เมื่อหลานหลิงกลับเข้ามาก็เดินไปที่โต๊ะนำใบไม้ใหญ่ห่อผักป่าที่หั่นทิ้งไว้กวงตงเห็นแล้วค่อยสบายใจขึ้นดูเหมือนกลิ่นที่เขาได้รับตอนหลานหลิงเปิดประตูออกมาจะเป็พืชผักกลิ่นฉุนพวกนี้นี่เอง
หลานหลินนำใบไม้ขนาดใหญ่มาห่อและมัดอย่างเรียบร้อยแล้วนำไปยื่นให้กับฮูหยินหวังนางยื่นมือมารับไว้เหลือบมองแขกทั้งสองก่อนจะกล่าวกับหลานหลิงเสียงเบาว่าจะไปชงชามาให้กลายเป็กวงตงกับหงลี่รู้สึกกระดากอายแทนเพราะท่าทางของทั้งคู่เหมือนสามีภรรยามากกว่าเพียงแค่คนข้างบ้าน
หลานหลิงเชิญแขกนั่งก่อนจะกล่าว"ต้องขออภัยที่ข้าไม่สามารถรับรองแขกอย่างพวกท่านได้ดีเท่าไหร่อย่างที่พวกท่านน่าจะรู้อยู่แล้วข้าไม่ค่อยมีแขกนัก...อันที่จริงคือไม่มีเลยก็พูดได้ ชาวบ้านไม่กล้ามา พวกเด็ก ๆก็ถูกสั่งห้ามมิให้เข้าใกล้"
กวงตงได้ยินหลานหลิงกล่าวก็ยิ้มอย่างพอใจ"น้องหลานมิต้องกังวลไป พวกเรามาโดยมิได้แจ้งล่วงหน้ามิอาจกล่าวโทษเ้าได้แน่นอนว่าไม่คิดรบกวนน้องหลานนานเช่นกัน"
หลานหลิงได้ยินก็พยักหน้ากล่าวว่า"มิทราบว่าท่านผู้าุโกวงพูดเกี่ยวกับ การตรวจสอบตามหน้าที่หมายถึงเื่อันใดหรือ"
หลังจากหลานหลิงถามออกไปสีหน้าทั้งกวงตงและหงลี่ก็ดูประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดหงลี่เป็ฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน "เ้ามิใช่คนจากในแคว้นนี้หรือ"
ได้ยินดังนั้นหลานหลิงจึงรู้ว่าตนเองได้เผลอปล่อยไก่ไปเสียแล้ว"เป็ที่อับอายแก่พวกท่านแล้ว ตัวข้ามิใช่คนท้องถิ่นจริงอาจจะมีหลายอย่างที่คนทั่วไปควรทราบแต่ข้าไม่ทราบต้องขออภัยกับความด้อยความรู้ของข้าด้วยท่านผู้าุโกวงสามารถข้ามการซักถามสารทุกข์สุกดิบแล้วข้ามไปธุระที่ท่านเดินทางมาได้เลยเชิญท่านถามมาเถอะ" หลานหลิงพูดอย่างตรงไปตรงมาหน้าตาเฉย ทำเอากวงตงตะลึงไปหงลี่ก็เบิกตากว้าง เด็กหนุ่มคนนี้ช่างหยาบโลนดีแท้
กวงตงกระแอมไอเล็กน้อยก่อนจะถาม"เช่นนั้นข้าคงไม่อ้อมค้อมแล้วจากที่คุยกันเมื่อสักครู่ดูเหมือนน้องชายหลานจะไม่ได้ติดต่อกับเมืองใหญ่ในแคว้นใดมาก่อนเลยกระมังไม่ทราบว่าน้องหลานมีที่มาที่ไปอย่างไรหรือ"
หลานหลิงอ้าปากจะตอบ แต่ทันใดนั้นเขาก็เปลี่ยนใจความรู้สึกนี่มันอะไรกัน คนพวกนี้เป็ผู้ฝึกตนแต่คำถามที่ถามตนราวกับกำลังสอบสวนพวกเขามีอำนาจเช่นนี้หรือ ไม่ใช่ว่าใครก็บุกเข้ามาถามที่มาที่ไปคนอื่นได้ง่าย ๆกระมัง
