ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    ผู้กลืนกินมิติ

            ขณะนั้นจักรพรรดิหญิงที่ให้จอมเวทย์มิติช่วยเหลือในการติดตั้งสถานที่ฝึกฝนที่โยกย้ายมาจากพื้นที่ลับก็กำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

            “ความรู้ของเผ่าอสูรนั้นเหนือกว่าพวกเรามากนัก ต่อให้เป็นข้าก็ยังรู้เลยว่าจะสร้างของพวกนี้ขึ้นมาได้ยังไง ทั้งห้องแรงกดดันนี่และยังโกเลมฝึกฝนนั่นอีก พวกนั้นมันทำได้ยังไงกัน” ชายชราคนหนึ่งกล่าวพร้อมกับตรวจสอบสถานที่ฝึกฝนของเผ่าอสูรอย่างตื่นเต้น

            “จากที่ข้าศึกษามา ดูเหมือนว่าสถานที่ฝึกฝนแบบนี้จะมีอยู่จำนวนมากในพื้นที่รกร้างแต่พวกมันถูกซ่อนเอาไว้อย่างดี” จักรพรรดิหญิงกล่าว

            “ก็คงไม่แปลก สถานที่ฝึกฝนแบบนี้ล้ำค่าอย่างมากและมันต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการสร้าง อย่างห้องแรงกดดันนี่เห็นได้ชัดว่าพวกนั้นใช้พลังของเวทย์ปฐพี แต่ขั้นตอนการสร้างมันขึ้นมาข้ากลับไม่เข้าใจ” ชายชรากล่าว

            “ถ้าขนาดท่านผู้อาวุโสฮัวยังไม่รู้ข้าเองก็หมดปัญญาแล้วละ” จักรพรรดิหญิงกล่าว

            “เอาเถอะ ข้าเองก็ยังมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานมากนักเวลาที่เหลือข้าจะพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับมันให้มากที่สุดก็แล้วกัน อ้อ แล้วเจ้าหนูที่เจ้าหมั้นเอาไว้พร้อมแล้วหรือยังข้าต้องการเห็นด้วยตาของข้าเอง” ชายชราฮัวกล่าว

            “แน่นอน ท่านจะต้องพอใจแน่” จักรพรรดิหญิงกล่าว

            หลังจากนั้นจักรพรรดิหญิงก็ได้มาถึงตำหนักของต้าหมิง แต่เมื่อนางมาถึงก็พบว่าบรรยากาศภายในตำหนักมันแปลกไป และพวกจ้าวหยูเฟยก็ยังมีสีหน้าแปลกๆกัน

            “นี่มันเกิดอะไรขึ้น” จักรพรรดิหญิงกล่าวในใจออกมา

            แต่นางก็ไม่มีเวลาไปหาคำตอบนางตรงไปยังต้าหมิงและนำตัวต้าหมิงออกไปทันที

            “ท่านจะพาข้าไปหาผู้อาวุโสคนนั้นงั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าว

            “ใช่แล้ว เจ้าจะต้องแสดงความสามารถของเจ้าให้ท่านผู้อาวุโสฮัวพอใจให้ได้ถ้าเจ้าทำได้ท่านผู้อาวุโสก็จะสนับสนุนและมอบอุปกรณ์ที่เจ้าต้องการให้” จักรพรรดิหญิงกล่าว

            “มีเรื่องดีๆแบบนี้ด้วยงั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้ายินดี

            หลังจากนั้นไม่นานพวกต้าหมิงก็มาถึงตำหนักหลังหนึ่งซึ่งมีค่ายกลเวทย์จำนวนมากกางอยู่และด้านในมีชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ใต้ต้นท้อและมีหญิงสาวนางหนึ่งกำลังนั่งฟังชายชราบรรยายบางสิ่งอยู่

            “ท่านผู้อาวุโสฮัวข้าพาเขามาแล้ว” จักรพรรดิหญิงกล่าวทันที

            “หืม ในดูสิว่าเขาเป็นอย่างไร” ชายชราฮัวกล่าวพร้อมกับยื่นมือออกไป พริบตาพลังเวทย์มิติก็ปรากฎและตรงเข้าหาต้าหมิงหมายจะดึงต้าหมิงเข้าไปในรอบแยกมิติ

            “นี่มันบ้าอะไรกัน” ต้าหมิงกลายเป็นกลัวและเคลื่อนใหวด้วยความเร็วหนีออกมา

            “คิดจะหนีจากพลังมิติของข้าเจ้ายังอ่อนหัดนักเจ้าเด็กน้อย” ผู้อาวุโสฮัวกล่าวพร้อมกับสร้างรอยแยกมิติจำนวนมากและโจมตีออกไปทันที

            “พลังเวทย์มิติชั่งทรงพลังยิ่งนัก” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังก่อนที่ตำราอสูรมายาจะปรากฏออกมา

            “สายฟ้าคลั่ง ดาบวายุ ทำลายมันให้ข้า” ต้าหมิงคำราม!!!!

            “โฮก!!!!!!!!!!!!”

