30 นาทีต่อมา
--ฐานยิงจรวดขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์เตรียมยิง เริ่มการนับถอยหลัง 9,8,7 ......... 3,2,1 ยิงได้..!!!--
จากนั้นจรวดขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์พลังทำลายขนาด 1,000 กิโลตันก็ถูกยิงขึ้นจากฐานยิงขีปนาวุธบนภาคพื้นดิน แล้วมุ่งหน้าแหวกอากาศเข้าโจมตีฝูงอสูรผึ้งแดงมรณะที่รวมฝูงกันอยู่บริเวณประตูมิติทั้ง 5 ประตูในทันที
ตู้ม....!!!!!!!!!! เสียงระเบิดของจรวดขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์ทั้ง 5 ลูกดังสนั่นจนได้ยินไปไกล
จากนั้นจึงเกิดกลุ่มควันรูปดอกเห็ดขนาดใหญ่ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณประตูมิติแต่ละประตูบนภาคพื้นดิน
ไม่นานนัก ผลการปฏิบัติการโจมตีอย่างเป็นทางการจากองค์กร UN : SW จึงประกาศออกมาว่า
--จากการปฏิบัติโจมตีประตูมิติ โดยการยิงจรวดขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์พลังทำลายขนาด 1,000 กิโลตันเข้าใส่ประตูมิติทั้ง 5 ประตูที่ลอยตัวอยู่เหนือพื้นดินนั้น--
--ผลการปฏิบัติการปรากฏว่าไม่สามารถทำลายประตูมิติทั้ง 5 ประตูลงได้--
--ในจำนวนอสูรผึ้งแดงมรณะมีอสูรผึ้งแดงมรณะที่ตายลงไปในบริเวณประตูมิติแต่ละประตูทันที 798,000 ตัว--
--คงเหลือผึ้งแดงมรณะที่ยังสามารถรอดชีวิตอยู่ได้ในบริเวณประตูมิติแต่ละประตู 2,000 ตัว ซึ่งเป็นอสูรลาดตระเวณที่บินออกจากฝูงมาสำรวจพื้นที่รอบๆประตูมิติแต่ละประตูห่างออกมาประมาณ 20 กิโลเมตร--
--โดยที่กำลังพลของกองทัพทหารซึ่งอยู่ห่างออกไปในรัศมีระยะ 50 กิโลเมตรรอบประตูมิติแต่ละประตูไม่เกิดการสูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บใดๆ--
เฮๆๆๆๆๆๆๆ.. ทั้งบรรดาเจ้าหน้าที่ศูนย์ฝึกและจูหงเฟยต่างก็ออกมาไชโยโห่ร้องเย้วๆกันอีกครั้ง
ท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคจึงกล่าวกับจูหงเฟยในจิตสำนึกว่า "เหอะๆๆๆ..อำนาจในการทำลายล้างของระเบิดนิวเคลียร์นี่ช่างน่ากลัวจริงๆ อย่างนี้เผ่าพันธุ์มนุษย์บนโลกสีน้ำเงินใบนี้ก็จะมีโอกาศรอดได้มากขึ้น"
"แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ประตูมิติระหว่าง 2 โลกมีความเสถียรพอที่จะให้พวกอสูรแรงค์ A ขึ้นไปข้ามมาได้ เมื่อนั้นเผ่าพันธุ์มนุษย์บนโลกใบนี้ก็จะได้พบกับหายนะแห่งวันสิ้นโลกที่เเท้จริง"
"นี่เจ้าหนูจู..เจ้าจะต้องบรรลุเข้าสู่แรงค์ S [ ขั้นเซียน ] ให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อที่เจ้าจะสามารถเปิดประตูมิติบนโลกสีน้ำเงินใบนี้ แล้วทำการออกตามหาทรัพยากรพลังปราณมหาวิบัติโกลาหล เพื่อเอามาทำลายล้างพวกเผ่าพันธุ์อสูรลงให้จงได้"
"เอาล่ะ..เจ้าหนูจู จากนี้ไปให้เจ้าพูดตามข้าเป๊ะๆนะ อย่านอกเรื่อง"
