“แค่ปืนสองกระบอกในมือแกเนี่ยนะ?” แวมไพร์หัวเราะ ร่างของเขาทันใดนั้นก็เปล่งแสงกลายเป็นเงา กระโดดไปมาอย่างแปลกประหลาดในลานจอดรถ
ฉินเฉาถือปืนขนานกัน ขณะที่เผชิญกับภาพเบลอที่ลานจอดรถ กระสุนสีทองพุ่งคำรามออกจากปากกระบอกปืนสีดำทั้งสองอันอย่างไม่หยุดยั้ง
แต่เหมือนว่าภาพเบลอนั้นจะมีความเร็วมากกว่ากระสุน พร้อมกับความมืดยามราตรี กระสุนยิงใส่ความว่างเปล่า หรือไม่ก็ยิงใส่พาหนะที่อยู่ในละแวกนั้น
ปิ๊ป ปิ๊ป ปิ๊ป! เสียงป้องกันขโมยดังออกมาจากรถสองคัน แต่มันอยู่ไกลออกไป ไม่มีกระสุนแม้แต่ลูกเดียวที่จะสร้างรอยให้กับเสื้อผ้าของแวมไพร์ได้
“ฉันบอกแกแล้ว ว่าปืนพวกนั้นมันไม่ได้ผลหรอก” เสียงเย็นปานน้ำแข็ง ทันใดนั้นก็ดังออกมาจากข้างหลังของฉินเฉา ฉินเฉาตกใจขนลุกทั่วทั้งตัว
แวมไพร์นั้นฟาดฝ่ามือมาที่แผ่นหลังของฉินเฉา
ราวกับถูกรถไฟชน ร่างของฉินเฉาลอยขึ้นสูงชนเข้ากับส่วนบนของรถ SUV พร้อมเสียงดังโครม! หลังจากกระแทกเข้ากับ SUV เขารีบตั้งตัวกระโดดขึ้นไปบนอากาศ ม้วนตัวอยู่หลายครั้ง สุดท้ายก็ม้วนลงพื้น เขาม้วนตัวอยู่บนพื้นหลายครั้งก่อนที่จะหยุดตัวเองได้
ฉินเฉากระอักเลือดออกมาจากปาก
“แกมันไม่ต่างอะไรกับแมลงอ่อนแอ หยุดทำเสียงดังได้แล้ว เพราะมันไม่สามารถช่วยแกได้” แวมไพร์เยาะเย้ย จากนั้นก็หันหลังแล้วเดินไปที่เมอร์ซิเดส
“ฉันจะไปดูผู้หญิงก่อน จากนั้นค่อยจัดการแก ไอ้แมลงตัวจ้อย”
“บัดซบ! ฉันไม่ปล่อยให้แกไปอย่างนี้หรอก ไอ้ค้างคาวเดนตาย!” ฉินเฉาอดทนกับความเจ็บปวดทั้งหมดในร่าง ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน
“ยังยืนได้อีกเหรอ?” แวมไพร์เหมือนจะประหลาดใจ คิ้วของเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยมองฉินเฉาอย่างสนใจ “แมลงยังไงก็เป็นแมลง แกจะทำอะไรได้?”
