"ก่อนที่คุณพ่อและคุณแม่จะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน ท่านได้ทำพินัยกรรมไว้ว่า หากฉันและหยวนจื่อแต่งงานกันทรัพย์สมบัติทุกอย่างจะตกเป็ของพวกเรา หากพวกเราหย่ากันทุกอย่างจะตกเป็ของการกุศลซึ่งรวมถึงคุณลุงคุณป้าเองก็ได้ทำพินัยกรรมเช่นนี้ไว้ให้กับพวกเราทั้งสอง แต่พินัยกรรมนี้จะเป็โมฆะก็ต่อเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนอกใจหรือแอบมีคนใหม่ หากเป็เช่นนั้นสมบัติจะตกแก่อีกฝ่ายที่ถูกนอกใจแต่เพียงผู้เดียว"
ผู้คนต่างฮือฮาเมื่อได้ทราบว่ามีการทำพินัยกรรมเช่นนี้ขึ้นมา ซึ่งนับได้ว่าไม่เคยมีการทำพินัยกรรมแบบนี้มาก่อน จิ่งอันหันไปมองบุรุษและสตรีมากอายุที่เธอนับถือมาโดยตลอด
"คุณลุงคุณป้าคะ หนูดีใจที่คุณลุงและคุณป้ารักหนู เอ็นดูหนูเหมือนลูกอีกคน แต่หนูคงดีไม่พอที่จะเป็สะใภ้ตระกูลหยวนหรอกค่ะ"
น้ำตาที่จิ่งอันพยายามข่มไว้กลับค่อย ๆ ไหลรินออกมา ผู้คนในงานต่างพากันซุบซิบคุยกันถึงเื่นี้ทันที
"หนูอันอัน มีอะไรเข้าใจผิดกับอาจื่อก็ค่อย ๆ คุยกันเถอะ หนูคือคนเดียวที่พวกเราจะรับเข้าเป็สะใภ้ตระกูลหยวน"
แม้บิดาและมารดาของหยวนจื่อจะพูดออกมาเช่นนี้ แต่จิ่งอันกลับมิได้ยินสิ่งใด ทุกอย่างสำหรับหญิงสาวนั้นมืดสนิทหูทั้งสองนั้นอื้อจนมิได้ยินเสียงอะไรแม้แต่น้อย หยวนจื่อวิ่งมาประชิดตัวจิ่งอันก่อนจะจับตัวหญิงสาวไว้
"คุณโกรธอะไรผมหรืออันอัน มีอะไรค่อยคุยกันก็ได้ แต่อย่าปฏเสธผมได้ไหม ผมรักคุณนะ"
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองหยวนจื่อก่อนจะฝืนยิ้มและสะบัดตัวให้หลุดพ้นจากมือที่เกาะกุมตัวเธอไว้ หญิงสาวหันไปทางห้องเครื่องเสียง ไม่นานไฟที่สาดส่องลงมาได้มืดลง แสงจากภาพฉายขึ้นบนจอโปรเจคเตอร์กลาง พาให้ทุกคนหันไปมองเป็ตาเดียวกัน
"สวัสดีค่ะ ฉันจิ่งอันเองค่ะ พรุ่งนี้เป็วันครบรอบวันคล้ายวันเกิดของหยวนจื่อคู่หมั้นฉัน ฉันตั้งใจจะทำเซอร์ไพรซ์เขาเสียหน่อย เช่นนั้นพวกคุณต้องติดตามให้กำลังใจฉันนะคะ"
ภาพหญิงสาวยิ้มสดใสพูดคุยอยู่บนจอโปรเจคเตอร์ ทุกคนต่างเงียบเสียงลงและตั้้งใจดูจอนั้นทันที
"ฮัลโหลหยวนจื่อ คุณอยู่ไหนคะตอนนี้"
"ผมกำลังคุยงานอยู่ คุณมีอะไรหรือเปล่า"
"ฉันแค่อยากจะชวนคุณไปทานอาหารเที่ยงด้วย หากคุณไม่ว่างก็ไม่เป็ไรค่ะ"
"ถ้างั้นเจอกันตอนเย็นนะ"
"ค่ะ"
ภาพหญิงสาวกดวางมือถือด้วยรอยยิ้มสดใสยังคงปรากฏให้เห็น
"ในเมื่อหยวนจื่อไม่อยู่ เช่นนั้นเราเข้าบ้านของเขาเพื่อเตรียมของกันเถอะค่ะ"
หญิงสาวค่อย ๆ เดินเข้าไปในบริเวณบ้านของหยวนจื่อ มือน้อยเปิดประตูรั้วเขาไปอย่างแ่เบา ขณะนั้นเองภาพกลับฉายไปทางตัวบ้านของหยวนจื่อที่ปิดสนิท ภาพนั้นค่อย ๆ หันไปทางโรงรถของหยวนจื่อที่มิได้ปิด
"โรงรถของหยวนจื่อไม่ได้ปิด แปลกจัง ทุกทีเขาจะไม่เคยลืมที่จะปิดนะ เช่นนั้นเดี๋ยวเราไปปิดโรงรถกันก่อนนะคะ"
หญิงสาวค่อย ๆ เดินไปยังโรงรถอย่างเงียบ ๆ แต่เสียงในโรงรถนั้นกลับดังสะท้อนออกมาจนหญิงสาวที่กำลังจะเดินเข้าไปต้องหยุดชะงัก ภาพเริ่มสั่นน้อย ๆ ซึ่งทำให้รู้ว่าหญิงสาวที่ถือกล้องนั้นกำลังมือสั่นเพราะเสียงที่ได้ยินจากโรงรถ
"อะ อาจจะไม่มีอะไรก็ได้ เราเข้าไปดูกันเถอะ"
รอยยิ้มที่ปรากฏตอนนี้เหมือนฝืน ดวงตาคู่งามค่อย ๆ เอ่อไปด้วยน้ำตา หญิงสาวฝืนเดินเข้าไปในโรงรถ...........
