อาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง

    บทที่ 117 ความรู้สึกที่ผิดแผก

            “ฮะ?” มีเรียอุทานออกมาพร้อมกับทำหน้าเหวอ ไลลาที่เห็นใบหน้าของมีเรียก็ยิ้มเพราะเดาไว้อยู่แล้วว่าเธอต้องมีสีหน้าเช่นนี้ มีเรียนิ่งไปอย่างนั้นพักหนึ่งก่อนจะยิ้มและหัวเราะออกมา

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า คุณไลลานี่มันมุขอะไรกันคะเจ้าชายขย… เออร์วินเนี่ยนะคะที่เป็นคนให้คำแนะนำเจ้าหญิงลิลิธ ฮ่าฮ่าฮ่า”

            ไลลาไม่พูดอะไรเธอเพียงแค่ยืนมองมีเรียหัวเราะต่ออีกพักหนึ่ง ซึ่งเมื่อมีเรียหยุดหัวเราะได้แล้วเธอก็พูดอีกว่า

            “คุณไลลาคะหนูรู้นะคะว่าคุณไลลาต้องการให้หนูไปขอคำแนะนำจากเจ้าชายเออร์วิน แต่ถึงกับแต่งเรื่องแบบนี้ก็ไม่ไหวนะคะคุณไลลา”

            ไลลามองมีเรียแล้วก็ยิ้มพูดกับเธอว่า

            “เธอไม่เชื่องั้นเหรอว่าเป็นเจ้าชายเออร์วินที่ให้คำแนะนำเจ้าหญิงลิลิธ”

            มีเรียตอบไปอย่างมั่นใจว่า

            “มันก็ต้องไม่เชื่ออยู่แล้วน่ะสิคะ ก็เจ้าหญิงลิลิธแหละท่านทรงเป็นอัจฉริยะภาพที่เกิดมาพร้อมกับพลังเวทย์อันมหาศาลและความเข้ากันได้กับเวทย์สายฟ้า แล้วคนอย่างเจ้าชายเออร์วินจะทรงไปชี้แนะเจ้าหญิงลิลิธได้ยังไงกันคะ”

            มีเรียเผลอสบประมาทเออร์วินต่อหน้าไลลาไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งไลลาก็ไม่ได้ว่าอะไรมีเรีย เธอเพียงยิ้มให้กับเด็กผู้หญิงคนนี้

            “ถ้าอย่างนั้นทำไมเธอไม่ลองพิสูจน์ดูล่ะด้วยการลองขอคำแนะนำจากเขา เพราะถ้ามันไม่ได้ผลก็แปลว่าเรื่องที่ฉันพูดนั้นมันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อเหลวไหล”

            มีเรียไม่นึกว่าไลลาจะพูดเช่นนี้แต่เธอก็ยังตอบไปว่า

            “หนูคิดว่านั่นเป็นการเสียเวลาเปล่านะคะ”

            “แต่ลองดูก็ไม่เสียหายนี่” ไลลาพูดขึ้น

            มีเรียจ้องมองไลลาด้วยความสงสัยเธอไม่เข้าใจว่าทำไมไลลาถึงต้องการให้เธอไปขอคำชี้แนะจากเจ้าชายขยะคนนั้นด้วย สำหรับเธอแล้วนี่มันเป็นทั้งเรื่องตลกและเรื่องไร้สาระเป็นอย่างยิ่ง

            “ไว้หนูจะลองคิดดูนะคะ” มีเรียพูดขณะลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมฝึกต่อไป

            ไลลารู้ว่าเด็กคนนี้ไม่ได้คิดจริงจังอะไรที่บอกว่าจะลองคิดดู เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะเธอรู้ว่าการจะเปลี่ยนความคิดของเด็กคนนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะยังไงเรื่องที่เออร์วินเกิดมาพร้อมกับพลังเวทย์ที่อ่อนด้อยก็เป็นเรื่องจริง แต่ในโลกนี้จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าพลังและความสามารถของแทบเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับพลังเวทย์ที่เขามีเลย ไลลาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองลิลลี่ที่ยังคงเหวี่ยงดาบไปมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

