ฮี่ๆๆๆ
ม้าของหนานจ้านเห็นเสี่ยวเฮยกับเสี่ยวหวงได้กินอาหารเสริมที่มีกลิ่นหอมและเย้ายวนใจทำให้พวกมันร้องขอหลี่หลิวจนน้ำตาไหล หลี่หลิวเห็นพวกมันร้องไห้ก็อดสงสารไม่ได้จึงมอบผักกาดขาวให้พวกมันไปคนล่ะหัวและยังเติมน้ำในถังไม้ให้พวกอีกนิดหน่อย พวกมันเลียมือหลี่หลิวเป็การขอบคุณหลี่หลิวจึงลูบหัวพวกมันและบอกว่ากินเถอะตอนเดินทางจะได้ไม่เหนื่อยง่าย ก่อนจะเดินเอาน้ำในมิติออกมาพรมและราดใส่พวกหอยและสาหร่ายให้พวกมันกลับมาสดชื่นอีกครั้ง
หลี่หลิวเพิ่มน้ำในตุ่มหลังรถม้าของตนให้ถึงครึ่งตามเดิม เพราะระหว่างทางต้องใช้น้ำเพื่อดื่มกินอีกกว่าค่อนวันเลยทีเดียว เมื่อนางจัดที่นั่งเสร็จลุงป๋ายและครอบครัวรวมทั้งน้องชายกับบ้านหนานก็พากันออกมาเตรียมตัวเพื่อที่จะเดินทาง
"ท่านพ่อม้าของเราร้องไห้ขอรับ มันเจ็บตรงไหนหรือไม่"
หนานกงบุตรชายคนที่สองของหนานจ้าน ผู้ที่รักม้าเป็ชีวิตจิตใจเอ่ยบอกผู้เป็บิดาด้วยใบหน้าหม่นหมอง หลี่หลิวเห็นเข้าจึงได้ร้องบอกว่าพวกมันหิวน้ำเพราะกลัวว่าพวกเขาจะคิดมากและไม่ไปส่งของให้นางตามที่รับปากกันเอาไว้
"ตอนที่ข้ามาให้น้ำเสี่ยวเฮยกับเสี่ยวหวง น้ำในถังของพวกมันหมดจึงร้องไห้ร้องขอน้ำจากข้าท่านไม่ต้องเป็กังวนไปนะ เพราะพวกมันได้กินน้ำแล้ว จริงไหม"
หลี่หลิวบอกกล่าวถึงที่มาที่ไปว่าทำให้ม้าพวกมันถึงร้องไห้ ก่อนจะหันไปถามเ้าม้าสองตัวอย่างหยอกล้อ พวกมันจึงขานรับพร้อมกับก้มหัวให้นางแทนคำขอบคุณ
"นี่พวกเ้ากำลังขอบคุณแม่นางน้อยอยู่งั้นหรือ"
หนานกงยิ้มบาง ที่รู้ว่าพวกมันไม่เป็อันใดมากและหันไปขอบใจแม่นางน้อยที่ทำให้เขาสบายใจขึ้น เมื่อรู้ว่ามันแค่หิวน้ำเขาจึงกลับมายิ้มและลูบตัวพวกมันไปมาตามประสาคนรักม้า
รถม้าของหลี่หลิวพร้อมแล้วจึงขับนำหน้าครอบครัวหนานไปก่อน พอพวกเขาจัดที่นั่งกันได้แล้วก็ตามรถม้าของหลี่หลิวไป หนานจิ้นถือบังเหยียนม้าและมีพ่อกับน้องชายคนที่สองนั่งขนานนาบทั้งสองข้าง ส่วนแฝดน้องอีกสองคนนั่งท้ายรถม้าและคอยจับตระกร้าข้าวของเพราะกลัวของนายจ้างจะตกเอา
