รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    หูและหาง

            แสงสีขาวที่สว่างจ้าพร้อมจะทำให้สายตาของผู้มองพร่าเลือนไปชั่วขณะ นอกจากนี้ยังมีแรงดึงดูดที่ถาโถมเข้ามาตลอดเวลาจากทุกทิศทางจนท้องไส้ปั่นป่วน  ความรู้สึกเหล่านี้ผสมปนเปกันอยู่ประมาณหนึ่งนาที ไป่ฟานเซียนก็รับรู้ถึงความโล่งสบายและสายลมที่ปะทะใบหน้า

             

            หญิงสาวลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็วสิ่งแรกที่นางทำคือระเบิดสัมผัสสวรรค์ออกไปรอบตัว และนั่นทำให้นางพบว่า

             

            นางกำลังอยู่บนท้องฟ้า!

             

            ไป่ฟานเซียนโคจรลมปราณรอบหนึ่งร่างของนางก็หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศได้ในทันทีสายตาของนางกวาดผ่านไปทั้งสองฝั่งเพื่อพิจารณาว่าตนเองกำลังอยู่ที่ใด

             

            สภาพแวดล้อมรอบตัวนางตอนนี้คือหุบเขาสูงชันมากมายด้านล่างก็เป็นป่ารกทึบที่นางสัมผัสถึงสัญญาณสิ่งมีชีวิตได้ประปราย

             

            แต่ทางทิศใต้ของป่าประมาณสองกิโลเมตรนางสามารถรับรู้ถึงสิ่งมีชีวิตจำนวนหนึ่งมารวมตัวกันอยู่

             

            จำนวนมันมีประมาณห้าร้อยกว่าคน

             

            สิ่งที่สำคัญคือนางสามารถสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ฟาดฟันกันอย่างไม่ยอมแพ้ราวกับว่าบริเวณนั้นเป็นสนามรบและกำลังจะเกิดการปะทะกันอยู่

             

            ไป่ฟานเซียนค่อยๆบินไปช้าๆระหว่างทางนางพยายามสังเกตสิ่งต่างๆรอบตัวไปด้วย

             

            ระดับพลังชีวิตที่นางสัมผัสได้มันไม่ได้สูงส่งมากนัก

             

            ในสนามรบนั้นตัวตนที่มีพลังมากที่สุดอยู่ที่ประมาณจอมยุทธ์ขั้นปลายเท่านั้นเอง 

             

             

            ฟุ่บ!

             

            ไป่ฟานเซียนใช้เวลาไม่นานก็มาปรากฏด้านบนเหนือท้องฟ้าไปประมาณหนึ่งร้อยเมตร  นางปิดกั้นตัวตนทั้งยังไม่ส่งเสียงใดๆดังนั้นหากไม่มีการสังเกตดีๆย่อมไม่มีใครหานางเจอ

             

            “...”

             

            ไป่ฟานเซียนหรี่ตาลงเมื่อเห็นสภาพด้านล่าง  มันคือการต่อสู้กันอย่างที่นางคิด  ทั้งสองฝั่งนำกำลังพลมามากกว่าฝั่งละสองร้อยคน  และกำลังเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด มันไม่น่าจะใช่สงครามแต่ดูเหมือนการปะทะกันของสองกองกำลังทั่วไปมากกว่า

             

            แต่สิ่งที่ทำให้นางสนใจมากที่สุดก็คือรูปร่างของพวกเขาที่กำลังจะสู้กันดูคล้ายมนุษย์แต่กลับไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา

             

            สภาพภายนอกของพวกเขาเหมือนมนุษย์อย่างเราๆทุกประการ  ยืนสองขา กระดูกสันหลังตั้งตรง ทั้งยังสวมใส่เสื้อผ้า แต่สิ่งที่ทำให้สะดุดตานางได้ก็คือ...

             

            พวกเขามีหูของแมวและสุนัขตั้งชันอยู่บนหัว!

