บทที่ 7
16.12น. ขบวนกองกำลังชุดพรางได้กระจายกันไปทั่วบริเวณ รถทรัคซ์สิบแปดล้อสองคันเพิ่งมาถึงพร้อมกับคนอีกกลุ่มหนึ่งพวกมันขนอุปกรณ์ลงมา จากนั้น ทรัคซ์ทั้งสองคัน ได้แยกย้ายกันไปจอดขวางถนนทั้งสองด้านเพื่อปิดเส้นทาง สมทบด้วยปืนกลหนักและพลปืนสองนาย กับยามสนับสนุนอีกสี่นายพร้อมอาวุธครบมือพวกมันได้ควบคุมพื้นที่ไว้แล้วอย่างเบ็ดเสร็จ พวกมันยิงรถทุกคันที่วิ่งเข้ามาถึงตอนนี้ รถที่ถูกยิงได้กลายเป็ซากอย่างดีปิดขวางเส้นทางไว้สีแดงของเืสดๆย้อมผืนหิมะที่ขาวโพลน กลิ่นเนื้อไหม้ลอยแตะจมูก ดูสยดสยองยิ่งนัก
ทรงกลดเก็บตัวหลบนิ่งใต้ต้นเมเปิ้ลใหญ่ข้างทาง ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บกับหิมะที่ตกลงมาั้แ่บ่ายทำให้พื้นที่บริเวณรอบๆ ขาวโพลนไปทั่ว เขายุติการติดต่อกับทางเจมส์ เจ ไปนานแล้ว เพื่อรักษาสภาพตัวเองไม่ให้ถูกค้นพบปอหลวงสี่ตัวยังคงบินวนรอบๆบริเวณ เขารอเวลา อีกชั่วโมงกว่าๆที่นี่จะเริ่มมืดเมื่อถึงเวลานั้น ปีศาจราตรี นู๊พสาด จะได้สำแดงฤทธิ์อีกครั้ง และจะไม่มีใครหรืออะไร ตรวจพบเขาแน่นอน
“อะไรอีกวะคราวนี้” ทรงกลดกล่าวด้วยความปะหลาดใจเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังมาแต่ใกลจะมีอะไรเข้ามาวิ่งในป่าได้อีก
เสียงที่ได้ยินฮึม ฮึม ดังใกล้เข้ามา ปรากฏเป็ เฮลิคอปเตอร์คันใหญ่สองลำ บินผ่านหัวไป เป็ ฮ.ที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่ทรงกลดเคยเห็น เขาเคยดู ฮ.เกือบทุกชนิดที่มีบนโลกนี้ทางอินเตอร์เนตแต่ไม่มีชนิดใดจะไฮเทคสุดเท่าสองลำนี้ เสียงเกือบเงียบ ลำใหญ่บรรจุคนได้ไม่น่าจะต่ำกว่าสามสิบคนปืนกลใต้ท้องขนาดน่าจะใหญ่กว่ายี่สิบสองมิลลิเมตร เครื่องยิงจรวดแบบรวงผึ้งติดข้างทั้งสองอาวุธมิซายส์ตรงท้องสี่ตัว ดูก็รู้ว่าเป็หัวรบที่ทรงอานุภาพมากกับจานรับสัญญานที่ประหลาดมันคงรบกวนทุกสัญญานในบริเวณนี้ และที่สำคัญมันได้ปล่อยเสียงความถี่สูงเข้าเฮดโฟนเขาจนต้องรีบกระชากออกจากหัว ฮ.ทั้งสองลำได้ลอยหยุดนิ่งอยู่กลางถนนโดยหันหลังเข้าหากันหันหน้าไปปลายถนนทั้งสองข้าง เหมือนเตรียมพร้อมจะยิงมิซายส์ใส่ทุกสิ่งที่ผิดปกติ
“เล่นใหญ่แล้วงานนี้”ทรงกลดพึมพำกับตัวเอง ในหัว คิดๆๆ เขาจะรอดสายตา ฮ. สองลำนี้ได้อย่างไรเป็กองกำลังอะไรพวกมันมาจากที่ไหนกัน ผ่านหน่วยงานต่างๆของกรีนแลนด์มาได้อย่างไรและที่สำคัญพวกมันกำลังทำอะไรกัน ถึงขนาดแห่กันมาปักหลักทำอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย
อีกด้านหนึ่งสำนักงานพิทักษ์กรีนแลนด์ เช่นเคย กับสภาพที่วุ่นวายผู้บัญชาการได้เรียกประชุมด่วน
