บทที่ 38 : ปล้นสมบัติใต้จมูกราชันย์ ชิ้นส่วนสุดท้ายแห่งดาราจักรบรรพกาล!
ณ ใจกลางจัตุรัสมังกรสวรรค์แห่งวังบาดาล บรรยากาศเงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นของผู้คนนับแสน สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปยัง 'แท่นบูชามังกรบรรพกาล' สีดำทะมึนที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
'อ๋าวเทียนกัง' จักรพรรดิมังกรผู้ทรงอำนาจในขอบเขต 'ราชันย์ยุทธ์' ก้าวเดินขึ้นบันไดศิลาของแท่นบูชาอย่างช้าๆ ทว่าทุกย่างก้าวของพระองค์กลับแฝงไปด้วยสัจธรรมแห่งห้วงสมุทรที่กดทับพื้นที่มิติให้บิดเบี้ยว ฉลองพระองค์ลวดลายมังกรเก้ากรงเล็บโบกสะบัดไร้ทิศทาง แม้จะมิได้ปลดปล่อยพลังโจมตี ทว่าเพียงแค่กลิ่นอายที่แผ่ออกมา ก็ทำให้ยอดฝีมือขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่รอบนอกยังต้องหลุบตาลงต่ำด้วยความยำเกรง
"เริ่มพิธีบวงสรวง!"
เสียงประกาศิตของจักรพรรดิมังกรดังกังวานก้อง
สิ้นเสียงนั้น แม่ทัพมังกรเฒ่าระดับบรรพชนศักดิ์สิทธิ์สี่ตนที่ยืนประจำอยู่สี่ทิศของแท่นบูชา ก็ประสานอินอย่างพร้อมเพรียง ปลดปล่อยพลังปราณเข้ากระตุ้นเสาหินทั้งเก้าต้น!
"ก๊าซซซซ!"
สัตว์อสูรระดับ 'ตัดวิญญาณ' ทั้งเก้าตัวที่ถูกล่ามโซ่ตรวนอยู่กับเสาหิน แผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดสุดแสน โซ่ตรวนที่สลักอาคมบรรพกาลเริ่มส่องแสงสีแดงฉาน สูบกลืนโลหิตและแก่นแท้ชีวิตของพวกมันออกมาอย่างตะกละตะกลาม เลือดสีสดพุ่งทะลักไหลไปตามร่องศิลาบนพื้นแท่นบูชา ก่อเกิดเป็นลวดลายค่ายกลสลับซับซ้อนที่เปล่งประกายแสงสีโลหิต
ขณะที่ทุกสายตากำลังตกตะลึงกับความยิ่งใหญ่และโหดร้ายของพิธีกรรม ซูหลงอวิ๋นในคราบของ 'ซาหมิง' องค์ชายเผ่าฉลามคลั่ง กลับยืนหรี่ตาประเมินโครงสร้างของค่ายกลบรรพกาลบนแท่นบูชาอย่างเงียบเชียบ
ค่ายกลสกัดโลหิตเบิกสวรรค์... เป็นค่ายกลระดับสูงจากยุคดึกดำบรรพ์อย่างแท้จริง ซูหลงอวิ๋นประมวลผลข้อมูลจากความทรงจำของ 'คัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์' อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ มันใช้เลือดของสัตว์อสูรระดับสูงเพื่อเป็นกุญแจไขผนึกมิติที่ซ่อนอยู่ใต้แท่นบูชา หากผนึกถูกเปิดออกอย่างสมบูรณ์ อ๋าวเทียนกังย่อมกวาดเอาสมบัติทุกชิ้นไปครอง... ทว่า โครงสร้างของค่ายกลนี้เก่าแก่เกินไปและขาดการซ่อมบำรุงที่ถูกต้อง มีจุดบอดอยู่ที่เส้นพลังงานทิศอุดรและทิศประจิม!
