"เอ้อ ... ที่ฉันถามคุณนะทำไมคุณถึงมาเวลานี้ละ คุณไม่ต้องทำไงหรือไง?" ไอราดยังจำว่าลีอองยังไม่ได้ตอบคำถามของเธอ
"อ้อ .. พอดีคุณพ่อโทรหาคุณแต่คุณไม่ได้รับสาย ท่านเป็นห่วง เลยให้ผมมาดูคุณที่บ้านนะ ... เห็นคุณสบายดีก็ดีแล้วล่ะ" ชายหนุ่มตอบคำถามเธอ
"ฉันลืมมือถือไว้บนบ้านนะ"ไอรดานึกขึ้นได้ในทันที
"ผมส่งข้อความบอกท่านแล้วละว่าคุณสบายดี"เขาบอกเธอเพื่อไม่ให้เธอต้องเป็นกังวลเรื่องพ่อของเธอว่าจะเป็นห่วงเธอมากไปกว่านี้
"อือ ... ขอบคุณนะ"ไอรดาขอบคุณชายหนุ่ม
"แล้วนี่ช่วงบ่ายคุณจะกลับเขาที่ทำงานหรือเปล่า" ไอรดาถามชายหนุ่ม
"ไม่ละ ... ผมจะพาคุณไปดูรถ ... คุณมีรุ่นไหนที่สนใจเป็นพิเศษเหรอเปล่า?"เขาถามเธอเกี่ยวกับรถที่เธอต้องการ
"ขอฉันไปดูก่อนละกันตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะซื้อรุ่นไหนดี รุ่นเก่าก็นานมากแล้ว ...ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่ามีรุ่นอะไรบ้าง แต่ละรุ่นจะดีกว่ากันหรือเปล่า?"ไอรดาครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องรถที่เธอต้องซื้อ เรื่องรุ่นที่เหมาะกับตัวเองใช้งานง่าย และปลอดภัย ไม่ใช่ว่าจะเลือกกันง่าย ๆ
ขนาดซื้อของเล่นยังต้องคิดแล้วคิดอีกนี้ซื้อรถนะ!!
ทั้งคู่พูดคุยกันไปในขณะที่รับประทานอาหารกลางวัน
ลีอองไม่ได้ทานอาหารร่วมกันกับอัยยะที่อยู่กันในบรรยากาศแบบนี้มาเกือบปีแล้วตั้งแต่ที่เขาย้ายออกจากบ้านหลังนี้
ถึงแม้ก่อนหน้านี้เขาจะเคยนั่งร่วมโต๊ะทานข้าวกับเธอแต่ก็ไม่ใช่ที่บ้าน อัยยะชอบออกไปทานข้าวนอกบ้านดังนั้นการที่เขาไม่เคยเห็นเธอทำอาหารเลยนั้นก็เป็นสาเหตุหนึ่งเธอไม่เคยเข้าครัวตลอดระยะเวลาที่พวกเขาแต่งงานกัน
นี้ถือเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเธอทำอาหารและต้องยอมรับมาอาหารที่เธอทำนั้นมันอร่อยมาก (คิดแล้วก็ ...ไม่เคยได้กินมะเขือเทศผัดไข่ ที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน)ลีอองคิดไปทานอาหารฝีมือของอัยยะไป จนเขาลืมไปว่า ... นี้คืออัยยะนะ!!!
แกงจืดที่เธอทำก็รสชาติอร่อยอย่างหาที่ติไม่ได้ด้วย (เธอทำกับข้าวได้อร่อยขนาดนี้เลยเหรอ?) สิ่งที่ลีอองคิดตรงกับปากของเขาที่ตักอาหารเข้าปาก ยังกับคนที่หิวโหยไม่ได้ทานข้าวมาหลายวัน
"ส่งจานข้าวมาค่ะเดียวฉันตักเพิ่มให้ ... "ไอรดารู้สึกดีที่เห็นคนทานอาหารฝีมือเธอจนหยุดไม่อยู่นั้นแสดงว่าเธอทำมันได้อร่อยเหาะนะสิเธอยิ้มให้เขาพร้อมกับยื่นมือไปขอจานข้าวจากเขา
"ไม่เป็นไร เดียวผมตักเองได้คุณทานต่อเถอะ" ลีออองยืนขึ้นและเดินไปตักข้าวด้วยตนเอง
"ฉันบอกแล้ว ...เวลาฉันทำอาหารจะเป็นอย่างงี้ทุกคน อร่อยใช่ไหมล่ะ" เธอพูดไปกินข้าวไปยิ้มให้เขาไป
(มันคืออะไร แล้วก็ ...วันนี้เธอทำไมยิ้มบ่อยจัง แถมรู้จักพูดอีกต่างห่าง)ลีอองคิดเกี่ยวกับอัยยะที่กลายมาเป็นคนยิ้มเก่ง และพูดเก่งด้วย (แล้วก็ ...อย่างงี้ทุกคน??? มันหมายความว่ายังไง??)
สำหรับวันนี้ถือเป็นวันที่เขาทานข้าวได้เยอะมากก็อาหารมันอร่อย และเขาไม่ได้ทานข้าวในบรรยากาศแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะเขาก็จำไม่ได้ บรรยากาศทำให้เขานึกถึงที่บ้านที่มีพ่อและแม่ นั่งทานข้าวด้วยกัน
(ไม่ ไม่ ไม่ ไม่เหมือนกันซะหน่อย)ลีอองปฏิเสธความคิดของตัวเอง
จากช่วงเวลาที่ผ่านมา เวลาทานข้าวหรือแม้แต่เวลาอื่น ๆ ที่เขาจำต้องอยู่กับเธอ เขาแทบจะไม่ได้พูดกับเธอเลยด้วยซ้ำหรือหากจะมีการโต้ตอบกลับไปบ้าง เขาก็จะพูดน้อยมาก
นั้นเพราะบทสนทนาของอัยยะมีแต่เรื่องที่ทำให้รกสมองพูดคุยด้วยแล้วยิ่งทำให้เครียด จิตตกไปกันใหญ่
มันมีแต่เรื่องไร้สาระ นินทาคนนั้นพูดถึงคนนี้ โวยวายเพื่อนคนนั้นบ้าง คนนี้บ้าง ถามเรื่องความสวยความงามกับเขาบ้างขอให้เขาซื้อโน้นนี้นั้นให้บ้าง มันจึงทำให้เขาไม่ได้พูดอะไรนอกจาก อือ ... อือ... อือ แล้วก็....อือ หรือไม่ก็ ได้สิ ... อือฮื้อ ...อะไรประมาณนั้น
เขาทานข้าวไปคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวที่เพิ่งฟื้นจากความตายคนนี้ตอนนี้เธอกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
สาเหตุที่ทำให้เธอเกิดอุบัติเหตุเขาก็มีส่วนต้องรับผิดชอบ แต่เมื่อเธอเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีเขาก็ควรจะดีใจไปกับเธอและพ่อของเธอสิถึงจะถูก เขาจะคิดมากไปทำไมกันเพราะอย่างไรเธอก็คืออัยยะอยู่ดี