            ไม่ไกลจากทั้งคู่กิลเบิร์ตในชุดเกราะที่ถูกสั่งทำเฉพาะก็กำลังฝึกในส่วนของตนอยู่ เขาเป็นเช่นเดียวกับพ่อที่มีความเข้ากันได้กับเวทย์ธาตุไฟ ในมือของเขาถือดาบสายตาเขาจ้องมองหุ่นฟางตรงหน้า เขาเพียงแค่ตวัดดาบเบาๆ เปลวไฟก็ลุกโชนรอบตัวดาบ แล้วเขาก็ตวัดดาบใส่หุ่นฟางจากระยะไกลผลลัพธ์คือเปลวไฟพุ่งออกจากตัวดาบเข้าใส่หุ่นฟางตัวนั้นจนมันลุกไหม้เป็นไฟทั้งตัวก่อนจะเหลือเพียงตอตะโกอย่างรวดเร็ว

            กิลเบิร์ตมองผลลัพธ์ด้วยสายตาที่เบื่อหน่ายไร้ความภาคภูมิ ในความรู้สึกของเขาสิ่งที่ทำอยู่นี้แทบไม่ต่างอะไรกับการเล่นแบบเด็กๆ ด้วยสติปัญญาและความสามารถของเขานี่เป็นสิ่งที่เขาทำได้โดยไม่ยากเย็นนัก แต่ที่เขาต้องจำใจทำอยู่แบบนี้เพื่อรักษาสถานะอัศวินฝึกหัดของเขาไว้ สายตาเขากิลเบิร์ตมองไปยังตำแหน่งที่เจ้าหญิงลิลิธฝึกอยู่ซึ่งมีพวกทหารบางส่วนคอยอำนวยความสะดวกให้เจ้าหญิงอยู่

            เป็นเช่นทุกทีที่เจ้าหญิงผู้นี้จะแสดงท่าทีเย็นชาคล้ายกับไม่เห็นใครอยู่ในสายตา หากกิลเบิร์ตไม่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอในวันนั้นที่ยิ้มให้กับเจ้าชายขยะน้องชายของเธอ เขาคงเชื่อว่าเจ้าหญิงคนนี้คงไม่รู้วิธียิ้มเป็นแน่ ตั้งแต่ที่เขาเริ่มเขาเป็นอัศวินฝึกหัดเพื่อหวังจะใกล้ชิดเธอแต่การกระทำของเขาทุกอย่างล้วนไร้ความหมาย ไม่ว่าเขาจะพยายามเข้าไปทักทายหรือพูดคุย เธอคนนี้มักทำเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ จนเขาเริ่มรู้สึกแล้วว่าบางทีการตัดสินใจเข้าเป็นอัศวินฝึกหัดนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรเลย

             บวกกับในหลายวันมานี้เขาได้รับรายงานว่าทุกวันโทมัสจะไปสุงสิงกับเจ้าชายขยะ ซึ่งมันทำให้ใจของเขาแทบไม่สงบ ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกแล้วว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันผิดพลาดไปทั้งหมด ทั้งที่เขาเลือกจะใช้วิธีอ้อมค้อมโดยการใช้เจ้าชายขยะเป็นสะพาน แต่เพราะการที่เขาพาชาลีฟไปหาเรื่องพวกเจคที่สลัมในวันนั้นทำให้ระยะห่างระหว่างเขากับเจ้าชายขยะนั้นห่างกันยิ่งกว่าเดิม จนเขาต้องตัดสินใจเว้นระยะห่างจากจากเด็กคนนั้นพักหนึ่งก่อนแล้วค่อยเคลื่อนไหวเข้าไปตีสนิทอีกรอบ ตอนแรกที่เขาเข้าไปไกลๆ เกลี่ยเรื่องระหว่างระหว่างฟินน์ลูกชายของมาร์ควิสเฟลิกซ์กับเจ้าชายขยะที่ตลาด เขามองว่านี่อาจจะช่วยย่นระยะห่างระหว่างเขากับอีกฝ่ายลงได้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่เป็นไปตามที่เขาหวัง และซ้ำร้ายที่สุดด้วยเหตุผลบางประการทำให้มาร์ควิสเฟลิกซ์เริ่มเข้าหาพวกราชวงศ์มากยิ่งขึ้น เขาเคยถามเรื่องนี้กับพ่อแต่พ่อเขาก็ไม่ยอมพูดอะไร