“ที่เรียกประชุมด่วนเพราะเหตุการณ์ที่ป่าสนทิศตะวันออกขอให้ทุกหน่วยรายงานสรุปให้ฟังหน่อยซิ” ผู้บัญชาการถามที่ประชุม
“หน่วยควบคุมย่อยที่สามค่ายปกป้องมาตุภูมิกรีนแลนด์ได้จัดกำลังเข้าพื้นที่จำนวนห้าสิบนาย ั้แ่สองชั่วโมงที่แล้วทั้งหน่วยขาดการติดต่อหายสาบสูญไปเมื่อสามสิบนาทีที่ผ่านมาครับ” นายพลกานจีกล่าว
“ยานยนตร์พลเรือนด้านทิศเหนือเสียหายสิบห้าคันตายสามสิบสองคน ฝั่งด้านทิศใต้เสียหายยี่สิบสี่คัน ตายห้าสิบสองคนเราได้ทำการปิดกั้นเส้นทางทั้งสองด้านแล้วค่ะท่าน”ผู้อำนวยการฝ่ายปกป้องเส้นทางกล่าวรายงาน
“ทางกระผมได้สูญเสียตำรวจไปแล้วยี่สิบห้านายรถราชการพังห้าคัน ตอนนี้ เรายังเข้าพื้นที่ไปไม่ได้เลย ทุกอย่างถูกบล็อกอยู่ตรงนี้ตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้ครับ “ผู้การอองเทนายตำรวจใหญ่กล่าวพร้อมชี้แสงเลเซอร์ไปยังภาพถ่ายทางอากาศที่ปรากฎอยู่บนจอมอนิเตอร์ใหญ่
“ราษฎรภายในรัศมีห้าไมล์รอบพื้นที่ห้าร้อยกว่าคน ถูกย้ายไปยังที่ที่ปลอดภัยแล้วค่ะท่าน”หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือนกล่าวรายงาน
“สัญญานที่ส่งมาจากทางนู๊พสาด ขาดหายไปเมื่อสามสิบนาที ที่แล้วค่ะท่าน” คุณป้าชุดราชการอีกคนกล่าวนั่นหมายความว่า ทุกอย่างได้ชัตดาวน์ลงเมื่อเวลา16.00น.หรือเมื่อสามสิบนาทีที่ผ่านมา
“ท่านคะสายจากท่านประธานาธิบดีค่ะ”เ้าหน้าที่สาวคนหนึ่งกล่าวกับผู้บัญชาการ”
ผู้บัญชาการยกโทรศัพท์ตรงโต๊ะกลางที่ประชุม
“ครับท่านผมพลเอกวีรกร นิวัตวงษ์ ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกรีนแลนด์ครับท่าน”
“ครับท่าน”
“ครับ..........ครับท่าน
“ไม่มีครับท่าน”
“ครับท่าน”ผู้บัญชาการวางโทรศัพท์ลง สีหน้าเคร่งเครียด ดูเหมือนคนอ่อนแรง
“ท่านประธานาธิบดีมีคำสั่งลงมาให้ถอนกำลังทั้งหมดออกนอกพื้นที่ ให้ย้ายทุกคนในรัศมียี่สิบไมล์ออกนอกพื้นที่ ห้ามทุกสิ่งเข้าใกล้พื้นที่ในรัศมีสิบไมล์ห้ามรบกวน ห้ามติดตาม และห้ามสงสัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็ปฏิบัติการลับถือเป็ความมั่นคงของชาติ และให้ปฏิบัติตามทันที”กล่าวจบไม่รอให้มีคำถามใดๆ ผู้บัญชาการเดินออกจากห้องประชุมไปทิ้งไว้แต่ความสงสัย และคำถามมากมายของคนที่อยู่ในห้องประชุม
