ท่ามกลางยามรัตติกาลอันหนาวเหน็บจันทร์เสี้ยวลอยเด่นอยู่กลางนภา ส่องกระจ่างในหมู่ดาราระยิบระยับ
ในขณะนั้นเองหุบเขาเร้นลับแห่งหนึ่งกลับเกิดการสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นขึ้นอย่างฉับพลัน
ผืนปฐพีสั่นไหว มวลศิลาถล่มทลาย
หากมองจากระยะไกลราวกับหุบเขาทั้งผืนกำลังพลิกคว่ำด้วยมือที่มองไม่เห็น
ทว่าในชั่วพริบตานั้นเอง
“โฮก...”
เสียงคำรามน่าขนลุกกึกก้องกัมปนาทไปทั่วผืนฟ้า
คลื่นเสียงที่สั่นสะเทือนจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแผ่กระจายออกไปราวกับระลอกน้ำไม่มีที่สิ้นสุด
“แกว๊ก... แกว๊ก... แกว๊ก...”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมนกนับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าดุจห่าฝน
ทว่าความน่าสะพรึงกลัวที่แท้จริง...เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
“โฮก...”
เสียงคำรามอันลึกลับนั้นแผดก้องขึ้นอีกครา
เมื่อแหงนหน้ามองขึ้นไปเหนือหุบเขาแห่งนั้นกลับปรากฏวังวนพลังวิญญาณขนาดมหึมาทรงกรวยคว่ำ
“ครืน... ครืน... ครืน...”
เสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่นไม่ขาดสายวังวนพลังวิญญาณหมุนวนทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนจะพุ่งดิ่งลึกลงไปในหุบเขาอย่างบ้าคลั่ง
.......
ขณะเดียวกัน ณสำนักงานใหญ่ของหน่วยเฝ้าระวังพลังวิญญาณแห่งสหพันธรัฐ
“ติ๊ง! ประกาศแจ้งเตือนระดับสีแดง!แจ้งเตือนระดับสีแดง!”
เสียงสัญญาณเตือนภัยแผดดังลั่นต่อเนื่องเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังคนหนึ่งตะโกนขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด
“พิกัดละติจูด 32 องศาเหนือลองจิจูด 103 องศาตะวันออกตรวจพบความผันผวนของพลังวิญญาณเป็นวงกว้างค่าพลังวิญญาณสูงสุดพุ่งสูงถึงหนึ่งหมื่นเจ็ดพันหน่วยครับ!”
เขาแผดเสียงรายงานพร้อมกับกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกว่า “ค่าพลังวิญญาณสูงสุดยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่าจนถึงตอนนี้พุ่งสูงถึงสองหมื่นสี่พันหน่วยแล้วครับ!ยืนยันได้ว่าเป็นสัตว์กลายพันธุ์ระดับแรกเริ่มขั้นที่เก้ากำลังทำการเลื่อนระดับครับ!”
“เพิ่งเริ่มเลื่อนระดับแต่ค่าพลังวิญญาณสูงสุดกลับพุ่งสูงถึง 24,000 หน่วยอย่างนั้นไม่ใช่ระดับสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ทั่วไปแล้ว”
น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาจากทิศทางหน้าประตู
เมื่อทุกคนหันไปมองพวกเขาก็พบหญิงสาวเจ้าของรูปร่างเพรียวระหงเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ
สื่อเหิงเอ๋อรองหัวหน้าหน่วยเฝ้าระวังพลังวิญญาณแห่งสหพันธรัฐและเวลานี้เธอยังรับหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงของหน่วยเฝ้าระวังพลังวิญญาณส่วนกลางของแผ่นดินใหญ่
“ฟู่ว...”
สื่อเหิงเอ๋อสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับความตื่นเต้นในใจเธอจ้องมองพิกัดจุดสีแดงที่กะพริบถี่บนหน้าจอ ก่อนจะรีบสั่งการทันที“ยืนยันได้ไหมว่าเป็นสัตว์กลายพันธุ์ชนิดไหน?”
