หลังจากที่ เย่ซวนจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น เขาก็หยิบผ้าคลุมขึ้นมาใส่ เพราะว่าเขาเตรียมที่จะออกไปเดินชมเมืองหนานจิง เย่ซวนเดินออกไปอย่างง่ายดาย เพราะเขามีป้ายอาคันตุกะของสำนักบงกชขาว ซึ่งเป็นอาจารย์ของ อ้ายเหม่ยให้มา เขาจึงเข้าออกสำนักแห่งนี้ได้โดยที่ไม่ถูกขัดขวาง
เย่ซวนนั้นออกมาจากสำนักบงกชขาวเพียงคนเดียวเพราะทั้ง 4 สาวนั้นต้องเตรียมตัวเพื่องานประลองที่ใกล้เข้ามา ศิษย์สำนักที่เห็นเย่ซวนเดินอยู่ภายในสำนักต่างก็แปลกใจ แต่เมื่อรู้ว่าเย่ซวนเป็นคนช่วยอ้ายเหม่ยเอาไว้พวกเขาก็เข้าใจว่าทำไมผู้อาวุโสซิงเยียน ถึงให้ป้ายอาคันตุกะกับเย่ซวน เพราะอ้ายเหม่ยเป็นศิษย์รักของผู้อาวุโสซิงเยียน
'ไปที่ไหนก่อนดี' เย่ซวนไม่ได้วางแผนเอาไว้ก่อนที่จะออกมา เขาเดินตามถนนไปเรื่อยๆ สิ่งที่เย่ซวนแปลกใจคือเมืองใหญ่ขนาดนี้ทำไมถึงยังมีขอทานอยู่
'หรือขอทานพวกนี้จะเป็นคนของพรรคกระยาจก' เย่ซวนขมวดคิ้ว มันจะเหมือนกับในนิยายเกินไปรึเปล่า
สำนักบงกชขาวตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองหนานจิง รอบๆสำนักต่างเต็มไปด้วยบ้านเรือนของชาวบ้าน ชาวบ้านที่สร้างบ้านอยู่รอบๆสำนักบงกชขาวนั้นส่วนใหญ่จะมีฐานะค่อนข้างยากจน ทำให้ชาวบ้านส่วนมากแต่งตัวด้วยผ้าฝ้ายธรรมดาๆ และพวกเขาส่วนใหญ่ก็มีอาชีพล่าสัตว์และหาของป่ามาขายภายในเมือง ถึงแม้เมืองหนานจิงจะเป็นเมืองใหญ่ แต่ประชากรเองก็เยอะมากเช่นกันทำให้เจ้าเมืองไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง
"นายท่าน" เสียงของใครสักคนดังมาจากด้านหลังเย่ซวน
"เจ้าเรียกข้าหรือ" เย่ซวนหันหลังมา
"ใช่ขอรับ" ชายชราตรงหน้าพยักหน้าให้กับเย่ซวน
"มีอะไรหรือ" เย่ซวนเลิกคิ้วขึ้นเพราะเขาจำได้ว่าไม่เคยรู้จักกับชายชราคนนี้มาก่อน
"นายท่านเพิ่งจะเดินออกมาจากสำนักบงกชขาวใช่รึเปล่าขอรับ" ชายชราพูดด้วยความนอบน้อม
"ใช่" เย่ซวนพยักหน้า "ท่านผู้เฒ่ามีเรื่องอะไรหรือ"
"ท่านรู้จักหลี่น่า หลานสาวของข้าน้อยหรือไม่" ชายชราถามด้วยความคาดหวัง
"เอ่อ.." เย่ซวนส่ายหน้า "ข้าเพิ่งมาเป็นแขกของสำนักบงกชขาวได้เพียงไม่กี่วันเอง"
"อย่างนั้นหรือ" ชายชราทำสีหน้าเศร้า
"ไม่ทราบว่าท่านมีเรื่องอะไรหรือเปล่า" เมื่อเห็นท่าทางเศร้าหมองของชายชรา
"เผื่อข้ามีอะไรที่ช่วยได้"
ขณะที่ชายชรากำลังจะพูดก็มีเสียงเด็กผู้ชายดังมาจากด้านหลังซะก่อน
"ท่านปู่แย่แล้วท่านย่าหมดสติไปแล้ว" เด็กชายวิ่งมาด้วยสีหน้าที่ตกใจ
"อะไรนะ" ชายชราหันไปถาม
"รีบไปกันเถอะ" ชายชราหันหลังเดินไปด้วยความรีบร้อนจนเขาเองเกือบที่จะล้มลง เด็กชายก็รีบวิ่งตามไปเช่นกัน