"ก็ได้ครับลุงเฉิน เป๊ะก็เป๊ะ แต่คราวนี้ลุงเฉินอย่าปิดจิตหนีไปหลับอีกนะครับ ผมมีเรื่องจะถามครับ" จูหงเฟยบอกกับลุงเฉินของเขา
"นี่เจ้าคุนน้อย..เจ้ารีบติดต่อไปยังปรมาจารย์ยุทธุ์อีก 19 คนโดยด่วน ข้ามีเรื่องที่จะต้องบอกกับพวกเจ้า" ท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคกล่าวกับท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งพฤกษาอี้คุนผ่านทางจูหงเฟย
ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งพฤกษาอี้คุนเมื่อถูกจูหงเฟยเรียกว่า *เจ้าคุนน้อย* เขาก็ทำการคุกเข่าทั้ง 2 ข้าง แล้วก้มศีรษะลงจนจรดพื้นในทันที
"รีบๆติดต่อไป ข้าไม่ได้มีเวลามากนัก" จูหงเฟยพูดต่อ
"ขอรับท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติ" จากนั้นท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งพฤกษาอี้คุนก็รีบกุลีกุจอติดต่อไปยังปรมาจารย์ยุทธ์อีก 19 คนที่เหลือในทันที
เมื่อปรมาจารย์ยุทธ์อีก 19 คนปรากฏตัวขึ้นบนหน้าจอ LED ในห้องวอร์รูมแล้ว ท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคก็รีบกล่าวดักคอว่า "ไม่ต้องคุกเข่าก้มหัวคารวะข้า..ข้ารีบ"
"เอาล่ะ..ข้าจะเล่าเรื่องของข้าก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บจนต้องแยกปราณจิตออกมาจากร่างกายเนื้อแล้วข้ามมาที่โลกสีน้ำเงินใบนี้ให้กับพวกเจ้าได้รับรู้เอาไว้"
"หลังจากที่ข้าได้ทำการเปิดประตูมิติระหว่าง 2 โลกแล้วส่งพวกเจ้าทั้ง 20 คนข้ามมายังโลกสีน้ำเงินใบนี้เมื่อ 15 ปีที่แล้ว"
"ข้าและเหล่าจักรพรรดิเซียนของเผ่าพันธุ์มนุษย์อีก 6 ท่าน ก็ได้ทำการรบพุ่งกับพวกจักรพรรดิอสูรทั้ง 11 ตัว เป็นเวลาหลายต่อหลายปี จนทางเหล่าจักรพรรดิเซียนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ซึ่งมีจำนวนที่น้อยกว่าพวกจักรพรรดิอสูรเกิดเพี้ยงพล้ำจนได้รับบาดเจ็บหนักไปตามๆกัน แต่ก็ยังไม่ถึงกับต้องตกตายลงไป"
"จักรพรรดิเซียนทั้ง 6 ท่านจึงบอกให้ข้าพาเจ้าหนูหลิวชุนหลบหนีไป"
"พวกเจ้าก็รู้ว่าข้ากับเจ้าหนูหลิวชุนนั้นเป็นผู้ที่มีกายาปราณแห่งมิติเพียงแค่ 2 คนที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ในสงครามของ 2 เผ่าพันธุ์มาได้ ถึงแม้ว่าเจ้าหนูหลิวชุนจะยังไม่บรรลุถึงขั้นเซียนจนสามารถที่จะเปิดประตูมิติขนาดใหญ่ได้ แต่เจ้าหนูหลิวชุนก็ยังสามารถที่จะเปิดประตูมิติย่อยในโลกวิถีปราณได้และเป็นความหวังในการเปิดประตูมิติระหว่าง 2 โลกแล้วพาเผ่าพันธุ์มนุษย์บนโลกวิถีปราณข้ามมายังโลกสีน้ำเงินใบนี้ เพื่อที่จะใช้เป็นฐานที่มั่นแห่งสุดท้าย หากว่าตัวข้าต้องตกตายลงไป"
บรรดาเหล่าปรมาจารย์ยุทธ์ต่างก็ตั้งอกตั้งใจฟังกันอย่างเต็มที่ เนื่องจากพวกเขาไม่เคยรู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่โลกวิถีปราณของพวกเขาบ้าง หลังจากที่พวกเขาจากมาเมื่อ 15 ปีก่อน รวมทั้งจูหงเฟยที่พูดไปด้วยแล้วก็ฟังไปด้วย
