ตอนที่ 39 จอมลวงโลก
สาวใช้ที่เคยจ้องตา มองใบหน้าลู่หานนับครั้งไม่ถ้วน นับแต่สมัยเด็กจึงไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน หรืออาจจะเป็นเพราะระยะที่ใกล้ชิดกันมาก เมื่อลู่หานต้องมองใบหน้าตนเอง ราวกับค้นหาอะไรบางอย่างอยู่
"คุณหนู ยังไม่ลงมือหรอคะ"
สาวใช้ที่หลับตาปรือ จนต้องลืมตาออกมา เมื่อเห็นความเร็วในการสักยันต์ของคุณหนูตนเองแล้ว แต่ยังไม่มีอาการเจ็บปวด หรือมีอะไรมาสัมผัสบนใบหน้าสาวใช้เลยตอนนี้
"ข้ากำลังค้นหาจุดที่สักยันต์ที่เหมาะสมสำหรับเจ้าน่ะ"
การที่ลู่หานทำเช่นนี้ เพื่อค้นหาจุดที่เบาบาง ไม่เป็นอันตรายมากที่สุดต่อสาวใช้ตนเอง เพราะใบหน้าคือส่วนสำคัญของหญิงสาว ซึ่งลู่หานรู้เรื่องข้อนี้ดีกว่าใคร จึงไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดขึ้นมา
สาวใช้ ที่มองดูการกระทำของคุณหนูในการสักยันต์บนใบหน้าตัวเอง เมื่อเทียบกับการสักยันต์บนใบหน้าลู่หานเองแล้ว นับว่ามีความเร็วต่างกันอยู่ช่วงนึง และมีความละเอียดอ่อน พิถีพิถันมากกว่าสักยันต์บนใบหน้าลู่หานเสียอีก
ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สาวใช้เหยาเหยา ได้เห็นการสักยันต์ที่ละเอียดอ่อนมากขนาดนี้ แตกต่างกับที่สักยันต์ที่แล้วๆมาของลู่หานมากนัก ราวกับใส่ใจรายละเอียดทุกขั้นตอน ไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บปวดใดๆเลย ราวกับว่าไม่มีอะไรมาสัมผัส กระทบใบหน้าสาวใช้เลย
จนสาวใช้เกิดความรู้สึกแปลกใจ ประหลาดอย่างมาก ไม่คิดว่าการสักยันต์จะไม่เจ็บปวดอะไรแบบนี้มาก่อน ซึ่งสาวใช้เหยาเหยา ได้เตรียมทำใจยอมรับความเจ็บปวดบ้างแล้ว แต่ยังไม่เกิดความรู้สึกเจ็บแบบนั้นเลยสักครั้ง และเป็นการสักยันต์บนใบหน้าอีกด้วย
แม้จะเป็นแก้มตรงใบหน้าก็ตาม แต่มันคือ จุดอ่อนไหวที่มีเส้นประสาทอยู่บริเวณนั้นด้วยเช่นเดียวกัน ก็ไม่มีอาการอะไรเกิดขึ้น ราวกับว่าลู่หานล่วงรู้เส้นประสาทในร่างกายอย่างดี จนสามารถสักยันต์หลบเลี่ยงเส้นประสาทเหล่านั้นได้ราวกับมองทะลุผ่านผิวหนังบนใบหน้าตนได้ง่ายดาย
"เสร็จละ"
ลู่หาน ที่ใช้เวลานานพอสมควร เมื่อเทียบกับการสักยันต์ลงบนร่างตนเองแล้ว จึงมีเหงื่อออกมาเป็นครั้งแรก หลังจากที่ผ่านมาไม่เคยมีเหงื่อออกเช่นนี้มาก่อน ทั้งการสักยันต์ลงบนร่างตนเอง หรือสักยันต์ลงบนร่างของศัตรูก็ตาม
"คุณหนู ท่านมีเหงื่อออกมา เดี้ยวข้าเช็ดให้นะคะ"
สาวใช้ ที่สังเกตุเห็นเหงื่อไหลออกมาจากหน้าผากของลู่หาน จึงรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าที่เป็นสิ่งที่หญิงสาวส่วนใหญ่ต้องพบติดตัวอยู่แล้ว ราวกับเป็นสิ่งของส่วนนึงของผู้หญิงทุกคนที่ต้องมีกัน
"ข้าถึงกับมีเหงื่อออกเลยรึ"
ลู่หาน ที่คิดว่าฝีมือตนเองคงตกลงไปมากพอสมควร จึงมีเหงื่อออกมาเช่นนี้ หรือด้วยการสักยันต์ติดต่อกัน จึงใช้สมาธิไปมากพอสมควร
แล้วการสักให้สาวใช้ยิ่งต้องใช้สมาธิพร้อมกับถ่ายปราณตนเองลงไปในนะหว่างสักยันต์อีกด้วย เพื่อให้พลัง อำนาจยันต์ทำงานได้ เพราะสาวใช้ที่ไม่ได้ฝึกฝนเส้นทางจอมยุทธยันต์มนตราเลย จึงไม่เคยปลุกลมปราณให้ตื่นขึ้นมา จึงต้องเพิ่มลมปราณของลู่หานเข้าไปในยันต์