"อภัยที่ข้าละลาบละล้วงเพียงแต่พวกท่านเป็ทั้งผู้ฝึกตนและก็เป็ผู้ดูแลความสงบของแคว้นหรือขอรับ"หลานหลิงถามกลับ
หงลี่เป็ฝ่ายเอ่ยตอบก่อนด้วยความหงุดหงิดทันที"ทำงานให้อันใดกันพวกเราวังหมื่นมรรคาหาได้รับใช้พวกคนของเ้าแคว้นไม่เมื่อพวกมันมิอาจจัดการปัญหาได้จึงมาขอความช่วยเหลือจากเราต่างหาก"หงลี่ตอบด้วยความถือตัว
กวงตงมีเพียงรอยยิ้มบางเพราะรู้ว่านางพูดเกินจริงไปบ้างกล่าวเสริมว่า"พวกเราวังหมื่นมรรคาพอจะมีชื่อเสียงอยู่บ้างในแว่นแคว้นแห่งนี้นอกจากนี้ก็ยังมีอีกสองสำนักใหญ่ที่มีอำนาจพอจะควบคุมดูแลความวุ่นวายของผู้ฝึกตนได้ลำพังแค่กำลังของแคว้นอาจจะไม่สะดวกมากพอจะมายุ่งวุ่นวายเกี่ยวกับโลกของผู้ฝึกตนดังนั้นแล้วด้วยหลักการพึ่งพาอาศัยพวกเราจึงช่วยกันดูแลแว่นแคว้นแห่งนี้
ได้ฟังกวงตงกล่าวเขาก็พอเข้าใจอยู่บ้างและรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลยอมรับได้เหลือบมองสตรีแซ่หงผู้นั้นช่างหยาบกระด้างไร้ประโยชน์เสียจริงไม่ได้่อธิบายอะไรเอาเสียเลยหลานหลิงถอนหายใจก่อนจะกล่าวตอบ"ตัวข้า...มาจากหมู่บ้านที่คนเรียกกันว่าผาเหล็กดำเป็หมู่บ้านเล็ก ๆบนเกาะแห่งหนึ่งทางตะวันออกของที่นี่"
กวงตงและหงลี่มองหน้ากันด้วยความงุนงงพวกเขาไม่เคยได้ยินชื่อหมู่บ้านนี้มาก่อนแต่พวกเขาก็ไม่เคยได้เจอคนจากท้องทะเลเช่นกันดังนั้นจึงบอกไม่ได้ว่าที่หลานหลิงพูดเป็จริงหรือไม่
"เกาะทางตะวันออกเช่นนั้นน้องชายหลานก็เป็คนจากท้องทะเลน่ะสิมาที่แผ่นดินใหญ่ได้อย่างไรหรือ" กวงตงถาม
"ข้ามา...มีคนจากแผ่นดินใหญ่...นำตัวข้าออกมาจากหมู่บ้าน"หลานหลิงตอบอย่างเชื่องช้า
"เอ๊ะ เช่นนั้นก็มีคนรู้วิธีในการล่องทะเลออกไปหาเกาะของเ้าหรือ"
"รู้วิธี? ต้องรู้เส้นทางขนาดนั้นเลยหรือ"
หงลี่อดกล่าวขึ้นมาไม่ได้"เ้าไม่รู้หรือว่ามหาสมุทรทั้งสี่นั้นอันตรายแค่ไหนหากหลุดเข้าไปในม่านหมอกหรือมองไม่เห็นฝั่งก็แทบไม่เคยมีใครรอดกลับออกมาอีกเลย"
หลานหลิงนิ่งงันไปกวงตงสังเกตถึงความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงของหลานหลิงดูไม่มั่นคงและไม่มั่นใจแฝงอยู่ด้วยด้วยประสบการณ์ของกวงตงเขารู้สึกว่าคำกล่าวของหลานหลิงแฝงทั้งความจริงและเท็จไว้เพียงแต่หมู่บ้านนั้นมีจริงหรือไม่เขาก็ไม่สามารถยืนยันได้ ในเมื่อไม่มีใครรู้จักเกาะที่ว่าจะถามมากถามน้อยก็เหมือนไม่ได้ถามกวงตงจึงเริ่มเข้าประเด็น
