กำเนิดจอมราชันสะท้านภพ Re

    บทที่ 34 แปดศาลาทดสอบ(2)

            ศาลาลำดับที่ห้า...ศาลาสะท้อนจันทร์เพียงแค่มองไปที่ชื่อก็ทำให้พวกเย่ฉีปรากฏเป็นลางร้ายขึ้นในจิตใจโดยเฉพาะหลี่หลิงเทียนอย่างไรก็ตามในดวงตาของเขายังมีความหวังอยู่เสี้ยวหนึ่งที่แสดงถึงความมั่นใจเล็กๆว่าพระราชวังโบราณแห่งนี้คงไม่มีอำนาจมากพอที่จะทำสิ่งนั้นให้เกิดเป็นความจริงใช่หรือไม่?

            ทั้งสองหันมาสบตากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักให้กันและเย่ฉีก็เดินเข้าสู่ค่ายกลเวทและหายเข้าไปในการทดสอบที่ห้าหลี่หลิงเทียนมองไปยังป้าสลักของศาลาอีกครั้งพร้อมกับมองไปยังการตกแต่งของศาลาด้านในถึงแม้ว่าเขาจะพยายามคิดเข้าข้างตัวเองก็ตาม...แต่สิ่งที่เห็นรวมกับว่าเจ้าของพระราชวังแห่งนี้คือสายเลือดของชายคนนั้นก็ยิ่งทำให้ในใจของหลี่หลิงเทียนเกิดเป็นความขมขื่นขึ้นมา

            สูดหายใจเข้าลึกๆดวงตาของเขาปรากฏเป็นความมุ่งมั่นอันแรงกล้าไม่รู้ว่าเวลาผ่านมาเนิ่นนานเท่าใดแล้ว...ตัวเขาเองก็จำไม่ได้เช่นกันว่าความรู้สึกเช่นนี้ครั้งสุดท้ายได้เกิดขึ้นเมื่อใดที่ยิ่งกว่านั้นเขาก็ไม่เคยคาดคิดว่าผู้ปกครองบัลลังก์เมฆที่อยู่เหนือสวรรค์ทั้งปวงจะต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้!

            ค่ายกลเวททำงานละอองแสงปรากฏขึ้นดวงตาของหลี่หลิงเทียนวูบดับไปก่อนจะสว่างขึ้นอีกครั้งเมื่อเขาเข้าสู่การทดสอบภายในการทดสอบที่ห้านั้นร่างของเขาถูกนำส่งมายังโลกที่มืดมิดแห่งหนึ่ง...ใต้ฝ่าเท้าของเขาคือผืนน้ำที่กว้างใหญ่และลึกสุดหยั่งเมื่อรวมเข้ากับความมืดที่ปกคลุมจึงทำให้ฝืนน้ำแห่งนี้ราวกับเป็นถนนอันกว้างใหญ่ ท่ามกลางความมืดมิดนี้มีเพียงสิ่งเดียวที่โดดเด่นขึ้นอยู่กลางฟ้า

            ดวงจันทร์!

            สายตาของหลี่หลิงเทียนกวาดมองไปยังท้องฟ้าที่มืดมิดไร้ดวงดารามันมีเพียงดวงจันทร์ที่ใหญ่โตเท่านั้นที่ดำรงอยู่ ไม่ใช่เพียงแค่เหนือขึ้นไปด้านบนเท่านั้นแต่ด้านล่างก็ยังมีอยู่อีกหนึ่งดวงเช่นกันถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงภาพสะท้อนแต่ด้วยบรรยากาศและทัศนียภาพก็ทำให้หลี่หลิงเทียนรู้สึกราวกับว่าใต้ผืนน้ำอันมืดมิดนี้ได้มีการดำรงอยู่ของดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งจริงๆ

            ‘ศาลาสะท้อนจันทร์– เงื่อนไขการได้รับตราประทับ...เอาชนะหุ่นเงาจันทร์’

