ยอดหญิงชาวนาพลิกชะตาหาทางรวย (นิยายแปล)

    ตอนที่ 19 ถีบส่งจินจวี๋ (2)

    ตอนที่ 19 ถีบส่งจินจวี๋ (2)

            ตอนนั้นสองพี่น้องตระกูลเถียนขายผักกลับมาเรียบร้อย พวกเขานั่งล้อมโต๊ะอยู่ก่อนแล้ว

            เนื่องจากดินที่นี่ไม่เหมาะกับการปลูกผักใบเขียว ดังนั้นผักใบเขียวจึงขายได้ราคาดีกว่าสามร้อยอีแปะเหรียญ

            ตระกูลเถียนมีแปลงผักสามหมู่ เก็บเอาไปขายทุกๆ สามวันห้าวัน หนึ่งเดือนจะได้เงินหนึ่งถึงสองตำลึง เมื่อรวมกับเงินเดือนของเถียนจยาอันแล้ว นับว่าตระกูลเถียนค่อนข้างร่ำรวย

            ปกติอาหารกลางวันของหลินซื่อและลูกๆ จะดีกว่ามื้อเช้า แต่ละคนสามารถกินหมั่นโถวข้าวฟ่างได้สองลูก คนตระกูลเถียนไม่ยอมปล่อยให้พวกนางสามคนแม่ลูกหิวโหยจนขยับตัวไม่ได้ หากเป็นเช่นนั้นใครจะทำงานนอกบ้าน ในหนึ่งปีพวกนางสามคนสามารถหาเงินให้ตระกูลเถียนได้ไม่น้อย จึงต้องให้พวกนางได้กินอิ่มสักครึ่งท้อง

            แต่วันนี้เถียนไฉ่เวยก่อเรื่องใหญ่ทำให้ตระกูลเถียนเสียหน้า อีกทั้งฟันหน้าของเว่ยซื่อหลุดไปสองซี่เพราะตีเถียนไฉ่เวย เรียกได้ว่ายิ่งทำให้เว่ยซื่อสามีภรรยาโกรธมาก วันนี้หลินซื่อแม่ลูกยังไม่ได้ทำงานทั้งเช้า ดังนั้นเที่ยงวันนี้เว่ยซื่อจึงให้พวกนางสามคนแม่ลูกกินแค่โจ๊กข้าวฟ่างเท่านั้น

            ไม่ทำงานจะกินหมั่นโถวข้าวฟ่างอะไร แค่ดื่มโจ๊กให้ไม่อดตายก็พอ

            หลินซื่อเหลือบมองชามโจ๊กข้าวฟ่างสีเข้มสามชามแล้วถอนหายใจเบาๆ เตรียมยกไปให้บุตรสาวทั้งสอง

            แต่ถูกเถียนไฉ่เวยหยุดไว้ ต่อให้เที่ยงวันนี้เป็นหมั่นโถวข้าวฟ่างยังไม่อยากจะกิน นี่ถึงกับกล้าเอาโจ๊กข้าวฟ่างมาให้อีก พวกเจ้าช่างกล้านักนะ!

            เถียนไฉ่เวยดึงหลินซื่อกับเสี่ยวหม่านไปปกป้องไว้ข้างหลัง แล้วพูดกับผู้เฒ่าเถียนอย่างเย็นชา “บ้านอาสะใภ้ใหญ่กับบ้านอาสะใภ้สามกินอะไร เราก็จะกินด้วย”

            สิ่งที่บ้านใหญ่กับบ้านสามกินนั้นเหมือนกันกับตอนเช้า นั่นคือโจ๊กข้าวโพดกับหมั่นโถวข้าวโพด

            เมื่อเช้าเว่ยซื่อเสียรู้ให้เถียนไฉ่เวยไปไม่น้อย ตอนนี้ฟันหน้าก็ยังเจ็บอยู่ นางเกลียดเถียนไฉ่เวยเข้ากระดูกดำมานานแล้ว พอตอนนี้ได้ยินนางเรียกร้องมากเกินไปก็แทบระเบิดโทสะอยู่รอมร่อ ขยับจากด้านในเตียงเตามาที่ขอบเตียงแล้วกระโดดพรวดลงมาทันที ดูไม่เหมือนคนอายุใกล้หกสิบเลยสักนิด พร้อมง้างมือคิดจะตีเถียนไฉ่เวย ปากก็ตะโกนว่า “เจ้าพวกคนชั้นต่ำชักจะเหิมเกริม พวกเจ้าคู่ควรได้กินเหมือนบ้านใหญ่กับบ้านสามหรือ”

            ผู้เฒ่าเถียนที่อยู่ข้างๆ เอ่ยเตือน “อย่าทุบหัวหรือหน้านะ ส่วนที่เห็นข้างนอกก็ด้วย จะตีก็ตีที่ตัว ต่อให้บาดเจ็บคนนอกก็ยากจะเห็น”

            เถียนไฉ่เวยพูดพลางหลบ “ท่านย่าหยุดฟังที่ท่านปู่พูดสิ ท่านปู่ชอบเอาแต่นั่งชี้นิ้วสั่งตลอด ให้ท่านย่าเป็นหัวเรือใหญ่ออกหน้าทุบตีพวกเราสามแม่ลูก หากเกิดเรื่องขึ้นมาจริง เขาก็จะโยนความผิดให้ท่านย่ารับไปทั้งหมด เหมือนคนไม่เอาไหนที่หดหัวอยู่ในกระดองโดยไม่เสียหายใดๆ

            “ท่านย่าก็ไม่ลองคิดดูหน่อยหรือ หากข้าเกิดบาดเจ็บขึ้นมาจริง ถึงข้าไม่สะดวกถอดเสื้อผ้าให้ผู้ใหญ่บ้านตรวจสอบอาการบาดเจ็บ แต่ในศาลาว่าการมีหญิงหม้ายอยู่ ข้าสามารถขอให้พวกนางตรวจสอบบาดแผลบนร่างกายของข้าได้นะ”

            ทันทีที่เว่ยซื่อได้ยินก็มีอาการลังเลเล็กน้อย รู้ทั้งรู้ว่าเถียนไฉ่เวยพูดเช่นนี้มีความหมายในเชิงยุแยงตะแคงรั่ว แต่เมื่อเช้าตาเฒ่าก็ทำกับพวกนางแม่สามีลูกสะใภ้สามคนเหมือนเป็นตัวรับแรงกระแทกจริงๆ ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์ใดก็ตาม มันทำให้นางรู้สึกหนาวเหน็บในใจเล็กน้อย

            ผู้เฒ่าเถียนคิดไม่ถึงว่าเถียนไฉ่เวยจะรู้จักศาลาว่าการดีขนาดนี้ ถึงขั้นรู้ว่าที่นั่นมีหญิงหม้าย จึงรีบตะโกนบอก “ภรรยาเฒ่า อย่าเพิ่งตี รอจยาอันกลับมาก่อนค่อยจัดการนางคนชั้นต่ำพวกนี้!”

            

            เขาไม่อยากถูกตั้งข้อหาทารุณกรรมหลินซื่อสามแม่ลูกนี่อีก ไม่อย่างนั้นคงได้ถูกโบยที่ศาลาว่าการเข้าจริงๆ

    คล้ายกับเรื่องยอดหญิงชาวนาพลิกชะตาหาทางรวย (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน