Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

    บทที่ 97 ปลูกผลไม้วิเศษ (1)

    ปลูกผลไม้วิเศษ (1)

     

                เมื่อเช้าของวันใหม่มาถึงทุกคนก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโรสสีหน้าของเด็กสาวทุกคนก็ดูแปลกไป มองดูมีความประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเธอ

                แต่ในเวลาเดียวกันนั้นก็มีความรู้สึกยินดีและสบายใจที่ไม่สามารถอธิบายได้เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

                ไม่มีใครรู้ว่าโรสมีปัญหาแต่ทุกคนสัมผัสได้ว่าโรสในวันนี้ต่างจากโรสเมื่อวันก่อนทั้งยังเป็นความแตกต่างที่ชวนให้รู้สึกยินดีด้วยและมีความสุขอีกต่างหากทำให้ทุกคนตัดสินใจที่จะไม่ถามว่ามีอะไรดีๆเกิดขึ้นหากแต่ส่งยิ้มให้กันอย่างร่าเริงและสดใส

                โดยเฉพาะน้องสาวคนโตของกัสที่เริ่มหาเรื่องชวนคุยกับโรสมากขึ้นกว่าเดิมทำให้การทำงานของทั้งสองดูมีสีสันและชีวิตชีวากว่าที่เคย

                ทางด้านของกัสเองก็เริ่มมองไปรอบตัวบ่อยขึ้นเริ่มคิดถึงความรู้สึกของคนรอบตัวเขาลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วยเช่นกันเพื่อมองหาความเครียดแฝงเร้นของทุกคนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นกับโรสอีก

                ในขณะเดียวกันนั้นกัสก็พยายามทำงานให้มากขึ้นเขาถึงขนาดยอมเสีย DP เพิ่มหลังจากสะสมได้ทะลุพันDP ไปลงกับโรงสกัดหินจนเปลี่ยนมันให้เป็นโรงสกัดหินระดับสอง

                แม้จะรู้ว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ไม่คุ้มค่าเท่าไหร่ทว่ากัสก็ตัดสินใจทำและก็ทำให้เขาได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้นเมื่อความเร็วในการสกัดหินของเขาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในวันเดียว

                จากเดิมที่ทำได้ราวๆวันละ 20 ก้อน ก็เพิ่มขึ้นเป็น 50 ก้อนในทันทีส่งผลให้โครงสร้างหลักของสวนผลไม้ที่คืบหน้าไปอย่างช้าๆ เพราะความไม่พร้อมในหลายๆด้านพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงเวลาสั้นๆ

                เหตุผลที่มันเปลี่ยนไปได้เร็วก็เพราะโครงสร้างสำคัญๆนั้นจำเป็นต้องใช้หินเป็นส่วนประกอบหลักทำให้งานส่วนใหญ่จำต้องรอก้อนหินจากกัสมาประกอบถึงจะสามารถก่อโครงสร้างจากไม้ที่รออยู่แล้วได้

                เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเพื่อให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นกัสก็ได้เพิ่มระดับของโรงไม้ต่อหลังจากสะสม DP ได้มากพอในอีกสองวันให้หลัง

                ในตอนที่เพิ่มระดับโรงไม้นั้นความคืบหน้าของสวนผลไม้ก็คืบหน้าไปมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้วเหลือเพียงการปรับแต่งในจุดสำคัญๆ อีกหลายจุดสวนผลไม้ก็จะสามารถใช้งานได้จริง

                ซึ่งตรงจุดนี้มิโดริจำต้องหยุดการปลูกผักวิเศษของเธอเอาไว้แล้วเดินทางเข้าไปตรวจสอบขั้นตอนสุดท้ายด้วยตัวของเธอเองเพื่อมองดูเครือข่ายการป้องกันของดอกไม้ที่ถูกพัฒนาสายพันธุ์ของมันด้วยตัวของเธอเอง

                ในตอนนี้กิ่งก้านที่ผ่านการเพาะชำมาแล้วหลายร้อยกิ่งได้ถูกปลูกลงบนดินริมทางน้ำที่มีสายน้ำไหลผ่านอยู่ตลอดจนครบทุกจุดเป็นที่เรียบร้อย