ท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคจึงเล่าต่อว่า "จากนั้นข้าก็พาเจ้าหนูหลิวชุนหลบหนีไปตามมิติย่อยต่างๆในโลกวิถีปราณ โดยมีไอ้เจ้าจักรพรรดิอสูรแพะผ่ามิติกับไอ้เจ้าจักรพรรดิอสูรกิ้งก่ามิติมายา ตามไล่ล่าข้ากับเจ้าหนูหลิวชุนมาติดๆ"
"และเมื่อข้ากับเจ้าหนูหลิวชุน หมดทางหนี ข้าก็ได้เข้าต่อสู้กับไอ้เจ้าจักรพรรดิอสูรแพะผ่ามิติกับไอ้เจ้าจักรพรรดิอสูรกิ้งก่ามิติมายา แต่พวกมันก็พากันเข้ามารุมข้าอย่างหน้าด้านๆ แถมยังแอบลอบโจมตีเข้าใส่เจ้าหนูหลิวชุนจนเจ้าหนูหลิวชุนต้องตกตายลงไป"
"แม้ตัวข้า..จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้จะได้ทำการต่อสู้กับพวกจักรพรรดิอสูรแบบ 2 รุม 1 อย่างกล้าหาญเด็ดเดี่ยว แต่น้ำน้อยย่อมต้องแพ้ไฟ ทำให้ข้าต้องต่อสู้เพียงลำพังอย่างยากลำบาก"
"เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง ข้าได้ทำการสังหารไอ้เจ้าจักรพรรดิอสูรกิ้งก่ามายาลงไป ส่วนไอ้เจ้าจักรพรรดิอสูรเเพะผ่ามิติมันก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถึงแม้จะไม่บาดเจ็บหนักหนาสาหัสเท่ากับข้าที่ถึงขั้นต้องถอดแยกปราณจิตออกมา แล้วนำร่างกายเนื้อไปช่อนเอาไว้ในสถานที่ลับแห่งหนึ่งบนโลกวิถีปราณ จากนั้นข้าก็ใช้ปราณจิตของข้าฝืนเปิดประตูมิติระหว่าง 2 โลกจนได้มาพบกับเจ้าหนูจูและพวกเจ้า"
ท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคเล่าเรื่องราวออกมา โดยแอบยกย่องตัวเองนิดๆว่าเขาได้สังหารจักรพรรดิอสูรไป 1 ตัวและทำให้จักรพรรดิอสูรอีก 1 ตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส
จากนั้นก็มีคำถามมากมายจากบรรดาเหล่าปรมาจารย์ยุทธ์ แต่โดยรวมแล้วจะถามคล้ายๆกันว่า ตระกูล,สำนัก,นิกาย,อาจารย์,ศิษย์พี่,ศิษย์น้องและญาติสนิทมิตรสหายของพวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่
ซึ่งในคราวนี้ท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคตั้งใจตอบคำถามให้กับบรรดาเหล่าปรมาจารย์ยุทธ์เหล่านั้นทีละคน ด้วยความจริงจังและจริงใจ
สรุปได้ว่าทั้งตระกูล,สำนัก,นิกาย,อาจารย์,ศิษย์พี่,ศิษย์น้องและญาติสนิทมิตรสหายของบรรดาเหล่าปรมาจารย์ยุทธ์ ต่างก็พากันตกตายหรือล่มสลายลงไปเกือบหมดแล้ว จะเหลือรอดอยู่บ้างก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคจึงกล่าวปลอบใจพวกเขาแล้วให้พวกเขาดำเนินการตามแผนต่อไป เพื่อแก้แค้นให้กับมนุษย์ทุกคนในโลกวิถีปราณที่ต้องตกตายลงไปโดยน้ำมือของพวกอสูร
เมื่อเหล่าปรมาจารย์ยุทธ์ทุกคนทำใจและตั้งสติได้แล้ว ท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคจึงกล่าวต่อว่า "ตอนนี้เจ้าหนูจูจึงเป็นความหวังของพวกเราเหมือนกับที่เจ้าหนูหลิวชุนเคยเป็น เพราะถึงแม้จะค้นพบผู้มีกายาปราณแห่งมิติบนโลกสีน้ำเงินใบนี้อีกสัก 5 หรือ 10 คน มันก็ช้าเกินไปเสียแล้ว พวกอสูรมันได้บุกข้ามประตูมิติระหว่าง 2 โลกเข้ามาแล้ว ตอนนี้จึงมีแค่เจ้าหนูจูเพียงคนเดียวที่มีกายาปราณแห่งมิติและฝึกมาจนถึงแรงค์ E : เลเวล 8 ได้"