            กิลเบิร์ตไปมองลิลลี่เด็กสาวเผ่ามารหูสัตว์ที่กำลังเหวี่ยงดาบใหญ่ไปมาจนดูเป็นภาพที่แปลกประหลาด เพราะดาบเล่มนั้นขนาดพอๆ กับตัวเธอด้วยซ้ำ แต่เธอกับเหวี่ยงมันไปมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ พักนี้เขาพยายามจะตีสนิทเธอทั้งการซื้อของกินมาฝาก หรือชวนเธอไปออกลาดตระเวน ด้วยหวังจะใช้เธอเป็นสะพานไปหาเจ้าหญิงลิลิธเพราะเขาเห็นว่าทั้งสองคนมักมาที่ค่ายทหารด้วยกันทุกวัน จึงคิดว่าน่าจะสนิทกันพอดู ซึ่งนอกจากเด็กผู้หญิงคนนี้จะเรียกเขาว่าเสือผู้หญิงแล้วก็ไม่พูดอะไรกับเขาอีกทั้งยังปฏิเสธที่จะกินขนมที่เขาเอามาให้เธอด้วย ทั้งที่ขนมเหล่านี้มันดีกว่าขนมที่พวกทหารในค่ายเอามาให้เธอด้วยซ้ำ ทำให้แผนการนี้ของเขาก็ล้มเหลวอีก

            ในขณะที่กิลเบิร์ตกำลังเผชิญหน้ากับความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขากลับต้องมาทราบข่าวว่าโทมัสสนิทสนมกับเจ้าชายเออร์วินเป็นอย่างมาก และนั่นทำให้เขาไม่พอใจจนต้องไปถามโทมัสอยู่เสมอว่าทำอะไรบ้าง และคำตอบที่ได้จากโทมัสนั้นก็เป็นอะไรที่เขาไม่เข้าใจ เพราะโทมัสมักจะบอกเพียงแค่ว่าวิ่งกลับเอาหน้าไปวัดพื้น มันทำให้กิลเบิร์ตรู้สึกได้ว่าคนๆ นี้กำลังมีเรื่องปิดบังตน

            กิลเบิร์ตมองหุ่นฟางที่ตอนนี้กลายเป็นขี้เถ้าไปแล้วก็ส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนที่ในหัวเขาจะได้ถึงผู้หญิงคนนึงผู้หญิงผมสั้นสีดำตาสีม่วงคนนั้น เขารู้ดีว่าลอร์ดอาร์เทมิสพ่อของตนต้องกำลังตามหาผู้หญิงที่ครั้งนึงหาทุกเช้าค่ำคนนี้ แต่พ่อของเขาคงไม่มีทางเดาออกแน่ว่าผู้หญิงที่เขาหลงไหลนั้นจะเป็นสาวใช้ส่วนตัวเขาต้องใช้ขยะ ทุกครั้งที่เขาได้คุยกับโทมัสเขาต้องพยายามอดทนที่จะไม่ถามเรื่องของเธอกับโทมัส เพราะเขาจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าตัวเขาที่ต้องการเขาพิธีเสกสมรสกับเจ้าหญิงได้แอบหลงรักผู้หญิงคนอื่น

            กิลเบิร์ตถอนหายใจก่อนจะพึมพำว่า

            “ดูท่าคงต้องคุยกับพ่อเรื่องออกจากอัศวินฝึกหัดซะแล้วล่ะมั้ง” แม้ว่าโทมัสจะมาพูดอยู่เสมอว่าเขาไม่สนใจการเข้าพิธีเสกสมรสกับเจ้าหญิงหรือตำแหน่งพระราชาอะไรทั้งนั้น แต่เขาก็ไม่คิดจะเชื่อคำพูดนั้น และเพื่อความมั่นใจเขาต้องรุกเข้าหาเจ้าชายขยะนั่นให้มากกว่านี้ ซึ่งตอนนี้ก็ยังติดปัญหาอยู่อย่างนึงแล้วก็คือเรื่องของเจคที่อยู่ในสลัมนั้น เมื่อคิดถึงเรื่องนี้กิลเบิร์ตก็รู้สึกเสียใจที่วันนั้นมัวแต่เล่นไม่ได้รีบจัดการคนพวกนั้นก่อนที่เจ้าชายขยะจะโผล่มา

            กิลเบิร์ตที่ยืนนิ่งเริ่มวางแผนคิดอะไรบางอย่างในหัวก่อนจะนึกถึงผู้หญิงผมสั้นสีดำตาสีม่วงคนนั้นแล้วก็ไม่สามารถสลัดภาพเธอคนนั้นออกไปจากหัวได้อีกเลย