18.00น.ผืนป่าใหญ่ฝั่งตะวันออกอากาศเริ่มหนาวจัด ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มกองกำลังไม่ทราบชื่อกลุ่มนี้ยังคงปฏิบัติการขนของขึ้น ฮ. ทั้งสองลำพวกมันอยู่ในพื้นที่ร่วมห้าชั่วแล้ว น่าประหลาดใจ หลัง17.00 น. เสียงปืนได้สงบลงไม่มีสิ่งใดที่บ่งบอกว่ามีการต่อสู้เกิดขึ้น ไม่มีเ้าหน้าที่ของรัฐบาลไม่มีหน่วยงานในพื้นที่ ไม่มีผู้คนหรือยานพาหนะใดๆผ่านมา เสมือนที่นี่เป็พื้นที่เฉพาะของกองกำลังกลุ่มนี้พวกมันคือใคร มาทำอะไรอยู่ที่นี่กันแน่
ในความสงสัยความเงียบสงบของผืนป่า เสียงสนทนาภาษาแปลกๆจับใจความไม่ได้ดังแว่วมาตามสายลมเป็ระยะเสียงนกเ้าถิ่นเริ่มกลับรังส่งเสียงร้อง เสียงจิ้งหรีดเสียงแมลงนานาชนิดดังระงมไปทั่วร่างๆหนึ่งได้ขยับตัวสลัดคราบหิมะที่ท่วมกาย เขาอาศัยความมืดปิดบังร่องรอยของตัวเอง ทรงกลดนั่นเอง
‘หรือไม่ใช่การขนยา มันคืออะไรกันแน่ พวกมันมาทำอะไรกันต้องรู้ให้ได้’ทรงกลดคิดรำพึงกับตัวเอง เขาขยับตัวค่อยๆคลานต่ำผ่านกองหิมะที่หนาวเหน็บคืบคลานไปช้าๆไร้สุ้มเสียง เป้าหมาย กองวัสดุสิบห้าเมตรเบื้องหน้า เขาผ่านยามคนแล้วคนเล่า ผ่านคนยืนฉี่ ผ่านสามคนที่ล้อมวงกัดชิ้นเนื้ออาหารมื้อเย็นพาตัวเองมาหยุดอยู่หน้ากองวัสดุ เห็นคนกำลังลำเลียงบางสิ่งออกจากรถฮัมวี่ที่จอดพลิกตะแคงอยู่ข้างทางแสงสะท้อนจากวัตถุชิ้นนั้น ทำให้ทรงกลดถึงกับตาโตลุกวาว
“ทอง”
ใช่แล้วมันคือทองคำแท่งสี่เหลี่ยมตันกว้างสองนิ้ว ยาวประมาณหกนิ้วกระจัดกระจายล้นออกมาจากรถฮัมวี่ คงมีทองอยู่ในฮัมวี่ทั้ง3คัน ตอนนี้พวกมันขนเสร็จไปแล้วหนึ่งคันยังเหลือฮัมวี่อีกสองคันทองเหล่านี้มูลค่าเทียบเท่ากับงบประมาณประเทศเล็กๆประเทศหนึ่งได้เลย คนต่างชาติมาขนทองจากบ้านเรา หมายความว่าอย่างไร ปล้นประเทศกันหรือ? ทองถูกลำเลียงจากฮัมวี่มาวางกองไว้ใต้ ฮ. ที่บินลอยลำนิ่งอยู่สายสลิงค์จาก ฮ. หย่อนลงมาสู่พื้น พร้อมกระเช้ามันเป็อุปกรณ์ใช้ขนทองขึ้นฮ.นั่นเอง
ชายคนหนึ่งร่างเล็กน่าจะเป็ชาวเอเชีย มันหันมาเห็นทรงกลดที่กำลังย่องเดิน มันทำท่าจะพูดอะไรสักอย่างทรงกรดปรี่เข้าหาทันที ปั๊กส์!เสียงสันมือสับใส่ต้นคอ ร่างนั้นทำท่าดิ้น ฝ่ามือทรงกลดอีกข้างปิดปากจมูกมันไว้มันค่อยๆรูดตัวลงหลับไปในทันที นี่คือฤทธิ์ของยานอนหลับที่ซ่อนอยู่ในถุงมือกับคนพวกนี้ ปราณีด้วยไม่ได้ พวกมันทุกคนโเี้ อำมหิต ฆ่าคนได้ง่ายๆ ชายหนุ่มคิดและเคลื่อนตัวไปอย่างระมัดระวัง ในความมืดไม่มีอะไรจะหยุดปีศาจราตรีตนนี้ได้อีกแล้วด้วยฝีมือที่เฉียบขาด และฝึกฝนมาอย่างหนักจากโรงยิมฮานนา บวกกับความพิเศษเฉพาะตัวทรงกลดได้กำจัดพวกมันรอบๆบริเวณไปแล้ว 8 คน
ในท้องฟ้าที่มืดมิด กว่าหนึ่งชั่วโมงที่ทรงกลดได้ลงมือจัดการพวกนอกกฏหมายกลุ่มนี้โดยรอบเขาจัดการไปทีละคนสองคนด้วยฝีมือที่รวบรัดหมดจด