            พริบตานั้นเองอสูรมายาทั้งสองตัวก็ปรากฏพร้อมกับแผ่กลิ้นอายสัตว์เวทระดับ 5 ดาวออกมาทันที

            “น่าสนใจขึ้นมาหน่อย ใหนดูสิว่าสัตว์เวทพวกนี้จะแข็งแกร่งแค่ใหน กรงขังมิติ” ชายชราฮัวกล่าวพร้อมกับกางมือออกไป กรงขังมิติทรงสี่เหลี่ยมก็ปรากฎและขังพวกสายฟ้าคลั่งและปักษาดาบวายุเอาไว้ทันที

            “ทำลายมันซะ” ต้าหมิงคำรามสั่งปักษาดาบวายุทันที

            ร่างของปักษาดาบวายุมีกระลมที่รุนแรงปรากฏและพุ่งทะลวงผ่านกรงขังมิติออกมาทันที ต่อจากนั้นต้าหมิงก็นำคันธนูออกมาและเล็งไปที่ชายชราฮัวอย่างไร้ความปราณี

            “เด็ดเดี่ยวดี” ชายชราฮัวกล่าวชื่อชม

            เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำตัวสบายๆต้าหมิงก็ปล่อยศรออกไปทันที ด้วยพลังกำลังของต้าหมิงตอนนี้สามารถดึงสายของคันธนูได้อย่างเต็มที่จนคันธนูที่แข็งถึงกับงอโค้งเหมือนรูปพระจันทร์เสี้ยว

            “เป็นการยิงที่รุนแรงอะไรแบบนี้” คราวนี้ชายชราถึงกับตื่นตระหนกและใช้พลังมิติสร้างกำพงขึ้นมาเพื่อเบี่ยงแบนศรของต้าหมิง

            “ตูม!!!!!!!”

            ปักษาดาบวายุใช้โอกาสนี้ทำลายกรงขังมิติให้กับอสูรสายฟ้าคลั่งทันที อสูรสายฟ้าคลั่งที่เป็นอิสระกลายเป็นโกรธขึ้นมา กระแสสายฟ้าอันบ้าคลั่งระเบิดออกมาจนทให้ตำหนักสั่นสะเทือนและไม่ใช่แค่นั้นบนท้องฟ้าปรากฎเมฆสีทำมารวมคัวกันทันที

            “สามารถเรียกสายฟ้าธรรมชาติมาได้ด้วยงั้นเหรอ” ชายชราฮัวกลายเป็นตื่นเต้นยิ่งขึ้น

            “ท่านอาจารย์ข้าว่าพอได้แล้วถ้ายังมากกว่านี้ตำหนักแห่งนี้คงถูกทำลายแน่” หญิงสาวที่งดงามข้างกายชายชราฮัวกล่าวขึ้น

            “ซวิ้นเอ๋อไม่ต้องกังวลอาจารย์จะปล่อยให้จอมเวทย์ระดับ 6 คนหนึ่งมาทำให้ตำหนักของตนเสียหายได้อย่างไร” ชายชราฮัวกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมา

            พริบตานั้นเองชายชราฮัวก็ปลดปล่อยพลังระดับจักรพรรดิออกมา คลื่นพลังเวทย์มิติแผ่กระจายออกไปสร้างเป็นม่านพลังมิติ เมื่อสายฟ้าโจมตีออกมาพลังมิติจะทำหน้าที่รับการโจมตีนั้นและดูดกลืนมันเข้าไปทันที

            “ตึก ตึก” ในตอนนั้นเองตำราอสูรมายาก็ตอบสนองต่อพลังมิติทันที

            ต้าหมิงแสดงสีหน้ายินดีออกมาในที่สุดตำรามิติหน้าที่สามก็สอบสนองนั่นหมายความว่าอสูรมายาตัวที่สามกำลังจะปรากฎออกมา

            “มาแล้ว” จักรพรรดิหญิงหรี่ตาลงทันที

            “โฮก!!!!!!!!!!!!” เสียงคำรามสั่นสะเทือนทั่วทั้งตำหนักทันที

            พริบตาร่างของมังกรตัวหนึ่งปรากฏ มังกรตัวนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนักแต่มันกลับมีสามหัว ซึ่งเกล็ดทั่วตัวของมังกรตัวนี้เป็นสีม่วงเงาอย่างงดงาม

            “นี่มันสัตว์เวทแบบใหนกัน” ศิษย์หญิงของชายชราฮัวตื่นตระหนก

            “กลิ่นอายมิติ นี่เป็นสัตว์เวทมิติงั้นเหรอ” แม้แต่ชายชราฮัวยังต้องตื่นตระหนก

            “ผู้กลืนกินมิติงั้นเหรอ” ต้าหมิงอ่านนามของอสูรกลืนกินมิติด้วยสีหน้าตื่นเต้น

            ผู้กลืนกินมิติพุ่งเข้าหาม่านพลังมิติของชายชราฮัวก่อนที่หัวทั้งสามจะอดาปากและกัดกินพลังมิติของชายชราฮัวไปทันที

            “บ้าไปแล้วสามารถกลืนกินพลังมิติได้งั้นเหรอแบบนี้มันผิดธรรมชาติเกินไปแล้ว” ชายชราฮัวถึงกับลุกขึ้นยืนทันที

            ความสามารถในการกลืนกินพลังมิติแบบนี้สำหรับจอมเวทย์มิติสัตว์เวทประเภทนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรยิ่งและเป็นจุดอ่อนของพวกเขา

            “พอแล้ว พอแล้ว ไม่ต้องทดสอบแล้ว” ชายชราฮัวกล่าวด้วยสีหน้ามืดมน

            การที่โลกนี้มีสัตว์เวทพลังแบบนี้ถือว่าน่าหวาดกลัวสำหรับเขาอย่างยิ่ง กลืนกินพลังมิติความสามารถนี้ถ้าไปบอกให้คนอื่นรู้คงจะหัวเราะเยาะและไม่มีใครคิดจะเชื่ออย่างแน่นอน

            ต้าหมิงถอนหายใจออกมา เขาไม่คิดว่าความกดดันและพลังมิติของชายชราฮัวจำทำให้อสูรมายาตัวที่สามตื่นขึ้นมา และต้าหมิงก็รับรู้ว่าอสูรมายาตัวนี้ไม่ได้มีดีแค่กลืนกินพลังมิติแน่

             

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา ที่คุณอ่าน