กำเนิดจักรพรรดิสงคราม

    บทที่ 32 หวังอู๋

            บทที่ 32

            หวังอู๋

            ทดสอบดำเนินผ่านพ้นมาจนถึงวันที่เจ็ดช่วงเวลาหกวันที่ผ่านมาการทดสอบที่มันปรากฏขึ้นเหล่าผู้คนมากมายที่เป็นลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่ค่อยๆทยอยจากการทดสอบในครั้งนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

            ในช่วงเวลาหกวันที่ผ่านมามีคนที่ตายจากการทดสอบในครั้งนี้ไปประมาณร้อยกว่าคนซึ่งมันถือว่าเป็นจำนวนที่มากแต่ว่ามันเองก็ไม่ได้มากที่สุดมีบางปีที่มีคนตายมากกว่านี้อีก

            ในปีนี้ถือว่าคนที่ตายจากการทดสอบอยู่ในระดับกลางเท่านั้นส่วนคนที่เหลือที่ออกไปจากการทดสอบพวกมันล้วนแล้วได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ที่เกิดขึ้น

            การต่อสู้ในครั้งนี้เป็นการต่อสู้ที่หมายถึงชีวิตเพราะแบบนั้นคนที่ถอนตัวออกจากการทดสอบในครั้งนี้ส่วนใหญ่แล้วก็มีสภาพบาดเจ็บสาหัสทั้งนั้น

            จนเดินทางมาถึงในช่วงวันสุดท้ายของการทดสอบในตอนนี้ผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบเหลือเพียงแค่สามคนเท่านั้น

            จำนวนที่เหลือเพียงแค่น้อยนิดวันนี้อย่างไรเสียการทดสอบมันเองก็คงจะจบลง

            วันที่เจ็ดในการทดสอบ

            สายฝนพรำๆตกลงมาจากบริเวณด้านบนท้องนภาเต็มไปด้วยความมืดมิดในวันนี้สายฝนนั้นโปรยปรายลงมาที่ป่าต้องห้ามพื้นทั่วทั้งบริเวณเปียกแฉะบรรยากาศที่ชื้นเป็นพิเศษ

            ร่างกายนั้นได้รับและสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บบริเวณรอบๆในวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการทดสอบการแข่งขันที่ยาวนานถึงเจ็ดวันมันจะจบลงในวันนี้

            ลู่หมิงเป็นหนึ่งในคนที่สามารถรอดมาได้จากการทดสอบในครั้งนี้ใครจะคาดคิดว่าตัวของมันสามารถหลุดรอดมาจนถึงวันสุดท้ายได้

            ในช่วงเวลาประมาณหกวันที่ผ่านมาในการทดสอบตัวของมันสามารถพัฒนาระดับพลังวิญญาณของตนเองให้ขึ้นไปยุ่นในระดับเริ่มต้นสีม่วงขั้นสองได้

            หลังจากที่ทำการต่อสู้ไปไปมามาร่างกายของตนเองเกิดการพัฒนาขึ้นมันเหมือนกับว่ากล้ามเนื้อและกระดูกประสานเข้ากับพลังวิญญาณภายในเซลล์ที่ประจร

            ในตอนนี้มันเลยทำให้ระดับความสามารถของตนเองนั้นเพิ่มขึ้นอย่างน้อยถ้าไม่ชนะการประลองในครั้งนี้แต่ก็ยังได้รับพลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้นเพราะแบบนั้นถือว่าการประลองในครั้งนี้ได้กำไรเป็นอย่างมาก

            แต่ว่าลู่หมิงไม่ได้มองเพียงแค่การที่ตนเองนั้นจะเข้ามาร่วมการทดสอบในครั้งนี้เท่านั้นแต่ตัวของมันหมายว่าตนเองนั้นจะชนะการประลอง

            ลู่หมิงยืนอยู่บนโขดหินขนาดใหญ่ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายสายฝนที่โปรยปรายจากด้านบนลงมาด้านล่างทำให้ทั่วทั้งร่างกายเปียกชุ่ม

            ที่กำลังยืนอยู่บนโขดหินก็คิดภายในใจของตนเอง “จำนวนของผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้เริ่มลดลงตั้งแต่ในช่วงวันที่สี่ถึงห้า ”

            “ ในตอนนี้เป็นวันสุดท้ายท่าทางคนที่เหลืออยู่ก็คงจะมีเพียงแค่น้อยนิด”

            “ จำเป็นจะต้องหาคนที่เหลืออยู่ให้เจอตอนนี้สภาพร่างกายของเรากำลังพร้อมกับการต่อสู้มั่นใจว่าในบรรดาคนทั้งหมดที่เข้าร่วมการต่อสู้ร่างกายของเราน่าจะเป็นคนที่พร้อมที่สุดแล้ว”