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนมุมปากของมังกรหนุ่ม
การจะสู้กับราชันย์ยุทธ์ซึ่งหน้าคือการรนหาที่ตาย... ทว่า หากเป็นการ 'แฮก' ค่ายกลและยืมพลังของมันมาใช้เล่า? สติปัญญาแห่งวิถีเทวะของข้า ย่อมอยู่เหนือพวกจิ้งเหลนสมุทรเหล่านี้หลายขุมนัก!
ซูหลงอวิ๋นมิได้ขยับเขยื้อนร่างกายให้เป็นที่ผิดสังเกต เขายังคงยืนเอามือไพล่หลัง ทว่าปลายนิ้วที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกลับขยับวาด 'อาคมจารึก' ขนาดจิ๋วอย่างรวดเร็ว เขาบีบอัดปราณหยินหยางให้กลายเป็นเข็มพลังงานที่เล็กยิ่งกว่าเส้นผม จำนวนสามสิบหกเล่ม
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ท่ามกลางเสียงคำรามของสัตว์อสูรและเสียงสวดมนต์บวงสรวง ซูหลงอวิ๋นอาศัยจังหวะชุลมุน ดีดเข็มปราณหยินหยางเหล่านั้นให้พุ่งทะยานเจาะลงไปใต้พื้นหินหยกของจัตุรัส ลัดเลาะไปตามรอยต่อของแผ่นศิลา มุ่งตรงไปยังจุดบอดของแท่นบูชาบรรพกาลอย่างแนบเนียน!
ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า ท่ามกลางยอดฝีมือระดับบรรพชนและราชันย์ยุทธ์ มีเด็กหนุ่มขอบเขตแก่นแท้ทองคำผู้หนึ่ง กำลังวางกับดักเพื่อแย่งชิงสมบัติจากปากเสือ!
ครืนนนนน!
เมื่อเลือดของสัตว์อสูรทั้งเก้าตัวไหลชโลมเต็มลวดลายค่ายกล แท่นบูชาก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงสีโลหิตพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านน้ำทะเลออกเป็นช่องกว้าง!
ใจกลางแท่นบูชาศิลาดำค่อยๆ แยกออกเป็นสองซีก เผยให้เห็นมิติที่ถูกปิดผนึกมานานนับล้านปี!
จากความมืดมิดเบื้องล่าง แสงสว่างสองสายค่อยๆ ลอยตัวสูงขึ้นมา
สายแรก... คือลูกแก้วสีทองคำบริสุทธิ์ขนาดเท่าศีรษะมนุษย์ ที่ภายในมีภาพนิมิตของมังกรทองตัวเล็กๆ กำลังแหวกว่ายอยู่ กลิ่นอายของสายเลือดมังกรที่บริสุทธิ์ที่สุดและทรงอำนาจที่สุด แผ่ซ่านออกมาจนทำให้เผ่าสมุทรทั้งจัตุรัสรู้สึกอยากจะหมอบกราบ! มันคือ 'แหล่งกำเนิดสายเลือดมังกรบรรพกาล'!
และสายที่สอง... คือแผ่นโลหะสีดำทะมึนที่มีรอยขรุขระ แผ่กลิ่นอายความลี้ลับของเอกภพและความกว้างใหญ่ของดวงดาว มันคือ 'ชิ้นส่วนแผนที่ดาราจักรบรรพกาลใบสุดท้าย'!
ทันทีที่ชิ้นส่วนแผนที่ปรากฏขึ้น 'คัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์' ในทะเลวิญญาณของซูหลงอวิ๋นก็สั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง ความปรารถนาอันรุนแรงที่จะกลืนกินสมบัติชิ้นนี้แทบจะทะลักออกจากอกของเขา!
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
อ๋าวเทียนกัง จักรพรรดิมังกรแหงนหน้าขึ้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พระเนตรทอประกายความโลภและความปีติยินดี "แหล่งกำเนิดสายเลือดบรรพกาล! ในที่สุดก็ปรากฏออกมา! ด้วยสิ่งนี้ ข้าย่อมสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิยุทธ และนำพาเผ่ามังกรสมุทรกลับไปทวงคืนความยิ่งใหญ่บนพื้นพิภพได้อย่างแน่นอน!"
