ตอนที่ 188 หลงลืม ?
ดำรงค์มึนงงเล็กน้อยที่เห็นชายร่างท้วมคุกเข่าลงไป ทั้งๆที่ใส่ชุดขุนนางเต็มยศออกอย่างนั้น !!! “..ลุกขึ้นเถิด …เหตุใดต้องทำเยี่ยงนั้น ? ” พั๊บ!เพียงสะบัดมือเบาๆ ‘เขาผู้นั้น’ ก็คล้ายถูกพลังบางอย่างอุ้มชูร่างอ้วนๆให้ลุกขึ้นยืน..ดังฝันไป ? และเมื่อ 'เขา' เรียกสติได้จึงได้กล่าวออกไปเพียงสั้นๆว่า.. “เฮยอ๋อง วรยุทธเลิศล้ำสมัย มิว่าใครต่อใคร มาเป็นร้อยย่อมครั่นคร้าม ในนามระบือ เลื่องลือไปสุดหล้า ฟ้ามิอาจต้านทาน บุญญาบารมีของนายท่าน สุดจะกล่าวออกมา บลาๆๆๆ บลาๆๆๆ....บลาๆๆ ..….บลาๆๆ ..”……นี่ก็ผ่านมาเป็น 10 ปีแล้ว ..ดำรงค์ย่อมไม่อาจจดจำภาพลักษณ์ของชายผู้นี้ได้เลยแต่จากคำพูดคำจาประดานั้น ช่างคลับคล้ายชายผู้หนึ่งเป็นอย่างยิ่ง ..'ม่อหลาย' เจ้าเมืองฮองหลง ผู้ตามตื้อตามติดประหนึ่งพิศวาสดำรงค์จนแทบจะกลืนกินเข้าไป !!! ‘ม่อหลาย’ อวบอ้วนขึ้นมาก นั่นก็เพราะเขาได้อยู่อย่างสุขสบายไม่ต่างกับราชาผู้หนึ่ง ..ด้วยทรัพย์สมบัติที่ชาตินี้จะอย่างไรก็ใช้ไม่มีวันหมด จึงมีอนุภรรยาน้อย-ใหญ่ นับสิบๆนาง บุตรหลานเกินครึ่งร้อย ..บัดนี้ระหว่างเจ้าเมืองผู้หนึ่งกับพระเจ้าเหี้ยนเต้ โอรสสวรรค์ ผู้เป็นดังเจ้าชีวิต ..กลับเกิดคำถามที่ว่า.. ‘สวรรค์เอ็นดูใครมากกว่ากัน ?’ “ข้าม่อหลาย ยินดีรับใช้เฮยอ๋อง”ดำรงค์จดจำได้พร้อมๆกับที่เขากล่าวแนะนำตัวนั่นแหละ ..เฮ้อ‘ม่อหลาย’ เล่าเรื่องราวต่างๆมากหมาย มีทั้งช่วงตกระกรำลำบากในตอนที่ลิฉุย-กุยกีเข้ายึดเมืองฮองหลง แต่โชคดีที่เขาหนีตายออกไปทัน จนพาครอบครัวและชาวบ้านส่วนหนึ่งข้ามแม่น้ำมายังเมืองนี้ …เดิมทีไม่มีเจ้าเมืองปกครอง ‘ม่อหลาย’ และผู้ติดตามจึงปฏิรูปบ้านเมืองเสียใหม่ ..ส่วนใหญ่ก็ได้แนวความคิดว่าจาก ‘เกียดเซก’ เมืองต้นแบบที่อยู่ปลายแม่น้ำฮวงโฮแห่งนี้นี่เอง !!! การมี FC แบบ ‘ม่อหลาย’ ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องแย่สักเท่าใด “หากท่านและชาวเมืองฮวนกวน ได้รับความเดือดร้อนในที่พักพิง ..ราชอาณาจักรเกียดเซก ยินดีต้อนรับทุกๆคน และทุกๆเมื่อ”ลอร์ดดำรงค์ประกาศนโยบายของ ‘รัฐ’ ออกไปอย่างคล่องแคล่ว ม่อหลายยินดียิ่งกว่าสิ่งใด ..แม้เมืองการค้าแห่งนี้ จะยังอยู่ปกติสุขดีก็ตามแต่สงครามเกิดจลาจลไปทั่วทั้งแผ่นดิน การที่คาดหวังว่าหอคอยงาช้างแห่งนี้จะอยู่คงทนถาวรตลอดไป ..