พอมาถึงครึ่งทางทุกคนก็ได้ลงจากรถม้าเพื่อมายืดเส้นสายให้หายเหนื่อยล้า ทั้งคนและม้าได้ดื่มน้ำจากหลี่หลิวก็กระชุ่มกระชวยและหายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้ง พอพักผ่อนได้ครู่ใหญ่รถม้าก็ออกวิ่งต่อไปอีกครั้งหนานกงมองไปที่ม้าของตนอย่างสงสัย เหตุใดพวกมันถึงวิ่งได้เร็วและดูแข็งแรงขึ้นกว่าแต่ก่อนมากเหลือเกิน หรือว่าพวกมันชอบเดินทางไกลจึงดูผ่อนคลายมากกว่าการอยู่ขนของที่เทละ ต้องใช่เป็แน่โดยปกติม้าจะชอบวิ่งในทุ่งหญ้าสีเขียวขจี แต่พอมาอยู่กับข้าพวกมันได้แต่ลากรถลากและทำงานหนักจนพวกมันเหนื่อยหน่าย พอพวกมันได้ก้าวขาควบออกไปพวกมันจึงมีความสุขมากยิ่งขึ้น
รถม้าของหลี่หลิวเริ่มชะลอตัวเมื่อเข้าเขตรอบนอกเมืองหลวงและมุ่งไปทางเขตตะวันตก หลี่หลิวบอกให้ป๋ายรุ่ยฉีไปส่งท่านลุงป๋ายก่อนค่อยไปที่บ้านนาง
"พวกท่านผ่านการเดินทางมานานข้าไม่อยากให้พวกท่านต้องเดินกลับบ้าน"
ป๋ายรุ่ยฉีที่จับบังเหยียนเบาๆยิ้มอ่อน ก่อนที่จะไปส่งพ่อแม่ของตนที่บ้าน
"ขอบใจเ้ามากดรุณีน้อยที่พาพวกข้าไปเปิดหูเปิดตาแถมยังได้พักผ่อนอีก"
ป๋ายฮ่าวเยว่คล้อยแขนสามีและเอ่ยปากขอบคุณพร้อมส่งรอยยิ้มที่เปื้อนบนใบหน้าให้นางอย่างจริงใจ หลิวหลี่จึงพูดไปว่า
"ไม่รู้ว่าครั้งหน้าพวกท่านยังอยากจะไปช่วยข้าอีกไหม แต่ข้าก็อยากให้พวกท่านไปด้วยนะเ้าคะ"
หลี่หลิวโผล่หน้าน้อยออกมาแล้วส่งยิ้มให้กับสองสามีภรรยา ก่อนที่นางจะก้มหัวให้พวกเขาด้วยความเคารพ พวกเขาตอบกลับมาว่ายินเสมอที่จะไปผจญภัยกับนางทำให้นางพึงพอใจเป็อย่างมาก
"บ๊าย บาย ท่านลุงท่านป้าป๋าย"
หลี่เฉินชะเง้อคอยื่นมือโบกไปมา ถึงจะเสียดายที่ได้กลับบ้านเร็วไปหน่อย แต่เขาก็มีความยินดีที่จะไปพบท่านพ่อกับท่านแม่เร็วขึ้น
"ท่านพ่อเมื่อครู่ไม่ใช่บ้านนายจ้างเรารึขอรับ"
หนานจิ้นบุตรชายคนโตวัยยี่สิบเห็นพวกเขาแวะจอดรถม้าเมื่อครู่ พวกเกือบจะลงไปยกของพวกนั้นลง ดีที่พวกเขาเห็นแม่นางน้อยกล่าวลากัน หนานจ้านจึงรอดูท่าทีไปก่อน
"พ่อก็มาพร้อมกันกับเ้า และรับงานพร้อมเ้าแต่มีสิ่งนึงที่แปลกก็คือแม่นางน้อยผู้นั้นเป็คนจ่ายค่าอาหารและค่าที่พัก ดังนั้นพ่อคิดว่านายจ้างของเราคงเป็แม่นางน้อยผู้นี้อย่างแน่นอน"
หนานจ้านตอบบุตรชายไป