             

            ที่สนามหญ้าด้านหลังปราสาทวันนี้ราชินีเอลิเซียตัดสินใจมานั่งพักผ่อนที่นี่ เธอนั่งบนเก้าอี้โดยมีหัวหน้าสาวใช้ลาน่าทำการรินชาให้เธอ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าทุกครั้งขณะที่ลาน่ากำลังรินชาให้เธออยู่นั้นสายตาของเธอก็เอาแต่จ้องมองมือคู่นั้นของลาน่าไม่วางตา

            ทั้งที่มือคู่นี้ควรจะเป็นสิ่งที่เธอรู้สึกคุ้นเคยเพราะเป็นมือที่คอยช่วยดูแลเธอ ปลอบโยนเธอตั้งแต่ยังเด็ก แต่ตอนนี้เมื่อเธอได้เห็นมือคู่นี้เท่ากับนึกถึงเหตุการณ์ที่มือทั้งสองนั้นได้ลุกล้ำทุกส่วนบนร่างกายของเธอจนทำให้เธออ่อนระทวยทุกครั้งชนิดที่เรียกได้ว่า ไม่มีส่วนไหนในร่างกายที่มือคู่นี้ไม่เคยได้สัมผัสและไม่เคยมีส่วนไหนในร่างกายที่ได้เป็นความลับต่อมือคู่นี้ ทันทีที่ไม่นึกถึงเหตุการณ์เหล่านั้นลำคอของเธอก็แห้งผากจนต้องกลืนน้ำลายลงคอ

            หัวหน้าสาวใช้ลาน่าที่กำลังรินชาก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่มองมาของราชินีเอลิเซีย ในใจของเธอก็เต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ พร้อมกับนึกถึงเรือนร่างที่เปลือยเปล่าของราชินีเอลิเซียที่เธอได้เคยสัมผัสเคยลูบไล้ นึกถึงเสียงก็เสียงกระเส่าที่ราชินีเอลิเซียถูกเธอจัดการจนต้องร้องออกมา ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกลำคอแห้งผากจนต้องกลืนน้ำลายลงคอเช่นกัน เธอรู้ดีว่านี่เป็นความรู้สึกที่เธอไม่ควรจะมีในฐานะสาวใช้ แต่ไม่รู้ทำไมยิ่งเธอได้มีความสัมพันธ์กับองค์ราชินีเพราะต้องช่วยให้องค์ราชินีเอลิเซียคลายความกำหนัดในยามค่ำคืนมากขึ้นเท่าไหร่ ความรู้สึกที่เธอมีต่ออีกฝ่ายมันก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งที่ผ่านมาเธอก็พยายามที่จะสะกดความรู้สึกนี้ลงไปในส่วนลึกของจิตใจ แม้ว่าราชินีเอริเซียจะให้เธอเป็นอนุภรรยาของพระราชาอัลเฟรดผู้เป็นพระสวามี แต่เธอก็มักเลือกที่จะอยู่อย่างเจียมตนเสมอเพราะในสายตาของเธอไม่ว่าราชินีเอลิเซียผู้นี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร เธอก็ยังคงเป็นคุณหนูที่เธอทั้งเคารพรักและเทิดทูนและสาบานว่าจะรับใช้ไปตลอดชีวิต ดังนั้นการที่เธอมีความรู้สึกเช่นนี้กับอีกฝ่าย มันทำให้เธอรู้สึกรับไม่ได้และเลือกที่จะไปซ่อนไว้แต่บางครั้งเธอก็เผยถึงความปรารถนานี้ออกมา และมันก็เริ่มรุนแรงขึ้นโดยเฉพาะอย่างที่ทั้งสองมีสัมพันธ์กัน

            ขณะที่หัวหน้าสาวใช้ลาน่ากำลังนึกถึงเรื่องเรือนร่างที่แสนจะงดงามซึ่งประกอบไปด้วยปทุมถันที่ทั้งเต่งตึงและอวบอัดที่เธอเคยทั้งบีบเค้นจนมันบิดเบี้ยวตามมือของเธอ ปลายถันที่เธอทั้งดูดเลียและขบกัด หรือจะกลีบดอกไม้ที่เธอเคยทำกับมันสารพัดจนราชินีเอลิเซียต้องร้องขอความเมตตาจากเธออยู่บ่อยครั้ง ก็ได้มีเสียงร้องดึงสติของเธอให้กลับมา