                ด้วยขนาดของพื้นที่ที่กว้างขึ้นถึง10 ไร่ ซึ่งมีเส้นรอบวงมากกว่า 450 เมตร ทำให้ต้องใช้ดอกไม้มากกว่า 400ต้นถึงจะสามารถสร้างปราการปกคลุมพื้นที่ส่วนนอกสุดได้จนสมบูรณ์

                ในจุดนี้มิโดริจำต้องลงมือปลูกดอกไม้ทั้งหมดนี้ด้วยตัวของเธอเองโดยอาศัยพลังที่เธอสะสมเอาไว้จนมีเส้นผมสีเขียวเข้มออกไปจนทำให้สีผมของเธอซีดจางลงไปอย่างน่ากลัว

                พลังงานที่เธอสะสมมานานนับเดือนถูกเผาผลาญไปกับเวทมนตร์เร่งการเจริญเติบโตของดอกไม้พวกนี้จนแทบจะถึงจุดที่ทำให้มิโดริหมดสิ้นกำลัง

                แต่เมื่อเด็กสาวหมดแรงกัสที่รอคอยอยู่ก่อนแล้วก็โอบอุ้มมิโดริขึ้นแล้วพาเธอไปยังบ้านพักของเด็กสาวแล้วช่วยเธอเติมพลังงานที่เสียไปด้วยวิธีที่พิเศษเฉพาะที่ตัวกัสในตอนนี้สามารถทำกับมิโดริได้เท่านั้น

                เนื่องจากกัสยังฝึกวิชาลับประจำตระกูลยังไม่สำเร็จทำให้เขายังไม่สามารถกลั่นพลังในร่างกายและส่งผ่านไปยังฝ่ายหญิงอย่างที่เขาต้องการได้เขาเลยต้องพึ่งพาพลังในการดูดซับพลังตามธรรมชาติของมิโดริเป็นตัวช่วยเขาถึงจะสามารถส่งพลังงานให้กับเธอได้

                ต่างกับหญิงสาวคนอื่นๆที่เขาทำได้เพียงเริงรักกับเธอและปล่อยให้อารมณ์พัดพาไปจนปลดปล่อยพลังออกมาบางส่วนตามธรรมชาติ

                ซึ่งสัดส่วนของพลังที่กัสปลดปล่อยออกไปได้ในตอนที่เริงรักกับหญิงสาวคนอื่นนั้นยังมีไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ที่เขาส่งให้มิโดริได้เลย

                ด้วยการช่วยเหลือของกัสและความเอ็นดูที่เขามอบให้มิโดริที่ใช้พลังจนเส้นผมซีดขาวก็กลับมามีสีสันอีกครั้งถึงจะไม่ได้เป็นสีเขียวเข้มเหมือนเดิมแต่ก็มีสีสันที่สามารถพูดได้เต็มปากว่ามันคือสีเขียว

                ไม่ใช่สีขาวซีดแกมเขียวอย่างที่เป็นก่อนหน้านี้เพราะฝืนใช้พลังไปกับดอกไม้ถึง400 ต้น

                แม้ว่าเป้าหมายในการเร่งการเจริญเติบโตของมิโดริจะเป็นเพียงการเร่งการเติบโตจนดอกไม้สามารถผลิดอกได้ต้นละ2 – 3 ดอกก็ตามแต่มันก็ใช้พลังของเธอไปมากซึ่งเทียบได้กับการเร่งความเร็วในการเติบโตของดอกไม้เหล่านี้ถึง1 อาทิตย์เลยทีเดียว

                เร่งการเติบโต1 อาทิตย์ของดอกไม้กว่า 400 ต้น แค่คิดกัสก็หน้าซีดได้แล้วหากคิดจะใช้พลังเวทมาช่วยเร่ง เกรงว่าต่อให้มีเขาถึงหนึ่งพันคนก็ยังไม่มีปัญญาทำได้เลยด้วยซ้ำ

