ตอนที่1กำลังปั่นthesis อยู่ดีๆมาโลกเซียน
แต็กๆๆเสียงเคาะคีย์บอร์ดของเด็กหนุ่มดังขึ้นเป็ระยะๆในหอพักนักศึกษากลางดึกแห่งหนึ่ง บนโต๊ะเต็มไปด้วยไส้กรอกร้านสะดวกซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและแก้วกาแฟที่หมดแล้ววางเรียงกันสะเปะสะปะ สักพักเสียงคีย์บอร์ดก็หยุดลงเด็กหนุ่มถอนหายใจยาวพร้อมลุกออกจากโต๊ะทำงาน แหงนหน้าดูนาฬิกาที่บอกเวลา 11.50น.ด้วยความโล่งอก
“เสร็จก่อนdeath line 10นาที หลิน เฟิงนะหลินเฟิง อนาคตเกือบดับเพราะมัวแต่อ่านนิยายแล้วมั้ยหนิ” เด็กหนุ่มพูดกับตัวเองเบาๆ แล้วล้มตัวลงนอนที่เตียงด้วยความเหนื่อยล้าเอามือจับหน้าอกที่เต้นแรงจนรู้สึกได้ ไม่รู้ว่าเป็เพราะฤทธิ์คาเฟอีนจากกาแฟหรือความตื่นกลัวว่าจะส่งไม่ทันของเ้าตัวก็ไม่ทราบ
เด็กหนุ่มธรรมดาคนนี้ชื่อหลินเฟิง ลูกครึ่งไทยจีน กำลังปั่นthesisส่งให้ทันเวลาส่วนสาเหตุที่ทำไมไม่ยอมเร่งทำก่อนน่ะหรอ ติดนิยายยังไงล่ะ ปกติหลังจากเรียนเสร็จหลินเฟิงมักกลับไปที่ห้องพักและนอนอ่านนิยายโดยเฉพาะหมวดเทพเซียนกำลังภายในที่กำลังมาแรงทุกวันในลักษณะที่วางไม่ลง เป็ผลให้การทำthesisเป็ลักษณะผลัดวันประกันพรุ่งจนแล้วก็มาลงเอยด้วยสภาพนี้
‘เราน่าจะมีความรับผิดชอบให้มากกว่านี้นะ เดี๋ยวจบไปไม่มีไรกินแน่’หลินเฟิงคิดตัดพ้อตัวเองในใจ ตอนนี้เด็กหนุ่มก็รู้แล้วว่า ชีวิตต่อไปจะเป็การเข้าสู่วัยทำงานซึ่งตนควรมีความรับผิดชอบแล้วเป็ผู้ใหญ่มากขึ้นหลินเฟิงหลับตาแล้วจู่ๆภาพก็ตัดไป
..
...
.....
“หลินเฟิง ชั้นขอท้าแกในสารท้าประลองเืในอีก1ปีต่อจากนี้จะได้รู้กันว่าใครคือขยะ ที่ไม่คู่ควรกับเสี่ยวเหมย” เสียงะโเรียกชื่อดังกึกก้องทำให้หลินเฟิงลืมตาขึ้นมาด้วยความงุนงง พบว่าทิวทัศน์รอบตัวแปลกไปจากห้องตัวเองหลินเฟิงนั่งอยู่ในเก้าอี้หยกลายั ฝั่งตรงข้ามมีชายวัยกลางคนสวมชุดจีนโบราณหนวดยาวเฟื้อย กำลังมีใบหน้าโกรธเกรี้ยวต่อผู้พูดส่วนตัวผู้พูดได้ออกจากตำหนักไปแล้ว ทำให้หลินเฟิงได้แต่เห็นหลังไปแวบๆ
“นายน้อยหลิน อย่าถือสาเ้าเย่ ฟานเลยนะขอรับเสี่ยวเหมยเห็นมันเป็แค่เพื่อนเล่นสมัยเด็กที่ไม่รู้จักโต กินนอนไปวันๆวิทยายุทธไม่ก้าวหน้า ลูกสาวข้าเหมาะสมกับท่านดั่งักับหงษ์มันก็แค่คางคกที่อยากกินหงษ์แค่นั้น เดี๋ยวข้าจะส่งคนไปจัดการให้”ชายคนนั้นหันมาพูดกับหลินเฟิงที่กำลังงงๆด้วยท่าทีเยินยอ
‘ความฝัน?’ หลินเฟิงคิดในใจแล้วหยิกแขนตัวเองแรงๆ
“ไม่เจ็บแฮะแต่...เดี๋ยวนะ” หลินเฟิงที่นึกว่าตนฝันอยู่พบว่าเมื่อหยิกแขนตัวเองแล้วแม้ไม่รู้สึกเจ็บแต่ก็ััได้ว่ากำลังแขนกำลังโดนหยิก ซึ่งมันดูเรียลเกินที่จะเป็ความฝันและที่น่าแปลกคือแขนตนมีกล้ามแขนสวยงาม ทั้งที่ปกติเด็กหนุ่มค่อนข้างผอมแห้ง
‘ตอนแรกยังอยู่บนเตียงหนิ ไมมาโผล่โรงละครตึกคณะนิเทศ’เด็กหนุ่มสำรวจตัวเองที่กำลังใส่ชุดจีนโบราณสีขาว ถักลายัก่อนจะลุกจากเก้าอี้เดินไปรอบๆห้อง แต่ก็ต้องยิ่งแปลกใจเมื่อพบว่าไม่มีกล้อง หรือbackstageอะไรเลย
“นายน้อยหลิน ฟังที่ข้าพูดก่อนเสี่ยวเหมยไม่มีความสัมพันธ์กับเ้าเย่ฟานจริงๆ ข้าขอสาบาน”ชายคนนั้นเมื่อเห็นว่าหลินเฟิงลุกออกจากเก้าอี้ก็ลนลานรีบเข้ามาดึงขาหลินเฟิงทันที
หลินเฟิงที่เห็นผู้าุโคุกเข่ากอดขาตัวเองก็ใรีบพยุงชายคนนั้นขึ้นมา แล้วเอ่ยถามอย่างงงๆว่า “เสี่ยวเหมยไหนเย่ฟานคือใคร แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น”
“เสี่ยวเหมยกำลังเก็บตัวฝึกวิชาเพื่อเตรียมทะลุขั้นหลอมกระดูกจึงไม่ได้มาพบนายน้อยวันนี้ ส่วนเย่ฟาน เป็แค่เด็กกำพร้ากระจอกๆ เดี๋ยวหากข้าจับได้ข้าจะส่งตัวไปให้นายน้อยจัดการเอง”ชายคนนั้นแม้จะแปลกใจกับคำถามแต่ก็รีบตอบทันที
หลินฟานก็ยังไม่เข้าใจเื่ราวที่เกิดขึ้นก่อนจะหันไปมองที่หน้าต่างอย่างเหม่อลอยก่อนจะตาโต เพราะสิ่งที่พบนอกหน้าต่างคือ หญิงสาวหน้าตางดงามในชุดจอมยุทธ์เหยียบกระบี่บินผ่านไปบนท้องฟ้าจังหวะนั้นเด็กหนุ่มรู้แล้วว่านี่ไม่ใช่โลกที่เด็กหนุ่มเคยอยู่อาศัยอีกต่อไป