             

            และถ้าดูดีๆจะเห็นหางปุกปุยที่ซ่อนอยู่ที่ด้านหลังบริเวณบั้นท้ายของพวกเขาด้วย

             

            ไป่ฟานเซียนตัวแข็งทื่อ

             

            หรือว่านี่จะเป็นคอสเพลย์หูสัตว์ที่นางเคยเห็นในอินเตอร์เน็ต

             

            ไม่ใช่สิจากที่นางสังเกตดูแล้วพวกนั้นมันคือของจริง!

             

            พวกมันกำลังขยับดุ๊กดิ๊กบ้างก็ลู่ไปด้านหลัง โดยเฉพาะที่พวกเขากำลังทำท่าทางข่มขู่ซึ่งกันและกันนี่ทำให้นางนึกไปถึงวิดีโอหมาแมวตีกันในโลกออนไลน์พวกนั้นเลย

             

            นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน

             

            แล้วทำไมนางถึงมาอยู่ที่นี่คนเดียว?

             

            ในระยะใกล้ๆนี้นางไม่สามารถสัมผัสถึงตัวตนของคนที่นางรู้จักได้เลยสักคน หรือว่าการดูดกลืนเข้ามาในมิตินี้จะทำให้พวกนางคลาดกันไปเสียแล้ว

             

            ไป่ฟานเซียนขมวดคิ้ว  สำหรับคนอื่นนางไม่ค่อยจะเป็นกังวลสักเท่าใดอย่างน้อยระดับพลังของพวกเขาก็น่าจะสามารถเอาตัวรอดในโลกนี้ได้จากการประเมินคร่าวๆของนาง  แต่กับเด็กน้อยสามคนนั้นอย่างฮุ่ยเอ๋อถังเย่เย่ และเหม่ยอิง ถ้าเกิดตกไปอยู่ในอันตรายขึ้นมานางเกรงว่าจะมีปัญหา

             

            สัมผัสสวรรค์ของนางจึงกวาดออกไปจนสุดกำลัง

             

            ระยะของมันกว้างถึงสิบกิโลเมตร!

             

            ไป่ฟานเซียนหลับตาลงยิ่งสัมผัสสวรรค์นั้นกว้างเท่าใดและต้องการความละเอียดมากขนาดไหนตัวผู้ใช้ก็จำเป็นต้องจ่ายออกด้วยพลังและสมาธิสูงตามขึ้นไป ฉะนั้นปกติแล้วแม้จะเป็นตัวตนอย่างไป่ฟานเซียนก็ยังไม่สามารถจะปล่อยสัมผัสสวรรค์ออกมาตลอดเวลาได้

             

            ครั้งนี้นางใช้มันเพื่อตามหาเหล่าผู้ติดตามของนาง ดังนั้นนางจำเป็นต้องเพ่งสมาธิให้มากเป็นพิเศษ  มันจึงยิ่งกินพลังงานของนางมากเข้าไปอีก

             

            สองกิโลเมตรแรกยังไม่เจอใคร...

             

            แม้จะเพิ่มไปจนถึงห้ากิโลเมตรนางก็ยังสัมผัสถึงความรู้สึกคุ้นเคยไม่ได้แต่นางรับรู้ได้ว่าที่ด้านตะวันออกนั้นน่าจะมีเมืองอยู่จากจำนวนประชากรมากมายที่เดินขวักไขว่อยู่บริเวณนั้น

             

            เมื่อไปถึงเจ็ดกิโลเมตรนางก็พบป่าอีกครั้งหนึ่งมันเป็นป่าที่อยู่ใกล้เคียงกับเมืองนั้นด้านในป่านางสัมผัสได้ถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีประชากรอาศัยอยู่ไม่มากนัก

             

            และเมื่อใกล้จะถึงลิมิตของนาง ก่อนที่นางจะหมดหวังนั้นนางกลับสัมผัสได้ถึงกระแสพลังที่คุ้นเคย

             

            มันเป็นสัมผัสพลังของเซี่ยซูเหยา!