“ดูเอาเองสิ” ด้วยพลังน้อยนิดที่ฉินเฉาเหลืออยู่ เขาเรียกโซ่ออกมา เหวี่ยงเข้าใส่แวมไพร์ทันที
แวมไพร์ไม่หลบแล้วแสยะยิ้ม ปล่อยให้ฉินเฉาเอาโซ่รัดเอวของเขา
หลังของฉินเฉาพิงกับเสาไฟ เขาแสยะยิ้ม “แกแข็งแกร่งจริง ๆ แต่ก็ไม่มากไปกว่าฉัน ฉันแพ้แกเพราะว่าแกเร็วกว่าฉัน ทำให้ฉันตอบสนองไม่ทัน”
“แต่แกมันโง่ ที่ปล่อยให้ฉันจับแกได้”
ทันใดนั้นฉินเฉาก็หัวเราะ เขายกหมัดขึ้นมาเริ่มรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย
“ไม่ดีแล้ว!” ดวงตาของแวมไพร์เบิกกว้าง ทันใดนั้นมันก็รู้ตัวว่าสถานการณ์ชักไม่ค่อยดีแล้ว ก็จึงรีบเปลี่ยนเป็นภาพเบลอแล้วพุ่งโฉบเข้าไปหาฉินเฉา
แต่ฉินเฉาเร็วกว่า หมัดของเขาตะบันเข้าใส่เสาไฟอย่างหนักหน่วง
“ตูม!” ทันใดนั้นเสาไฟก็หักเป็นสองท่อน เผยให้เห็นสายไฟที่อยู่ข้างใน ฉินเฉาจับสายไฟ เขายิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยมั่นใจบนริมฝีปากของเขา
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ! กระแสไฟฟ้าสีฟ้าทันใดนั้นก็ลอยออกมาจากปลายสายไฟแล่นเข้าสู่ร่างฉินเฉา ไหลผ่านโซ่พุ่งเข้าใส่แวมไพร์
“อ๊ากกก!” ร่างของแวมไพร์หยุดอยู่กลางทาง ร่างของเขาถูกกระแสไฟฟ้าระเบิดใส่ แตกตัวเหมือนกับกระแสไฟในหลอด ทำให้ขนทั้งร่างของเขาลุกชี้ชัน
ความเจ็บปวดด้านชาแล่นผ่านโซ่ไปสู่ร่างของทั้งคู่ แม้ว่าฉินเฉาจะรู้สึกว่าร่างของเขาใกล้จะระเบิดด้วยความเจ็บปวด แต่เขาก็ยังคงจับสายไฟไว้อย่างแม่นมั่น ไม่ยอมปล่อยมันไปอย่างเด็ดขาด
ถ้าเขาปล่อยสายไฟไป ซูเฟยต้องถูกฆ่าอย่างแน่นอน ฉะนั้นเขาต้องเดิมพันแล้วมาดูกันว่าใครจะเป็นผู้โชคดี!
ประกายไฟแล่นไปมาระหว่างฉินเฉากับแวมไพร์ มันเหมือนกับว่าทั้งคู่เป็นหลอดไฟขนาดใหญ่ในลานจอดรถ ที่ส่องแสงกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน
พร้อมกับเสียงดัง ป็อก! ในที่สุดแหล่งพลังงานก็ไม่สามารถทนการใช้ไฟฟ้ามากขนาดนี้ได้ แล้วดับวูบลงอย่างสิ้นเชิง
ร่างของทั้งสองชักกระตุกล้มลงบนพื้นพร้อมกัน มีกระแสไฟฟ้าแลบออกมาจากร่างบางครั้ง
ฉินเฉารู้สึกว่าหัวของเขาพองขึ้น พร้อมกับมีเสียงโหยหวนดังก้องอยู่ในหัวของเขา เมื่อคิดเกี่ยวกับความเจ็บปวดนี้ ฉินเฉาก็พบว่าเขาไม่เหลือความแข็งแกร่งอีกต่อไป
‘เวรเอ๊ย โคตรเจ็บ! แต่อย่างน้อย ซูเฟยก็ปลอดภัย!’ ฉินเฉาคิด
“แก ไอ้แมลงโสโครก....” ใครจะรู้ ว่าแวมไพร์ที่นอนชักกระตุกอยู่บนพื้น ทันใดนั้นก็พยายามลุกขึ้นจากพื้น “ฉันจะ....หั่นแกให้เป็นชิ้น ๆ ด้วยมือฉันเอง!”
