ระบบสุดยอดเทพเจ้า

    ตอนที่ 35 ปิงเฮย

    “นี่เจ้าจะใช้แมวจริงๆงั้นเหรอ”หวังอีฮังพูดอย่างไร้อารมณ์ เขานั้นเคยอ่านในหนังสือโบราณว่ามีมอนสเตอร์บางชนิดเท่านั้นที่สามารถพูดคุยภาษามนุษย์ได้ และมีมอนสเตอร์ที่สื่อสารทางจิตได้ ดังนั้นเขาไม่นึกแปลกใจที่จะมีมอนสเตอร์พูดได้แถมยังอวดดีอย่างเจ้าแมวตัวนี้


    “นี่เจ้ากล้าสงสัยว่าข้าใช้แมวจริงๆงั้นเหรอ!!”มันคำรามแยกเขี้ยวออกมา “ข้าจะบอกให้เด็กน้อยอย่างเจ้ารู้เอาไว้ก็ได้ว่าข้านั้นไม่ใช่มอนสเตอร์เตอร์กระจอกๆที่อยู่บนโลกแห่งนี้หลอกนะ แม้แต่ฟ้าดินก็เคยถูกข้าผู้นี้สยบมาแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า” หวังอีฮังรู้สึกว่าแมวตัวนี้มันคงจะเป็นบ้าไปเสียแล้ว


    “เจ้ามีชื่อว่าอะไรละผู้สยบทั้งฟ้าดิน”ถามด้วยความขบขัน แมวนั้นกรอกตาไปมาอย่างไม่สบอารมณ์ “ข้านะหรอข้ามีนามว่าปิงเฮย เจ้าหนูแล้วชื่อของเจ้าละ”ปิงเฮยพูดถาม “ข้าหวังอีฮังผู้ที่ทำลายสวรรค์ด้วยมือข้างเดียว”หวังอีฮังพูดออกมาอย่างจริงจัง


    ปิงเฮยนั้นรู้สึกว่าเจ้าเด็กที่อยู่ตรงหน้าเบานั้นกำลังทำท่าทีเยาะเย้ยเขา “เอาเถอะถึงเจ้าจะไม่เชื่อก็ตาม แต่เจ้าคงไม่รู้สินะว่าข้าเป็นคนที่ช่วยเจ้าออกมาจากการต่อสู้นั้น ไม่เช่นนั้นพวกเฒ่าหัวงูพวกนั่นก็คงออกมาจัดการเจ้าไปแล้ว”ปิงเฮยพูดอย่างภูมิใจ


    หวังอีคิดและรู้สึกแปลกใจ”แล้วคนที่ข้าต่อสู้ด้วยเขาหายไปไหนกัน”หวังอีฮังถามด้วยความแปลกใจ เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าเป็นเจ้าแมวตัวอ้วนนี้หรือป่าวที่ช่วยเขาในครั้วที่เขานั้นกำลังถูกสเกเลตัลสังหาร แต่เชาก็ม่ายหัวและไม่เชื่อว่ามันจะเป็นเรื่องจริง


    “เป็นเจ้าที่สังหารเขา”ปิงเฮยพูดออกมาอย่างยริงจัง ทำให้คิ้วของหวังอีฮังกระตุก “เป็นข้างั้นเหรอ? แล้วทำไมข้าถึงไม่รู้สึกตัวละ”หวังอีฮังรู้สึกเคียบแคงเจ้าแมวตัวอ้วน เขานั้นจำได้ว่าเขาหมดสติและตื่นขึ้นมาเขาก็มาอยู่นี่และก็มีแมวน่ารำคาญโผล่มาด้วยอีกตัว



    “ข้านั้นก็ไม่แน่ใจแต่เจ้านั้นมีพลังที่แข็งแกร่งอยู่ในร่างกาย ข้าสัมผัสได้ว่าเจ้าเปิดประตูได้ทั้งสามบานแล้ว แต่มีบานหนึ่งที่ให้ความรู้สึกที่น่าเกรงขาม มันคือประตูบานที่หนึ่งของเจ้า ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าข้าจะต้องมาตกใจกลับมดปลวกที่เพียงแค่เปิดประตูบาสที่สาม” ปิงเฮยพูดพ่ามอยู่นานหวังอีฮังนั่นรู้สึกว่าหัวของเขากำลังจระเบิดออกมา 


