ในเสี้ยววินาทีที่อี้เฉินจะล้มฟุบลงกับพื้น พร้อมกับแท่งเสาที่พังทลาย เตรียมจะตกใส่ร่างเขาที่หมดสติ เฉินอิน นางพุ่งปราดมารับตัวอี้เฉินไว้ในทันใด ไม่ได้สนใจว่าอาภรณ์ของนาง จะเปรอะเปื้อนไปด้วย คราบโลหิตของอี้เฉินหรือไม่ ก่อนนางจะโบกฝ่ามือออกไปด้านหน้า ส่งคลื่นเสียงพัดพาเอา เศษหินขนาดใหญ่ที่ตกหล่นลงมา ให้เชื่องช้าลงอย่างฉับพลัน ก่อนนางจะกล่าวพูดพึมพำออกมา "ข้ายังให้เจ้าตายง่ายๆ เช่นนี้ไม่ได้อี้เฉิน"
เหล่าศิษย์ แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสชรา ที่ไม่หายจากอาการตกตะลึงกับภาพ จูเชวี่ยเพลิงสีชาด แผ่สยายปีกออกกว้าง ก่อให้เกิดภาพตื่นตะลึงออกไปกว้างไกล ครั้นพวกเขา เห็นแท่นศิลาจูเชวี่ย ถูกทำลาย พังครืนลงมา ต่อหน้าต่อตาพวกเขา มีหรือ พวกเขาจะไม่เกิดโทสะ
เมื่อเห็นศิลาวัดปราณพลังของยอดเขาโอสถพังครืนลงมา ในไม่กี่ชั่วยามที่อี้เฉินย่างกายมาเยือนยังสถานที่แห่งนี้ อายสังหารรอบทิศ จึงโหมซัดเล็ดลอดออกมาไม่มีขาดสาย หมายมั่นจะลงโทษ อี้เฉินที่หมดสติผู้นี้ให้หายเจ็บแค้น แม้จะรู้ว่าเขาเป็นคนของตระกูล อี้ก็ตามในยามนี้
"มันกล้ามาทำลายศิลาจูเชวี่ย ยอดเขาโอสถของพวกเรา เลยอย่างนั้นหรือ ไอ้เวรอี้เฉินนี่มันช่างใจกล้าห่อฟ้า อย่างที่ผู้คนกล่าวถึงจริงๆ" มีบางคนถึงกับมองว่าเด็กหนุ่มเป็นตัวหายนะ
ศิษย์อีกคน กล่าวขึ้นมาท่ามกลางหมู่ชน ด้วยความเดือดดาลเป็นโทสะ "อย่างไรท่านราชาโอสถ ต้องลงโทษไอ้หนุ่มโอหังผู้นี้แน่ ไม่รู้หรือว่าแท่นศิลาจูเชวี่ย มีความหมาย กับยอดเขาโอสถของพวกเรา มากถึงเพียงใด"
ผู้อาวุโสบางคน ยังเห็นด้วยกับเสียงตะโกน ของศิษย์ในสำนักผู้นั้น ต่างก็จับจ้องสายตาไปที่ชายหนุ่มที่อยู่ภายใต้อ้อมแขน หญิงสาวไม่วางตา โดยเฉพาะบุรุษหนุ่มที่หมายตา เฉินอิน มองนางเป็นนางฟ้าในใจ พวกเขายิ่งไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นสตรีช่วยชายหนุ่มไว้ ไม่ห่างกาย
ทว่าท่ามกลางแท่นศิลาจูเชวี่ย ที่หักพังครืนลงมา เต็มไปด้วยเศษฝุ่น เศษหินลอยคละคลุ้ง ค่อยๆ จางหาย เผยให้เห็นสถานการณ์ภายในอย่างชัดเจน มันก็ทำให้หลายคนต่างก็เบิกตาออกกว้าง รีบกลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอไปในทันใด เมื่อเห็นแสงพร่างพราว บางอย่างพุ่งลอยเหนือพื้นขึ้นมาเล็กน้อยในตำแหน่งของ ศิลาจูเชวี่ยที่พังครืนลงมา
