ตอนที่ 5: ทายาสมุนไพร
เฮือก!
เป้าสะดุ้งลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความสลัวราง ทรวงอกกระตุกหอบเอาลมหายใจร้อนผ่าวเข้าไปลึกๆ ก่อนจะพบว่าเสียงสายฝนภายนอกกำลังกระหน่ำตกหนาเม็ดปะทะหลังคามุงจากของกระท่อมร้างขนาดเล็กหลังเก่าท้ายสวนสมุนไพรชายค่าย พายุฝนพัดกรรโชกจนฝาไม้ไผ่สั่นระรัว ทว่าภายในกลับอุ่นอบอวลสลัวรางด้วยแสงตะเกียงน้ำมันมะพร้าวดวงเล็ก กลิ่นสมุนไพรต้มเดือดช่วยกลบกลิ่นคาวโลหิตแห้งกรังจนเบาบาง
ก่อนหน้านี้ไม่กี่อึดใจ พวกทหารยามคุมค่ายและผู้ใหญ่บ้านพากันจะขนย้ายร่างโชกเลือดไร้สติของเป้ากลับไปยังค่ายหลัก ทว่า ‘แม่หญิงกระดังงา’ ที่ตกอยู่ในอาการขวัญหนีดีฝ่อแต่เปี่ยมไปด้วยความห่วงหาอาทรกลับยืนกรานอย่างเด็ดเดี่ยว ขอร้องให้แบกเป้ามาพักรักษาตัวที่กระท่อมร้างแห่งนี้แทน เนื่องจากหล่อนได้รวบรวมยาสมุนไพรสดและเครื่องตำยาพอกเตรียมไว้พร้อมสรรพ อีกทั้งยังห่างไกลความโกลาหลวุ่นวายของการสะสางสนามรบในค่ายใหญ่
กระดังงาพยุงร่างผอมบางชุ่มเลือดของเป้านอนลงบนฟูกที่ปูด้วยใบตองแห้งซ้อนกันหนานุ่ม ร่างกายของหล่อนเองก็เปียกปอนไปด้วยหยาดฝนป่าจนผ้าแถบกระโจมอกสีชมพูปนส้มแนบเนื้อนุ่มนิ่ม เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าอวบอัดสะท้อนแสงสว่างสลัว มือเรียวบางสั่นเทาขณะจับสากหินบดสมุนไพรโบราณจำพวกใบพญายอป่าและเปลือกไม้สมานแผลลงในครกอย่างเร่งรีบ หล่อนผสมเหล้าโรงกลิ่นฉุนกึกตำบดรวมกันเพื่อคั้นเอาตัวยาสีเขียวเข้มอันเปี่ยมสรรพคุณรักษาตัวสะท้อนแสงวับ
น้ำตาเม็ดใสๆ ยังคงไหลรินอาบสองแก้มเนียนละเอียดของแม่หญิงอย่างไม่ขาดสาย หล่อนสะอื้นไห้เบาๆ ลมหายใจสะทกสะท้านด้วยความกลัวและซาบซึ้งใจ หล่อนยกอ่างดินเผาใส่น้ำอุ่นเข้ามาใกล้ฟูกใบตอง ใช้ผ้าดิบสีหม่นผืนเล็กชุบน้ำหมาดๆ บรรจงเช็ดคราบโคลนตมและโลหิตแห้งกรังรอบๆ ใบหน้าคมเข้ม ลำคอ แผ่นหลัง และสะโพกของเป้าอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมราวกับเขากำลังแกะสลักจากแก้วเปราะบาง
เมื่อก้มลงมองบาดแผลจากคมดาบที่สีข้างขวา ซึ่งฉีกขาดจมลึกจนเผยรอยแยกเนื้อสีส้มแดง และคราบรอยฟกช้ำดำเขียวเป็นปื้นใหญ่ตามไหล่และแผ่นหลังที่ผ่านการต้านรับกระแทกอย่างดุเดือด หัวใจของหล่อนก็วูบไหวร้าวรานปานจะขาดตาม น้ำตาหยดแหมะลงบนผิวอกแกร่งของเป้าเม็ดแล้วเม็ดเล่า
“พี่เป้าหนอพี่เป้า... ทำไมถึงได้โง่เขลาเบาปัญญาปานนี้ เอาตัวเข้าขวางคมดาบเพื่อข้าทำไมกัน หากเจ้าเป็นอะไรไป ข้า... ข้าคงไม่มีวันยกโทษให้ตัวเองไปชั่วชีวิต...”