    “เจ้าแน่ใจงั้นเหรอ”สายตาของหวังอีฮังมองเจ้าแมวอ้วนไม่ยากที่จะเชื่อคำพูดของมันได้ “ข้าจะบอกอีกเรื่องให้เจ้ารู้เอาไว้ในตอนนี้มีบุคคลที่แข็งแกร่งเพร่งเล็งเจ้าเอาไว้ ที่ข้าปรากฏตัวมาให้เจ้าเห็น เพราะข้าต้องการที่จะพัฒนาเจ้าให้ถึงจุดสูงสุดของโลกแห่งนี้” ปิเฮยพูดอย่างจริงจัง


    หวังอีกฮังยังคงสงสัยในคำพูดของปิงเฮย แต่เขานั้นก็สัมผัสได้ว่ามีคนจ้องมองเขาจริงๆ ไม่สิมันคือเจ้าแมวอ้วนต่างหากที่มองเขาตั้งแต่แรก ปิงเฮยหันไปมองหน้าหวังอีฮังมันก็รู้สึกตกใจ ในตอนนี้หวังอีฮังมีใบหน้าที่ดูโกรธเกรี้ยวราวกับยัก 


    “ใจเย็นก่อนเจ้าหนู ออใช่ๆ เจ้าช่วยแสดงพลังของเจ้าให้ข้าดูหน่อย ข้าจะได้สอนวิธีใช้พลังได้อย่างเต็มประสิทธิภาพให้เจ้ายังไงละ”ปิงเฮยรีบพูดข้อเสนอออกมาอย่างรนราณเขากลัวว่าเจ้าเด็กน้อยผู้นี้จะสังหารเขาด้วยพลังประหลาด


    หวังอีกฮังจ้องมองปิเฮยก่อนจะพูด”เจ้าแน่ใจงั้นเหรอว่าจะช่วยเหรือข้าได้” เจ้าแมวอ้วนนั้นรับพยักหน้ารับ หวังอีฮังนั้นก็รู้สึกได้ว่าเจ้าแมวนี่นั้นมันไม่ธรรมดาแม้แต่น้อย “แล้วเจ้าใช้พลังอะไรได้ละ”จู่ๆหวังอีฮังก็ถามขึ้น ปิงเฮยนั้นรู้สึกตกใจเลยพูดออกมา”ข้ามิติ”ก่อนที่เขาจะพูดจบเขาก็หยุดเอาไว้ก่อน


    หวังอีฮังนั้นรู้สึกว่าเจ้าแมวตัวนี้ต้องหลอกเขาอย่างแน่นอน แต่พอนึกย้อนกลับไปเมื่อครู่ที่มันบอกว่าช่วยเขาเอาไว้แสดงว่ามันก็อาจจะมีพลังมิติก็ได้


    “เจ้ารองใช้พลังของเจ้าให้ข้าดูก่อนสิ” หวังอีฮังพูดออกมา เขานั้นรู้สึกได้ว่ามันกำลังกลัวอะไรบางอย่างที่อยู่ในร่างกายของเขาตามที่มันเคยพูดเอาไว้ เขานั้นไม่ได้หวังอะไรมากกับเจ้าแมวตัวนี้


    “ก็ได้!!”ปิงเฮยนั้นพูดออกมาเสียงดัง “แต่เจ้าต้องแสดงให้ข้าผู้นี้ดูด้วย”ปิงเฮยทำหน้าตาที่จริงจัง และมองหวังอีฮัง”เจ้าจงดูเอาไว้” พรึ๊บ!! จากนั่นปิงเฮยก็หายไปต่หน้าหวังอีฮังและไปโผล่ที่อรกหนึ่งร้อยเมตรข้างหน้า ในตอนนี้หวังอีฮังนั้นเชื่อแล้วว่าปิงเฮยสามารถข้ามมิตได้


    “เจ้าช่วยสอนวิชานั้นให้ข้าได้หรือไม่”หวังอีฮังถามอย่างมีความหวัง ปิงเฮยส่ายหน้า”เจ้าไม่สามารถเรียนวิชาที่ติดตัวข้ามาตั้งแต่เกิดได้หลอกนะ”ปิงเฮยพูด 'นี่เจ้าช่วยแสดงพลังให้ข้าดูสิ”ปิงเฮยแยกเขี้ยวขู่


    หวังอีฮังถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะเรียกประตูทั้งสาออกมา ปิงเฮยยังคงทึ่งที่ประตูของหวังอีฮังนั้นแปลกจากคนทั่วไปอย่างมากเพราะคนทั่วไปนั้นจะมีสีประตูหลักคืสีทองและสีอื่นที่ได้รับมาจากจิตวิญญาณพิเศษ


    ประตูบานแรกสีม่วงและมีออร่าเปร่งประกาย ประตูบานที่สองสีทองที่ส่องแสงมากกว่าปกติถึงสิบเท่าและพลังศักดิ์สิทธิ์ก็เอ่อล้นออกมา ประตูบานที่สามนั้นดำมืดแถมยังมีโซ่ล็อกที่ประตูอีกด้วย ปิงเฮยนั้นรู้สึกว่าหวังอีฮังนั้นจะโชคดีเกินไปแล้ว เพราะที่สังเกตประตูทั้งสามบานก็ล้วนแต่เป็นประตูไร้ระดับทั้งนั้น


    ในตอนนี้ประตูของหวังอีฮังนั้นอยู่ที่ระดับสาม ทำให้หวังอีฮังสามารถต่สู้กับประตูบานที่สี่ได้และสามารถเผชิญหน้ากับประตูบานที่หน้าโดยไม่หวาดกลัว


    “ข้าไม่นึกเลยว่าประตูสามบานแรกของเจ้าจะถึงขั้นสมบูรณ์ ข้าหวังว่าประตูทุกไบานของเจ้าจะไร้ระดับทุกบาน”ปิงเฮยพูดออกมาอย่างตื่นเต้น เขานั้นไม่คิดเลยว่าในโลกใบนี้จะยังมีคนที่ไปถึงประตูขั้นสมบูรณ์ได้ถึงสามประตูมาก่อน


    หวังอีฮังเปิดประตูบานที่หนึ่งแต่เขาก็ไม่อาจเปิดได้[ประตูบานที่หนึ่งไม่สามารถเปิดได้เนื่องจากแสงไร้ทางต้าน ไม่พบข้อมูล ข้อมูลถูกปิดกั้น]เมื่อเสียงระบบดังขึ้นหวังอีฮังรู้สึกแปลกประหลาดใจ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เขานั้นสับสนและเปิดประตูบานที่สอง 


    โกเลมนักบวชก็ปรากฏตัวออกมา แสงศักดิ์สิทธิ์ของมันนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก มันแข็งแกร่งกว่าครั้งก่อนนับสิบเท่า ปิงเฮยนั้นรู้สึกพใจอย่างยิ่งที่หวังอีฮังนั้นมีพลังศักดิ์สิทธิ์ครอบครองแถมยังเป็นขั้นไร้ระดับ แต่มันก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมหวังอีฮังถึงเปิดประตูบานที่สองก่อนบานที่หนึ่ง


    “พลังแสงศักดิ์สิทธิ์ของเจ้า”ปิงเฮยแนะนำหวังอีฮังอย่างตั้งใจ หวังอีฮังเองก็ตั้งใจฟังที่ปิงเ ยพูดออกมา เขานั้นรู้สึกได้ว่าเขาสามารถใช้แสงศักดิ์สิทธิ์ได้หลายรูปแบบ แถมเขายังสามารถปลุกความสามารถพิเศษษออกมาได้ด้วย


    ในตอนนี้สายตาของปิงเฮยนั้นเหม่รอยและมองขึ้นบนท้องฟ้า แววตาของเขานั้นมีความมุ่งมั่นอย่างมาก ออร่าพลังของปิงเฮยนั้นเริ่มแพร่ออกมา แบะมิติข้างหเริ่มบิดเบี้ยวเล็กน้อย จากนั้นมันก็ถอนหายใจ”เฮ้อ! ถ้าข้าเหมือนเมื่อก่อน”จากนั่นมันป็เงียบไป และสนใจหวังอีฮังต่อ 


    “เร็วรีบเปิดประตูของเจ้า”ปิงเฮยพูดอย่างไร้อารมณ์และความรู้สึกใดๆ


     


    คล้ายกับเรื่องระบบสุดยอดเทพเจ้า ที่คุณอ่าน