หัวหน้ากลุ่มเริ่มเอะใจเขาสั่งลูกน้องคนสนิทให้ตรวจสอบทันที เมื่อลูกน้องกลับมารายงานว่ามีคนหายไปสิบห้าคนเท่านั้นหล่ะ ความโกลาหลวุ่นวายก็เกิดขึ้น
“หายไปสิบห้าคนนั่นแสดงว่าทุกๆสี่นาทีจะมีคนหายไปหนึ่งคน ให้จุดพลุสัญญานเดี๋ยวนี้”เสียงสั่งการของหัวหน้าตามด้วยเสียง ฝุบ ฝุบ ฝุบ พลุส่องสว่างได้ถูกจุดขึ้น แสงสว่างจ้าแผ่กระจายไปทั่วบริเวณภาพที่ปรากฏแก่สายตาทุกคนคือกองมนุษย์กองหนึ่งสุมทับกันบริเวณใกล้กับฮัมวี่คันที่ทองถูกขนไปหมดแล้วมีร่องรอยการลาก ถูไถ คราบเืยาวเป็ทางมาจากทุกทิศทางกลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทุกคนที่เห็นภาพต่างมีสีหน้าตกตะลึงแค่ชั่วโมงกว่าๆเพื่อนๆของพวกมันมากองรวมกันได้อย่างไรโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว หลายคนเดินเข้าไปในใกล้ๆ ตั้งใจตรวจดูว่ามีสิ่งผิดปกติใดๆด้วยความรู้สึกที่กังวลหลายคนเริ่มหวาดกลัว ตัวสั่นสะท้าน แม้พวกเขาจะผ่านการฝึก การฆ่ามาแล้วอย่างโชกโชนแต่เื่เช่นนี้ สาบานได้ว่า ทั้งชีวิต ยังไม่เคยเจอ ส่วนหัวหน้ายืนคิดอะไรเงียบๆอยู่ไม่ใกลนักมีบางคนไม่กล้าแตะต้องซากคนกองนั้น ได้แต่ใช้ปลายปืนเขี่ยไปทั่ว
ในสายตาที่คมกริบและช่างสังเกตของหัวหน้าโลหะชิ้นหนึ่ง เงาวับสะท้อนแสงไฟเข้าสู่สายตา ลูกน้องหลายคนเริ่มเข้าใกล้กองร่างเ่าั้มือเอื้อมจับร่างที่อยู่บนสุดพลิกลงมา
“ระวัง!” ตูม! ไม่ทันสิ้นเสียงะโของหัวหน้าปรากฏแสงสว่างวาบพร้อมกับเสียงดังกึกก้องปานฟ้าร้องซากชิ้นส่วนคนปะปนกับเศษหิน,ดินลอยกระจายไปทั่ว หลายร่างที่ยืนล้อมรอบกระเด็นปลิวออกไปคนละทิศละทางตามแรงของะเิลูกไฟดวงมหึมาลอยขึ้นท้องฟ้าเฮลิคอปเตอร์ทั้งสองลำที่ลอยนิ่งอยู่เกิดอาการส่ายไปมาเสียการทรงตัว ร่วมสองนาทีถึงจะบังคับได้ พวกมันบินวนรอบๆจุดที่ะเิต่างตกตะลึงละคนสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หัวหน้ากลุ่มแม้อยู่ห่างจุดะเิพอสมควรยังได้รับผลกระทบ เขายันตัวลุกขึ้นยืน หูอื้อตาพร่ามัว มองภาพเบื้องหน้าด้วยความตระหนก ลูกน้องหลายคนนอนร้องครวญครางกระจายไปทั่วเขาปัดเศษเนื้อ ดิน เม็ดหิน ออกจากร่างกาย ลูบสะบัดผมที่เต็มไปด้วยซากดิน
“หรือว่าจะเป็มัน”
“มีอะไรหรือครับหัวหน้า”
“ก่อนมาท่านผู้นำได้กำชับแล้วว่าให้ทำงานอย่างรอบคอบ ไม่ต้องห่วงเื่อิทธิพลท้องถิ่น ไม่ต้องกังวลหน่วยงานใดๆไม่ต้องวิตกกับสภาพใดๆ แต่ให้ระวังแค่เื่เดียว”หัวหน้าเริ่มพูดกับลูกน้องที่เริ่มเข้ามารวมตัวกันเป็กลุ่มใหญ่
“เื่อะไรหรือครับหัวหน้า” ลูกน้องคนเดิมกล่าวถามเสียงสั่น
“นู๊พสาด”