หลังจากพูดอย่างนั้น ตาสีฟ้าของเขาก็กลายเป็นสีแดง ขณะที่มือของเขาเหมือนจะปกคลุมไปด้วยแสงสีดำเป็นชั้นบาง ๆ
“คาถามืด....คลื่นอัดกระแทก!”
ปัง! คลื่นสีดำทันใดนั้นก็พรั่งพรูออกมาเหมือนกับคลื่นลม กระแทกเข้าใส่ฉินเฉาลอยกระเด็นร่วงตกบนหลังคารถ แล้วแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น
‘นี่อะไร? คาถา’ ฉินเฉาหยุดคิดเกี่ยวกับความเจ็บปวดทางกายของเขา ๆ ประหลาดใจอย่างอธิบายไม่ได้ เรื่องเกี่ยวกับคาถามืด เขาเพิ่งจะเคยได้ยินเป็นครั้งแรก
“ฮ่าฮ่าฮ่า คาถามืดแข็งแกร่งที่สุด!” แวมไพร์หัวเราะ “คาถามืด สัมผัสมืด!”
หลังจากสิ้นเสียงของเขา ทันใดนั้นวงกลมสีดำก็ปรากฏบนพื้นดินใต้ร่างของเขา สัญลักษณ์แปลก ๆ ถูกเขียนไว้ในนั้น
จากนั้น หนวดสีดำนับสิบก็พุ่งขึ้นจากวงกลม มัดร่างฉินเฉาไว้กลางอากาศ
“ให้ตายเถอะวะ!” แม้ว่าความแข็งแกร่งของฉินเฉาจะหมดไป แต่เขาก็ยังคงด่า “กะ แกมัน...ค้างคาวผีโรคจิต...ไอ้จิตวิปริต...แกมีหนวดพวกนี้ด้วย”
“แมลงดื้อด้าน” มุมมองของแวมไพร์กลายเป็นคลั่งเล็กน้อย “ฉันจะทำให้แกหุบปาก!”
หลังจากนั้น เขาก็เริ่มร่ายคาถา
“คาถามืด.....”
ก่อนที่แวมไพร์จะร่ายคาถาสำเร็จ ด้วยพลังที่เพิ่งฟื้นคืนของเขา ฉินเฉาเหวี่ยงมือขวาของเขาออกไป
ตูม! ด้วยพลังเทเลคิเนซิสของเขา ทันใดนั้นรถก็พุ่งมาจากด้านข้าง กระแทกเข้าใส่ร่างของแวมไพร์อย่างจัง แวมไพร์ถูกกระแทกไปด้านข้างกลิ้งอยู่กับพื้นหลายรอบ ร่างของเขาเต็มไปด้วยดิน ก่อนที่เขาจะบังคับหยุดตัวเองได้
“ฉันจะฆ่าแก...ฉันจะฆ่าแก!” แวมไพร์นั้นแข็งแกร่ง แม้จะถูกฉินเฉาทำให้ขายหน้า แต่ถ้าฉินเฉาเร็วกว่านี้อีกหน่อย บางทีเขาอาจฆ่าแวมไพร์ตัวนี้ได้ก็ได้
“แมลงตัวเล็ก เน่าเหม็น....กลับทำให้ข้าอับอายจริง ๆ!” ทันใดนั้นแวมไพร์ก็อ้าแขนออก ปีกคู่ใหญ่สีดำก็กางออกจากหลังเขา
เขากระพือปีกลอยขึ้นไปในอากาศ ภายใต้แสงจันทร์เขาจ้องมายังฉินเฉาผู้ที่ถูกหนวดสีดำมัดอย่างโกรธแค้น
“แกจะได้ลิ้มรสคาถามืดที่น่ากลัวที่สุด! ข้าจะทำให้แกเจ็บปวดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป!” หลังจากนั้น มือทั้งสองข้างของเขาก็ปกคลุมไปด้วยแสงสีดำ