             

            แต่มันทั้งสงบนิ่งและไม่เคลื่อนไหวราวกับว่าเจ้าตัวกำลังสลบหรือไม่ได้สติอยู่

             

            ไป่ฟานเซียนเปิดตาขึ้นมานางใช้สมาธิไปมากกว่าที่คิด ความเหนื่อยล้าทางจิตใจจึงถาโถมเข้ามาพลังปราณบริสุทธิ์เริ่มไหลเวียนเพื่อฟื้นฟูและทำให้สติของนางแจ่มใสขึ้นอีกครั้ง

             

            นางมองลงไปด้านล่างทั้งสองกองกำลังนี้ดูจะไม่ปะทะกันเสียที ทั้งสองฝั่งเอาแต่ขู่คำราม  หญิงสาวจึงเลิกที่จะสนใจพวกเขานางตัดสินใจไปหาเซี่ยซูเหยาก่อน

             

            ร่างบางระหงส์ของไป่ฟานเซียนจึงหายลับไปจากท้องฟ้า และมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่นางสัมผัสได้เมื่อครู่นี้...

             

             

             

             

             

             

     

             

             

             

             

             

            ระหว่างทางนั้นไป่ฟานเซียนบินผ่านเมืองที่นางสัมผัสได้นางแอบประหลาดใจ เมืองนี้ไม่ได้มีวิทยาการที่ล้ำหน้าเหมือนเมืองในยุคปัจจุบัน ถ้าอ้างอิงตามหนังสือที่นางอ่านมันน่าจะเป็นยุคที่ยังไม่มีเครื่องจักร  ผู้คนยังเดินทางกันด้วยเกวียน  แต่ถนนหนทางกลับปูด้วยก้อนหินอย่างดี อาคารบ้านเรือนยังดูเป็นระเบียบและสะอาดสะอ้าน

             

            ทั้งยังมีกลิ่นอายของอารยธรรมทางฝั่งตะวันตกที่นางเคยเห็นแฝงอยู่บางๆ

             

            สิ่งที่ทุกคนในเมืองนี้มีเหมือนกันก็คือพวกเขามีหูแมวหลากสีสันอยู่บนหัว ไป่ฟานเซียนไม่เห็นว่ามีใครมีหูสุนัขแบบที่นางพบเมื่อครู่แม้แต่คนเดียว

             

            นางไม่ได้สนใจมากนักเมื่อนางบินผ่านป่าเข้าไปลึกพอประมาณนางก็พบกับหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่น่าจะมีประชากรอาศัยอยู่เพียงร้อยกว่าคน

             

            ที่แตกต่างก็คือพวกเขามีทั้งหูแมวและหูสุนัขอาศัยอยู่ร่วมกันทั้งยังคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยไม่ได้มีการแบ่งแยก

             

            พวกเขาสร้างอาคารบ้านเรือนอย่างง่ายๆจากไม้แต่มันกลับแข็งแรงและทนทานทั้งยังดูแปลกตากว่าอาคารบ้านเรือนที่นางเคยเห็นที่เมืองหูแมว  มันมีความทันสมัยและเพียบพร้อมมากกว่า

             

            ไม่มีใครรับรู้ถึงการมาถึงของนาง ไป่ฟานเซียนร่อนลงไปยังบ้านที่อยู่เหนือสุดของหมู่บ้านมันแยกตัวออกมาเป็นเอกเทศและค่อนข้างจะกว้างขวาง มันตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆที่เต็มไปด้วยแปลงสมุนไพรปลูกอยู่เต็มไปหมด

             

            ไป่ฟานเซียนเดินผ่านสมุนไพรพวกนั้นอย่างประหลาดใจพวกมันถูกดูแลอย่างดีนอกจากนี้จมูกของนางยังได้กลิ่นของโอสถจางๆลอยออกมาจากในบ้านด้วย

             

            ที่ตัวอาคารซึ่งสร้างแยกออกมาปรากฏร่างของหญิงสาวงดงามนางหนึ่งนอนอยู่บนเตียง ไป่ฟานเซียนไม่จำเป็นต้องเข้ามาดูใกล้ๆก็รู้ว่านั่นคือเซี่ยซูเหยาอย่างแน่นอน!