"พวกท่านเลิกคุยกันเถอะดูทางข้างหน้านั่นสิขอรับ รถม้าน้อยใหญ่จอดเรียงรายยาวไปถึงโน้นเลย"
หนานเฟยกับหนานอี้เฟยคู่แฝดชายอายุสีห้าปี ที่เปลี่ยนเป็คนนั่งคุมบังเหยียนโดยมีหนานกงนั่งอยู่ด้วย เขาได้บอกให้ท่านพ่อตนมองไปทางข้างหน้าที่มีรถม้าต่อแถวเรียงยาวอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยนับสามสิบกว่าคันรถ
"ที่นี่มีงานมงคลหรือไม่"
หนานกงถามไถ่ครอบครัวตนอย่างสงสัย
แต่เขตนอกเมืองเช่นนี้ไม่น่าจะมีผู้รากมากดีมาอยู่กันหรอกใช่ไหม แต่หากมีจริงคงจะเป็หนึ่งในคนที่มีคนนับหน้าถือตาอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
"พ่อก็ไม่รู้หรอกเดี๋ยวผ่านทางไปคงได้เห็นพิธีอะไรสักอย่าง"
หนานจ้านดูจากรูปการแล้วคาดเดาไว้ว่าคงเป็งานมงคลเพราะแเื่มาเยอะจนต้องจอดรถม้ารอเป็ทางยาวเช่นนี้คงจะเป็งานอื่นไปไม่ได้
ชาวบ้านที่เดินผ่านสวนทางรถม้าไปมาเห็นรถลากของหลี่หลิวก็พากันทักทายนางมาตลอดทาง ห้าพ่อลูกเริ่มรู้สึกผิดสังเกตเพราะคนส่วนใหญ่ทักทายแต่แม่นางน้อยและเด็กชายผู้มีน้ำมีนวลเพียงเท่านั้น หรือนางจะเป็ลูกคุณหนูคนตระกูลใหญ่แล้วแฝงตัวอยู่ในชุดบ้านๆงั้นรึ ห้าพ่อลูกไม่กล้าที่จะวิจารณ์อีกต่อไปจึงหยุดการพูดคุยไปโดยปริยาย
เมื่อถึงหน้าบ้านของหลี่หลิวที่ประตูบ้านบานใหญ่ปิดอยู่รถม้าก็หยุดลงตรงหน้าประตู
หนานจ้านและครอบครัวมองเข้าไปด้านในเห็นเป็บ้านสองชั้นขนาดใหญ่เลยทีเดียวแถมยังมีพื้นที่กว้างขวางทำให้พวกเขาต้องรีบวางตัวอย่างอ่อนน้อม
ป๋ายรุ่ยฉีเดินลงไปเปิดประตูแล้วจูงรถม้าเข้าไปตามทางที่ถูกจัดไว้อย่างเป็ระเบียบ ห้าพ่อลูกหยุดรถม้าแล้วลงจากรถลากเดินจูงม้าตามเข้าไปด้านใน ด้านนอกว่ามีรถม้ามากแล้วด้านในยังถูกจอดไว้อีกมากจนเรียงยาวไปจนถึงกำแพงด้านใน มันมีมากกว่าห้าแถวเสียอีกช่างเป็ภาพที่แปลกตาไม่น้อย งานเลี้ยงอันใดกันถึงได้คึกคลื้นกันถึงเพียงนี้แถมเดินผ่านตัวบ้านมายังมีคนมากกว่าสองร้อยคนนั่งกินอาหารอยู่อีกด้วย พอผ่านครัวไปก็ได้กลิ่นหอมกรุ่นที่ทำให้ท้องของพวกเขาร้องโคกคากไปตามๆกัน
"มากันแล้วรึ"
เสียงพี่ใหญ่เดินมาด้วยความเร็วมาอุ้มเ้าเล็กและรับหลี่หลิวลงจากรถม้า
"ท่านพี่ข้าคิดถึงท่านมากเลยขอรับ"