แต่เมื่อหมู่ชนเห็น ราชาโอสถสืบฝีเท้า เข้าไปหาสิ่งของที่ลอยเหนือแท่นศิลาจูเชวี่ย ลอยเด่น ปลดปล่อยแสงสีทอง พร่างพราวออกมาไม่ขาด ก่อนที่ราชาโอสถจะโบกฝ่ามือ ดึงของทั้งสามสิ่งเข้ามาหาตัว ก่อนที่มันจะปรากฏ ม้วนตำราเก่าแก่โบราณปลดปล่อย กลิ่นอายของยุคสมัยเบิกฟ้าออกมาไม่ขาด พร้อมกับวิชาสมบัติกระดูกจูเชวี่ย แต่ที่น่าตื่นตะลึง ก็น่าจะเป็น พัด3สีที่สร้างจากขนนกแท้จริงจูเชวี่ย ปลดปล่อยพลังของ สิ่งประดิษฐ์ระดับ จักรพรรดิ ออกมาไม่ขาด มาลอยอยู่เบื้องหน้า ราชาโอสถ
ซึ่งของทั้งสามสิ่งนั้น ประเมินค่าไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ราชาโอสถที่เก็บของทั้งสามสิ่งไว้ ยังคลี่ยิ้มออกมากว้าง บ่งบอกถึงความยินดีของเขาไม่น้อย ก่อนจะนำอี้เฉิน ขึ้นไปด้านบนยอดเขาส่วนตัว พร้อมกับผู้เป็นศิษย์ พัดพาเอาความวุ่นวายจางหายไปพร้อมกับอี้เฉิน
เหล่าศิษย์ยอดเขาโอสถต่างก็พากันนิ่งงัน ประหนึ่งพวกเขาติดสตั๊น แม้ฝีเท้าที่คิดจะพุ่งปราด ออกไปไต่ถาม ยังหยุดชะงัก เดินไม่ออกไปโดยพลัน
ก่อนน้ำเสียงแหบพร่า ของผู้อาวุโสชราที่หนึ่ง จะกล่าวพูดออกมาเสียงดังก้อง คลี่คลายสถานการณ์ความวุ่นวายโดยรอบ "เหล่าศิษย์ พวกเจ้าแยกย้ายกันไปฝึกฝนบำเพ็ญตนเสีย ยามนี้ความวุ่นวายต่างๆ ได้ยุติลงแล้ว"
คำพูดนั้นของชายชรา ยิ่งพาให้เหล่าศิษย์ตะลึงงัน ไม่คิดว่า ผู้ที่ทำลายแท่นศิลาจูเชวี่ย จะไม่ถูกลงโทษแต่อย่างใด ทว่าเหล่าผู้อาวุโสชรา ล้วนรับรู้เรื่องผนึกที่อยู่ภายใต้ แท่นศิลาจูเชวี่ยเป็นอย่างดี ไม่คิดมันจะถูกปลดปล่อย พังครืนลงมาเช่นนี้
แม้แต่ผู้อาวุโสชรา ใกล้สิ้นอายุขัย ภายในยอดเขาโอสถ ยังคลี่ยิ้มออกมากว้าง ไม่คิดชาตินี้ พวกเขาจะได้เห็นเป็นประจักษ์พยาน การปลดปล่อยแท่นศิลาจูเชวี่ยในบั้นปลายชีวิตเฉกเช่นนี้
***
...เวลาที่ไหลผ่านไปสามวัน ชายหนุ่มที่หลับใหลอยู่ภายในศาลาไม้หลังเก่าบนยอดเขาสูงเหนือเมฆ ปลดปล่อยเต๋าแห่งชีวิตออกมาไม่ขาดโอบล้อมทั่วสรรพางค์กาย ทำให้บาดแผลของอี้เฉินค่อยๆ หายอย่างรวดเร็ว
