ผู้ฝึกตนด้วยเมล็ดพันธุ์

    ตอนที่ 171 เล่ม 2 การแกล้งแพ้เพื่อไม่แต่งงาน

    ตอนที่ 171 เล่ม 1 การแกล้งแพ้เพื่อไม่แต่งงาน 


    "ข้าจะไม่ยอมแพ้! ข้าจะสู้จนกว่าจะหมดแรง!" หลินจุนร้องเสียงดังขณะพยายามต้านทานพลังสายฟ้าของเหว่ยเหลียง


    เหว่ยเหลียงรู้ว่าต้องใช้กลยุทธ์ในการทำให้หลินจุนหมดแรง เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและโจมตีหลินจุนจากทุกทิศทาง พลังสายฟ้าที่ปล่อยออกมาจากกระบี่อัสนีบาตทำให้การโจมตีของเขามีความรวดเร็วและรุนแรงมากขึ้น


    "เจ้าต้องยอมรับความพ่ายแพ้ หลินจุน ข้าจะไม่ยอมแพ้ในครั้งนี้" เหว่ยเหลียงกล่าวขณะโจมตีด้วยพลังสายฟ้า


    การต่อสู้ระหว่างเหว่ยเหลียงและหลินจุนยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมแพ้ พลังวิญญาณที่ปล่อยออกมาทำให้สนามประลองเต็มไปด้วยแสงสว่างและเสียงดังสนั่น ผู้ชมต่างส่งเสียงเชียร์และเสียงโห่ร้องอย่างตื่นเต้น


    การแกล้งแพ้เพื่อไม่แต่งงาน

    การต่อสู้ระหว่างเหว่ยเหลียงและหลินจุนยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด สนามประลองที่แตกร้าวจากการปะทะของพลังวิญญาณทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเข้มข้น ผู้ชมต่างส่งเสียงเชียร์อย่างตื่นเต้น ไม่สามารถละสายตาจากการต่อสู้ได้


    เหว่ยเหลียงรู้ว่าการชนะในรอบนี้จะนำไปสู่การเข้ารอบสุดท้าย และหากเขาชนะการประลองครั้งนี้ เขาจะต้องแต่งงานกับธิดาเทพแห่งนิกายสุริยันแดง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการ เขาตัดสินใจใช้กลยุทธ์ในการแกล้งแพ้เพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงาน


    "ข้าไม่สามารถให้เจ้าชนะได้ง่ายๆ หลินจุน" เหว่ยเหลียงกล่าวขณะโจมตีด้วยพลังสายฟ้าครั้งสุดท้าย


    หลินจุนพยายามตั้งสติและป้องกันการโจมตี แต่พลังสายฟ้าของเหว่ยเหลียงยังคงรุนแรงและรวดเร็ว เขารู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่เริ่มเข้ามาเยือน แต่เหว่ยเหลียงกลับมีท่าทีสงบและมั่นใจ


    "เจ้ามีพลังที่น่าทึ่งมาก เหว่ยเหลียง แต่ข้าจะไม่ยอมแพ้" หลินจุนกล่าวด้วยเสียงที่หนักแน่น


    เหว่ยเหลียงรู้ว่าต้องใช้กลยุทธ์ในการแกล้งแพ้ เขาลดความรุนแรงในการโจมตีและทำให้การเคลื่อนไหวของตนเองช้าลงเพื่อให้หลินจุนมีโอกาสโจมตี


    "ข้าต้องการให้เจ้าชนะในครั้งนี้ หลินจุน" เหว่ยเหลียงคิดในใจขณะทำการโจมตีที่ดูเหมือนอ่อนแอ


    หลินจุนสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในท่าทีของเหว่ยเหลียง เขาตัดสินใจรวบรวมพลังวิญญาณครั้งสุดท้ายและโจมตีเหว่ยเหลียงด้วยหมัดที่แข็งแกร่ง


    "ข้าจะใช้พลังทั้งหมดในการโจมตีครั้งนี้!" หลินจุนร้องเสียงดังและพุ่งเข้าไปหาเหว่ยเหลียง