            “อ๊ะ! ลาน่าจ๊ะ”

            หัวหน้าสาวใช้ลาน่าที่ได้สติกลับมาเพราะคำเรียกพบว่าตอนนี้ถ้วยชาที่เธอรินนั้นมีน้ำชาเอ่อล้นออกมาจนนองไปทั่วโต๊ะ เธอรู้สึกตกใจ

            “ขออภัยเพคะองค์ราชินี” เธอได้พูดเพียงเท่านี้แต่ยังไม่ทันได้วางกาน้ำชามือที่ขาวประดุจหยกของราชินีเอลิเซียก็วางมือของเธออย่างแผ่วเบา

            “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะลาน่า”

            ทว่าราชินีเอลิเซียก็ยังคงวางมือของเธออยู่บนมือของลาน่าที่กำลังถือกาน้ำชาอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีท่าทีจะถอนมือกลับ ส่วนลาน่านั้นก็ถือกาน้ำชาค้างไว้อย่างนั้นราวกับปรารถนาให้มือของราชินียังคงวางอยู่บนมือเธอต่อไป

            ทันทีที่ได้สัมผัสมือของลาน่าที่ได้เคยลุกล้ำทุกส่วนของร่างกายเธอ ราชินีเอลิเซียก็นึกถึงภาพต่างๆ ที่มือข้างนี้เคยทำอะไรกับเธอ เธอก็รู้สึกกระสันขึ้นมาขึ้นจนกลีบดอกไม้ของเธอเริ่มมีน้ำหวานเยิ้มออกมา เธอลูบไล้มือข้างนั้นของลาน่าอย่างลืมตัวด้วยความแผ่วเบา สายตาของเธอจ้องมองมือข้างนั้นพร้อมกับปรารถนาให้มันลุกล้ำร่างกายเธอในตอนนี้ เธอปรารถนาที่จะจับมือข้างนั้นไว้แล้วนำพามันขึ้นไปที่ห้องนอน เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นสายตาทั้งสองของเธอก็ประสานกับสายตาของลาน่าสายตาของทั้งคู่จ้องมองกันอยู่อย่างนั้น

            ในวินาทีนั้นคล้ายกับว่าเวลาของทั้งสองได้หยุดนิ่งลง ในหัวของลาน่าเธอปรากฏภาพของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่พูดกับเธอว่า ‘เธอคือลาน่าที่จะมาเป็นสาวใช้ส่วนตัวของฉันสินะ ฉันชื่อว่าเอลิเซียขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยจ๊ะ’ ก่อนที่ใบหน้าของเด็กผู้หญิงคนนั้นจะซ้อนทับกับใบหน้าของราชินีเอลิเซียตรงหน้าเธอ ลาน่าสะดุ้งทันทีรีบชักมือกลับทำให้มือขององค์ราชินีเอลิเซียค้างอยู่อย่างนั้น

            ลาน่ารีบก้มหน้าหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดโต๊ะอย่างลนลาน ราชินีเอลิเซียมองลาน่าที่กำลังเช็ดโต๊ะเธอเดาได้ว่าตอนนี้ลาน่าคงกำลังรู้สึกผิดอยู่ ตัวเธอเองก็รู้สึกสับสนไม่น้อยและอยากรู้ว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ ทำไมพักหลังมานี้สายตาที่เธอใช้มองลาน่ามันถึงได้เปลี่ยนไป เธอพบว่าเธอยังคงรักในตัวพระสวามีของเธออย่างพระราชาอัลเฟรด แต่ทำไมในใจเธอถึงกับมีความรู้สึกบางอย่างกับสาวใช้ที่อยู่กับเธอมาตั้งแต่เด็กคนนี้ได้