            เมื่อบนท้องฟ้าปรากฏเป็นตัวอักษรสีทองขึ้นมาหลี่หลิงเทียนก็ทำได้เพียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่...หุ่นเงาจันทร์? มันคงไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิดจริงๆใช่หรือไม่ ? เพียงแค่พระราชวังโบราณไม่น่าจะทำมันได้?สายตาของบุรุษหนุ่มชุดฟ้าจ้องมองไปยังจุดที่ภาพสะท้อนของดวงจันทร์ของดำรงอยู่เกลียวน้ำสีดำสนิทค่อยๆ รวมตัวกันและก่อร่างออกมาอย่างช้าๆจนกลายเป็นรูปร่างมนุษย์คนหนึ่ง

            หลี่หลิงเทียนถอนหายใจออกมาที่เห็นว่าบางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดแต่ไม่นานนักลำแสงที่ไม่คาดคิดก็ถูกยิงลงมาจากดวงจันทร์บนฟากฟ้าอันกว้างใหญ่มันฉาดแสงลงมายังหุ่นน้ำสีดำที่ด้านล่างและทำการชำระคราบสีดำทั้งหมดออกไป ดวงตาของหลี่หลิงเทียนเบิกกว้างขณะที่การชำระเสร็จสิ้นหุ่นน้ำตัวนั้นก็ได้กลายเป็นตัวเขาอีกคนหนึ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือกลิ่นอายที่กระจายออกมาก็ยังอยู่ในระดับเดียวกับเขา!

            “บัดซบบัดซบ บัดซบ!”

            เขาสบถออกมาถึงสามครั้งเมื่อได้เห็นภาพนี้ริมฝีปากของหลี่หลิงเทียนสั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ขณะที่มองไปยังภาพของตัวเองอีกคนหนึ่งที่ด้านหน้าใครจะไปคิดว่าศาลาเฮงซวยนี่จะสร้างมันขึ้นมาได้จริงๆ

            “บางทีเจ้ามังกรบัดซบนั่นอาจจะรู้อยู่แล้ว?เจ้ามังกรเฒ่าบัดซบนั่นรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ถึงได้หลอกล่อให้ข้าเดิมพัน!สุดท้ายแล้วมรดกของชายคนนั้นก็อยู่กับสายเลือดคนสุดท้ายของเขาจริงๆบางทีในยุคนั้นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดอาจจะไม่ใช่จักรพรรดิขุ่ยแต่เป็น...ราชามู่!”

            หลี่หลิงเทียนได้แต่มองออกไปอย่างเจ็บใจแต่อย่างไรก็ตามดวงตาของเขาก็กลับกลายเป็นสงบลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กลิ่นอายของราชันเทพผู้ปกครองบัลลังก์เมฆเหนือสวรรค์ทั้งสิบได้ปะทุขึ้นมาในทันที...โชคดีที่สถานที่แห่งนี้วิเศษเป็นอย่างมากจนสามารถปิดกั้นกลิ่นอายทั้งหมดของเขาเอาไว้เพียงด้านในเพราะถ้าหากการปะทุขึ้นเช่นนี้เกิดขึ้นด้านนอกเกรงว่ามันจะสร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งจักรวาลเสียยิ่งกว่าวันที่เย่ฉีปลดผนึกกลิ่นอายราชันมังกรเสียอีก

            อย่างไรก็ตามกลิ่นอายนี้ไม่ได้มีเพียงเขาเท่านั้นที่ปลดปล่อยมันออกมา...อีกฟากหนึ่งของทะเลอันมืดมิดบุรุษหนุ่มที่หน้าตาเหมือนกับเขาไม่ผิดเพี้ยนก็ได้ทำให้กลิ่นอายที่เท่าเทียมนี้ปะทุขึ้นด้วยเช่นกัน!มันทำให้ดวงตาของหลี่หลิงเทียนเต็มไปด้วยประกายสังหารที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานแล้ว!

            “กลิ่นอายของผู้ปกครองบัลลังก์เมฆถูกกำหนดให้คงอยู่โดยข้า!ของปลอมเช่นเจ้า...จะต้องดับสูญไป!”

            เสียงที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังดังออกมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องอย่างไม่เป็นภาษาของหุ่นน้ำในเวลาต่อมาทั้งสองก็เข้าปะทะกัน…ด้วยความรุนแรงที่สามารถบดขยี้โลกได้ทั้งใบ!

            ปัง!