“ยังไม่สามารถระบุสายพันธุ์ได้ครับตอนนี้สัตว์ป่ากลายพันธุ์ตนนั้นยังไม่ปรากฏตัวออกมา”
“ทว่ายืนยันได้ว่ามันกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการเลื่อนขั้นจะให้ดำเนินการจับกุมทันทีเลยไหมครับ?”
เมื่อได้รับฟังคำถามจากเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสื่อเหิงเอ๋อก็พยักหน้าเล็กน้อย
มาตรการจับกุมคือลำดับความสำคัญสูงสุดที่สหพันธรัฐใช้จัดการต่อสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติในระดับหนึ่ง
หากพบเห็นต้องเข้าจับกุมทันทีถ้าหากไม่สามารถจับกุมได้ พวกเขาก็ต้องดำเนินการกำจัดทิ้งโดยไม่ต้องคำนึงถึงต้นทุน
ทว่าในวินาทีถัดมาราวกับเธอจะฉุกคิดบางอย่างได้ สื่อเหิงเอ๋อจึงเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“จนถึงตอนนี้ทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ของเราตรวจพบสัตว์กลายพันธุ์ที่เลื่อนขั้นแล้วถึงสามสิบสองตนนี่ยังไม่ได้นับรวมพวกที่ยังซ่อนเร้นอยู่อีกมหาศาลแต่ในบรรดาสัตว์ป่ากลายพันธุ์จำนวนมากเหล่านั้นพวกเราจับตัวมาได้ไม่ถึงสิบตนเสียด้วยซ้ำ พวกคุณเข้าใจความหมายของเรื่องนี้ไหม?”
“เข้าใจครับ...”
เหล่าผู้บริหารระดับสูงของหน่วยเฝ้าระวังพลังวิญญาณต่างสบตากันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความจนปัญญา
แม้เทคโนโลยีที่พวกเขามีจะทรงอานุภาพเพียงใดทว่ายามต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่พิสดารและลึกลับเหล่านั้นพวกเขาก็ยังคงรู้สึกถึงความไร้กำลังของตนเอง
ท้ายที่สุดแล้วสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นได้ก้าวข้ามขอบเขตความเข้าใจเดิมของมนุษย์ไปไกลอย่างยิ่งวิธีการอันเหนือชั้นของพวกมันจึงอยู่เหนือจินตนาการของมนุษย์ไปมาก
ในอดีตใครเล่าจะคาดคิดว่าเพียงแค่การสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงจะสามารถทำลายเครื่องบินรบให้พังพินาศได้?
ในอดีตใครเล่าจะจินตนาการว่าเพียงแค่การขยับปีกจะสามารถก่อเกิดพายุคลั่งที่โหมกระหน่ำได้?
......
ทว่าในยามนี้การปรากฏกายของสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติเหล่านี้กลับกำลังพังทลายความเชื่อเดิมๆของพวกเขาลงไปทีละน้อย
ค้างคาวโซนิก หมายเลข 26...อินทรีวายุคลั่ง หมายเลข 13...
สัตว์ป่ากลายพันธุ์เหล่านี้ล้วนเป็นชื่อที่ผู้คนในที่แห่งนี้รู้จักเป็นอย่างดีและพวกมันกำลังทำลายโลกทัศน์เดิมของพวกเขาไปทีละขั้น
ยังไม่รวมที่ว่าสัตว์ป่ากลายพันธุ์ส่วนใหญ่ที่เลื่อนขั้นมักจะเร้นกายอยู่ในส่วนลึกของผืนป่าและหุบเขา...
ซึ่งในสถานที่แห่งนั้นนอกจากเครื่องบินรบที่เข้าถึงได้ในทันทีแล้วเหลือเพียงขีปนาวุธพิสัยไกลเท่านั้นที่เป็นเครื่องมือจัดการ...