หลี่เฉินกอดผู้เป็พี่ใหญ่กลมดิกด้วยความคิดถึง
"พี่ก็คิดถึงเ้าทั้งสอง เอาเป็ว่าเอาของไปเก็บที่ห้องใต้ถุนกันก่อนเถอะ ตอนนี้ลูกค้ายังมากอยู่ไว้ค่อยมาคุยกัน"
หลี่จงเห็นแเื่ยังคงเยอะอยู่และยังมีรอข้างทางอยู่อีกกลุ่มหนึ่ง เนื่องจากหลี่หลิวไม่อยู่ท่านแม่ทำอาหารเพียงคนเดียวจึงค่อนข้างช้าดังนั้นจึงรับแขกเพียงร้อยห้าสิบโต๊ะต่อวันนั้นก็คือสามรอบ บางเ้าพอรู้ว่าหลี่หลิวไม่อยู่ก็ยกเลิกการจองไปบ้าง แต่ก็ยังมีแเื่มาใหม่แวะมาลิ้มลองกันอยู่อย่างไม่ขาดสาย
"ลุงหนานพวกข้าต้องรบกวนพวกท่านให้ยกของตามพี่ใหญ่ข้าเข้าไปด้วยนะเ้าคะ"
หลี่หลิวหันไปบอกหนานจ้านก่อนจะให้ป๋ายรุ่ยฉีช่วยยกตระกร้าหอยนางรมหลังรถม้านางไปเก็บให้ด้วย
"พวกเ้าเดินเอารถลากไปวางด้านนั้นเลย"
หลี่หลิวออกคำสั่งกับเ้าเสี่ยวเฮยกับเสี่ยวหวง ซึ่งเป็ม้าสองตัวของนางพวกมันจึงเดินไปจุดจอดรถลากประจำที่ของตน หลี่หลิวเดินตามไปปลดเชือกพันธนาการจากรถลากออกม้าสองตัวพอหลุดพ้นก็เดินไปเล็มหญ้าอ่อนแล้วดื่มน้ำในถังอย่างสบายใจ
หนานจ้านและบุตรชายช่วยยกอาหารทะเลเข้าไปเก็บในห้องโถงที่กว้างใหญ่ตามที่พี่ใหญ่ของแม่นางน้อยบอกจนเสร็จจึงจะเดินออกมา แต่หลี่จงห้ามปรามไว้พร้อมบอกว่าให้นั่งพักด้านในนี้ก่อนเพราะอีกเดี๋ยวแขกกลุ่มนี้จะเริ่มทยอยกันออกไปเพื่อให้กลุ่มสุดท้ายได้เข้ามา มันจึงค่อยข้างจะวุ่นวายจึงบอกให้พวกเขานั่งพักไปก่อน ป๋ายรุ่ยฉีเห็นงานท่านลุงหลี่ดูวุ่นๆจึงเดินไปช่วยเติมน้ำให้กับลูกค้าอยู่พักนึง
"มาแล้วหรือ ข้ามั่วแต่คอยเติมน้ำจนลืมหันไปมองทาง เป็เช่นไรบ้างบุตรสาวข้าได้ของที่้ามาหรือไม่"
หลี่หงเดินไปถามไปก่อนที่จะถึงครัวแต่กลับไม่พบบุตรสาวจึงชะเง้อดูทางหลังสวนเห็นนางเอาเชือกออกให้ม้าเสร็จกำลังเดินเข้าบ้านมาพอดี หลี่หงยิ้มอย่างดีใจที่บุตรสาวปลอดภัยกลับมา
"ท่านพ่อข้าอยู่นี่ขอรับ"
เ้าเล็กเห็นพ่อชะเง้อคอหาจึงรีบพุ่งโผเข้ากอดบิดดาด้วยความคิดถึง
"เ้าซนหรือไม่"
หลี่หงย่อตัวลงโอบกอดบุตรชายคนเล็กแล้วหอมไปฟอดนึง
"ไม่เลยข้าเป็เด็กว่านอนสอนง่าย แต่ท่านแม่หน่ะสิขอรับ ท่านไมกอดข้าเหมือนท่านพ่อเลย ดูเอาเถอะแค่หันมามองแล้วยิ้มให้ข้าเพียงเท่านั้น"