                เหตุผลเดียวที่มิโดริทำได้ก็เพราะพรสวรรค์ตามธรรมชาติของเผ่าภูตพฤกษาและพรศักดิ์สิทธิ์ของเธอที่สามารถสื่อสารและขอให้ดอกไม้เหล่านั้นใช้พลังที่เธอมอบให้ไปกับการผลิดอกเป็นหลักจึงทำให้ดอกไม้กว่า400 ต้นผลิดอกออกมาได้เช่นนี้

                เมื่อดอกไม้กว่า400 ต้นผลิดอกและเบ่งบาน รอบๆดอกไม้พวกนั้นก็จะมีหมอกสีขาวปกคลุมจนทำให้สวนผลไม้ที่มีพื้นที่กว่า 10ไร่นี้โอบล้อมไปด้วยกลุ่มหมอกที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำบนทางน้ำรอบสวนผลไม้

                นี่คือปราการชั้นแรกสุดที่มีความสามารถในการป้องกันพวกแมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                ทว่าการป้องกันนี้ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับพวกสัตว์ขนาดเล็กได้จึงถือได้ว่าการป้องกันนี้ยังไม่สมบูรณ์ถึงที่สุด

                แต่ถึงจะป้องกันได้เพียงแมลงมันก็มากพอแล้วสำหรับแผนการของกัสสวนผลไม้ของเขานี้เป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ ทั้งยังเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่เกิดจากการยกระดับด้วยการเร่งรัดจึงไม่ใช่โครงสร้างที่จะสามารถสร้างให้สมบูรณ์ได้ในทันทีแต่แรก

                เงื่อนไขพื้นฐานในการเริ่มแผนการนั้นอยู่ที่ตรงนี้เองนั่นคือการป้องกันพวกแมลง

                รวมเวลาแล้วการสร้างสวนผลไม้นี้กินเวลาไปทั้งอาทิตย์เลยทีเดียวมันใช้เวลาไปมากกว่า 7 วันด้วยซ้ำกว่าที่แผนการของเขาจะเริ่มต้นขึ้นได้

                เมื่อดูเวลาที่เหลือก่อนจะครบกำหนด1 เดือนกัสก็ถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความโล่งใจว่าเขานั้นสามารถสร้างสวนผลไม้ได้เสร็จทันก่อนที่จะถึงกำหนด

                ใจจริงกัสก็ไม่ได้อยากที่จะรีบแบบนี้แต่หลังจากที่ค้นพบความเครียดของโรส เขาก็ตัดสินใจเร่งรัดแผนการให้เร็วขึ้นเพื่อที่เขาจะได้ช่วยให้โรสมีความสุขมากยิ่งขึ้น

                นอกจากนั้นแล้วการเร่งรัดแผนการนี้ยังมีผลดีต่อตัวเขาไม่น้อยอีกด้วย

                นั่นคือการเร่งกระบวนการเผาผลาญสารเคมีในร่างกายจากการทำงานหนักและการถ่ายโอนพลังให้กับมิโดริจนตอนนี้สารเคมีในร่างกายของเขาลดปริมาณลงจนเหลือเพียง10 เปอร์เซ็นต์แล้ว

                จากการประเมินของซีต้าตัวเขาในตอนนี้สามารถเข้าสู่ขั้นตอนของการกระตุ้นด้วยวิชาได้อีกครั้งและนั่นหมายถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มสูงขึ้นของเขา

                ไม่ว่าจะเป็นขีดจำกัดในการสะสมพลังที่มากขึ้นซึ่งจะส่งผลให้เขาสามารถใช้พลังของพรได้มากยิ่งขึ้นอีกทั้งร่างกายของเขายังแข็งแกร่งขึ้นจากกระบวนการนี้ด้วยถึงจะไม่มากเท่ากับการฝึกฝนโดยตรง แต่ก็เป็นผลพลอยได้ที่มีคุ้มค่าต่อการเฝ้ารอ

                ในวันที่8 ของการสร้างสวนผลไม้โครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดของสวนผลไม้ก็เสร็จสมบูรณ์ตามความต้องการของกัสเป็นที่เรียบร้อย