ขณะเดียวกัน เขาก็พึมพำคำพูดที่ไม่ใช่ภาษาต่างประเทศ แต่เหมือนกับเป็นภาษาโบราณที่ชั่วร้าย
ฉินเฉาพยายามดิ้นให้ตัวเองเป็นอิสระจากหนวดแต่ก็ไร้ประโยชน์ ตอนนี้เขาอ่อนแอ ราวกับกลุ่มก้อนสายไหม
หนวดมัดเขาอย่างแน่นหนา เหมือนกับคนที่จะถูกประหารโดยการแขวนคอ
แวมไพร์บนฟ้าก็เสร็จสิ้นการพึมพำคาถาของเขา มือทั้งสองข้างของเขาก็รวมแสงสีดำจนกลายเป็นลูกบอลสีดำ
ความต้องการฆ่าระเบิดออกมาจากตาของเขา เหมือนเขาต้องการจะขว้างบอลสีดำนี้ใส่ฉินเฉา
ทันใดนั้นลำแสงสีขาวเหมือนกับสายฟ้า ก็ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า เจาะทะลวงร่างมาจากด้านหลังทะลุผ่านบริเวณทรวงอกของแวมไพร
“อะไร....” แวมไพร์มองไปที่กระบี่สีขาวที่ลอยอยู่ตรงหน้าเขาด้วยตาที่เบิกกว้าง
จากนั้นหญิงสาวในชุดขาวก็ลอยลงมาจากฟ้า และยืนเหยียบกระบี่นั้น เธอมองมาที่เขาอย่างรังเกียจ
“เจี่ยวเจียว โชคดีที่เจ้าลากข้ามาทันเวลา ไม่อย่างนั้น นายน้อยฉินจะต้องตกอยู่ในอันตรายแน่ ๆ ”
สาวสวยอีกคน ในชุดคลุมสีสันสดใส หล่นลงมาจากฟ้า และร่อนลงมาข้าง ๆ ฉินเฉา
จากนั้นเธอก็สะบัดแขนเสื้อที่หลวมกว้างของเธอมาที่ฉินเฉา ผู้ที่ยังคงถูกหนวดสีดำรัดพันไว้อยู่
ฉัวะ! สายลมที่รุนแรง เหมือนกับมีดคม ๆ ทันใดนั้นก็ลอยออกมาและตัดหนวดนั่น แม้ว่าฉินเฉาจะอยู่ท่ามกลางสายลมนี้ แต่เขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอย่างกับปาฏิหาริย์
“แก แกเป็นใคร....?” แวมไพร์ที่กุมแผลของเขา ขณะที่ลอยอยู่ในอากาศ เขามองไปที่สาวสวยทั้งสองที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวออกมาด้วยความตกใจ
“ทาสแห่งความมืดตัวจ้อย ด้วยความเข้าใจในเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ยังกล้าฝ่าฝืนกฎ และเข้ามาสร้างปัญหาในทวีปนี้อีก” ฮัวเหนียงยื่นมือออกไปเพื่อพยุงฉินเฉาที่ยังอ่อนแรงอยู่ และพูดกับแวมไพร์ที่อยู่กลางอากาศอย่างเข้มงวด “วันนี้ ข้า ฮัวเหนียง ในฐานะผู้ฝึกตน ในโลกฝึกตนนี้ จะสอนบทเรียนให้กับทาสแห่งความมืดผู้ไม่สนกฎนี้”
“พวกแกช่างขี้โม้ซะจริง!” แวมไพร์หัวเราะ “แกคิดว่ากระบี่แปลก ๆ นั่น จะฆ่าฉัน เคอร์รี่ แดร็กคูล่า ได้ยังงั้นเหรอ?”