แต่ว่ายามนี้ สตรีที่นั่งบำเพ็ญเพียร อยู่ไม่ห่างจากอี้เฉินในวันนี้ นางกลับเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง หยั่งรู้ถึงบางสิ่งที่ล้ำค่าเข้าสู่ขั้นเริ่มต้น ได้สำเร็จ
ราชาโอสถที่มองชมอยู่ไม่ห่าง ถึงกับคลี่ยิ้มออกมากว้าง เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของ เฉินอิน ยามนี้ หมุนฝ่ามือโคจรเปลวเพลิงวิเศษ ที่อยู่ภายในกาย ราวกับเป็นสายโลหิตภายในกาย ควบคุมได้ดั่งใจปรารถนา ปรากฏเป็นรูปร่างปักษาเพลิง ตัวน้อยๆ บินล้อมกายของนางไม่ห่าง ก่อนมันจะแปรเปลี่ยนเป็น หงส์เพลิง แล้วย้อนกลับเป็น นาคากลืนสมุทร วนอยู่เช่นนั้นจนก่อร่างเป็นวงแหวนวัฏจักร ส่งให้ริ้วคลื่นที่กายา นางปลดปล่อยออกมา น่าคร้ามเกรงไม่น้อย ราวกับเห็นเทพเซียน หญิงผู้งดงาม ลงมาจุติก็มิปาน
อี้เฉินที่นอนหลับตาพริ้ม รับรู้ถึงริ้วคลื่นที่ แม่นางเฉินอินปลดปล่อยออกมา ช่างน่าพรั่นพรึง มีหรือที่เขาจะยังนอนหลับใหลอยู่ได้ เมื่อเปิดดวงตาขึ้นมามองหญิงสาว ในกรอบสายตา เขาก็ต้องสูดลมหายใจเข้าไปนึก ครั้นเห็นการควบคุมเพลิงของนางสูงล้ำกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มาก แต่เนื่องด้วยกระโปรงของนางสวมใส่ แหวกออกจนกว้าง ยามที่นางนั่งขัดสมาธิ จึงเผยให้เห็นขาอ่อน ดึงดูดสายตาชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย
ก่อนหญิงสาวที่นั่งหลับตาพริ้ม จะกล่าวพูดออกมาเมื่อสัมผัสว่าชายหนุ่มตื่นจากการหลับใหล "ข้ารบกวนการนอนของเจ้าอย่างนั้นหรือ อี้้เฉิน" ก่อนนางจะหมุนโคจรฝ่ามือ แล้วเก็บปราณพลังเข้าไปภายในร่าง เปิดเปลือกตาขึ้นมาจ้องมองอี้เฉินด้วยสายตาเอาเรื่อง เมื่อเห็นอี้เฉินจ้องมองขาอ่อนของนางอย่างไม่วางตา
"เจ้าเก็บสายตาของเจ้ากลับไปเสีย หากไม่อยากถูกข้าควักลูกตาคู่นั้นออกมา"
อี้เฉินครั้นได้ยินเขายิ้มเจื่อน ยันกายขึ้นมา หัวเราะกลบเกลื่อนในทันใด "ฮ่าๆ" ก่อนเขาจะรีบเปลี่ยนเรื่องพูดคุยครั้นเห็น ราชาโอสถ อยู่ในกรอบสายตา ยกฝ่ามือผสานไปหา ชายวัยกลางคนในทันที
"ราชาโอสถท่านช่วยปรุงยาเพิ่มพูนอายุขัย ให้ข้าได้หรือไม่ ข้าต้องการนำโอสถสิ่งนี้ไปให้ชายชราผู้หนึ่ง ที่ข้านับถือ"