             

            ตอนนี้เธอกำลังนอนหมดสติอยู่บนเตียงสีขาวที่สะอาดสะอ้านในห้องนี้แม้จะเป็นห้องแยกจากตัวบ้านแต่ก็ปลอดโปร่งและมีอากาศถ่ายเท  ที่ข้างเตียงของเซี่ยซูเหยานางยังพบกับโอสถแบบน้ำที่ยังทานไม่หมด

             

            ไป่ฟานเซียนแค่มองและสูดดมก็แยกแยะออกได้นี่คือโอสถที่มีสรรพคุณในการลดความบอบช้ำภายในและยังช่วยบรรเทาความกดดันให้นอนหลับสบาย เรียกได้ว่าเหมาะสมที่จะให้เซี่ยซูเหยากำลังหมดสติจากการเดินทางผ่านช่องมิตินั้นดื่มเข้าไปที่สุด

             

            หญิงสาวรู้สึกชื่นชมคนที่ปรุงโอสถชนิดนี้ขึ้นมาในใจนางสัมผัสได้ถึงสัญญาณของสิ่งมีชีวิตที่กำลังวุ่นอยู่ในบ้านหลังใหญ่นั้นเหมือนเขาจะกำลังปรุงโอสถอีกชนิดหนึ่งอยู่จนไม่ทันสังเกตเห็นว่านางเข้ามา

             

            นิ้วเรียวบางของนางจี้ไปที่กลางหน้าผากของเซี่ยซูเหยาปราณบริสุทธิ์ก็หลั่งไหลเข้าไปในตัวของเธอและกระตุ้นฤทธิ์ของโอสถในร่างทันที นอกจากนี้มันยังไปจัดระเบียบความปั่นป่วนเล็กๆของลมปราณจนทำให้หญิงสาวที่นอนไม่ได้สติสะดุ้งลืมตาขึ้นมา

             

            เซี่ยซูเหยางุนงงเล็กน้อย  ภาพสุดท้ายที่นางจำได้ก็คือเมื่อเกิดแสงสว่างจ้านั้นนางพยายามใช้มือทั้งสองข้างคว้าฮุ่ยเอ๋อและถังเย่เย่เอาไว้ให้ไวที่สุดแต่เมื่อผ่านเข้ามาในช่องว่างที่ปั่นป่วนนั้นนางก็หมดสติไปในทันที

             

            นางรีบหันมองซ้ายมองขวาอย่างตกใจแต่บุคคลที่นางพบกลับเป็นพี่หญิงของเธอที่กำลังมองมาอย่างสงบ

             

            “พะ...พี่หญิงคะ”

             

            เซี่ยซูเหยายังไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่เมื่อนึกขึ้นได้นางก็รีบถามไป่ฟานเซียนอย่างตื่นตระหนก

             

            “เด็กๆล่ะคะ?  เด็กๆปลอดภัยหรือเปล่าคะพี่หญิง!?”

             

            เซี่ยซูเหยาตื่นตระหนกเมื่อไม่เห็นร่างของคนอื่นในห้อง เธอระเบิดสัมผัสสวรรค์ออกมาในระยะยี่สิบเมตรก็ยังไม่พบสัมผัสของคนคุ้นเคย

             

            ในตอนนี้เหมือนคนในบ้านจะได้ยินเสียงของเธอเขาจึงกำลังเดินลงมาช้าๆ

             

            “...เจ้าเป็นคนแรกที่ข้าหาเจอ”ไป่ฟานเซียนส่ายหัวบางเบา คำพูดของนางทำให้หญิงสาวหน้าซีดเผือด

             

            “...ขอโทษนะคะ”

             

            ไป่ฟานเซียนรู้ว่าเซี่ยซูเหยากำลังโทษตัวเองอยู่ในตอนนั้นเธออยู่ใกล้ทุกคนมากที่สุดและเป็นคนที่สมควรจะปกป้องเด็กๆได้

             

            แต่เธอกลับทำพวกเขาหลุดมือไป!