หลี่เฉินโอดครวญที่ท่านแม่ไม่สนใจตน นางหวังที่ทำอาหารด้วยความเร่งรีบก็อดที่จะขำไม่ได้ แต่ตอนนี้นางต้องเร่งมือเตรียมอาหารชุดแรกต่อ หลังจากพึ่งเสริฟอาหารชุดสุดท้ายไป
"ท่านพ่อ ท่านแม่"
หลี่หลิวกล่าวทักทายแล้วเดินเข้าไปกอดท่านแม่จากด้านหลัง ก่อนจะโผเข้าหาท่านพ่อที่ยิ้มกว้างรอนางอยู่ด้านหลังท่านแม่
"ท่านแม่มาเถอะให้ข้าทำเอง ท่านคงเหนื่อยมากแล้วพักก่อนเถอะเ้าค่ะ"
หลี่หลิวรีบออกจากอ้อมกอดผู้เป็บิดา แล้วรับเอาตะหลิวจากมารดาแล้วลงมือทำครัวอย่างคล่องแคล่ว เสียงเคาะกะทะที่คุ้นเคยดังไปทั่วลานบ้านผู้คนพากันส่งเสียงเซ็งแซ่ต้อนรับการกลับมาของนางน้อยอย่างยินดี
"แม่ครัวตัวน้อยของพวกเรากลับมาแล้ว ข้าได้ยินเสียงเคาะกะทะที่คุ้นเคยแล้ว"
"นางกลับมาแล้วรึ ดีจริงๆงั้นพรุ้งนี้ข้าจะจองสองโต๊ะเลยข้าได้ยินว่านางไปหาเครื่องปรุงสูตรใหม่ที่อร่อยกว่าเดิมมาด้วยนะ"
"ข้าได้ยินว่านางไปเทียนจวินมาล่ะ ที่นั่นมีทะเลด้วยไม่แน่นางอาจจะทำเมนูอาหารทะเลก็เป็ได้"
"พรุ่งนี้ข้าก็จองเช่นกัน"
ผู้คนพากันพูดคุยโต้ตอบกันไปมาพร้อมทั้งรีบกินอาหารจนอิ่ม ก่อนจะลงจองโต๊ะกันอย่างล้นหลาม
แขกชุดนี้ทยอยออกไปได้ไม่นานก็มีแขกชุดสุดท้ายตามเข้ามา เหล่าคนครัวและแม่นางน้อยพากันเก็บกวาดโต๊ะเมื่อพวกเขาลุกออกไปและเตรียมรับคนกลุ่มใหม่ หลี่หลิวหยิบนั่นจับนี้ผัดไปหลายกะทะท่านแม่เห็นนางตัวเล็กๆยืนทำจึงอดไม่ได้มาช่วยนางคนล่ะเตา นับว่าลูกค้ากลุ่มสุดท้ายนั้นโชคดีที่ได้หลี่หลิวคอยชิมรสชาติให้และช่วยผัดเตรียมอาหารจนครบ ทว่านางก็ทำอาหารต่ออีกสิบกว่าจานบอกคนครัวให้ยกเข้าไปแล้วให้ครอบครัวลุงหนานได้กินอาหารอย่างดี
"กลิ่นอาหารนี้หรือนางกลับมาแล้ว"
ผู้คนกลุ่มใหม่ที่เข้ามาพากันถามหลี่หงและเมื่อเห็นป๋ายรุ่ยฉีที่ยิ้มแย้มเดินออกมาจากครัว พวกเขาก็พากันโห่ร้องต้อนรับนางด้วยความยินดี เพราะอาหารที่นางทำนั้นถือว่าคงรสชาติได้อย่างดีและอร่อยกว่าที่แม่ของนางทำอยู่มาก แต่จะว่าไปนางหวังก็ทำออกมาได้ดีทีเดียวทว่ายังสู้รสมือและกลิ่นหอมของหลี่หลิวไม่ได้เพียงแค่นั้น