                และก็เป็นเช่นเดียวกับทุกครั้งยามที่มีงานใหญ่เกิดขึ้นกัสได้เรียกประชุมทุกคนในตอนเช้าก่อนที่จะแยกย้ายกันออกไปทำงานของตัวเอง

                “วันนี้พวกเราจะทำการปลูกผลไม้วิเศษครั้งแรกตามแผนการวันนี้พวกเราจะต้องแบ่งหน้าที่การเฝ้าระวังสวนผลไม้กันคนละ 8 ชั่วโมงข้ากำหนดคนที่จะเฝ้าในแต่ละกะเอาไว้แล้ว พวกเจ้าจดจำได้แล้วใช่ไหม”

                เหล่าน้องสาวของกัสพยักหน้ารับโดยพร้อมเพรียงเพราะพวกเธอนั้นคือคนที่ต้องทำหน้าที่ในการเฝ้าระวังสวนผลไม้นั่นเอง

                “กะแรกมีด้วยกัน 4 คน กะนี้จะง่ายที่สุดแต่ในขณะเดียวกันคนที่ได้รับหน้าที่ให้เฝ้าในกะแรกจะต้องเฝ้ากะที่สามด้วยนั่นหมายความว่าพวกเจ้าต้องเฝ้าถึง 2 กะด้วยกัน กะนี้ข้าจึงให้พวกเจ้าที่โตที่สุด4 คนรับผิดชอบ..”

                “ค่ะท่านพี่ น้องเตรียมตัวพร้อมแล้วค่ะ”

                กัสพยักหน้ารับจากนั้นจึงหันไปมองมิโดริที่ต้องรับผิดชอบงานหนักในวันนี้ซึ่งมีท่าทีที่สงบนิ่งมากเธอดูไม่หวาดกลัวอะไรเลยทำให้กัสอดไม่ได้ที่จะชื่นชม

                “ส่วนกะที่สองคือพวกเจ้าที่อายุน้อยที่สุด 4 คนเข้าใจงานของตัวเองใช่ไหม”

                “ค่ะพี่กัส พวกหนูทำเป็นทุกอย่างแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วง”

                เด็กสาวตัวน้อยทั้งสี่คนตอบรับเป็นเสียงเดียวกันทั้งยังมีท่าทางที่ดูมุ่งมั่นเป็นพิเศษ

                เมื่อเห็นแบบนั้นกัสก็พอใจแล้วหันไปมองคนอื่นๆไม่ว่าจะเป็นบราวนี่ โรส หรือซีต้า ด้วยสายตาที่คาดหวัง

                “พวกท่านคือกำลังสำรอง ถ้าเป็นไปได้ข้าอยากให้พวกท่านสลับกันเข้ามาตรวจสอบคนละ 4 ชั่วโมง”

                “ทราบแล้วค่ะท่านกัส”

                “รับทราบค่ะท่านกัส”

                “ไม่มีปัญหา ให้น้าจัดการเอง”

                กัสอมยิ้มน้อยๆ และพยักหน้าด้วยความขอบคุณจากนั้นก็มองไปยังคนอื่นๆที่เหลือซึ่งไม่ได้รับหน้าที่สำคัญใดๆ ในตอนนี้

                “พวกเจ้าเองก็ขอให้เตรียมตัวเอาไว้ตลอดงานของตัวเองจงทำต่อไป ทว่าวันนี้งดเข้าดินแดนย่อยก่อนหยุดงานขุดปลาน้ำแข็งไปก่อนก็แล้วกัน”

                “เข้าใจแล้วค่ะพี่ชาย”

                ลูกสาวทั้งสามของบราวนี่ยังคงว่าง่ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ที่สำคัญยิ่งกว่าคือพวกเธอดูจะมุ่งมั่นตั้งใจกว่าเดิมซึ่งเกิดจากการสอนสั่งของบราวนี่ที่ดูจะจริงจังมากกับการสอนลูกๆให้ตั้งใจทำงานที่กัสมอบหมาย

                สุดท้ายจึงเป็นอิจิโกะกับน้องที่ตอบรับด้วยความสงบนิ่งเพราะพวกเธอผ่านเหตุการณ์ที่คล้ายๆกันมาก่อนแล้วจึงรู้ดีว่าช่วงเวลาแบบนี้แค่เผื่อใจเอาไว้ก็พอแล้วและพวกเธอก็ควรให้สมาธิกับงานที่ทำอยู่ด้วยจึงจะเหมาะสม