             

            “ไม่ใช่ความผิดเจ้าหรอก  ในช่องว่างนั่นมันเต็มไปด้วยความผันผวน  แม้แต่เจตจำนงของข้าที่ทิ้งเอาไว้ในทันทีบนร่างของเด็กพวกนั้นก็ยังถูกแยกออก...”

             

            ไป่ฟานเซียนลูบหัวของเซ่ยซูเหยาแผ่วเบา  นางไม่อยากให้เธอคนนี้โทษตัวเองจนเกินไป

             

            “แปลว่าพี่หญิงรู้ว่าเด็กๆอยู่ที่ไหนใช่ไหมคะ?”

             

            หญิงสาวเริ่มมีความหวังเพื่อที่จะชดเชยความผิดพลาดเธอแทบจะอยากบินไปรับเด็กพวกนั้นด้วยตัวเอง

             

            “ข้าเพียงรู้สึกได้ว่าพวกนางยังมีชีวิตอยู่...แต่ระยะห่างมันไกลเกินไปอย่างน้อยต้องเข้าใกล้ในระยะสัมผัสสวรรค์ของข้าจึงจะสามารถยืนยันที่อยู่ของพวกนางได้”

             

             

            คำตอบของไป่ฟานเซียนทำให้เซี่ยซูเหยาเศร้าหมองอีกครั้ง แต่ก่อนที่พวกนางจะสนทนากันต่อด้านนอกประตูก็ปรากฏร่างของเจ้าของบ้านหลังนี้เดินเข้ามาแล้ว

             

            “ไม่คิดว่าเธอจะตื่นเร็วแบบนี้นะเนี่ย?”

             

            เสียงที่ดังขึ้นมาคือเสียงของชายวัยกลางคนธรรมดาๆเมื่อไป่ฟานเซ๊ยนหันกลับไปมองนางกลับรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

             

            “โอ๊ะ?แล้วสาวน้อยคนนี้เป็นใครกัน?”

             

            เพราะที่ปรากฏต่อสายตานางคือชายวัยกลางคนที่ดูธรรมดาๆคนหนึ่งหนวดเคราของเขาขึ้นประปรายราวกับไม่ค่อยจะได้ดูแลตัวเองผมสีดำที่ยาวก็รวบแบบง่ายๆไว้ด้านหลัง แต่สิ่งที่เตะตาที่สุดก็คือชายคนนี้กำลังสวมเสื้อกาวน์ที่ใช้ในทางการแพทย์สีขาวสะอาดและที่ปากยังคาบสิ่งที่คล้ายบุหรี่ตัวหนึ่งเอาไว้ด้วย!

             

            มันไม่ใช่บุหรี่จริงๆไป่ฟานเซียนสูดดมเข้าไปทีเดียวก็วิเคราะห์ถึงสมุนไพรหลายชนิดที่ถูกนำมาผสมกันทำให้มันมีกลิ่นหอมและยังส่งเสริมสุขภาพของผู้สูบเล็กน้อย

             

            เข้าใจคิดเข้าใจทำจริงๆ

             

            แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือชายคนนี้ไม่มีหูของสัตว์อยู่บนหัว!

             

            เขาคือมนุษย์ธรรมดาๆเหมือนอย่างพวกนาง

             

            “ขอบคุณที่ช่วยฉันไว้ค่ะ...”