หลี่หลิวทำอาหารง่ายอีกสองสามอย่างแล้วตักใส่จานอีกยี่สิบกว่าใบแล้วบอกว่าคนงานว่าส่วนนี้ของพวกท่าน ก่อนที่นางพาร่างน้อยๆของตนไปนั่งลงกินกับลุงหนานจ้านอย่างไม่ถือตัว หลี่เฉินนั่งกินอาหารจนปากมันวาว
"อาหารที่ท่านพี่ทำอร่อยที่สุดแล้ว ถึงจะเป็เมนูง่ายๆแต่รสชาติกับเหนือนความคาดหมายนัก"
"พี่ป๋ายมากินข้าวกับข้าก่อนเถอะขอรับ"
หลี่เฉินรีบลุกขึ้นเมื่อเห็นป๋ายรุ่ยฉีเดินเข้าครัวมาหวังจะเอาน้ำไปเติมให้ลูกค้าต่อ
"ท่านไปเถอะ ข้ากับท่านพ่อและคนงานอีกตั้งสามคนรับมือไหวอยู่แล้ว"
หลี่จงเดินตามมาทีหลังเอ่ยปากบอกป๋านรุ่ยฉี เพราะรู้ว่าเขาเดินทางมาไกลแล้วยังไม่ได้มีข้าวตกถึงท้องจึงยิ้มบางๆให้ป๋ายรุ่ยฉี ป๋ายรุ่ยฉียิ้มอ่อนแล้ววางเหยือกน้ำลงข้างตุ่มก่อนจะเดินไปร่วมวงกับบ้านหนานจ้าน
"อาหารอร่อยมากเลยขอรับ"
ในที่สุดแฝดผู้น้องอย่างหนานอี้เฟยก็เปิดปากพูดออกมา ก่อนหน้านี้เขากินมูมมามและตะกละตะกลามเป็อย่างมาก พอเห็นหลี่หลิวกับป๋ายรุ่ยฉีนั่งลงจึงสงวนท่าทีไว้อย่างเกรงใจ พอครอบครัวหนานได้ยินเสียงน้องเล็กพูดจึงเงยหน้าขึ้นมาจากจานข้าวแล้วยิ้มแห้งๆให้แม่นางน้อย นางหัวเราะจนตัวโยนก่อนที่นางจะนั่งลงก็ไม่มีใครสนใจนางเลยพอมีคนหน้าคล้ายกันหันมาทักพวกเขาถึงพึ่งสำรวมท่าที นางจึงบอกไปว่ากินเยอะๆอาหารมีอีกมากก่อนจะเรียกน้องรองและป๋ายรุ่ยฉีออกมานั่งกินอีกที่ หากนางนั่งต่อพวกเขาคงกินกันต่อไม่ลงแล้ว
พอกลุ่มลูกค้ากลุ่มสุดท้ายออกไปได้ไม่นานเสียงรถม้าอีกคันก็เข้ามาที่ลานบ้าน สือไท่ที่ได้ข่าวว่ายอดดวงใจของเขากลับมาแล้วเขารีบทิ้งสมุนไพรในมือแล้วะโขึ้นรถม้าควบมันมาด้วยความเร็ว
"แม่นางน้อยมาแล้วใช่หรือไม่"
เสียงอันแหบพร่าและสั่นไหวด้วยความเหนื่อยและตื่นเต้นถามคนงานอย่างรวดเร็ว ลี่จูแม่นางที่ผิวคล้ำรูปร่างผอมบางพยักหน้าตอบก่อนจะชี้เข้าไปในตัวบ้าน สือไท่รีบเดินจ้ำเท้าเข้าไปกล่าวทักทายป้าหวังและลุงหลี่เบาๆแล้วรีบรุดไปหาร่างเล็กๆที่นั่งกินข้าวด้วยความคิดถึง นางไม่ได้บอกอันใดข้าเลยแม้แต่น้อยว่านางจะไปเทียนจวิน เมื่อเช้านี้ข้ามาเพื่อหวังช่วยรดน้ำแต่พอรู้ว่านางไปั้แ่เมื่อวานทำให้ข้ากระสับกระส่ายทั้งเป็ห่วง ห่วงว่านางจะเป็เช่นไรจะาเ็กลับมาหรือไม่ พอได้เห็นว่านางที่สวมใส่เสื้อผ้าสีชมพูซีดนั่งกินอาหารอยู่เขาจึงเดินเข้าไปแล้วนั่งลงขัดสมาธิอยู่ข้างหลังนางด้วยความเงียบ แล้วไม่พูดอันใดเขารอคอยจนนางกินอาหารเสร็จจนเรียบร้อยจึงเอ่ยปากเรียกนาง