"คุณหนู นั่งพักผ่อนก่อนเสียหน่อย เดี้ยวข้าจะหาน้ำมาให้ท่านดื่ม"
สาวใช้ ที่ไม่มีสิ่งของพกติดตัวเลย ระหว่างเดินทางออกมา จึงต้องการไปหาน้ำ แล้วของกินให้คุณหนูของตน หลังจากผ่านการต่อสู้ เหน็ดเหนื่อยมาอย่างต่อเนื่อง แทบจะยังไม่ได้พักเลยด้วยซ้ำ
"ไม่จำเป็น ข้ามีสิ่งของพวกนั้นอยู่ในแหวนมิติแล้ว"
"จริงสิ เจ้าเอาไปใส่ใช้ละกัน ข้าไม่ต้องการของสิ่งนี้แล้ว"
ลู่หาน จัดการโยนถุงเก็บของมิติให้แก่สาวใช้ เพื่อจะได้ให้อีกฝ่ายเก็บสิ่งของส่วนตัว หรือของที่จำเป็นระหว่างเดินทางออกมานอกตระกูลเช่นนี้อีก
"ข้ารับของมีค่าแบบนี้ไม่ได้หรอกคะ"
สาวใช้ ที่ปฏิเสธการรับ ถุงเก็บของมิติ จากลู่หาน เมื่อมันมีราคาแพงยิ่งนัก หากนำไปขายตามท้องตลาด ก็จะได้เงินจำนวนไม่น้อยเลย
"เอาไปใช้เถอะ ข้าได้แหวนมิติไว้สำหรับเก็บของมาใหม่แล้ว"
ลู่หาน ที่สวมแหวนมิติในมือของตนเอง หลังจากหยิบมาจาก ตำหนักเจ้าพ่อ จึงมีประโยชน์ยิ่งกว่า ถุงเก็บของมิติ ที่ตอนนี้ไม่จำเป็นสำหรับลู่หานแล้ว
หากเทียบราคา คุณภาพ แหวนมิติ จะมีราคาแพงกว่า ถุงเก็บของมิติมากนัก เพราะสะดวกในการพกพาแล้วเรียกออกมาใช้ง่ายกว่าอีกด้วย เมื่อแหวนมิติสามารถสวมใส่ที่นิ้วได้เลย จึงเรียกสิ่งของออกมาได้รวดเร็วทันใจกว่า ถุงเก็บของมิติ ที่ต้องควักออกมาจากชุดของตน จึงจะนำสิ่งของในถุงเก็บของมิติออกมาได้
"ขอบคุณคะคุณหนู"
สาวใช้ ที่เห็นคุณหนูของตนต้องการรับไว้ จึงเก็บเอาไว้กับตัวเองอย่างดี
"ส่วนสิ่งของพวกนี้ เจ้าก็นำใส่ลงใน ถุงเก็บของมิติ ด้วยละกัน"
ลู่หาน ที่จัดการกอบโกยมาทุกอย่าง ทั้งของใช้ ของกิน นอกเหนือจากอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับยันต์มนตราอีกด้วย ราวกับเป็นหัวขโมยร้ายกาจที่ยกเค้า ตำหนักเจ้าพ่อ ออกมาหมด
สาวใช้ ที่ตกใจเมื่อเห็นสิ่งของที่มากมาย ซึ่งบางอย่างก็ไม่คิดว่าจะเอามาด้วย แต่ลู่หานกลับเอาออกมาจนหมดเกลี้ยง ยิ่งกว่าไฟไหม้ ตำหนักเจ้าพ่อ เสียอีก
สาวใช้ที่ได้สิ่งของต่างๆ ที่คุณหนูแบ่งแยกออกมาจากใน แหวนมิติ จึงเสียเวลาในการจัดเรียงไม่ใช่น้อย เพราะสิ่งของบางอย่างล้วนไม่มีประโยชน์ก็ยังถูกเอาออกมาโดยคุณหนูตัวเอง
หาก เจ้าพ่อร่างทรง ที่รู้เรื่องสิ่งของตน ถูกปล้นออกมาจนหมดเกลี้ยง คงอกแตกตาย ไม่ก็จะบีบคอลู่หานจนตาย เมื่อสิ่งของทุกอย่างตกอยู่ในกำมือลู่หานที่เสียเวลาปล้นเอามาลงในแหวนมิติจนหมดเกลี้ยง ก่อนที่จะทำลาย ใช้เผาให้วอดวายไป
"เกิดอะไรขึ้นกัน"
ลู่หาน ที่ได้พักผ่อนจนพอมีแรงฟื้นฟูกลับมาแล้ว ก็เดินมาถึงสถานที่ของ หมอตาทิพย์ เคยอาศัยอยู่
ซึ่งตอนนี้มีชาวบ้านมามุงดูกันมากมาย ราวกับมาทำอะไรบางอย่าง
"ออกมาซะ เจ้าหมอตาทิพย์"
"ใช่แล้ว เจ้าหมอตาทิพย์ จอมลวงโลก"
เสียงชาวบ้านสาปแช่งต่อหน้าบ้านพักของ หมอตาทิพย์ ดังก้องไปทั่วบริเวณ
"รึว่าความลับของ หมอตาทิพย์ ที่หลอกลวงคนอื่นถูกเปิดเผยหมดแล้ว"
ลู่หาน ที่เข้าใจว่าตอนนี้ชาวบ้านต่างรับรู้ความจริงของ หมอตาทิพย์ กันหมดแล้ว จึงมาประท้วงเรียกร้องเงินคืน แล้วขับไล่ออกไป