ในจังหวะที่กระดังงากำลังร้องไห้สะอื้นพึมพำชะโลมผ้าดิบลงบนอกแกร่งนั้นเอง เปลือกตาที่หนักอึ้งของเป้าค่อยๆ ขยับเขยื้อนปรือขึ้นช้าๆ แสงตะเกียงสลัวและภาพใบหน้างามสะสวยเปื้อนน้ำตาของเพื่อนสาววัยเด็กค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น ความเจ็บปวดร้าวลึกเสียวแปลบปลาบจากแผลที่สีข้างขวาแล่นปลาบจนเป้าต้องขบกรามสูดปากคราง “ซี้ด...” ในลำคอเบาๆ
ทว่า แม้สภาพภายนอกจะดูปางตายสะบักสะบอม แต่หัวใจกะล่อนของนักมวยเก่ากลับตื่นตัวทันทีเมื่อเห็นดวงตากลมโตฉ่ำน้ำตาจ้องมองเขาด้วยความรักเสน่หาลึกซึ้ง รอยยิ้มทะเล้นยียวนอันเป็นเอกลักษณ์ค่อยๆ ผุดขึ้นบนมุมปากช้ำเลือด
“แหม่... ซี้ด... แม่หญิงกระดังงาคนดีของพี่เป้า น้ำตาของเจ้าหยดแหมะเปียกยอดอกพี่เป้าปานนี้ หรือเจ้าคิดจะขอกลืนน้ำลายร่วมเรียงเคียงหมอน ปรนนิบัติพัดวีพี่ไปจนแก่เฒ่าเลยรึจ๊ะ? เจ็บแผลแปลบๆ แต่อกอุ่นใจชื้นชะมัดยาดเลยว่ะ...” เป้าพ่นวาจาเลื่อนเปื้อนแซวแกมหยอกเย้าเสียงพร่าเลือน
กระดังงาชะงักมือ หล่อนค้อนให้เขาขวับใหญ่ทั้งที่ยังน้ำตาคลอเบ้า ก่อนจะยื่นมือไปตีเบาๆ เข้าที่ท่อนแขนเป้าหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ระคนโล่งอก
“เจ้าคนบ้า! เจ็บระกำรวดร้าวปางตายอยู่แล้วยังจะมาเล่นลิ้นกะล่อนส้นตีนใส่ข้าอีกรึ!” หล่อนส่งเสียงดุไม่จริงจัง สะอื้นไห้หนักขึ้นแต่รอยยิ้มปลาบปลื้มใจระคนโล่งอกกลับฉายชัด “พี่เป้าโดนแทงสีข้างจนเลือดนองโคลนปานนั้น ข้านึกว่าพี่จักไม่มีวันลืมตาขึ้นมาพ่นคำพูดพิลึกพิลั่นนี่อีกแล้วเสียอีก... ข้าซาบซึ้งใจนักพี่เป้าที่พี่เอาตัวเข้าแลกดาบเพื่อข้า”
“เพื่อกระดังงาคนสวยของพี่... ต่อให้ดาบเป็นร้อยเล่มพี่ก็ยอมแอ่นหลังรับแทนได้จ้ะ ยิ่งเจ้ามานั่งเบียดชิดเนื้อตัวนุ่มๆ เปียกน้ำฝนจนผ้าแถบแนบเนื้อขนาดนี้... ซี้ด... พี่เป้ารู้สึกเหมือนแผลมันหายไวขึ้นเป็นกองเลยจ้ะ” เป้าขยิบตาพลางส่งสายตาหวานเชื่อมจับจ้องมองสัดส่วนเนินเนื้ออวบอิ่มภายใต้เสื้อผ้าที่เปียกปอน
กระดังงาใบหน้าร้อนผ่าววาบราวกองไฟ หล่อนเพิ่งรู้ตัวว่ายามนี้นุ่งกระโจมอกเปียกปอนจนผ้าแถบแนบกระชับชิดสรีระ ทรวงอกตึงอวบเบียดชิดกับหัวไหล่และแขนของเป้าในพื้นที่สลัว แสงตะเกียงส่องกระทบผิวกายเนื้อนวลสยิวสั่นกวนอารมณ์เสน่หาของหนุ่มสาวพุ่งทะยานสูงขึ้น กระดังงารีบเบือนหน้าหลบแต่ไม่ปัดป้องความใกล้ชิดนั้นออกไป