นั่นหมายความว่า หากการเข้าจับกุมไม่สำเร็จเรื่องเดียวที่ทำได้ก็คือการปูพรมทิ้งระเบิด...กำจัดสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติเหล่านี้ให้สิ้นซากก่อนที่พวกมันจะทันได้ควบคุมพลังที่รับมาอย่างสมบูรณ์
“เข้าใจก็ดีแล้ว”
สื่อเหิงเอ๋อกวาดสายตามองทุกคนก่อนจะสั่งการเฉียบขาดทันทีว่า
“ส่งพิกัดแจ้งไปยังกองทัพอากาศและมอบอำนาจเด็ดขาดในการกำจัดให้กับพวกเขา”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้น้ำเสียงของสื่อเหิงเอ๋อพลันเย็นเยียบลง พร้อมกับเสริมว่า“ฉันไม่ต้องการเห็นสัตว์กลายพันธุ์ที่มีพรสวรรค์อย่างนั้นมีชีวิตรอดอยู่ในผืนป่าได้จนถึงวันพรุ่งนี้”
“รับทราบครับ!”
เสียงขานรับดังกึกก้องพร้อมกันหน่วยเฝ้าระวังพลังวิญญาณซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจล้นมือในยุคสมัยใหม่ได้เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง
......
ในขณะเดียวกัน ณ ส่วนลึกของหุบเขาแห่งนั้น
แรงสั่นสะเทือนทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆเพียงชั่วอึดใจ หน้าผาขนาดมหึมาก็พังทลายลงมา
“ครืน...”
พร้อมกับเสียงดังสนั่นหวั่นไหวบึงน้ำลึกภายในหุบเขาถูกฝังกลบอยู่ใต้ผืนพสุธาทั้งหมด
ทว่าท่ามกลางความโกลาหลอันน่าหวาดหวั่นนี้ความผันผวนของพลังวิญญาณบนท้องฟ้ากลับไม่มีทีท่าลดน้อยลงแต่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
วังวนพลังวิญญาณที่เข้มข้นจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าพวยพุ่งลงมาเบื้องล่าง
ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือวังวนพลังวิญญาณเหล่านี้กลับพัดพามวลศิลาขนาดยักษ์ให้ลอยละลิ่วขึ้นมาด้วย...
หากมองจากระยะไกลราวกับมีพายุทอร์นาโดที่เปี่ยมด้วยอำนาจลี้ลับกำลังหมุนวนอยู่
ทว่าในวินาทีนั้นเอง
“โฮก...”
เสียงคำรามอันพิสดารแผดดังขึ้นราวกับกำลังแสดงความปรีดา
เมื่อแหงนหน้ามองขึ้นไปปรากฏเงาดำขนาดมหึมาลอยตระหง่านอยู่ใจกลางพายุหมุนแห่งพลังวิญญาณนั้น
แม้จะไม่สามารถมองเห็นรูปลักษณ์ที่ชัดแจ้งทว่าเค้าโครงที่เผยออกมารางๆก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนรู้สึกสั่นสะท้านไปถึงก้นบึ้งของวิญญาณ
ลำตัวมีความยาวร่วมสี่สิบถึงห้าสิบเมตรใหญ่โตกว่าตะขาบเงินที่มีความยาวร่วมยี่สิบเมตรถึงหนึ่งเท่าตัว
“นี่มันตัวประหลาดอะไรกันเนี่ย?”
ด้วยความตื่นตระหนกที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงนักบินประจำเครื่องบินรบที่เพิ่งเดินทางมาถึงท่ามกลางม่านหมอกอุทานออกมาอย่างขวัญเสียเมื่อเห็นภาพอันน่าหวาดหวั่นเบื้องล่าง
เกือบห้าสิบเมตรอย่างนั้นเหรอ?