                ทั้งนี้ก็ต้องขอบคุณทรัพยากรดินที่ได้จากดินแดนรกร้างที่เริ่มเก็บเกี่ยวได้เพราะโครงสร้างที่เสร็จสมบูรณ์ทำให้การผลิตไหเคลือบดินเผาของพวกเธอยกระดับขึ้นมาเป็น500 ใบต่อวันเป็นที่เรียบร้อยระบบการผลิตชุดใหม่ก็สมบูรณ์แล้วทำให้รายได้ประจำวันของพวกเธอเพิ่มเป็น 600 DP แล้วจากผลลัพธ์ของความสำเร็จที่น่าพึงพอใจ

                กัสตรวจสอบความเรียบร้อยของทุกคนรอบหนึ่งจากนั้นพยักหน้าให้แล้วปล่อยให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง

                น้องสาวกลุ่มแรกของกัสตรงเข้าไปยังดินแดนย่อยพร้อมกับกัสและมิโดริโดยมีซีต้าตามเข้ามาด้วยเพื่อเป็นผู้ช่วยคนแรกของเขา

                ทันทีที่มาถึงกัสก็มองออกไปรอบตัวมองดูตำแหน่งที่มีการปลูกผลไม้ลงไปซึ่งสามารถมองเห็นลักษณะที่โดดเด่นแตกต่างจากพืชผักที่เคยปลูกได้อย่างชัดเจน

                ผลไม้ทั้งหมดที่ถูกปลูกในครั้งนี้เว้นเพียงผลไม้วิเศษล้วนผ่านโรงเพาะพันธุ์ของมิโดริมาแล้วทั้งสิ้นพวกมันจึงไม่ใช่ผลไม้ที่อยู่ในรูปแบบเมล็ดอีกแต่ออกมาเป็นต้นกล้าที่มียอดอ่อนสีเขียวที่ดูเข้มแข็ง

                กัสมองออกไปรอบๆมองดูแนวของต้นกล้าที่ปลูกอยู่ตามจุดต่างๆมองดูกิ่งชำของดอกไม้ที่อยู่บนโครงสร้างของปราการมองดูทางน้ำที่ทอดยาวออกไปทุกทิศทางเพื่อลำเลียงน้ำไปยังส่วนต่างๆของสวนผลไม้แห่งนี้

                “ดี! เริ่มปลูกผลไม้วิเศษได้!!”

                สิ้นคำสั่งของกัสมิโดริก็หยิบเอาถุงใส่เมล็ดผลไม้วิเศษออกมาจากนั้นปลูกมันลงไปยังตำแหน่งจุดกึ่งกลางของสวนผลไม้ที่เป็นพื้นที่ยกสูงพิเศษและมีก้อนอิฐเรียงรายอยู่รอบฐาน

                ฐานดินนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า10 เมตรเลยทีเดียว มันเป็นพื้นที่ที่สามารถรองรับการปลูกผลไม้วิเศษได้พร้อมกันถึง9 ต้นเลยทีเดียว

                ทว่าครั้งนี้กัสเริ่มต้นด้วยผลไม้วิเศษเพียง1 ต้นเท่านั้นและทันทีที่เขาเริ่มปลูกเสียงของแมลงก็ดังขึ้นจากรอบทิศทางซึ่งทำให้ทุกคนตื่นตระหนกขึ้นมาไม่น้อย

                “เสียงดังมากเลยค่ะ! จำนวนของแมลงมีมากเหลือเกิน!!”