อ๋าวเทียนกังมิได้สนใจแผ่นโลหะสีดำที่ลอยอยู่ข้างๆ เลยแม้แต่น้อย ในสายตาของพระองค์ สายเลือดมังกรคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในโลกหล้า พระองค์ยื่นพระหัตถ์ขวาที่ส่องประกายแสงสีทองคำ หวังจะคว้าหยิบลูกแก้วสายเลือดนั้นมาครอง!
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ปลายนิ้วของราชันย์ยุทธ์กำลังจะสัมผัสกับสมบัติ...
"ถึงเวลาแล้ว... สับเปลี่ยนสัจธรรม!"
ซูหลงอวิ๋นที่รอคอยจังหวะนี้อยู่ ประทับอินด้วยมือเดียวอย่างฉับพลัน!
วิ้งงงงงงง!!!!!
เข็มปราณหยินหยางทั้งสามสิบหกเล่มที่ฝังตัวอยู่ใต้จุดบอดของแท่นบูชา พลันระเบิดการทำงานขึ้นพร้อมกัน! ลวดลายค่ายกลสีโลหิตบนพื้นแท่นบูชา ที่เดิมทีถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ 'มอบสมบัติ' ให้แก่ผู้ทำพิธี กลับถูกกระแสพลังของซูหลงอวิ๋นแทรกแซงและ 'สับเปลี่ยน' วงจรพลังงานอย่างกะทันหัน!
จาก 'ค่ายกลสกัดโลหิตเบิกสวรรค์' แปรสภาพกลายเป็น 'ค่ายกลบรรพกาลสังหารเทพ' ในเสี้ยวลมหายใจ!
"เกิดอันใดขึ้น!" อ๋าวเทียนกังเบิกพระเนตรกว้างด้วยความตกตะลึง
ตู้มมมมมมม!!!!!
เสาหินทั้งเก้าต้นบนแท่นบูชาที่ดูดกลืนเลือดสัตว์อสูรไปจนเต็มเปี่ยม พลันแปรเปลี่ยนสีจากแดงฉานกลายเป็นสีดำทมิฬ! สายฟ้าบรรพกาลสีดำนับหมื่นสายที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายการทำลายล้างระดับสูงสุด พุ่งทะยานออกจากเสาหินทั้งเก้า พุ่งเป้าเข้าโจมตีร่างของอ๋าวเทียนกังที่อยู่ใจกลางแท่นบูชาอย่างพร้อมเพรียง!
พลังของการโจมตีนี้ มิใช่พลังของเด็กหนุ่มขอบเขตแก่นแท้ทองคำ ทว่ามันคือพลังที่แท้จริงของ 'ค่ายกลบรรพกาล' ที่ถูกกระตุ้นกลไกป้องกันตัว! พลังของมันมากพอที่จะสังหารราชันย์ยุทธ์ได้!
"อึก! ค่ายกลวิปริตอันใดกัน!"
อ๋าวเทียนกังจำต้องชักพระหัตถ์กลับจากการคว้าสมบัติ พระองค์คำรามลั่น กาง 'อาณาเขตมังกรกลืนนภา' ออกมาคุ้มครองพระวรกายอย่างสุดกำลัง เกล็ดมังกรสีทองคำผุดขึ้นมาปกคลุมทั่วร่าง ปะทะกับสายฟ้าสีดำจนเกิดเสียงระเบิดกัมปนาทที่ทำให้มิติรอบแท่นบูชาแตกร้าวและพังทลาย!
ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในวังบาดาล! เหล่าแม่ทัพมังกรระดับบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ต่างตื่นตระหนก พุ่งทะยานร่างเข้าไปหมายจะช่วยเหลือองค์จักรพรรดิ ทว่าสายฟ้าบรรพกาลนั้นทรงพลังเกินไป พวกมันถูกกระแทกจนกระเด็นถอยหลังกระอักเลือดกันถ้วนหน้า!