            ลู่หมิงมันคิดแบบนั้นเพราะในช่วงหลายวันที่ผ่านมาร่างกายของตนเองแทบไม่ได้รับบาดเจ็บกับการต่อสู้

            แถมในตอนนี้จิตภายในร่างกายรวมไปถึงกระดูกประสานเข้ากับพลังวิญญาณอย่างเต็มที่ความแข็งแกร่งในตอนนี้มั่นใจได้ว่าสามารถเอาชนะแทบทุกคนได้

            หลังจากนั้นก็เริ่มทำการออกตามหาคนที่เหลือรอดอยู่เดินทางมาทางป่าทางทิศเหนือตามสัญชาตญาณของตนเอง

            หลังจากที่เดินทางเข้ามาสู่เขตป่าทางเหนือได้ประมาณอยู่ๆก็ได้ยินเสียงบางอย่างพร้อมกับผิวหนังและรูขุมขนที่สัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณ

            ลู่หมิงที่กำลังเคลื่อนที่อยู่บนต้นไม้ด้วยวิชาตัวเบาขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันในตอนนี้สัมผัสได้ถึงพลังที่มันปลดปล่อยออกมาอยู่ภายในอากาศ

            “ พลังวิญญาณมีคนอยู่แถวนี้มีการต่อสู้เกิดขึ้น” 

            มันสามารถสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่บังเกิดขึ้นบริเวณรอบๆมีพลังวิญญาณภายในอากาศเกิดการปั่นป่วนแบบนี้แสดงว่าย่อมมีการต่อสู้เกิดขึ้นบริเวณรอบๆอย่างแน่นอน

            ในขณะที่กำลังยืนอยู่บนต้นไม้ใหญ่พยายามใช้ดวงตามองไปทางด้านซ้ายขวาเพื่อพยายามมองหาผ่านไปสักพักนึง จึงจับสัมผัสได้การต่อสู้อยู่ห่างไปด้านหน้าประมาณห้าถึงหกลี้

            ลู่หมิงไม่รีรอพุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็วพลังวิญญาณที่ตนเองนั้นสามารถสัมผัสได้

            ในขณะที่เคลื่อนที่ไปบริเวณด้านหน้าสัมผัสบริเวณรอบๆชัดเจนมากขึ้นคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเป็นเสียงของการต่อสู้ “เสียงของกระบี่…”

            หลังจากที่ทำการเคลื่อนที่อยู่สักพักก็ได้เดินทางมาจนถึงตำแหน่งที่มีการต่อสู้เกิดขึ้นบริเวณด้านหน้าล้านกว้างขวางขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางป่าลึก

            ลู่หมิงไม่รีบร้อนสังเกตการณ์จากไอมองดูถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ตาจ้องมองไปจึงมองเห็นว่าในตอนนี้การต่อสู้ที่เกิดขึ้นบริเวณด้านหน้าเป็นการต่อสู้ของคนสองคนที่ใช่กระบี่แลกเข้าหากันอย่างดุเดือด

            บุคคลทั้งสองที่เข้าปะทะกันทั้งสองเป็นบุรุษหนึ่งคนมีร่างกายกำยำสูงใหญ่ร่างกายของมันเต็มไปด้วยมัดกล้ามใหญ่โตเกินกว่าจะเรียกว่าเป็นเด็กหนุ่มที่อายุไม่เกินสิบแปดคนผู้นั้นกำลังใช้กระบี่ของตนเองตวัดวาดไปบริเวณด้านหน้าอย่างบ้าคลั่ง

            มันกำลังโจมตีใส่ผู้ที่อยู่ด้านหน้าของมันในตอนนี้โดยผู้ที่อยู่ด้านหน้าของมันรับการโจมตีพวกนั้นได้อย่างสบายๆ

            คนที่รับการโจมตีที่บ้าคลั่งและดุดันพวกนั้นได้อย่างสบายๆมันเป็นบุรุษตัวของมันเป็นบุรุษมีวัยสิบเจ็ดย่างเข้าสิบแปดของมันนั้นมีร่างกายสูงสง่าภายในมือถือกระบี่เล่มนึงเอาไว้มีรูปลักษณ์แตกต่างจากกระบี่

            คนผู้นี้ภายนอกมีใบหน้าหล่อเหลามีผิวที่ขาวสะอาดดวงตาของมันคมกริบคิวเองก็เรียวยาวดุจกระบี่ที่มองเห็นมองเห็นครั้งแรกก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็นคุณชายรูปงาม

