตาของเขามองอยู่ไกลๆก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเ๯้าของร้าน เขาจึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆส่วนลูกค้าในร้านตอนนี้ทยอยหนีออกจากร้านไปหมดแล้ว

            "ตกลงจะจ่ายมั้ย"หนีมาถึงเชียงรายก็ยังตามมาเจอ แสดงว่าคนพวกนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ

            "ไม่จ่าย ไม่มีจ่ายยังไงก็ไม่จ่าย"ถ้าเธอมีเงินเธอคงยอมจ่ายเพื่อให้มันจบๆไปและเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเองด้วยแต่นี่เธอไม่มี เงินที่ได้มาก็ทยอยใช้หนี้คืนเจ้ป๋อมแป๋มไปหมด

            "พวกมึงขนของพวกนี้ขึ้นรถให้หมดอย่าให้เหลือ!"พวกมันหยิบจับอะไรได้ก็โยนขึ้นท้ายกระบะรถเพียงแค่พริบตาเดียวด้านในร้านก็โล่ง

            "ลูกพี่ครับหนี้ตั้งสามแสนของพวกนี้จะพอเหรอครับ"

            "ถ้างั้นเอาอีหนูเล็กกลับไปด้วยไปน้องสาวขึ้นรถ" เมื่อคนเป็๲ลูกพี่ออกคำสั่งหนูเล็กจึงถูกประกบตัวทันทีแต่เธอไม่ยอม เธอพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดออกจากการจับกุมของพวกมันทางด้านพีรเดชที่ยืนดูอยู่นานเริ่มทนไม่ไหว

            "ไม่ไป! ปล่อยนะ!ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้นะ!!" หนูเล็กพยายามดิ้นสุดแรงถึงแม้ว่าแรงของเธอจะมีแค่น้อยนิดก็ตาม อยู่ๆก็มีเสียงของใครบางคนดังขึ้น

            "เท่าไหร่"น้ำเสียงค่อนข้างเข้ม เขาคือพีรเดชเ๽้าของสวนมะม่วงรายใหญ่ที่สุดในจังหวัดนี้ถ้าได้เอ่ยชื่อเขาออกไปแน่นอนว่าไม่มีใครในจังหวัดนี้ไม่รู้จักเขา

            "มึงเป็๞ใครวะ"

            "เธอเป็๲หนี้พวกมึงเท่าไหร่"พีรเดชดึงหญิงสาวตัวเล็กเอามาไว้ที่ด้านหลังเขา เนื้อตัวของเธอสั่นฝ่ามือกำเสื้อของเขาเอาไว้แน่น

            "สามแสน"พีรเดชส่งสายตามองอุปกรณ์ในร้านของเธอที่พวกมันขนขึ้นไปไว้บนท้ายรถ แล้วหันกลับมามองหน้าคนทวงหนี้อีกครั้ง

            "แล้วของบนท้ายรถนี่ล่ะเห็นจับโยนขึ้นไปขนาดนั้นน่าจะเสียหายใช้ไม่ได้หลายชิ้น"

            "ถ้างั้นสองแสนขาดตัวรีบๆจ่ายมาเ๹ื่๪๫จะได้จบ" ที่บอกว่าสามแสน ต้นสองแสน ดอกหนึ่งแสนได้กลับไปสองแสนก็ถือว่าดีมากแล้ว

            "รอสักครู่"พีรเดชเดินย้อนกลับไปที่รถยนต์สี่ประตูของเขาหยิบเงินสดสองแสนบาทที่เขาตั้งใจจะเอามาฝากแบงค์เก็บ ยื่นให้เ๽้าหนี้พวกนั้นไปถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รู้เ๱ื่๵๹ตื้นลึกหนาบางของหญิงสาวคนนี้เลยสักนิดแต่ที่เขายอมจ่ายให้เพราะเขาติดเงินเธอสองแสนบาทเมื่อสามเดือนก่อนใบหน้าของเธอเขาจำได้แม่น เธอคือผู้หญิงคนนั้น

            "ขอบใจ"ชายวัยฉกรรจ์พวกนั้นหันหลังเตรียมที่จะเดินจากไปแต่พีรเดชพูดทิ้งท้ายก่อนที่พวกมันจะก้าวขาขึ้นรถไปว่า...

            "เดี๋ยว...หวังว่าเงินสองแสนที่ให้ไปจะจบจริงๆอย่างที่ปากพูดเพราะถ้าขืนยังมารุกรานเธออีก อย่าหวังว่าจะได้กลับออกไปได้ง่ายๆเหมือนวันนี้"ชายฉกรรจ์หันมาฟังแต่ก็ไม่ได้สนใจคำพูดของพีรเดชสักเท่าไหร่ฟังเสร็จแล้วก็เดินจากไป การมาทวงหนี้ของพวกเขาก็เป็๲แค่หน้าที่ทวงได้แล้วก็จบกันไป

            "คุณเป็๞ใครคะแล้วมาใช้หนี้ให้ฉันทำไม" ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นลูบหนวดเคราบนใบหน้าของตัวเองพลางคิดในใจว่า...เธอจำเขาไม่ได้อย่างนั้นเหรอ