"ที่พวกอสูรมันสามารถเปิดประตูมิติระหว่าง 2 โลกแล้วส่งพวกอสูรข้ามมาได้นั้น ก็เพราะไอ้เจ้าจักรพรรดิอสูรแพะผ่ามิติมันค้นหาตำแหน่งพิกัดมิติของโลกสีน้ำเงินใบนี้ได้จากกลุ่มดาวหมีใหญ่ หรือก็คือกลุ่มดาวกระบวย เหมือนกับที่ข้าเคยค้นพบ แต่มันก็ค้นพบช้ากว่าข้าไปหลายปี เหอๆๆ.." ท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคหัวเราะออกมาเบาๆอย่างภูมิอกภูมิใจในตัวเอง จากนั้นจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า
"พวกเจ้าปรมาจารย์ยุทธ์ทั้ง 20 คน มีหน้าที่ 4 อย่างที่ข้าจะสั่งการเอาไว้"
"1.ให้พวกเจ้าคุ้มกันเจ้าหนูจู ด้วยชีวิตของพวกเจ้า ซึ่งอันนี้ข้าได้สั่งการไปแล้ว"
"2.ให้พวกเจ้าตามหาผู้ที่มีกายาปราณแห่งมิติมาเพิ่มเพื่อฝึกเป็นนักรบพลังปราณ เเล้วให้มาเป็นผู้ช่วยของเจ้าหนูจูในการตามหาทรัพยากรพลังปราณมหาวิบัติโกลาหลในมิติย่อยบนโลกสีน้ำเงินใบนี้ และนำมาเป็นตัวสำรองของเจ้าหนูจู เผื่อว่าเจ้าหนูจูจะพลาดท่าเสียทีให้กับพวกอสูรแล้วตกตายลงไปเสียก่อนที่จะไปถึงแรงค์ S [ ขั้นเซียน ] ยังไงพวกเราก็ต้องมีแผนสำรองเผื่อเอาไว้
คราวนี้จูหงเฟยถึงกับทนไม่ไหว เขาพูดออกมาดังๆว่า "ลุงเฉิน..ไหนว่าผมคือความหวังของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ลุงเฉินฝึกปราณยุทธ์กายาปราณแห่งมิติให้คนอื่นไม่ทันแล้ว แล้วลุงเฉินจะมาแช่งให้ผมตายอย่างนี้ไม่ได้นะ ผมเป็นลูกมีพ่อมีแม่นะ แถมผมยังจะต้องกลายเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ของใบโลกนี้ในอนาคต ลุงเฉินต้องถอนคำพูดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นผมจะเล่นแต่เกมส์ออนไลน์ ไม่ฝ่งไม่ฝึกมันอีกแล้วไอ้ปราณยุทธ์นี่" จูหงเฟยยื่นคำขาด จากนั้นก็ทิ้งตัวลงไปนั่งขัดสมาธิแล้วเอามือขึ้นมากอดอก ไม่ยอมขยับไปไหน เหมือนกับเด็กที่อยากได้ของเล่นแล้วพ่อแม่ไม่ยอมซื้อให้
"ไม่ฝึกเหรอ..ได้สิ.." ลุงเฉินของจูหงเฟยกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ
เปรี้ยง...!!!!!! กระแสไฟฟ้าโผล่ออกมาจากประตูมิติขนาดมินิ แล้วพุ่งเข้าใส่เส้นประสาทตรงกระดูกสันหลังของจูหงเฟยในทันที
"โอ้ยๆๆๆๆ...โอ้ยๆๆๆ... ลุงเฉินซาดิสม์ ลุงเฉินเผด็จการ ลุงเฉินใจร้าย ลุงเฉินรักแกเด็ก ลุงเฉินไร้น้ำใจ ลุงเฉินจอมมาร ลุงเฉิน...9ฯ9.."
จูหงเฟยถูกกระแสไฟฟ้าซ็อตจนต้องลงไปนอนชักดิ้นชักงอแหง็กๆ พร้อมทั้งด่าลุงเฉินของเขาไปด้วยอย่างไม่ขาดปาก
จูหงเฟยลืมไปแล้วว่าผู้ที่สร้างระบบเทพยุทธ์ขึ้นมาก็คือลุงเฉิน ในเมื่อระบบเทพยุทธ์ยังซาดิสม์ซะขนาดนั้น แล้วคนที่สร้างระบบเทพยุทธ์ขึ้นมาจะซาดิสม์ขนาดไหน..