             

            เซี่ยซูเหยาที่เริ่มจะเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาหน่อยจึงพอจะเดาได้ว่าเธอกำลังรบกวนอยู่ในบ้านของชายคนนี้ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เธอจะทำตัวสุภาพและเกรงใจ

             

            “ไม่เป็นไรๆฉันเห็นเธอร่วงลงมาอยู่แถวเนินเนินเขาลูกนั้นตอนไปเก็บสมุนไพรน่ะ...”ชายคนนั้นโบกมือเป็นเชิงสบายๆเขาชี้ไปยังเนินเขาที่อยู่ด้านหลังบ้านหลังนี้เข้าไปอีกหน่อย

             

            ชายวัยกลางคนที่ดูแปลกประหลาดนั้นลากเก้าอี้เข้ามาอีกสองตัวและยกตัวหนึ่งให้ไป่ฟานเซียน ส่วนอีกตัวเขาก็เอามานั่งข้างเตียงและตรวจสอบสภาพของเซี่ยซูเหยานิดหน่อย

             

            “หายดีแล้ว?”

             

            เขามองร่างกายของเธออย่างไม่น่าเชื่อ

             

            “ทำไมถึงเร็วขนาดนี้เนี่ย?”ว่าแล้วก็เกาหัวอย่างงุนงง ก่อนจะจุดบุหรี่สมุนไพรของตัวเองขึ้นมาอีกมวนหนึ่ง

             

            “ฉันไม่เป็นไรแล้วล่ะขอบคุณอีกครั้งนะคะ”

             

            เซี่ยซูเหยาลุกขึ้นมาจากเตียงอย่างกะฉับกะเฉงเธออยากจะไปช่วยตามหาคนอื่นไวๆ จึงไม่พร้อมที่จะเสียเวลาอยู่ที่นี่

             

            “...เจ้าไม่ต้องรีบร้อน  เราจำเป็นจะต้องรู้สถานการณ์มากกว่านี้ก่อน”

             

            กลับเป็นไป่ฟานเซียนที่พูดอย่างใจเย็นนางหันไปมองทางชายคนนั้นที่เป็นมนุษย์คนแรกที่นางพบในมิติแห่งนี้

             

            และเหมือนว่าเขาจะรู้ตัวเขาจึงถอนหายใจเบาๆแล้วถามกลับ

             

            “เหมือนว่าสาวน้อยคนนี้จะไปเห็นมาแล้วสินะ”

             

            “...ที่นี่ไม่ใช่มิติที่เราเคยอยู่  ประชากรที่นี่จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับมนุษย์สัตว์ส่วนมากลักษณะภายนอกจะเหมือนอย่างเราๆนี่แหละ แต่พวกเขาจะมีหูกับหางงอกขึ้นมา”

             

            เขาอธิบายอย่างใจเย็น

             

            “มนุษย์อย่างเราๆแทบจะหาไม่ได้ อย่างน้อยตลอดหลายปีที่ฉันหลุดเข้ามาที่นี่ฉันก็ยังไม่เคยเจอคนอื่นนอกจากพวกเธอแหละนะ” ชายวัยกลางคนหัวเราะขำเบาๆเหมือนว่ากำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศธรรมดา

             

            เซี่ยซูเหยาตกใจและทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ แต่ไป่ฟานเซียนกลับพยักหน้ารับยืนยันในสิ่งที่เขาพูดตลอดทางที่นางเดินทางมาที่นี่นางไม่เห็นมนุษย์ธรรมดาเลยสักคนเดียวจริงๆ

             

            และชายตรงหน้าก็เป็นคนแรกดังนั้นเขาจึงน่าจะมีข้อมูลของสถานที่ที่พวกนางอยู่ไม่มากก็น้อย

             

            “เดี๋ยวก่อนนะคะ...หรือว่าคุณคือ?”

             

            เซี่ยซูเหยาเหมือนจะจับเค้ารางบางอย่างได้จากคำพูดประโยคเมื่อครู่

             

            “ยังไม่ได้แนะนำตัวสินะ...?”

             

            ชายวัยกลางคนส่งยิ้มสบายๆมาให้เขาหัวเราะเหมือนกับว่าตนเองกำลังนั่งผ่อนคลายอยู่ในสวนหลังบ้าน  ทั้งที่ความจริงเขากำลังนั่งอยู่นอกโลก!

             

             

             

            “ฉันชื่ออู๋เจี่ย...ยินดีที่ได้รู้จัก”

             

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912