                “พี่กัส!! ทำไมมันมาเยอะแบบนี้ละ”

                น้องสาวของเขาตกใจกับเสียงของแมลงที่มากจนผิดปกติทั้งที่เพิ่งจะเริ่มปลูกผลไม้วิเศษแท้ๆ ทว่ากัสกลับนิ่งเฉยเขาดูไม่ประหลาดใจอะไรเลยเพราะขึ้นชื่อว่าผลไม้วิเศษความยากในการปลูกของมันย่อมากกว่าผักวิเศษมาก

                แม้ว่าจุดเริ่มต้นจะเป็นแมลงเหมือนกันแต่จำนวนของพวกมันนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

                ผักวิเศษเริ่มต้นจากแมลง1 ตัว ทว่าผลไม้วิเศษเริ่มต้นจากแมลง 10 ตัวเป็นอย่างต่ำซึ่งผลไม้วิเศษที่กัสปลูกในตอนนี้คือต้นเบอร์รี่ทับทิมม่วงมันเป็นเพียงผลไม้วิเศษระดับล่างๆ ที่ให้ผลผลิตจำนวนมากแต่มีราคาที่ถูก เพียงผลละ10 DP เท่านั้น ทว่า 1 ต้นนั้นมันให้ผลผลิตไม่น้อยกว่า 100ผล

                ยิ่งถ้ามีมิโดริอยู่ด้วยแล้วกัสมั่นใจว่าจำนวนผลผลิตที่เขาได้จะต้องมีมากกว่านี้แน่ เพียงแต่เขาไม่รู้ว่ามันจะเพิ่มได้มากขนาดไหนเหมือนกันเพราะมิโดริไม่เคยทำอะไรแบบนี้กับผักวิเศษมาก่อน

                “พร้อมแล้วค่ะท่านกัส!! หมอกทั้งหมดกลายเป็นพิษอัมพาตแล้วค่ะ!!”

                เสียงตะโกนบอกของมิโดริดังขึ้นในทันทีทำให้กัสต้องรีบหันไปบอกน้องสาวของเขาให้เข้าไปประจำจุดที่เขาวางเอาไว้

                “ทำตามแผนที่บอก ประจำตามจุดของตัวเองรักษาพื้นที่ของตัวเองไว้ด้วย!!”

                “ค่ะท่านพี่!!”

                เหล่าเด็กสาวตอบรับอย่างแข็งขันแล้ววิ่งไปยังเส้นทางทั้ง 4 ที่ทอดยาวออกไปสู่พื้นที่ด้านนอกและออกไปยังพื้นที่รอบนอกสุดที่ต้องรับผิดชอบซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความยาวไม่น้อยกว่า100 เมตรเลย

                หมอกสีขาวที่เคยดูเหมือนหมอกธรรมดาทั่วไปในตอนนี้ได้มีกลิ่นฉุนเพิ่มเข้ามาและสีเองก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองที่มองดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก

                แมลงทั้งหมดที่ผ่านเข้าไปในหมอกสีเหลืองนี้ทุกตัวต่างหมดสิ้นกำลังและร่วงหล่นลงสู่พื้นดินทั้งยังสั่นกระตุกเบาๆเพราะพิษอัมพาตที่รุนแรงเกินไปสำหรับพวกมัน

                หน้าที่ของเหล่าเด็กสาวคือการเก็บแมลงที่ผ่านเข้ามาและบดขยี้พวกมันพร้อมกับพลังเวทเพื่อเปลี่ยนพวกมันเป็นปุ๋ยให้กับดอกไม้ที่อยู่ในพื้นที่ของตัวเอง

                ในตอนนี้หมอกพิษนี้ยังเบาบางมากมันยังมีผลกับแมลงเท่านั้นเพราะขนาดของต้นไม้ยังเล็กอยู่ ดอกไม้เองก็มีจำนวนที่น้อยมากอีกด้วย

            แต่เมื่อได้รับปุ๋ยจากแมลงที่ปรากฏตัวขึ้นมาพวกมันก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า กิ่งก้านยืดขยายออกไปยอดอ่อนแทงยอดออกมาใบไม้แตกยอดและเติบโต รวมไปถึงดอกไม้ตูมที่ค่อยๆปรากฏขึ้นมาบริเวณส่วนปลายของกิ่งก้านแต่ละกิ่ง

                แมลงที่บุกเข้ามาจู่โจมผลไม้วิเศษนั้นถึงจะเป็นแมลงแบบเดียวกับแมลงที่โผล่มาในตอนที่ปลูกผักวิเศษ แต่ระดับความสามารถของพวกมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