    เหว่ยเหลียงยอมรับการโจมตีของหลินจุนโดยไม่พยายามหลบ เขาปล่อยให้หมัดของหลินจุนปะทะกับร่างกายของเขา ทำให้เขาล้มลงกับพื้น


    "เหว่ยเหลียง! เจ้าแพ้แล้ว!" หลินจุนร้องเสียงดังด้วยความดีใจ


    เหว่ยเหลียงหายใจลึกและยิ้ม "ข้ายอมแพ้แล้ว หลินจุน เจ้าเป็นผู้ชนะในรอบนี้"


    เสียงเชียร์และเสียงโห่ร้องดังไปทั่วสนาม ผู้ชมต่างตื่นเต้นกับการชนะของหลินจุน ขณะที่เหว่ยเหลียงรู้สึกภาคภูมิใจในกลยุทธ์ที่ใช้ในการแกล้งแพ้


    "ข้าขอขอบคุณเจ้าสำหรับการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม หลินจุน เจ้าเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง" เหว่ยเหลียงกล่าวขณะลุกขึ้นจากพื้น


    หลินจุนหายใจหอบและยิ้ม "ข้าขอขอบคุณเจ้าเช่นกัน เหว่ยเหลียง ข้าไม่สามารถชนะได้หากไม่ได้รับการทดสอบจากเจ้า"


    เหว่ยเหลียงพยักหน้าและยิ้ม "ข้าหวังว่าเจ้าจะได้พบกับความสำเร็จในการต่อสู้ครั้งต่อไป หลินจุน"


    การแกล้งแพ้ของเหว่ยเหลียงทำให้เขาหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับธิดาเทพแห่งนิกายสุริยันแดง แต่ในใจลึกๆ เขารู้ว่าต้องเตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบที่ยากยิ่งขึ้นในอนาคต

      

    รอบที่ 10: รอบชิงชนะเลิศ

    การต่อสู้ในรอบชิงชนะเลิศของการแข่งขันประลองยุทธนิกายสุริยันแดงเป็นเหตุการณ์ที่ผู้ชมทุกคนรอคอย สนามประลองเต็มไปด้วยผู้คนที่มาร่วมเชียร์และชมการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในครั้งนี้ หลินจุน ผู้ชนะจากรอบที่ 9 ต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้อีกคนหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงในการฝึกฝนวิชากระบี่ธาตุลม นามว่า เฟิงหยุน

     

    การเริ่มต้นการต่อสู้

    สนามประลองถูกเตรียมพร้อมอย่างดี ท้องฟ้าโปร่งใสและแสงอาทิตย์ส่องประกายสว่างไสว พื้นดินที่แตกร้าวจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ยังคงหลงเหลือเป็นรอยหลักฐานการปะทะที่รุนแรง ผู้ชมต่างรอคอยด้วยความตื่นเต้น


    เฟิงหยุนยืนอยู่ตรงข้ามหลินจุน ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นและความมั่นใจในทักษะของตนเอง หลินจุนยืนหยัดด้วยท่าทีสงบและมั่นคง พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งสุดท้าย


    "วันนี้จะเป็นวันที่เราพิสูจน์ความสามารถของตนเอง" หลินจุนกล่าวเสียงดัง


    เฟิงหยุนยิ้มเล็กน้อย "ข้ารอคอยการต่อสู้ครั้งนี้มานานแล้ว หลินจุน มาเริ่มกันเถอะ!"


    ทันทีที่เสียงประกาศการเริ่มต้นดังขึ้น ทั้งสองฝ่ายก็พุ่งเข้าใส่กันด้วยความรวดเร็ว พลังวิญญาณที่แข็งแกร่งถูกปล่อยออกมาในทุกทิศทาง สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้ชม


     การโจมตีและการป้องกัน

    เฟิงหยุนใช้ทักษะกระบี่ธาตุลมของเขาในการโจมตีอย่างรวดเร็วและรุนแรง กระบี่ที่เขาถืออยู่ปล่อยคลื่นลมที่สามารถตัดผ่านทุกสิ่ง หลินจุนพยายามใช้พลังวิญญาณของตนเองในการป้องกันและตอบโต้