พร้อมกันนั้น เขาก็กลายเป็นภาพเบลอ และเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปรอบ ๆ ลานจอดรถ
“ทริคเด็ก ๆ ” ฮัวเหนียงยิ้มเยาะ และทันใดนั้นเธอก็สะบัดแขนเสื้อของเธอ พร้อมกับกลิ่นหอมที่โชยออกมา ระเบิดสายลมที่แข็งแกร่งทันใดนั้นก็กวาดไปทั่วลานจอดรถ และพัดรถหลายคันลอยไปหลายเมตร
เคอร์รี่ก็ถูกสายลมนี้พัดไปเหมือนกัน และกลับสู่ร่างเริ่มต้นของเขา พร้อมกับกลิ้งไปในอากาศหลายรอบ
ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว แวมไพร์ก็รับรู้ได้ทันทีถึงความแตกต่างระหว่างทั้งสอง
เขาเคยได้ยินมาว่า ห้ามยั่วยุผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่ง เคอร์รี่ไม่เคยเชื่อมาก่อน แต่ตอนนี้ เขาก็ได้พบพวกเธอทั้งสอง บนพื้น ยืนไว้ด้วยสาวงามในชุดสีสันสดใส บนฟ้า ที่ยืนอยู่บนกระบี่ สาวงามในชุดสีขาวผู้ที่ยังไม่แม้แต่จะเคลื่อนไหว
ด้วยการปรากฏตัวของบุคคลทั้งคู่ ดูเหมือนว่าภารกิจของเขาคงจะไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ในวันนี้ซะแล้ว
ถ้ายังมีชีวิต ก็ยังมีความหวัง! คำพูดนี้ถูกใจเคอร์รี่อย่างมาก
ฉะนั้น เขารีบกระพือปีกตัวเอง และพยายามที่จะหนี
“อย่าให้เขาหนี!” ฉินเฉารีบตะโกน ขณะนี้เขายังอ่อนแออยู่ ‘ถ้าชายคนนี้หนีไปได้ เขาต้องกลับมาฆ่าซูเฟยอีกแน่นอน’ เขาคิด
“แกคิดว่าจะหนีไปไหน!” ทันใดนั้นฮัวเหนียงก็ยื่นมือออกมา แขนเสื้อของเธอทันใดนั้นก็ยาวขึ้น เหมือนกับงูยักษ์ และจากนั้นก็รัดร่างของเคอร์รี่และลากเขาลงมาฟาดกับพื้น
พร้อมเสียงดังปัง! ร่างของเคอร์รี่ที่กระแทกลงมานั้นทำให้เกิดหลุมลึกบนพื้น
อาวุธผู้ฝึกตนของไป๋เจี่ยวเจียวคือกระบี่ แต่อาวุธผู้ฝึกตนของฮัวเหนียงคือเสื้อผ้าของเธอ แม้ว่ามันจะแปลงมาจากหนังของงูก็เถอะ หลังจากที่เป็นอสูรงูมานับพันปี ร่างกายของเธอก็กลายเป็นสมบัติ โดยเฉพาะหนังงูของเธอ เป็นของดีที่สุดที่จะทำให้เป็นอาวุธผู้ฝึกตน
“ระเบิด คลื่นอัดกระแทก!” เคอร์รี่ ผู้ที่นอนอยู่บนพื้น ทันใดนั้นก็ยื่นมือของเขาขึ้นมา เหมือนว่าเขาต้องการจะสู้กับฮัวเหนียง
แต่ฮัวเหนียงเพียงแค่ยกแขนเสื้อของเธอขึ้นมากัน ก็ทำให้คลื่นอัดกระแทกที่กำลังเข้ามาหายไปอย่างง่ายดาย
“แกไม่สามารถจับฉันในตอนกลางคืนได้หรอก!” ทันใดนั้นเคอร์รี่ก็หัวเราะแปลก ๆ ออกมา กระพือปีกของเขา และทันใดนั้นก็กลายเป็นค้างคาวตัวเล็ก ๆ หลังจากที่เขาเป็นอิสระจากแขนเสื้อจับเมฆา เขาก็ลอยขึ้นไปบนฟ้ายามราตรีอีกครั้ง
จบตอน#