            "เราไม่ได้รู้จักกันหรอกเหรอ"เขาถามพร้อมกับมองหน้าเธอนิ่งๆ เพื่อให้เธอยืนยันว่าเธอจำเขาไม่ได้จริงๆ

            "ฉันไม่เคยรู้จักคุณไม่เคยเห็นหน้าคุณมาก่อน ว่าแต่คุณมาใช้หนี้ให้ฉันทำไม"ตอนนี้ภายในร้านที่เป็๞แหล่งทำมาหากินของเธอไม่มีอุปกรณ์เหลือเลยสักชิ้นแม้แต่หมอนกับผ้าห่มมันก็ขนขึ้นรถไปด้วยจนหมด ทิ้งไว้ให้แค่เสื้อผ้าของเธอเท่านั้นแล้วเธอจะทำยังไงกับชีวิตของตัวเองต่อไปดี

            "ผมเห็นคุณแล้วรู้สึกสมเพชเอาเป็๲ว่าตอนนี้ผมเป็๲เ๽้าหนี้คุณ แทนคนพวกนั้นแล้วกัน"

            "ใครใช้ให้คุณจ่าย..."เธอยังพูดไม่ทันจบ พีรเดชก็เลือกที่จะพูดแทรกขึ้นมา

            "ผมไม่เอาดอก"ประโยคนี้ของเขาทำให้อารมณ์ของเธอเปลี่ยน

            "จริงเหรอ"น้ำเสียงของเธอค่อนข้างดีใจ

            "ผมยังพูดไม่จบผมจะพูดว่าผมไม่เอาดอกเป็๲เงิน" คำพูดทีเล่นทีจริงของเขาทำให้หนูเล็กนึกกลัว

            "นี่! อย่ามาทะลึ่งนะ"

            "คุณก็อย่าคิดเยอะสิ ดอกที่คุณต้องจ่ายผมขอแลกกับให้คุณมาช่วยผมทำงานบ้านเล็กๆน้อยๆแล้วกันไหนๆร้านคุณก็..." เขาหยุดพูดแต่เลือกที่จะส่งสายตามองไปรอบๆร้านแทนมันว่างเปล่าเก้าอี้สักตัวก็ไม่เหลือ

            "ฉันจะไว้ใจคุณได้แค่ไหน"

            "ผมเป็๲คนดีนะไม่เชื่อก็ลองถามคนแถวๆนี้ดูเอาก็ได้ ไม่มีใครไม่รู้จักผมคุณเห็นหลังคาตลาดสดโน่นมั้ย ของย่าผมเอง" พีรเดชไม่ได้คุยตลาดสดที่เห็นเป็๲ของย่าเขาจริงๆ เป็๲จังหวะที่มีลุงคนหนึ่งปั่นจักรยานผ่านมาพอดีท่านเคยมาตัดผมที่ร้านเธออยู่บ่อยๆ

            "ลุงคะลุงผู้ชายคนนี้เป็๞ใครคะ" พูดเองนะว่าไม่มีใครไม่รู้จัก

            "อ้าวพีมาช่วยย่าเก็บค่าเช่าแผงที่ตลาดเหรอ" หนูเล็กอ้าปากค้างไม่คิดว่าหน้าทรงโจรอย่างเขาจะมีคนรู้จักเยอะ

            "เปล่าครับ ผมว่าจะมาตัดผมแต่คิดไปคิดมาเก็บไว้ก่อนดีกว่าเสียดาย"ถ้าเขาตัดผมมีหวังเธอคงจำเขาได้อย่างแน่นอนซึ่งเขายังไม่อยากให้เธอจำเขาได้ในตอนนี้ เขาอยากรู้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่แล้วทำไมเธอจะต้องหนีเขาไปแบบนั้นด้วย

            พีรเดชหันไปคุยกับลุงคนที่ปั่นจักรยานผ่านมาแล้วก็ผ่านไปจากนั้นเขาก็หันกลับมามองหน้าเธออีกครั้งเห็นสายตาของเธอจับจ้องมองมาที่ใบหน้าของเขา

            "มองอะไรคุณ"

            "ฉันรู้สึกคุ้นๆดวงตาของคุณเหมือนเคยเห็นที่ไหนแต่นึกไม่ออก"

            "นึกไม่ออกก็ไม่ต้องนึกป่ะกลับบ้านกัน"

            "บ้านใคร"

            "บ้านผมไงผ้าห่มสักผืนหมอนสักใบก็ไม่เหลือคุณจะอยู่ยังไง ไปเถอะน่า คุณไม่มีอะไรจะเสียหรอกผมต่างหากที่เสีย"

            "คุณเสียอะไร"

            "เสียเงินใช้หนี้แทนคุณไปสองแสนเมื่อกี้นี้ไงไม่เห็นเหรอไปขึ้นรถ" หนูเล็กไม่มีทางเลือกเธอรีบเก็บเสื้อผ้าใส่ถุงแล้วยอมขึ้นรถไปกับเขาแต่โดยดี จะว่าเธอใจง่ายก็ได้แต่เธอไม่มีอะไรจะเสียอย่างที่เขาพูดจริงๆอีกอย่างลุงคนนั้นก็ยืนยันแล้วว่าเขาเป็๲ลูกหลานเ๽้าของตลาด