เย่ซวนยืนมองด้วยความสงสัยก่อนที่จะเดินตามพวกเขาไป เย่ซวนเดินตามมาได้สักพักก็ถึงบ้านหลังเก่าหลังหนึ่ง เย่ซวนไม่รู้ว่ามันเรียกว่าบ้านได้หรือเปล่าเพราะสภาพของมัน อีกนิดเดียวก็จะพังถล่มลงมาแล้ว
"ยายแก่เจ้าเป็นอะไรไป" ชายชราร้องเรียกภรรยาของตนเองด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
"ท่านย่า ฮือๆ" เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยดังออกมา
เมื่อเย่ซวนเดินเข้ามาภายในบ้าน ก็เห็นชายชรานั่งเขย่าแขนของภรรยาเบาๆ ส่วนเด็กชายนั่งร้องไห้อยู่ด้านข้าง เย่ซวนเห็นแบบนั้นก็อดที่อยากจะช่วยไม่ได้เขารีบเดินหันหลังและถามชาวบ้านว่าโรงหมอที่อยู่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ใด
เย่ซวนใช้เงินที่มีเพียงน้อยนิดของเขาออกเป็นค่ารักษาให้กับหญิงชรา หลังจากที่พาหมอมาบ้านหลังนี้แล้วเย่ซวนก็หันหลังจากไปทันที ในตอนแรกชายชราก็ตกใจเพราะอยู่ๆก็มีหมอเดินเข้ามาภายในบ้าน แต่เมื่อหมอคนนั้นเล่าเรื่องเย่ซวนให้ชายชราฟัง ชายชราก็อดเสียดายไม่ได้เพราะไม่ได้ขอบคุณเย่ซวน หญิงชราเพียงหมดสติไปเพราะทำงานหนักเท่านั้น หมอจ่ายยาให้กับหญิงชราและขอตัวจากไปทันที
...
เย่ซวนเดินมาถึงย่านการค้าทางทิศเหนือของเมืองหนานจิง ในแต่ละทิศจะมีย่านการค้าเป็นของตนเอง ส่วนย่านการค้าหลักนั้นจะอยู่ตรงกลางของย่านการค้าทั้ง 4 เย่ซวนรู้สึกหิวเลยแวะร้านขายบะหมี่ข้างทาง เจ้าของร้านเป็นสามีภรรยาชราคู่หนึ่งที่ช่วยกันทำอาหารอย่างขยันขันแข็ง
"ได้ขอรับนายท่าน" ชายชราหันมาตอบเย่ซวนด้วยรอยยิ้ม
ใช้เวลาไม่นานบะหมี่ร้อนๆส่งกลิ่นหอมก็ถูกยกมาวางเอาไว้ตรงหน้าของเย่ซวน ถึงแม้จะเป็นบะหมี่หมูธรรมดาๆแต่กลิ่นหอมของมันทำให้เย่ซวนกลืนน้ำลาย และก็ไม่ใช่เย่ซวนเท่านั้นที่กลืนน้ำลาย เพราะข้างๆมีขอทานชรายืนกลืนน้ำลายอยู่
เมื่อขอทานชรารู้สึกถึงสายตาของเย่ซวนเขาก็ยิ้มออกมา แล้วเดินมานั่งลงฝั่งตรงข้ามของเย่ซวน
"พ่อหนุ่มเจ้าเลี้ยงอาหารข้าสักมื้อเถอะ" ขอทานชราพูด
เย่ซวนขมวดคิ้วแต่ก็ตะโกนสั่งเจ้าของร้านว่าให้เอาบะหมี่มาให้อีกชาม หลังจากบะหมี่อีกถ้วยถูกยกมาวางเอาไว้ตรงหน้าขอทานชรา พวกเขาก็ลงมือกินทันทีโดยที่ทั้งสองไม่ได้พูดคุยอะไรกัน ใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็จัดการบะหมี่ตรงหน้าจนหมด โดยเฉพาะขอทานชราภายในถ้วยของเขาน้ำซุปสักหยดก็ไม่เหลือ
"ฮ่าๆ ต้องขอบคุณเจ้ามากพ่อหนุ่ม" ขอทานชราพูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินจากไปทันที
เย่ซวนได้แต่ส่ายหน้า ถึงแม้จะงงกับเหตุการณ์ตรงหน้าก็ตาม หลังจากที่จ่ายเงินเสร็จแล้วเย่ซวนก็เดินดูของในย่านการค้าทิศเหนือไปเรื่อยๆ เย่ซวนหยุดดูเกือบทุกร้านแต่ก็ไม่มีอะไรที่น่าสนใจเลย ของที่ขายในย่านการค้าทิศเหนือนั้นส่วนมากจะเป็นของป่า เช่น พวกเนื้อสัตว์และสมุนไพรต่างๆที่หาได้ทั่วไป ทำให้คนที่มายังตลาดแห่งนี้นั้นส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีฐานะยากจน
เย่ซวนเดินอยู่ภายในตลาดค่อนวันสุดท้ายเขาก็เจอของที่น่าสนใจอยู่หนึ่งชิ้น นั้นก็คือแหวนหยกวงหนึ่ง เย่ซวนสนใจก็เพราะว่าแหวนหยกวงนี้มันมีสีเขียวจักรพรรดิ์และมันถูกแกะสลักเป็นรูปหัวของมังกร พอหยิบขึ้นมาใส่ทำให้เย่ซวนรู้สึกถึงพลังบางอย่าง เย่ซวนคิดว่ามันน่าจะเป็นของดีเลยซื้อเก็บไว้ แหวนหยกวงนี้ทำให้เย่ซวนกลายเป็นคนจนทันทีเงินที่มีทั้งหมดเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตำลึงเงินเท่านั้น
ขากลับเย่ซวนแวะกินอาหารที่ร้านบะหมี่ข้างทางร้านเดิม กินไปได้ไม่นานขอทานชราคนเดิมก็เดินมานั่งลงตรงข้ามกับเย่ซวนเช่นเดิม
"พ่อหนุ่มเจ้าเลี้ยงอาหารข้าสักมื้อเถอะ" ขอทานชราพูดคำเดิมเมื่อตอนเช้าออกมา
เย่ซวนมองขอทานชราตรงหน้า ก่อนที่จะตะโกนสั่งบะหมี่ให้แก่เขา พวกเขาทั้งสองยังนั่งทานอาหารโดยที่ไม่พูดไม่จากันสักคำขอทั้งคู่ทานเสร็จขอทานชราก็พูดขอบคุณเช่นเดิม หลังจากเขาพูดจบเขาก็หันหลังจากไปโดยที่ไม่หันหลังมามองเย่ซวนเลย ความรู้สึกของเย่ซวนนั้นบอกว่าให้เขาทำดีกับขอทานชราคนนี้เอาไว้ เขาเลยเลี้ยงบะหมี่ขอทานชราโดยที่ไม่ได้ถามอะไร
'ขอให้มันเป็นอย่างที่ข้าคิดแล้วกัน' เย่ซวนมองตามหลังของชายชราไป ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นไปจ่ายเงินค่าบะหมี่แล้วเดินมุ่งหน้าตรงไปยังสำนักบงกชขาว เมื่อเดินมาถึงด้านหน้าของสำนักบงกชขาว เย่ซวนก็เจอเข้ากับศิษย์หญิงของสำนักบงกชขาวเข้า นางมีชื่อว่าหลี่น่า ซึ่งเป็นหลานสาวของชายชราเมื่อตอนเช้านั้นเอง นางพูดขอบคุณเย่ซวนอยู่หลายครั้ง เย่ซวนพูดคุยกับนางอยู่สักพักจึงค่อยแยกย้ายกัน
เมื่อกลับมาถึงยังเรือนพักของตนเย่ซวนก็ต้องแปลกใจเพราะเมื่อเดินเข้ามาด้านใน เพราะตอนนี้ภายในห้องโถงมีคน 4 คนนั่งอยู่ ซึ่งก็คืออาจารย์ของพวกเหลียนฮวา
"ผู้อาวุโส" เย่ซวนคารวะ
"ไม่ต้องมากพิธี" ลู่หลินโบกมือก่อนที่จะให้เย่ซวนนั่งลง
"ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสมีธุระอะไรกับข้าน้อยหรือ" เย่ซวนถามด้วยความสงสัย
"เจ้าคิดจะพูดคุยกับพวกข้า ทั้งๆที่ยังปิดบังตัวตนอยู่แบบนี้หรือ" จางเหว่ยพูดขึ้นเพราะเห็นว่าเย่ซวนนั้นยังใส่ผ้าคลุมปกปิดใบหน้าของเขาเอาไว้อยู่
เย่ซวนไม่ได้คิดอะไรเมื่อได้ยินคำพูดของจางเหว่ย เขาค่อยๆถอดผ้าคลุมออกก่อนที่จะเผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาของเขา เมื่อทั้ง 4 คนเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเย่ซวนพวกนางก็อดที่จะตกตะลึงไม่ได้ ถึงแม้พวกนางจะมีอายุมากแล้วทั้งชีวิตเห็นคนหล่อเหลามามากมาย แต่คนที่สมบูรณ์แบบเหมือนเย่ซวน พวกนางกลับไม่เคยเจอและเมื่อสังเกตุผิวของเย่ซวนดีๆพวกนางก็อดที่จะอิจฉาไม่ได้ จะมีผู้หญิงคนไหนกันที่ไม่รักสวยรักงามถึงแม้พวกนางจะมีอายุก็ตาม
"ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสมาหาข้าด้วยเรื่องอะไรหรือ" เย่ซวนถามขึ้นอีกครั้ง
เมื่อได้ยินเสียงของเย่ซวนพวกนางก็สะดุ้งตกใจ ลู่หลินตั้งสติได้นางจึงเป็นคนตอบเย่ซวน
"ที่พวกข้ามาหาเจ้าในวันนี้ก็เพราะว่าจะมาขอบคุณเรื่องที่เจ้ายื่นมือช่วยลูกศิษย์ของพวกข้า" จบคำพูดของลู่หลิน ซิงเยียนก็หยิบบางอย่างวางเอาไว้ตรงหน้าของเย่ซวน
"นี้คือคำขอบคุณของข้า" ซิงเยียนพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ
เย่ซวนมองกล่องไม้ตรงหน้าถึงแม้จะไม่รู้ว่าด้านในคืออะไรแต่เย่ซวนคิดว่าของที่อยู่ด้านในต้องมาค่ามากแน่ๆ
"เจ้ารับเอาไว้เถอะ" ลู่หลินพูดเมื่อเห็นว่าเย่ซวนทำสีหน้าลังเล เมื่อเย่ซวนได้ยินก็ได้เพียงพยักหน้าและรับกล่องไม้นั้นเอาไว้
"เจ้าคงได้รับป้ายอาคันตุกะแล้ว" ซิงเยียนถาม
เย่ซวนพยักหน้า "ข้าได้รับแล้ว"
"เจ้าคงรู้ถึงความสำคัญของป้ายนี้แล้วอย่าทำหายเสียละ" ซิงเยียนเน้นย้ำกับเย่ซวน ก่อนที่พวกเขาทั้ง 4 จะขอตัวจากไป
...
"มิน่าล่ะ ลูกศิษย์ของพวกเราถึงได้ชอบเจ้าหนุ่มนั้นขนาดนี้" ซูเมิ่งพูดขึ้นระหว่างที่พวกนางเดินออกมาจากเรือนพักของเย่ซวน
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของนาง ต่อให้เป็นคนดีสักแค่ไหนจะมีสักกี่คนที่มองข้ามเรื่องหน้าตาไปได้ผู้หญิงทุกคนนั้นล้วนหลงไหลในความสวยงาม ไม่มากก็น้อย
"พวกเจ้าว่าเจ้าเด็กนั้นเป็นใคร" จางเหว่ยหันไปถาม ซู่เมิ่ง และ ซิงเยียน
"ไม่รู้สิ" พวกนางทั้ง 2 พยักหน้า ในตอนแรกพวกนางจะมาสังเกตุเย่ซวน แต่เมื่อเห็นรูปลักษณ์ของเย่ซวนพวกนางก็หลงลืมเป้าหมายของตนเองไป
"แล้วท่านเจ้าสำนักล่ะ มองอะไรออกหรือไม่" จางเหว่ยหันไปถามลู่หลิน
"ข้าเองก็มองอะไรเขาไม่ออกเลย" ลู่หลินส่ายหน้า "แต่ว่าเข้าหน้าจะไม่ใช่คนไม่ดี"
"ท่านเจ้าสำนักรู้ได้อย่างไร" ซิงเยียนหันไปถาม
"ไม่รู้สิ แค่ความรู้สึก" ลู่หลินพูดพร้อมกับยักไหล่
"พวกเราคอยดูเขาไปเรื่อยๆเถอะ" ซูเมิ่งพูด "เราไม่จำเป็นต้องรีบที่จะรู้ตัวตนของเขาถึงขนาดนั้น" ในความคิดของนางแค่เย่ซวนช่วยพวกลูกศิษย์ของตนก็ดีมากแล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆปล่อยให้มันเป็นเรื่องของเวลา
"อืม" ลู่หลิน จางเหว่ย ซิงเยียนพยักหน้า
...
ขอบคุณสำหรับการติดตามครับผม
โดนผึ้งต่อยครับตอนนี้ยังไม่หายดี มือบวมเป็นขาหมูเลยพิมพ์ไม่ค่อยถนัด ต้องขอโทษที่ให้รอด้วยครับ เห็นมือตัวเองแล้วขำ 555+