            ในใจของเธอรู้สึกสับสนเพราะถึงแม้ว่าลาน่าจะมีความสัมพันธ์กับเธออยู่หลายครั้ง แต่นั่นก็เป็นเพียงเพื่อการปลดเปลื้องอารมณ์และความต้องการของเธอเท่านั้น แต่ยิ่งนานวันเข้าก็กลับมีความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นมาในใจเธอ ในใจเธอปฏิเสธความรู้สึกนี้อยู่หลายครั้งแต่ความรู้สึกนี้ก็ยิ่งเธอมีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เธอรู้สึกอยากจะใกล้ชิดกับลาน่ากว่าที่เป็นอยู่ในแบบของนายบ่าวอย่างนี้ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เธอรู้ดีว่าไอ้ความรู้สึกรุนแรงนี้ยิ่งเธอได้มีความสัมพันธ์กับลาน่าว่ามากขึ้นเท่าไหร่ ความรู้สึกรุนแรงนี้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

            ที่ผ่านมาเธอบอกกับตัวเองว่าความสัมพันธ์แบบนี้มันไม่ถูกต้อง เพราะเธอเองก็แต่งงานมีสามีแล้วซ้ำยังเป็นพระราชาที่ปกครองผู้คนอีกด้วย แต่ก็มีหลายครั้งที่เธอเผลอแซวลาน่าอย่างลืมตัว แต่ทุกครั้งเธอจะรักษาระยะห่างเพื่อคงความสัมพันธ์นายบ่าวเช่นนี้เอาไว้เธอบอกตัวเองเสมอว่าฐานะในตอนนี้ของเธอเป็นใคร และเธอไม่ควรจะคิดอะไรเกินเลยแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้หญิงและมีฐานะอีกอย่างคือเป็นอนุภรรยาอย่างไม่เป็นทางการของสามีเธอก็ตาม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่รับใช้เธอมาตั้งแต่เด็กด้วยความซื่อสัตย์มาโดยตลอด ในขณะที่ความต้องการและความรู้สึกมันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เธอก็เลือกที่จะสะกดมันไว้ด้วยใจที่กลัวว่าถ้าสาวใช้คนนี้รู้ถึงความรู้สึกของเธอที่มีต่ออีกฝ่ายในฐานะผู้หญิงด้วยกัน จะมองเธอเปลี่ยนไป แม้ว่าที่ผ่านมาทั้งเธอและสาวใช้ส่วนตัวคนนี้จะมีความสัมพันธ์บนเตียงที่เกินกว่านายบ่าวมาหลายครั้งก็ตาม

            ทว่าความรู้สึกนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะห้ามกันได้ง่ายๆ ราชินีเอลิเซียจ้องมองมือของลาน่าที่กำลังเช็ดโต๊ะไม่วางตาอย่างลืมตัว เธอจ้องมองมือที่เคลื่อนไหวไปไว้อย่างคล่องแคล่วพร้อมกับนึกถึง ภาพที่มือข้างนี้กำลังสยบเธอจนร่างกายอ่อนระทวยก็รู้สึกลำคอแห้งผากจนต้องกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง ขณะที่สายตาของเธอกำลังจ้องมองมือของลาน่าที่เคลื่อนไหวไปมาเธอก็เงยหน้าตรงขึ้นมาทันทีก่อนจะหันไปปราสาท แต่ถ้าคำนวณจากสายตาของเธอกลับพบว่าสายตาของเธอนั้นมองไปทางประตูเมืองไพร์ล็อก

             

            ก่อนหน้านั้นเล็กน้อยที่ปลายสะพานอีกด้านที่ใช้ข้ามผ่านแม่น้ำซิลเวอร์ริลได้มีคน สามคนยืนอยู่ทั้งสามคนแต่งกายด้วยชุดชาวบ้านธรรมดาทั่วไป เป็นผู้ชาย 2 คนผู้หญิงหนึ่งคน สายตาของทั้งสามคนจ้องมองไปยังอีกฟากหนึ่งของสะพานพบเห็นเป็นช่องเขาเข้าไป ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่มีใบหน้างดงามผมสีทองยาวสลวยเข้ากับดวงตาสีน้ำทะเลของเธอ ผู้ชายคนหนึ่งในภูเขาพูดขึ้นว่า

            “เป็นเมืองที่เข้าใจคิดจริงๆ เลยนะครับท่านคาทาริน่าถ้าไม่ใช่ว่าพวกเรารู้มาก่อนว่ามีเมืองเล็กๆ ตรงนี้ก็คงจะมองผ่านไปได้ง่ายๆ”


    คล้ายกับเรื่องอาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง ที่คุณอ่าน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    เทพมารลิขิตฟ้า

    เทพมารลิขิตฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    72K 42