"เท่านี้ก็คงรู้แล้วสินะ ว่าฉันคงไม่ดีพอสำหรับคุณ"
บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงเงียบสนิท แสงไฟสาดส่องมาทางจิ่งอัน หยวนจื่อและเสิ่นหนิง
"หนึ่งคนที่รัก อีกหนึ่งคนที่ไว้ใจ ในเมื่อพวกคุณรักกันถึงเพียงนี้ ฉันเองจะขอเป็คนทำให้ความปรารถนาของพวกคุณสำเร็จเอง ฉันขอถอนหมั้น ขอถอนทุน ถอนหุ้นและถอนทุกอย่างที่เราเคยทำร่วมกัน"
"อันอัน คุณกำลังเข้าใจผิดอยู่นะ"
ชายหนุ่มยังทำใจดีสู้เสือเดินเข้ามากอดหญิงสาว จิ่งอันแกะมือที่กอดตนออกก่อนจะเดินไปหาบิดาและมารดาของหยวนจื่อที่ยืนอึ้งกับภาพที่เห็น
"คุณลุงคุณป้าคะ หนูขอโทษด้วยนะคะ หนู.."
หญิงสาวยังไม่ทันพูดจบกลับถูกมืออวบอูมดึงเข้าไปกอด น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้กลับไหลรินออกมาดั่งเขื่อนที่พังทลาย
"อันอัน พวกเราคิดเสมอว่าหนูคือลูกสาวของเรา ในเมื่ออาจื่อทำผิดต่อหนู สิ่งที่เขาควรได้รับนั้นสมควรแล้ว"
หญิงมากอายุเอ่ยปลอบจิ่งอันในอ้อมแขน
"ั้แ่วันนี้ไป ขอปลดหยวนจื่อจากกิจการและธุรกิจของตระกูลหยวน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็ของตระกูลหยวนจะไม่ให้ตกถึงมือหยวนจื่ออีกแม้สักชิ้น"
ชายมากอายุเอ่ยขึ้นก่อนจะประคองจิ่งอันและภรรยาเดินออกจากงาน หยวนจื่อวิ่งมาขวางพวกเขาไว้ทันที
"คุณพ่อคุณแม่จะทำกับลูกชายแท้ ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ"
"หากแกคิดว่าแกเป็ลูกของเรา แกคงจะไม่ทำแบบนี้ แกรู้หรือไม่ทำไมพ่อกับแม่ถึงทำพินับกรรมแบบนั้น"
หยวนจื่อยืนนิ่ง ทุกคนในงานต่างเงียบรอฟังมิต่างกัน
"เพราะเงินที่พวกเรานำมาทำธุรกิจและกิจการของตระกูลล้วนแล้วแต่ยืมตระกูลจิ่งมาทั้งนั้น ตอนนั้นพวกเราสิ้นเนื้อประดาตัวอดมื้อกินมื้อ พ่อของหนูอันอันได้ยื่นมือเข้ามาช่วย ให้เงินลงทุนอีกทั้งยังให้โอกาสพวกเรา เพียงเท่านี้ก็นับว่าบุญคุณที่พ่อหนูอันอันมีให้ตระกูลเรานั้นมากท่วมท้นแค่ไหน"
บิดาของหยวนจื่อพูดขึ้นด้วยเสียงอันดังพร้อมมองไปทางบุตรชายและสตรีที่ยืนอยู่ด้านหลังชายหนุ่มนั้น
"ในเมื่อแกเลือกผู้หญิงคนนั้นมากกว่าหนูอันอัน เช่นนั้นฉันจะให้เงินแก 1ล้านหยวนให้แกเป็ค่าอื่น ๆ นอกเหนือจากเงินเดือน ความสุขสบายที่แกเคยได้รับและถือว่าเป็การเริ่มต้นชีวิตใหม่ของแก งานในวันนี้ฉันจะเป็คนจ่ายให้แกเอง บัตรเครดิตและเงินทองทุกอย่างที่นอกเหนือจากเงินเก็บหรือเงินเดือนแกจะถูกอายัดทั้งหมด สมบัติทุกอย่างที่เหลือของตระกูลหากพวกเราและหนูอันอันตายไปจะตกเป็ของการกุศลเท่านั้น"
ชายมากอายุพาภรรยาที่รักและจิ่งอันออกจากงานทันที เสิ่นหนิงเดินเข้าไปโอบหลังหยวนจื่อที่ทรุดตัวลงคุกเข่าอยู่ตรงนั้น ชายหนุ่มหันมามองเสิ่นหนิงก่อนจะสะบัดมือที่โอบเขาไว้ออกในทันที
"ถ้าไม่เป็เพราะเธอ ฉันคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้"
เสิ่นหนิงหน้าแดงด้วยความโกรธ
"เป็คุณมิใช่หรือที่เข้าหาฉันและบอกว่าเื่ของเราจิ่งอันจะไม่มีวันรู้"
ทั้งสองเถียงกันไปมาโดยมิได้สนใจนักข่าวหรือแขกที่อยู่รอบ ๆ นั้นแม้แต่น้อย แสงแฟลชสะท้อนวูบวาบขึ้นจึงทำให้ทั้งสองได้สติก่อนจะรีบพากันวิ่งออกจากงานในทันที