            ในอีกมิติหนึ่งของค่ายกลเวท...ร่างของเด็กชายอายุราวสิบขวบปีทั้งสองคนกำลังปะทะกันด้วยหมัดและเท้าอย่างรุนแรงการต่อสู้ของพวกเขาเหมือนกับพายุและคลื่นลมอันเชี่ยวกราก!หนึ่งหมัดที่ปะทะกันแม้จะไม่รุนแรงเหมือนกับหลี่หลิงเทียนแต่ก็ยังมากพอให้เกิดเป็นระลอกคลื่นพัดกระจายไปทั่วทั้งทะเลอันมืดมิดแห่งนี้!

            “น่าสนใจจริงๆค่ายกลเวทของศาลาแห่งนี้สามารถจำลองได้แม้กระทั่งคัมภีร์จักรพรรดิหยาง บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดี!”

            ความต้องการสายหนึ่งปรากฏขึ้นและมันทำให้หัวใจของเย่ฉีเดือดพล่านไปด้วยความต้องการที่จะทดลองทำสิ่งนั้น!ในชีวิตนี้ร่างกายของเย่ฉีได้เติบโตขึ้นอยู่ในรากฐานของความสมบูรณ์แบบและมันทำให้เขาก้าวล้ำเกินกว่าคนทั้งหมดไปอยู่ในขอบเขตใหม่ที่ไม่เคยมีใครไปถึง!

            ด้วยร่างกายที่ผ่าทะลุขีดจำกัดไปนั้นได้ทำให้ข้อจำกัดในการเติบโตของเขาหายไปไม่มีใครรู้ว่าเส้นทางที่เย่ฉีวางเอาไว้สำหรับการทำให้จุดประสงค์ในชีวิตที่เก้านี้เป็นจริงคือสิ่งใด...ทว่าทุกครั้งที่พันธนาการเหล่านั้นถูกทำลายไปมันก็ได้เผยออกมาให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่อย่างช้าๆ

            พลังจากดวงดาวที่อยู่เหนือกฎโบราณได้ปะทุขึ้นในร่างกายของเย่ฉีทั้งสองคนและทำให้การปะทะกันรุนแรงยิ่งกว่าเดิมนับร้อยเท่า!ฝ่ามือของทั้งสองปะทะกันจนเกิดเป็นเสียงกัมปนาทที่สั่นสะเทือนไปทั้งมิติแห่งนี้ใบหน้าของเย่ฉีตัวปลอมนั้นไม่มีอารมณ์หรือความรู้สึกใดๆถึงแม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกันเย่ฉีก็ไม่เคยใส่ใจกับบาดแผลที่เกิดขึ้น

            ในความเป็นจริงเย่ฉีนั้นมีวิธีที่สามารถเอาชนะร่างเงานี้ได้อย่างง่ายดายแต่เพราะด้วยความต้องการบางอย่างที่ผุดขึ้นในตอนแรกได้ทำให้เขายืดเยื้อการต่อสู้นี้ออกไปเรื่อยๆเพื่อทำความเข้าใจกับกฎของค่ายกลเวทและยืนยันในสิ่งที่เขาคิดว่ามันจะสามารถเกิดขึ้นจริงๆหรือไม่

            ในช่วงเวลาสุดท้ายที่ร่างกายของเขาและร่างเงาเต็มไปด้วยบาดแผลดวงตาของเย่ฉีก็ปรากฏเป็นความตื่นเต้นที่ไม่สามารถปกปิดได้!รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาแสดงให้เห็นถึงความยินดีและความมั่นใจที่เต็มเปี่ยมภายในความรู้สึกเหล่านั้นยังแฝงไว้ด้วยความอัศจรรย์ใจต่อค่ายกลเวทนี้ด้วยเช่นกัน!

            “มรดกความรู้ทั้งหมดของเขาถูกสืบทอดให้กับบุตรีเพียงหนึ่งเดียวและสุดท้ายมันก็ตกมาอยู่ในมือของราชามู่!”

            เมื่อยืนยันความคิดได้แล้วหัวใจของเย่ฉีก็สั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง!แม้แต่เขาก็ยังไม่สามารถเก็บอารมณ์เหล่านี้ได้เมื่อจินตนาการว่าบางทีในห้องมรดกราชา...จะไม่ได้มีเพียงมรดกของจักรพรรดิขุ่ย!