ราชาโอสถที่หลับตาพริ้ม ดื่มด่ำรสใบชาหอมหวาน รสฝาดลิ้น เล็กๆ เอ่ยเสียงเรียบออกมาในทันที "หนุ่มน้อย โอสถเพิ่มพูนอายุขัย ใช่ว่าจะหาสมุนไพรมาปรุงยากันง่ายๆ แม้แต่ยอดเขาโอสถของข้า ยังมีสมุนไพรที่เป็นหัวใจหลักในการปรุงยาไม่ถึง 3ต้น"
อี้เฉินกล่าวตัดบทพูดของ ราชาโอสถในทันใด ทำให้สีหน้าชายวัยกลางคนหนังตากระตุกเล็กๆ จากความโอหังของเด็กหนุ่ม "ข้ามีหญ้าคืนอายุขัย ที่เป็นสมุนไพรหลักที่ใช้ในการปรุงยา ส่วนราคาสมุนไพรที่เหลือ อาจารย์อี้ฟางหรง ข้าจะเป็นคนจ่ายให้ท่านเอง"
ราชาโอสถ แอมไอออกมาน้อยๆ เมื่อเห็นสมุนไพรที่อี้เฉินเอาออกมา มันก็คือ หญ้าคืนอายุขัย แถมอยู่ขั้นระดับเซียนที่หายากยิ่งเสียด้วย ราชาโอสถ เขามีสีหน้าฉุกคิดอยู่เล็กน้อย ก่อนบอกกล่าวอี้เฉินออกไป ด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลงไปไม่น้อย เมื่อได้ยินนามของอี้ฟางหรง แม้แต่สายตานุ่มลึกของเขายังวูบไหว
"ได้ๆ ข้าจะช่วยเหลือเจ้าในยามนี้ หนุ่มน้อย ผู้เป็นอาจารย์ของเจ้า ไม่จำเป็นต้องติดค้างสิ่งใดกับข้า ถือเป็นการตอบแทนของข้า ที่เจ้าสามารถปลดผนึก แท่นศิลาจูเชวี่ย แล้วกัน"
สิ้นคำพูดของ ราชาโอสถ กลับทำให้ เฉินอิน นางไม่ค่อยสบอารมณ์ กับผู้เป็นอาจารย์ของนางเท่าใดนัก เมื่อได้ยินชื่อของสตรีนางนั้น อาจารย์ก็มีท่าทีอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เอ็นดูเด็กหนุ่มขึ้นมาในกรอบสายตา
อี้เฉินยิ้มเจื่อน เหงื่อแตกพลัก อยู่เล็กน้อย เมื่อได้ยินคำพูดของราชาโอสถ แม้ว่าเขาจะรับรู้ว่า แท่นศิลาจูเชวี่ยมีผนึกบางอย่างอยู่ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงได้ ว่าเขาเป็นคนทำลายแท่นศิลาจูเชวี่ยลง แถมยังได้ โชควาสนามาไม่น้อย ไฟวิเศษภายในร่างถูกยกระดับไปสู่ระดับตำนาน กระดูกศักดิ์สิทธิ์ถูกขัดเกลา ยกระดับจนเพิ่มพูนศักยภาพไปได้ไม่น้อย แม้แต่เต๋าแห่งชีวิตยังถูกกระตุ้นขึ้นมาจนเด่นชัด ไม่สลัวเลือนรางอีกต่อไป
อี้เฉิน ไม่คิดว่า ราชาโอสถ จะไม่ถือสาหาความ เรื่องที่เขาทำลาย แท่นศิลาจูเชวี่ยลง ทว่าเมื่อหันไปมอง เฉินอินอยู่แวบหนึ่ง เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ 'หรือว่าหลังจากผลึกถูกคลาย จะมีของล้ำค่าบางอย่างปรากฏออกมา มันต้องใช่ แน่ๆ ไม่เช่นนั้นพวกเขาได้เดือดดาลเป็นโทสะ เป็นแน่'