และในเสี้ยววินาทีที่ขุมกำลังทั้งหมดกำลังถูกค่ายกลของแท่นบูชาดึงความสนใจไปจนหมดสิ้นนั้นเอง...
"ย่างก้าวเงามายา... ผสานแนวคิดแห่งมิติระดับสูงสุด!"
ร่างของ 'ซาหมิง' องค์ชายเผ่าฉลามที่ยืนอยู่เบื้องล่าง พลันเลือนหายไปจากจุดที่ยืนอยู่อย่างไร้ร่องรอย!
วูบ!
ซูหลงอวิ๋นทะลวงผ่านรอยแยกมิติที่แตกร้าวจากการปะทะ พุ่งเข้าไปโผล่ที่ใจกลางของแท่นบูชา ซึ่งอยู่ห่างจากอ๋าวเทียนกังเพียงไม่กี่วา!
แรงกดดันจากอาณาเขตของราชันย์ยุทธ์และค่ายกลบรรพกาลที่ปะทะกันนั้น รุนแรงมหาศาลจนทำให้ 'เคล็ดวิชาแปลงลักษณ์โลหิต' ของซูหลงอวิ๋นไม่อาจคงสภาพไว้ได้อีกต่อไป! กระดูกและกล้ามเนื้อของเขาสั่นลั่น รูปลักษณ์ของเผ่าฉลามสลายไป เผยให้เห็นร่างของบุรุษหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาในชุดคลุมสีขาวขลิบทอง!
"มนุษย์!" แม่ทัพมังกรเฒ่าผู้หนึ่งที่มองเห็นเหตุการณ์ อุทานเสียงหลง
ซูหลงอวิ๋นฝืนทนต่อแรงกดดันที่แทบจะบดขยี้กระดูกของเขาให้แหลกละเอียด เขากัดฟันจนห้อเลือด ยื่นมือขวาออกไปคว้าจับ 'ชิ้นส่วนแผนที่ดาราจักรบรรพกาลใบสุดท้าย' เอาไว้แน่น!
หมับ!
และด้วยสัญชาตญาณความงกและหิวกระหายสมบัติที่ฝังอยู่ในสายเลือด มือซ้ายของเขาก็ไม่ปล่อยให้ว่าง ตวัดคว้า 'ลูกแก้วแหล่งกำเนิดสายเลือดมังกร' ที่ลอยอยู่ข้างๆ ยัดเข้าอกเสื้อไปด้วยในคราวเดียวกัน!
ฉกฉวยสมบัติทั้งสองชิ้น ภายใต้จมูกของราชันย์ยุทธ์!
วิ้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!
วินาทีที่ชิ้นส่วนแผนที่ทั้งสี่ถูกรวบรวมเข้าด้วยกันในร่างของซูหลงอวิ๋น ปรากฏการณ์ที่สั่นสะเทือนไปทั้งสวรรค์และปฐพีก็อุบัติขึ้น! แสงสว่างสีทองอร่ามที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของ 'จักรพรรดิเทพยุทธ์' ระเบิดออกจากร่างของเด็กหนุ่ม ทะลวงผ่านมหาสมุทรบูรพาขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบน!
ภาพนิมิตของดาราจักรนับหมื่นแสน และเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่เหยียบย่ำอยู่บนดวงดาว ปรากฏขึ้นเหนือวังบาดาล! กลิ่นอายแห่งความเป็นผู้ปกครองสูงสุด กดทับจนมังกรทุกตัวในวังบาดาลต้องทรุดตัวลงคุกเข่าหมอบกราบโดยสัญชาตญาณแห่งสายเลือด!
"อ๊ากกกก!"