"เอ่อ....อย่างที่น้องหลานทราบข้าได้ยินมาว่าน้องหลานเชี่ยวชาญการใช้พิษหรือ" กวงตงถาม
หลานหลิงกำลังเหม่อลอยก็ได้สติ พลันส่ายหน้า"คำเชี่ยวชาญมิกล้ารับข้าเพียงแค่พอจะรู้จักพืชสมุนไพรอยู่บ้างก็เท่านั้น"
"น้องหลานถ่อมตัวแล้ว ข้าเคยเดินทางไปทั่วตามแว่นแคว้นต่างๆเคยประสบพบเจอผู้ใช้พิษอยู่บ้างแต่หากเอ่ยถึงผู้ใช้พิษที่รักษาคนได้กลับเพียงแค่เคยได้ยินมาเท่านั้นไม่เคยเจอตัวเป็ๆ มาก่อนน้องหลานเป็หมอพิษทั้งยังอายุน้อยเช่นนี้นับว่าน่าอัศจรรย์ใจอย่างแท้จริง ไม่ทราบว่าน้องหลานร่ำเรียนมาจากที่ใด"
"ร่ำเรียนมาจากที่ใด.." หลานหลิงพึมพำเสียงเบาใบหน้าเขาเงยขึ้นเล็กน้อยราวกับรำลึกความทรงจำแม้ไม่เห็นดวงตาแต่ศิษย์หลานอาจารย์ทั้งสองรู้สึกได้ว่าหลานหลิงกำลังเหม่อมองไปไกลแสนไกลราวกับสติรับรู้มิได้อยู่ณ จุดนี้ กวงตงและหงลี่สบตากัน รับรู้กันโดยไม่ต้องพูดอะไรอีกฝ่ายมีท่าทีประหลาดอย่างยิ่งหากเด็กคนนี้ขยับตัวผิดปกติไปพวกเขาก็จะจู่โจมทันทีโชคยังดีที่ดูเหมือนหลานหลิงจะเรียกสติตัวเองกลับมาทัน
"ข้า...ร่ำเรียนมาด้วยตนเอง" หลานหลิงตอบเสียงเรียบ
กวงตงได้ยินดังนั้นก็ดูงุนงงมิเข้าใจขณะที่หงลี่กล่าวขึ้นมาบ้าง"คนกล่าวว่าผู้ใช้พิษทุกคนล้วนเรียนรู้จากการวางยามนุษย์เพื่อทดสอบพิษหากเรียนได้ด้วยตนเองอย่างง่ายดายจริงป่านนี้คงมีหมอพิษเดินกันเพ่นพ่านไปทั่วแล้วกระมังอีกอย่างเ้าทดลองกับสิ่งใดมาก่อน มีกี่คนแล้วที่ต้องสังเวยชีวิตให้การทดสอบพิษของเ้า"
คำพูดของหงลี่แฝงความรังเกียจและประชดประชันอยู่บ้างนี่เป็สาเหตุที่กวงตงไม่อยากให้หงลี่เข้ามาร่วมการสนทนาแต่แรกแต่ท่าทีของหลานหลิงกลับไม่ได้เดือดดาลอย่างที่คิดเขากลับตอบด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมราวกับไม่ใส่ใจท่าทีของหงลี่แม้แต่น้อยอยากน้อยตามที่หงลี่กล่าวเขาก็พอรู้แล้วว่าทำไมผู้ใช้พิษถึงเป็ที่รังเกียจนัก
"ข้าไม่ได้ไปทดสอบพิษกับใคร" หลานหลิงกล่าวเสียงเรียบ
หงลี่เลิกคิ้ว"เ้าคงไม่บอกข้าว่าเ้าวางยาตัวเองกระมังจะเหลือเชื่อเกินไปแล้ว"
หลานหลิงหันศีรษะไปทางนางพร้อมกล่าวอย่างช้า ๆน่าแปลกที่การกระทำนี้ทำให้กวงตงขนลุกยิ่งกว่าท่าทีโมโหเดือดดาลเพราะถูกศิษย์หลานของเขายั่วยุเสียอีกจู่ ๆ ร่างกายกวงตงเกร็งเขม็งขึ้นมาในทันที