                คุณภาพของพวกมันอยู่ในระดับของผลไม้วิเศษถึงจะอยู่ในระดับต่ำสุดที่เร่งเวลาได้เพียง 1 วันก็ตามที แต่ทันทีที่ใส่ให้ดอกไม้เวลาที่มันเร่งได้จริงกลับมากกว่า 2 วัน

                ดอกไม้ที่ผ่านการเร่งการเจริญเติบโตมา1 อาทิตย์โดยฝีมือของมิโดริก็เติบโตขึ้นไปอีกกิ่งก้านที่เล็กและบางของมันขยายใหญ่ขึ้น เปลี่ยนจากต้นไม้ขาดสารอาหารที่มีดอกไม้สวยงามกลายเป็นต้นไม้ที่สมบูรณ์ขึ้นทีละน้อย

                แมลงที่บุกเข้ามามีรอบละ10 ตัว ทว่ามันบุกเข้ามาทุกนาที นาทีต่อนาที วิ่งเสร็จยังไม่ทันได้หยุดพักแมลงก็โผล่เข้ามาอีกถึงจะมีหลุดมาตรงจุดที่พวกเธออยู่ไม่กี่ตัวแต่การที่เดินไปเดินกลับไม่ได้หยุดนี้ก็ทำให้เหล่าเด็กสาวรู้สึกเหนื่อยบ้างเหมือนกัน

                ทว่ากัสก็ยังเฝ้ารอรอจนเหล่าเด็กสาวเริ่มจะเหนื่อย เขาก็บอกให้พวกเธอส่งแมลงกลับมาคนละ 10 ตัวจากนั้นใส่ปุ๋ยลงไปให้ผลไม้วิเศษที่ยังเป็นเพียงเมล็ด

                ทันทีที่ปุ๋ยหยดลงไปเป็นเส้นสายยอดอ่อนของต้นไม้ก็งอกเงยออกมาพร้อมกับกลิ่นหอมที่ทำให้แมลงจำนวนมากปรากฏขึ้น

                ครั้งนี้มันเพิ่มเป็น20 ตัว แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเด็กสาวทั้งสี่คนก็ไม่ได้เหนื่อยไปกว่าเดิมเท่าไหร่เพราะดอกไม้ที่พวกเธอรับผิดชอบแต่ละต้นโตขึ้นมาไม่น้อยกว่า10 วันแล้ว พวกมันมีดอกไม้มากขึ้น หมอกก็หนาแน่นขึ้นกลิ่นฉุนเองก็แรงขึ้นทำให้แมลงนอนแน่นิ่งกว่าเดิมและนานกว่าเดิม

                พวกเธอไม่จำเป็นต้องรีบอีกต่อไปแต่เดินไปเก็บไปได้แบบไม่รีบร้อน พลางใส่ปุ๋ยต่อไปเพื่อให้ดอกไม้เหล่านี้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ

                แต่ไม่ว่าจะใส่ปุ๋ยลงไปมากแค่ไหนพวกมันก็ยังพบเจอกับขีดจำกัดของ 10เปอร์เซ็นต์ต่อชั่วโมงอยู่ดีทำให้หลังจากผ่านไปเกือบชั่วโมง ได้แมลงไปนับพันตัวดอกไม้แต่ละดอกก็โตขึ้นไปอีกต้นละเกือบ 1 เดือนก็ถึงขีดจำกัดของการเร่งการเจริญเติบโตใน1 ชั่วโมง

                ถึงจุดนี้กัสก็บอกให้เหล่าน้องสาวส่งแมลงทั้งหมดลงไปในรางไม้อีกรางหนึ่งที่ขนาบข้างรางไม้ที่ใช้สำหรับส่งน้ำ

                รางไม้รางที่สองนี้เป็นรางที่ส่วนปลายยกสูงทำให้มันสามารถส่งน้ำกลับไปด้านในได้ซึ่งจุดหมายปลายทางของรางไม้พวกนี้ คือถังไม้จำนวนหนึ่งที่รอรับน้ำอยู่