“ยามนี้ต้องทายาสมุนไพรพอกแผลแล้วพี่เป้า นอนนิ่งๆ เสีย... ข้าจำเป็นต้อง... ต้องเปลื้องผ้าเจ้าออกบางส่วนเพื่อความสะดวกในการนวดพอกยา” กระดังงาพูดอุบอิบกระซิบแผ่วเบามือไม้สั่นสะท้านอย่างหักห้ามใจไม่อยู่
มือสั่นๆ ของหล่อนเอื้อมลงไปปลดปมด้ายดิบคาดเอวและแผ่วเบาดึงคลี่ผ้าขาวม้าสีแดงผืนเก่าเปื้อนโคลนออกจากร่างกายเป้าช้าๆ ทิ้งผ้าเปียกปอนลงไป เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำกล้ามท้องแข็งตึงเปรี๊ยะราวกับแผ่นไม้จากฤทธิ์เดชกายเหล็กไหลขั้นสอง และที่เด่นสะดุดตากลางสายตาของสาวแรกรุ่นในกระท่อมร้างสลัวคือ ‘สรีระช่วงล่างอันใหญ่โตยาวเฟื้อยเป็นลำท่อนเนื้อปูดโปนตุงโต’ ที่หลุดพ้นอาภรณ์ออกมาชี้ทิศทางขึ้นบนอย่างแข็งขืน
กระดังงาเบิกตากว้างชะงักงัน ลมหายใจสะดุด หัวใจเต้นระทึกประหนึ่งรัวกลองศึก ใบหน้าเนียนละเอียดแดงซ่านพุ่งสูงลามไปถึงใบหูขาวสะอาด หล่อนพยายามเบือนหนีแต่ภาพตัวตนอันโอฬารและแข็งแกร่งของเป้ากลับติดตาแน่นกวนอารมณ์รักใคร่เสน่หาให้บ่มเพาะขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เป้าเห็นกิริยาเขินอายปานจะละลายของแม่หญิงคนสวย เขาก็กัดฟันขยับกายเล็กน้อย เอื้อมมือขวากุมมือเรียวบางเปื้อนคราบสมุนไพรสีเขียวเย็นเยียบของกระดังงาเข้ามาแนบอกแกร่งของตน
กระดังงาชะงักตัวสบเข้ากับดวงตาคมเข้มกะล่อนทว่าแฝงความรักความจริงใจอันเปี่ยมล้นของเป้า บรรยากาศเงียบงันพายุฝนภายนอกปะทะหลังคาเปาะแปะชุ่มฉ่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนพ่นกระทบกันในระยะไม่ถึงคืบ ร่างกายสองหนุ่มสาวเบียดชิดจนสัมผัสได้ถึงไอร้อนและเสียงหัวใจเต้นโครมครามประสานเสียงกัน
“พี่เป้า...” กระดังงากระซิบเรียกชื่อเขาเบาๆ แววตาของหล่อนสั่นระริกเต็มไปด้วยเสน่หาอันหวานหยดย้อยที่เก็บกักสะสมมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย บัดนี้สุกงอมเต็มที่ หล่อนยอมรับความรู้สึกรักใคร่เสน่หาอย่างไร้ข้อกังขา มืออีกข้างยกขึ้นลูบแก้มเป้าแผ่วเบาทะนุถนอม “ข้าขอโทษที่ทำให้พี่ต้องเจ็บหนักหนาพี่เป้า...”