    "กระบี่ธาตุลมของเจ้ารวดเร็วและรุนแรง แต่ข้าจะไม่ยอมแพ้!" หลินจุนกล่าวขณะใช้พลังวิญญาณในการสร้างเกราะป้องกัน


    "เจ้าต้องทำได้ดีกว่านี้ หลินจุน ถ้าคิดจะชนะข้า!" เฟิงหยุนกล่าวขณะพุ่งเข้าโจมตีด้วยกระบี่ธาตุลม


    การโจมตีและการป้องกันระหว่างทั้งสองฝ่ายสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชม เสียงการปะทะกันของพลังวิญญาณดังสนั่นและประกายแสงที่ปล่อยออกมาทำให้สนามประลองดูมีชีวิตชีวา

     

    การต่อสู้ดุเดือด

    การต่อสู้ยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด เฟิงหยุนใช้ทักษะกระบี่ธาตุลมในการโจมตีหลินจุนจากทุกทิศทาง ขณะที่หลินจุนพยายามหลบหลีกและตอบโต้ด้วยพลังวิญญาณของเขา


    "เจ้ามีพลังที่น่าทึ่งมาก เฟิงหยุน แต่ข้าจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ" หลินจุนกล่าวขณะพยายามโจมตีด้วยพลังวิญญาณที่รวบรวมได้


    "ข้าจะใช้พลังทั้งหมดในการโจมตีครั้งนี้!" เฟิงหยุนกล่าวขณะปล่อยคลื่นลมที่รุนแรงออกมาจากกระบี่


    หลินจุนใช้พลังวิญญาณในการสร้างเกราะป้องกันและตอบโต้ด้วยการโจมตีที่รวดเร็ว พลังวิญญาณของเขาสร้างคลื่นพลังที่สามารถต้านทานการโจมตีของเฟิงหยุนได้

     

    การต่อสู้เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสองฝ่ายเริ่มรู้ว่าการใช้เพียงพลังวิญญาณไม่เพียงพอที่จะเอาชนะกันได้ ต้องใช้กลยุทธ์และความชาญฉลาดในการต่อสู้


    หลินจุนสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของเฟิงหยุนและเริ่มคิดกลยุทธ์ในการโจมตี "ข้าต้องหาทางทำให้เฟิงหยุนหมดแรงก่อนที่จะใช้พลังวิญญาณของข้าจนหมด" เขาคิดในใจ


    เฟิงหยุนยังคงโจมตีอย่างต่อเนื่อง แต่หลินจุนเริ่มใช้การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและการหลบหลีกในการทำให้เฟิงหยุนเหนื่อยล้า


    "เจ้าคิดจะใช้กลยุทธ์ทำให้ข้าหมดแรงหรือ หลินจุน? ข้าจะไม่ยอมแพ้!" เฟิงหยุนร้องเสียงดัง

     

    "ข้า... ข้ายอมแพ้ ข้าหมดแรงแล้ว" หลินจุนกล่าวด้วยเสียงที่แผ่วเบา


    "ข้าขอขอบคุณเจ้าสำหรับการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม เฟิงหยุน เจ้าเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง" หลินจุนกล่าวขณะยืนอยู่ข้างๆ เฟิงหยุนที่ยังนอนอยู่บนพื้น


    เฟิงหยุนหายใจหอบและพยายามลุกขึ้น "ข้าขอขอบคุณเจ้าเช่นกัน หลินจุน ข้าไม่สามารถชนะได้หากไม่ได้รับการทดสอบจากเจ้า"


    หลินจุนพยักหน้าและยิ้ม "ข้าหวังว่าเจ้าจะได้พบกับความสำเร็จในการต่อสู้ครั้งต่อไป เฟิงหยุน"


    เสียงเชียร์และเสียงโห่ร้องยังคงดังไปทั่วสนาม หลินจุนรู้สึกภาคภูมิใจในกลยุทธ์ที่ใช้ในการแกล้งแพ้ แต่ในใจลึกๆ เขาก็รู้ว่าต้องเตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบที่ยากยิ่งขึ้นในอนาคต