                เหล่าเด็กสาวรวบรวมแมลงมาแล้วบดขยี้พร้อมกับใส่พลังเวทเพื่อหลอมละลายพวกมันจนกลายเป็นปุ๋ยลงในรางน้ำเหล่านั้นจากนั้นตักน้ำขึ้นมากระบวยหนึ่งแล้วรดลงไปปุ๋ยที่ผสมน้ำกระบวยหนึ่งก็ไหลไปยังปลายอีกด้านของรางน้ำและไหลลงไปในถังไม้

                กัสที่รออยู่ที่ใจกลางของสวนผลไม้มองดูน้ำปุ๋ยที่ไหลมารวมกันจากทั้งสี่ด้านแล้วพยักหน้าให้

                “ดี!  ในที่สุดก็ผ่านชั่วโมงแรกไปได้..ต่อจากนี้ก็ให้ปุ๋ยดอกไม้ในปราการชุดที่สอง”

                งานในส่วนนี้เป็นหน้าที่ของกัสเขารวบรวมปุ๋ยผสมน้ำจากถังไม้แต่ละใบมารวมไว้ในถังเดียวแล้วแบกขึ้นไหล่ก่อนจะเดินขึ้นไปบนปราการที่ยกสูงรอบด้านก้าวเดินขึ้นไปบนบันไดที่ก่อจากหินไม้และอิฐผสมผสานกันจนมั่นคงแข็งแรง

                เขาเดินขึ้นไปยังชั้นบนที่สูงกว่าจุดอื่นๆมันเป็นชั้นในสุดที่มีสภาพคล้ายกับกำแพงสูงโอบล้อมสวนผลไม้วิเศษตรงกลางเอาไว้

                ในจุดนี้มีรางดินที่ปลูกดอกไม้เอาไว้ชนิดหนึ่งซึ่งตอนนี้ยังเป็นเพียงกิ่งชำที่ปักลงไปในดินเท่านั้น

                กัสเดินไปรอบๆใช้กระบวยตักน้ำและปุ๋ยจากในถังรดลงไปอย่างรวดเร็วทีละต้นๆ เดินวนไปรอบๆพอหมดก็ลงมารวบรวมปุ๋ยใหม่แล้วขึ้นไปรดปุ๋ยต่อ

                เขาทำแบบนี้วนไปไม่มีหยุดทำจนเหงื่อแตกก็ไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนแรงกัสจะหยุดพักก็ต่อเมื่อไม่มีปุ๋ยและน้ำอยู่ในถังไม้เท่านั้น

                หากเทียบกับกัสที่มีพลังให้ใช้ได้ราวกับไม่มีวันหมดแล้วน้องสาวของเขาไม่ได้มีพลังมากขนาดนั้น พวกเธอเดินติดต่อกันนานนับชั่วโมงก็เริ่มไม่ไหวจนต้องนั่งพักดื่มน้ำกันบ้างแล้วพอหายเหนื่อยก็เดินไปกอบโกยแมลงจำนวนมากที่นอนอยู่บนพื้นด้วยไม้กวาดกับที่โกยแล้วตักใส่ตะกร้าที่อยู่ด้านหลัง

                เมื่อแมลงมีจำนวนมากๆเข้าก็ต้องใช้วิธีนี้เท่านั้นถึงจะทำไหว ไม่เช่นนั้นลำพังแค่ก้มๆ เงยๆเก็บแมลงทีละตัวสองตัวไม่ว่าใครจะมาทำก็ไม่มีทางเลยที่จะทำไหว

                “พยายามเข้า!! จะเหนื่อยแบบนี้เพียงวันนี้เท่านั้นถ้าไม่ไหวก็พักได้ 10 นาที อย่าลืมดื่มน้ำที่ซีต้าทำให้ด้วยพวกนั้นจะทำให้พวกเจ้ามีหายเหนื่อยเร็วขึ้น”

                กัสที่เดินวนอยู่บนกำแพงส่งเสียงตะโกนบอกให้กำลังใจน้องสาวของเขาเป็นช่วงๆเมื่อเห็นว่าพวกเธอเริ่มจะเหนื่อย

                

    คล้ายกับเรื่องGustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ ที่คุณอ่าน