“พี่ไม่เจ็บเลยจ้ะกระดังงา แค่มีเจ้าอยู่ข้างๆ แบบนี้... พี่เป้ายอมเจ็บปางตายอีกร้อยครั้งพันครั้งเพื่อปกป้องเจ้าจ้ะ...” เป้าลูบไล้หลังมือเรียวของหล่อนแผ่วเบาสัมผัสความเนียนนุ่มเรียกความสยิวรัญจวนใจให้พุ่งทะยานอบอวลไปทั่วกระท่อมร้าง
ขณะที่ความรู้สึกรักใคร่เสน่หาของหนุ่มสาวกำลังสุกงอมได้ที่และใกล้อลเวงข้ามขีดจำกัดความเหมาะสมไปทีละนิด...
*ติ๊ง!*
**[ ติ๊ง! ตรวจพบอารมณ์รักสุกงอมของคู่ลิขิต! ภารกิจพิเศษ: ‘ประสานหยินหยางรักษาบาดแผล’ ปล่อยลีลาร่วมรักกับแม่กระดังงาเพื่อสมานแผลคมดาบให้เนียนกริบ 100% พร้อมปลดล็อก ‘คาถาวาจาอ้อนหญิง’ ทันที! ]**
**[ แหม... สาวเจ้าเนื้อแน่นตัวอุ่นคุกเข่าตาฉ่ำรักรอมร่อขนาดนี้ จะนอนทื่อเป็นซากไม้ทำไมล่ะจ๊ะโฮสต์? ฟาดบทอัศจรรย์บนฟูกใบตองให้สั่นคลอนพายุฝนเลยจ้า ระบบเอาใจช่วยอยู่นะคริๆ! ]**
เป้ากะพริบตาอ่านข้อความพลางแอบลอบกลืนน้ำลาย มองใบหน้าน่ารักอ่อนหวานของกระดังงาที่สบสายตาเขา แววตาหวานเยิ้มสะท้อนประกายแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันสั่นระริก ลมหายใจหล่อนกระชั้นรวยริน เนินอกกลมกลึงเต่งตึงสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะ ผ้าแถบเปียกน้ำบางส่วนดูหลุดรุ่ยจนเห็นส่วนยอดปทุมถันสีชมพูจางๆ โผล่พ้นมาท้าทายสายตา
รสรักของหนุ่มสาวบ่มเพาะเร่าร้อนขึ้นอย่างไม่อาจขัดขวาง อารมณ์เสน่หาระคนกลิ่นอายความใกล้ชิดปะทุพวยพุ่งขึ้นมาในกระท่อมร้างที่ปิดกั้นสายตาผู้คนจากโลกภายนอก ทุกสิ่งทุกอย่างสุกงอมเต็มประดา
เป้าสบดวงตาฉ่ำน้ำสั่นระริกของกระดังงา ในเสี้ยววินาทีแห่งอารมณ์เสน่หาอันหวานหยดย้อย หล่อนค่อยๆ เลื่อนใบหน้านวลละมุนเข้ามาใกล้ นัยน์ตาคู่งามเต็มไปด้วยแรงดึงดูดใจเสน่หาอย่างชัดเจน...
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)