"หลี่หลิว"
เสียงที่ทรงพลังอำนาจดังมาอย่างแ่เบา หลี่หลิวหันหลังกลับไปพร้อมกับป๋ายรุ่ยฉีและหลี่เฉิน นางส่งยิ้มหวานให้เขาด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย ทำให้เขาชื่นใจไม่น้อยแต่ทว่าเขายังคงเสียใจที่นางไปแบบไม่บอกกล่าวเช่นนั้น
"พี่สือไท่"
หลี่เฉินยืนขึ้นเต็มตัว และเข้าสวมกอดสือไท่ด้วยความคิดถึง เขามีเื่มากมายอยากเล่าให้พี่สือไท่ได้ฟังแต่ท่านแม่ก็มาอุ้มเขาออกไปด้านนอกเสียก่อน ป๋ายรุ่ยฉีรู้สถานการณ์จึงลุกขึ้นแล้วเดินออกไป สกุลหนานกินข้าวเสร็จจึงหันไปมองชายที่มาใหม่ด้วยความตื่นตา ชุดผ้าแพรทั้งหมดที่เขาสวมใส่ช่างปราณีตไร้ที่ติอีกทั้งรูปร่างหน้าตาผิวพรรณของชายหนุ่มผู้นี้คงเป็ลูกผู้มั่งคั่งในเมืองนี้เป็แน่ แต่พวกเขาแค่มองแวบนึงก่อนจะพากันยกถ้วยชามออกไปช่วยล้างด้านหลังกับเหล่าแม่ครัว
"เ้า...ปลอดภัยดีใช่หรือไม่"
สือไส่ถามอย่างตะกุกตะกัก
"ข้าปลอดภัยดี"
หลี่หลิวตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ใสรื่นหู
"เ้าไม่เป็ไรก็ดีแล้ว"
สือไท่ยิ้มบางแต่ก็เก็บความน้อยใจไว้ไม่มิด
"ท่านศึกษาตำราไปถึงไหนแล้วเ้าคะ"
"ข้ายังคงต้องเรียนรู้อีกมาก"
สือไปตอบไปแต่สายตาอันคมคายยังคงจ้องหน้าแม่นางน้อยอยู่เช่นเดิม ตอนนี้ในห้องโถงไม่มีใครมีเพียงเขาและนางที่นั่งห่างกันเพียงหนึ่งวาเขาไล่สังเกตใบหน้าน้อยที่ดูหมองลงด้วยความเศร้าใจ หากนางบอกข้าสักนิดข้าจะจัดหารถม้าที่ดีกว่านี้ไปให้นาง นางจะได้ไม่ต้องทนตากลมแดดไปเช่นนี้
"งั้นท่านก็ควรกลับไปร่ำเรียนต่อ เหตุใดท่านถึงได้มาที่นี้ในยามนี้กันเล่า"
หลี่หลิมยิ้มน้อยๆให้เขาพร้อมกับทักท้วงที่เขาแอบออกมาในเวลาที่ควรสั่งสมประสบการณ์
"ข้าแค่อยากเห็นหน้าเ้า"
สือไม่รีบตอบไป
"ตอนนี้ท่านก็เห็นแล้วนิเ้าคะ ท่านกลับไปเถิดในเมื่อนี่เป็บ้านข้าท่านยังมีโอกาสอีกมากที่จะได้พบกับข้าอย่างแน่นอน"