"ข้าย่อมไม่วางยาตัวเอง เป็คนอื่นวางยาข้าเมื่อข้าโดนวางยาหลากหลายชนิดหลากหลายขนานอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันข้าย่อมรู้ว่ายาชนิดไหนให้ผลเป็อย่างไร"หลานหลิงตอบด้วยทำนองเชื่องช้า...ช้ามาก...อีกทั้งยังน่าขนลุกมากอีกด้วย
นี่ทำให้หงลี่ผงะไปหรือที่อยู่ตรงหน้านางจะเป็มนุษย์ยาอย่างแท้จริงนางเคยได้ยินเื่มนุษย์ยามาก่อนแต่ไม่เคยได้ยินว่ามีมนุษย์ยาที่รอดชีวิตได้นานพอจะให้นางได้เห็นตัวเป็ๆส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะตายจากไปในเวลาไม่นานหลังจากที่ผู้ใช้พิษหมดธุระกับพวกเขาแล้ว
กวงตงหรี่ตาลง ดูเหมือนร่างกายของชายหนุ่มผู้นี้จะผิดปกติ"ใครกันที่ทำเื่เช่นนี้อีกอย่างถึงน้องหลานจะบอกว่าตัวเองเรียนรู้จากการถูกวางยาแต่จะสามารถบอกผลดีผลเสียแต่ละชนิดของตัวยาได้ครบถ้วนเลยหรือนั้นคงเกินความเข้าใจของข้าไปแล้วกระมัง"
หลานหลินเงียบไปอีกครั้งใบหน้าเขาเงยขึ้นเล็กน้อยเหมือนทบทวนความทรงจำเก่าก่อนจากนั้นเขาพูดขึ้นด้วยเสียงที่สั่นน้อย ๆ"ความจริงข้าไม่อยากนึกถึงมันนักแต่ในเมื่อพวกท่านสงสัยข้าตัวข้าก็คงไม่มีทางเลือกจำต้องเล่าออกมา สาเหตุที่ทำให้ข้าเข้าใจพืชพรรณมีพิษหลากหลายชนิดเป็เพราะว่าระหว่างที่ข้าถูกตรึงร่างทดลองเป็มนุษย์ยาอยู่นั้น...มันผู้นั้น..ไม่สามารถหยุดพูดพล่ามเื่ราวต่างๆ ให้ข้าฟังได้เลย
"มันพูดพล่ามทุกสิ่งทุกอย่างว่าวันนี้จะทำอะไรกับข้ามันพูดพล่ามอธิบายทุกขั้นตอนว่าจะกรีดตรงไหน คว้านตรงไหน ตัดตรงไหนตัดให้ลึกเท่าไหร่มันบรรยายเกี่ยวกับตัวยา บรรยายถึงลักษณะ มันเอามาแสดงให้ข้าดูมันเอามาจ่อจมูกให้ข้าดม มันเอามาจ่อปากให้ข้าเลีย ให้ข้าเคี้ยว ให้ข้ากลืน...
"พอข้าใกล้จะตายมันก็จะรักษาข้าอย่างดีจนข้าพร้อมอีกครั้งมันก็จับข้านอนบนเตียงผ่าอีกทุกวันนอกจากเป็ภาชนะรองรับตัวยาแล้วข้ายังต้องเล่าเรียนเพื่อความพึงพอใจของมันอย่างไม่มีที่สิ้นสุดหากข้าตอบไม่ได้มันก็จะปรับเปลี่ยน ส่วนประกอบในตัวยาบรรเทาความเ็ปของข้าและเฝ้าดูข้าทุกข์ทรมานจากความผิดพลาด"
เล่ามาใน่ท้ายแม้แต่ร่างกายของหลานหลิงก็สั่นสะท้านไปด้วยเสียงของเขาเงียบไปนานไม่มีใครพูดอะไรจนหลานหลิงดูจะได้สติกลับมาเองเสียงของเขาจึงดังขึ้นอีกครั้ง
"นั่นย่อมเป็วิธีที่ข้าได้รับการถ่ายทอดศาสตร์สมุนไพรและยาพิษมา"