มันดูราวกับตึกสูงระฟ้าที่ลอยตัวอยู่ยิ่งไปกว่านั้นมันยังเร้นกายอยู่ในพายุหมุนยิ่งขับให้ออร่ารอบกายดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตาม แม้จะรู้สึกหวาดกลัวเพียงใดทว่าหน่วยรบทางอากาศก็ยังคงรีบส่งสัญญาณภาพกลับไปยังศูนย์บัญชาการของสหพันธรัฐในทันที
ทว่าในวินาทีนี้สิ่งที่นักบินเหล่านี้มิอาจล่วงรู้ได้เลยก็คือร่างมหึมาที่ซ่อนเร้นอยู่ในพายุหมุนนั้นกลับกำลังเผยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ดูละม้ายคล้ายมนุษย์ออกมา
“มนุษย์...”
น้ำเสียงอันพิสดารดังกึกก้องไปในอากาศนัยน์ตาสีเหลืองอำพันในแนวตั้งคู่หนึ่งที่เย็นเยียบดุจดวงไฟโคมจ้องเขม็งไปยังท้องฟ้าเบื้องหน้าด้วยประกายตาอันเยือกเย็น
สำหรับจระเข้จักรพรรดิแล้วมนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแปลกใหม่สำหรับมัน
เจ้าหนุ่มที่ชื่อชิงกังก็คือมนุษย์เช่นเดียวกัน
ทว่าน่าเสียดาย...ที่พวกมันกลุ่มนี้กลับพกพาเจตนาร้ายมาด้วย
จระเข้จักรพรรดิแค่นยิ้มหยันอยู่ในใจมันย่อมรู้ซึ้งถึงสถานะของตนเองดี
แต่ต้องยอมรับเลยว่าในฐานะสัตว์กลายพันธุ์ประเภทย้อนสายเลือดบรรพกาลขนาดร่างกายของมันกลับเติบโตได้รวดเร็วเกินไปจนแม้แต่ตัวมันเองก็ยังรู้สึกไม่คุ้นชิน
หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาดร่างกายขนาดมหึมาเช่นนี้ คงจะกลายเป็นเป้านิ่งชั้นดีให้พวกมนุษย์จู่โจมสินะ
“เฮ้อ...”
จระเข้จักรพรรดิลอบถอนหายใจในที่สุดมันก็เข้าใจถ่องแท้แล้วว่าเหตุใดท่านเทพต้นไม้จึงต้องเพียรควบคุมอัตราการเติบโตของร่างกายให้คงที่
ไม่ใช่ว่าไม่ปรารถนาจะเติบใหญ่แต่ทั้งหมดมันคือความไม่กล้าเอาตัวเองไปเสี่ยงต่างหาก
แน่นอนว่ามีเรื่องหนึ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เช่นกัน
นั่นคือขนาดร่างกายอันมหึมานี้ได้มอบพละกำลังที่เหนือกว่าจินตนาการให้กับตัวมันอย่างมหาศาล
เมื่อคิดได้ดังนั้นหางที่ยาวยี่สิบเมตรกว่าของจระเข้จักรพรรดิก็เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบม้วนคว้าเอาก้อนหินขนาดยักษ์ขึ้นมา
ชั่วอึดใจถัดมา...
“เปรี้ยง!” เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวก้อนหินภายใต้แรงสะบัดหางอันทรงพลังของจระเข้จักรพรรดิได้กลายเป็นลำแสงพุ่งทะยานตรงขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับดาวตกที่ย้อนศรลงมา
“ระวัง!”
เสียงอุทานแผดดังขึ้นกะทันหันในหูฟังของนักบินทว่าก่อนที่เขาจะได้ทันตั้งตัวหรือหักหลบภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับมีเพียงเงาดำขนาดยักษ์ที่พุ่งเข้ามาถึงตัวแล้ว
จากนั้น...
“บึ้ม!”
เสียงระเบิดอันน่าสะพรึงกลัวดังสนั่นเครื่องบินรบระเบิดกลางท้องฟ้ากลายเป็นลูกไฟกลางอากาศพริบตานั้นนักบินไม่มีโอกาสได้ตอบโต้หรือร้องขอชีวิตแม้แต่น้อย