            มันมีใบหน้าที่เรียบเฉยเย็นชาราวกับไร้ความรู้สึกในขณะที่กำลังรับการโจมตีพวกนั้นใบหน้าของมันในตอนนี้ไม่แสดงความรู้สึกอะไรทั้งสิ้นในขณะที่กำลังรับการโจมตีอันบ้าคลั่งพวกนั้นอย่างสบายๆ

            หลังจากที่มองเห็นชายร่างกายใหญ่โตผู้นั้นลู่หมิงจึงนึกได้ว่าคนผู้นั้นน่าจะเป็นหนึ่งในอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของสำนัก 

            มีนามว่าเสี่ยวหงเป็นคนที่ผู้คนในรุ่นเยาวกล่าวว่าเป็นกระบี่บ้าคลั่งของสำนักเพราะว่าตั้งแต่มันเกิดมาร่างกายของมันใหญ่โตกว่าคนธรรมดาพละกำลังเองก็มากกว่าทำให้กระบี่ของมันนั้นทั้งดุดันทั้งรุนแรง 

            จะกล่าวว่าผู้ใดเป็นคนที่มีการคาดหวังว่าจะเป็นผู้ชนะกับการทดสอบในครั้งนี้ก็คงจะมีชื่อของคนผู้นี้ปรากฏอยู่แน่นอน

            แต่ว่ามันไม่ได้มีเพียงแค่คนพวกนั้นครู่เดียวหลังจากที่มองไปที่คุณชายรูปลักษณ์หล่อเหลาผู้นั้น ลู่หมิงถึงกับผงะตัวของมันลืมไปได้อย่างไรการแข่งขันในครั้งนี้มีอัจฉริยะอีกหนึ่งคนที่เข้าร่วมด้วย

            คุณชายหล่อเหลารูปลักษณ์สง่างามผู้นั้นที่ถือกระบี่สีขาวมันคือหวังอู๋ที่ถูกขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะในยอดอัจฉริยะมันคือคนที่ผู้คนมากมายต่างพากันบอกว่าเป็นคนที่ในอนาคตจะก้าวเข้าสู่ระดับราชันย์กระบี่

            ไม่เพียงแค่ความหล่อเหลาภายนอกที่มีจนมากล้นแต่พลังภายในร่างกายของมันเองก็มีมากมายเช่นเดียวกันคนผู้นี้อยู่ในระดับขอบเขตการฝึกฝนเริ่มต้นระดับสีทองซึ่งอยู่ในระดับสูงสุด

            ลู่หมิงเคยพบเจอมันหนึ่งครั้งในตอนนี้พบเจอมันที่สถานที่แห่งนี้อีกครั้งหนึ่งร่างกายกำลังสั่นสะท้าน 

            การปะทะกันของผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบริเวณบีบ้าคลั่งที่ตวัดไปมาอย่างไม่หยุดพักไม่สามารถทำอะไรหวังอู๋ได้เลยแม้แต่น้อย

            จากกระบวนท่ารุกมาแล้วประมาณสามสิบถึงสี่สิบกระบวนท่าหวังอู๋ถึงโอกาสโต้กลับใช้ฝ่ามือของตนเองยื่นไปผลักเข้าที่หน้าอกของเสี่ยวหง

            เพียงแค่การพักครั้งเดียวแรงพลังวิญญาณจำนวนมหาศาลอัดกระแทกเข้าไปทำให้ร่างของเสี่ยวหงกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร

            พละกำลังที่มากมายขอบเขตพลังที่อยู่เหนือกว่าคนธรรมดาในรุ่นเดียวกันทำให้คนผู้นี้มีความสามารถที่ต่างชั้นจากพวกมันอย่างสิ้นเชิง

            ลู่หมิงปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้ภายในจิตใจของมันกำลังปรากฏคำถามว่าตัวของมันจะสามารถเอาชนะผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตนเองได้จริงอย่างงั้นหรอ 

            ต้องปะทะกับหวังอู๋พวกนี้จริงๆตัวของมันจะไม่ได้เป็นฝ่ายที่โดนสังหารตายอย่างงั้นหรอ…

            หวังอู๋ที่กำลังยืนอยู่ดึงกระบี่ของตนเองออกมาพุ่งทะยานไปด้านหน้าหนึ่งกระบวนท่ากระบี่อันทรงพลังปลดปล่อยพลังวิญญาณอันมากมายกระแทกใส่ร่างกายของเสี่ยวหงทำให้คนผู้นั้นพ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว

            ผู้เข้าแข่งขันในครั้งนี้เหลือเพียงแค่สองคนเท่านั้น

            จบบท

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดจักรพรรดิสงคราม ที่คุณอ่าน