หลี่หลิวลุกขึ้นยืนเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนยังไม่ได้จ่ายค่าแรงให้ครอบครัวหนาน
"ข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ"
นางจะก้าวขาเดินออกไปทว่าสือไท่ได้เอ่ยปากขอร้องนางจนนางต้องชะงักแล้วหันกลับมายิ้มอ่อน
"ครั้งหน้าให้ข้าไปกับเ้าเถอะนะ ใจข้ามันทรมานเหลือเกิน....ได้โปรด"
ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตาพูดกับนางด้วยน้ำเสียงบางเบาจนดูเศร้าโศก
"ได้ ข้ารับปากท่าน"
นางตอบตกลงแล้วเดินออกไปจ่ายค่าแรงให้กับครอบหนานแล้วยังบอกว่าอีกสองอาทิตย์ข้างหน้านางจะไปใช้บริการพวกเขาอีกครั้ง
พวกเขากล่าวขอบคุณไม่หยุดหลังจากม้าได้พักและกินอิ่มพวกเขาก็พร้อมออกเดินทางต่อทันที หวังลู่ห่ออาหารใส่หม้อดินให้พวกเขาสองอย่างกับข้าวอีกหลายห่อที่ใช้ใบบัวห่อไปให้ ส่วนหลี่จงเดินไปตักน้ำในตุ่มน้ำใส่กระบอกให้พวกเขาไปสี่ห้าอันเพื่อที่จะได้ดื่มคลายความเมื่อยล้า
"ขอบคุณพวกท่านพวกท่านมากจริงๆ คราหน้าข้าจะหารถลากคันใหม่มา เพื่อที่จะขนสัมภาระได้มากยิ่งขึ้นพวกท่านจะได้ไม่ไปเสียเที่ยว"
หนานจ้านคิดเพื่อครอบครัวหลี่ด้วยใจจริง เพราะพวกเขาพ่อลูกได้รับค่าตอบแทนมาเต็มจำนวน แถมยังได้รับการต้อนรับที่ดีถึงแม้นลูกค้าพวกเขาจะมากอยู่แต่ก็ไม่ลืมที่จะดูแลครอบครัวหนานของเขาเลย
"ไม่ต้องคันใหญ่มากหรอกเ้าค่ะ เพราะหากขนมาเยอะแล้วทำกินไม่ทันพวกมันจะเน่าเสียเอา"
หลี่หลิวกล่าวเตือนไป อีกอย่างหากรถลากคันใหญ่ภาระคงตกไปอยู่ที่ม้าของพวกเขาเป็แน่
"ได้ๆ เอาตามที่แม่นางน้อยว่าข้าจะหาคันขนาดกลางๆ"
หนานจ้านตอบไป
พวกเขากล่าวลาและเดินทางออกไปจากเมืองด้วยความเร็ว หนานจ้านวางแผนไว้แล้วว่าต้องหารถลากคันใหม่ที่แข็งแรงทนทานรับน้ำหนักได้มากแต่ขนาดกลางๆตามที่แม่นางน้อยได้บอกไว้ เพียงแค่คิดว่าพวกเขาจะต้องคอยเก็บหอยทะเลและขนส่งสินค้าช่วยนางทุกสองอาทิตย์ก็ทำให้พวกเขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปจนสุดทาง และลืมความเหนื่อยยากในการทดแดดทนลมไปเสียหมดสิ้น
ปล.ต่อไปเ้าดำจะเรียกว่าเสี่ยวเฮย เ้าแดงจะเรียกว่าเสี่ยวหวงนะเ้ามะคะ ^____^