ก็ย่อมมีเพียงเด็กน้อยไร้เดียงสาและคนโง่เขลาที่คิดได้แบบนั้น -อีกเพียง 1 ปี เมืองนี้ย่อมเป็นทางผ่านของทัพใหญ่อ้วนเสี้ยว ในยุทธการกัวต๋อ- ดำรงค์ไม่จำเป็นต้องมีวิชาเซียนก็รู้ได้จาก ‘สามก๊กจี่’ หรือจดหมายเหตุสามก๊ก ที่ได้ศึกษามาในสมัยเรียนหนังสือแต่ ณ เวลานี้ ‘ดำ’ ย่อมมีอะไรทำ มากกว่าคาดคะเนเรื่องราวอื่นๆที่ยาวไกลออกไป “ผมมาที่นี่เพื่อตามหา ‘สิ่งของบางอย่าง’ ซึ่งน่าจะอยู่ในจวนของคุณ”..ดำรงค์ตรงไปตรงมาเสมอด้วยนิสัย และจึงเป็นโอกาสที่หาได้ยากของขุนนางผู้พร้อมจะ ‘สร้างความประทับใจ’ ให้เจ้านายคนนี้ ‘ม่อหลาย’ แทบจะอุ้มเฮยอ๋องเข้าจวนเจ้าเมืองอันโอ่อ่าราวกันกับคฤหาสน์ของเจ้าสั่วผู้ไม่เคยขาดแคลนทุกๆปัจจัยใดๆ เอือก!!ลอร์ดดำรงค์กลืนน้ำลายคำใหญ่เกินไปแล้วแต่ก็ไม่น่าแปลกใจอันใด หากเทียบกับขนาด-ปริมาณ และคุณภาพของหินดาวตกก้อนนั้น [อุกกาบาต lv.2] มันคือของหายาก ซึ่งเป็นของสะสม-คอลเลกชันของคนรวย ‘ม่อหลาย’ ลงทุนไปมากมายกับสิ่งที่ดูไร้ประโยชน์ที่ใช้คนเป็นพันๆคน เพื่อเคลื่อนย้ายมันจากฮวงโห มาเก็บไว้ที่คฤหาสน์ส่วนตัวของเขาเองทั้งหมดทั้งมวลนั้นก็เกิดจากซินแสด้านฮวงจุ้ยแนะนำเขาเอาไว้ ถึงเรื่องสำคัญที่สุดนี้ ‘สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มบารมี เสน่ห์ และโอกาสดีๆให้แก่เจ้า’ จนบัดนี้มันย่อมเป็นความจริงตามที่หมอดูคนนั้นกล่าวไว้ไม่มีผิดเลยแม้แต่น้อย .. เฮยอ๋องมีความปลื้มปริ่มต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้ ..อย่างไม่อาจปกปิดอีกต่อไป ..แคว้งงงง …กึก![ค้อนสายฟ้า] ช่างละโมบยิ่งกว่าเจ้านายของมัน มันดูดกลืนสสารจากหินดาวตกระดับ 2 อย่างหิวโหย ..เพียงไม่นานก็เปลี่ยนสภาพเป็นสีทองบริสุทธิ์ อันเป็นสัญลักษณ์ว่ามันพร้อมจะลุยแล้ว !!! และเช่นเคย เขาต้องเริ่มจากอุปกรณ์ที่เพิ่มสถานะเสียก่อนกริ๊ก...กริ๊ก ..[ถุงมือมังกร+2 DEX + 30% STR+ 30%][รองเท้าคลื่นลม+2 AGI + 30% DEX+ 30%] สำเร็จ!!!และดูเหมือน [ค้อนสายฟ้า] ยังส่องแสงสว่างอยู่เลย ?..คาดได้ว่า [อุกกาบาต lv.2] ย่อมจะให้พลังงานที่สูงกว่าและบริสุทธิ์มากยิ่งกว่าอย่างแน่นอน ! หยิบอาวุธออกมา[ทวนโลหิต+1] [กระบี่โลหิต+1] กริ๊ก... >> [ทวนโลหิต+2]..….กริ๊ก .. >> [กระบี่โลหิต+2] เฮ้อ…ลุ้นระทึกจนมือทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬ ไม่ต่างกับการล้างมือในอ่าง !!! ..แคว้งงงง …กึก!ชาร์จพลังจากหินดาวตกอีกรอบ..….จากนั้นดำรงค์วนมาตีบวกอุปกรณ์เพิ่มสถานะตามแผนกริ๊ก .. >> [แหวนแห่งโชค+3 LUK + 60%]กริ๊ก .. >> [มงกุฎอวยพร+3 LUK + 65% INT +35%]กริ๊ก .. >> [ถุงมือมังกร+3 DEX + 30% STR+ 30%]กริ๊ก .. >> [รองเท้าคลื่นลม +0] เฮ้อ.. รอบนี้พลาดจนได้ “แต่ไม่เป็นไร ..พลาดก็แค่เริ่มใหม่”……..