            ไม่น่าแปลกที่เขาจะตื่นเต้นถึงแม้ว่าเย่ฉีจะผ่านมาถึงแปดชีวิตและในแต่ละชีวิตเขาก็ยังเป็นตัวตนอันยิ่งใหญ่ก็ตาม...มันไม่ใช่ว่าเขาจะรู้ทุกสิ่งและสามารถครอบครองจักรวาลนี้ได้โดยง่าย

            ดวงตาของเย่ฉีกลับมาสงบลงอีกครั้งข้อได้เปรียบที่ทำให้เย่ฉีนั้นเหนือกว่าหลี่หลิงเทียนมีอยู่สองสิ่ง ทั้งสองสิ่งนี้ทำให้เขาสามารถจัดการร่างเงานี้ได้อย่างง่ายดายถ้าหากว่าเขาต้องการถึงแม้ว่าค่ายกลเวทแห่งนี้จะน่าอัศจรรย์ถึงขนาดจำลองคัมภีร์จักรพรรดิหยางหรือแม้แต่โลหิตแห่งหลี่และบัลลังก์เมฆได้แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังอยู่ในกฎของจักรวาล!

            ข้อได้เปรียบแรกของเย่ฉีก็คือ...

            เปรี๊ยะ!

            ร่างกายของเย่ฉีสั่นสะท้านอย่างรุนแรงขณะที่ประกายสายฟ้าอันดุร้ายแล่นผ่านไปรอบตัวเขา!

            ในดาราแรกที่ผสานรวมกับร่างเงานั้นคือพลังเหนือกฎโบราณอันยิ่งใหญ่แต่ในขณะเดียวกันภายในดาราแรกของเย่ฉีนั้นยังสะกดไว้ด้วยทัณฑ์สายฟ้าที่เขาผนึกเอาไว้เสี้ยวหนึ่งมันเป็นสิ่งแรกที่ค่ายกลเวทนี้ไม่สามารถจำลองได้!

            เย่ฉีไม่ต้องการเสียเวลาอีกต่อไปเมื่อมั่นใจในความคิดของเขาแล้วที่สำคัญถึงแม้จะเป็นร่างกายสมบูรณ์แบบแต่เย่ฉีในตอนนี้ก็ยังอ่อนแอเกินไปที่จะสามารถทนรับพลังของทัณฑ์สายฟ้าได้อย่างสมบูรณ์ร่างจำแลงทัณฑ์สายฟ้านี้เขาสามารถใช้ได้เพียงสิบลมหายใจเท่านั้น!

            ปัง!

            ทั้งความเร็วและพละกำลังของเย่ฉีในตอนนี้ราวกับการลงโทษของพระเจ้า!ถึงแม้ว่าร่างเงาจะไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ๆบนใบหน้าแต่มันก็ยังกรีดร้องออกมาอย่างทรมานเพียงการปรกาฏขึ้นของร่างสายฟ้าก็ทำให้การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็วในขณะที่ร่างเงาของเย่ฉีนั้นล้มลงกับพื้นอย่างไรก็ตามเย่ฉีไม่ได้สังหารมันเพื่อรับเอาตราประทับในทันทีแต่เขากำลังคิดจะทำบางสิ่ง

            เขามองไปยังร่างเงาด้วยสายตาเย็นเหยียบราวกับอสรพิษกำลังจับจ้องไปยังเหยื่อ...ในเวลานั้นดวงตาสีฟ้าครามของเย่ฉีก็ค่อยๆแปลเปลี่ยนไปอย่างน่าตกใจดวงตาที่สงบราวกับส่วนลึกของมหาสมุทรของเขากลายเป็นสีดำสนิทมืดมิดจนน่าหวาดกลัวในขณะที่ตาขาวของเขาก็เต็มไปด้วยลวดลายแปลกประหลาดสีดำคล้ายกับอักขระโบราณที่ดูชั่วร้าย...

            นี่คือสิ่งที่สองที่ค่ายกลเวทไม่สามารถจำลองได้!พลังลึกลับของเย่ฉีที่เป็นดั่งไพ่ตายจากการมีชีวิตมาทั้งแปดชีวิตของเย่ฉี!

    ดวงตาที่หก...อนันตกาลแห่งความมืด!

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดจอมราชันสะท้านภพ Re ที่คุณอ่าน