…….ดำรงค์หมกมุ่นกับมัน โดยลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ..…เขาลืมผู้ติดตามทั้ง 2 คน…เขาลืมไอดอลที่ตัวเองเคารพบูชามาทั้งชีวิตและที่สำคัญ เขาลืมกระทั่งสตรีผู้น่ารักและอ่อนหวาน ที่รักเขาจนหมดหัวใจ ..จูกัดชิง !!! ********** เซี่ยงเหลียง เมื่อได้ขี่ [กิเลนน้ำ] ก็ปลีกตัวเพื่อไป 'ลองเครื่อง' สัตว์วิเศษตัวนี้ให้สาแก่ใจ โดยคิดไปเองว่า เซี่ยงป๋อผู้น้องจะคอยอารักขานายท่านในช่วงที่เขาไม่อยู่ส่วนเซี่ยงป๋อรูปงาม เมื่อได้ขี่ [กิเลน] กล้ับมีสาวๆมาติดพันเสียอย่างนั้น ?“ท่านแม่ทัพ ..เสี่ยวเย่ จะขอลอง ‘ขึ้นขี่’ บ้างได้หรือไม่เจ้าคะ ?”(ขึ้นขี่ หมายถึงขี่กินเลนเท่านั้นจริงๆ) วาจาช่างวาบหวามจนชายหนุ่มมโนไปไกล ..เซี่ยงป๋อ จึงชักชวนหญิงงามไปขึ้นขี่อย่างไม่ขัด ..เขาเพลินเพลินจนลืมหน้าที่อันสำคัญกว่าชีวิตของตัวเอง ..เฮ้อ จูกัดเหลียง ชื่นชมระบบเศรษฐกิจ - การพัฒนาบ้านเมือง และการปกครองซึ่งมีแบบแผนอย่างเหลือเชื่อของที่นี่-เจ้าเมืองฮวนกวนผู้นี้ ย่อมมิใช่ขุนนางทั่วๆไปอย่างเด็ดขาด-ขงเบ้ง สัมผัสได้ถึงสติปัญญาที่ซ่อนเร้นอยู่ในระบบระเบียบที่ ‘ม่อหลาย’ ได้วางเอาไว้ ส่วนจูกัดชิง ซึ่งเป็นสตรี ในยามนี้ย่อมเหมือนอยู่ในสถานที่ซึ่งเหมาะสมกับเธอมากที่สุด ..ร้านค้าต่างๆเหล่านี้ช่างน่าเลือกซื้อ-เลือกช้อปเป็นนักหนา พ่อค้าแม่ค้าที่นี่มีจิตบริการยิ่งกว่าที่เกียดเซกเสียอีกก็ด้วยเป็นเมืองเศรษฐกิจมาตั้งแต่เดิม และพวกเขาไม่มีเงินถุงเงินถังเฉกเช่นชาวเมืองเกียดเซก ซึ่งมันสร้างความไฮโซและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีของชาวเกียดเซกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว !! สรุปทุกคนหลงลืมซึ่งกันและกัน ..จนกระทั่งเซี่ยงเหลียงซึ่งได้ลองเครื่อง [กิเลนน้ำ] อย่างเมามัน แต่สายตากลับเหลือบไปเห็น เซี่ยงป๋อผู้น้อง กำลังอี๋อ๋ออยู่กับสตรีถึงสองนาง !!! “เซี่ยงป๋อ!!! จะเจ้า..แล้วนายท่านล่ะ เหตุใดเจ้าจึงไม่ตามอารักขา ?” เชี่ย!!!เซี่ยงป๋อคืนสติมาในที่สุด !! จริงอยู่ที่ระดับฝีมือของ ‘เฮยอ๋อง’ ยากยิ่งกว่ายาก ที่จะมีใครทำร้ายได้ แต่เมื่อทั้งคู่ต่างหล่ะหลวมเช่นนี้ ย่อมถูกตำหนิจากบรรพชนอย่างไม่น่าให้อภัย กุบๆๆๆๆ ..กุบๆๆๆๆเกิดความโกลาหลอย่างยิ่งใหญ่ในเมืองนี้ เมื่อขุนศึกซึ่งมีวรยุทธสูงส่งทั้งสองนาย ต่างควบกิเลนอย่างเร่งร้อนไปทั่วทั่งเมืองโดยไม่สนสิ่งใดๆที่ขวางหน้า เพื่อออกตามหา ‘เจ้าชีวิต’ ของพวกเขาด้วยใบหน้าที่คล้ายดั่งว่า .. ‘โลกนี้กำลังจะแตกดับในไม่ช้าแล้ว..’