แม้อ๋าวเทียนกังจะเป็นถึงราชันย์ยุทธ์ ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับกลิ่นอายอันแท้จริงของ 'จักรพรรดิเทพยุทธ์' พระองค์ก็ยังต้องชะงักงันและรู้สึกหวาดหวั่นลึกๆ ในห้วงวิญญาณ สายฟ้าบรรพกาลจากเสาหินจึงอาศัยจังหวะนั้น ฟาดฟันกระแทกพระวรกายของพระองค์จนกระอักโลหิตสีทองออกมา!
"ไอ้มนุษย์ชั้นต่ำ! เจ้าเป็นใคร! กล้าขโมยสมบัติของข้า!" อ๋าวเทียนกังเดือดดาลจนแทบคลุ้มคลั่ง พระองค์สลัดหลุดจากความหวาดหวั่น ตวาดก้องด้วยความโกรธเกรี้ยวที่สามารถเผาผลาญมหาสมุทร พระหัตถ์ขวาที่อัดแน่นด้วยพลังราชันย์ยุทธ์ พุ่งทะลวงฝ่าสายฟ้าบรรพกาล หมายจะบีบกะโหลกของเด็กหนุ่มชุดขาวให้แหลกคามือ!
เผชิญหน้ากับการโจมตีของราชันย์ยุทธ์ ซูหลงอวิ๋นรู้ดีว่าหากรับการโจมตีนี้ เขาต้องตายอย่างแน่นอนไร้ข้อกังขา! ความห่างชั้นสี่ขอบเขตใหญ่ คือสัจธรรมที่ไม่อาจฝืน!
ทว่า เขามิได้คิดจะรับมันตั้งแต่แรกแล้ว!
"จินหลิน! ออกมา!"
ซูหลงอวิ๋นตะโกนลั่น พร้อมกับสะบัดถุงวิญญาณสัตว์อสูร
โฮก!!!!!
ร่างมหึมาของ 'กิเลนอัคคีบรรพกาล' ระดับครึ่งก้าวบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ พุ่งทะยานออกมาจากถุงวิญญาณ! แม้พลังของมันจะสู้ราชันย์ยุทธ์ไม่ได้ ทว่าสายเลือดเทวะของมันก็มากพอที่จะต้านทานแรงกดดันได้ชั่วขณะ มันอ้าปากพ่น 'ลำแสงเพลิงกิเลนล้างสวรรค์' พุ่งสวนกลับไปปะทะกับฝ่ามือของจักรพรรดิมังกร!
ตูมมมม!
เพลิงกิเลนถูกฝ่ามือของอ๋าวเทียนกังบดขยี้จนแหลกสลายในพริบตา ทว่ามันก็เพียงพอที่จะสร้าง 'ม่านควันไฟและแรงปะทะ' ถ่วงเวลาให้ซูหลงอวิ๋นได้เสี้ยวลมหายใจ!
"ตาแก่จิ้งเหลน... สมบัติเหล่านี้ล้วนมีเจ้าของที่แท้จริง และข้าเพียงแค่มารับมันกลับคืนไปเท่านั้น ขอบใจที่อุตส่าห์เก็บรักษาไว้ให้อย่างดี!"
ซูหลงอวิ๋นแค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังก้อง เขาล้วงเอา 'ยันต์เคลื่อนย้ายมิติดาราจักร' ระดับศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุด (ซึ่งสร้างขึ้นจากพลังที่ปลดล็อกได้หลังจากรวบรวมแผนที่ครบสี่ชิ้นเมื่อครู่) ออกมาบีบจนแตกกระจาย!
พร้อมกันนั้น เขาก็กระตุ้นกลไก 'ระเบิดทำลายล้าง' ของค่ายกลบรรพกาลบนแท่นบูชาที่เขาแฮกเอาไว้!
"ลาก่อน วังบาดาล!"
บึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!
แท่นบูชามังกรบรรพกาลเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์! พลังงานที่ถูกสะสมมานับล้านปีปะทุออก กวาดล้างใจกลางวังบาดาลจนพังพินาศ! คลื่นพลังทำลายล้างพัดพาร่างของแม่ทัพมังกรและทหารยามให้ปลิวว่อนประดุจใบไม้ร่วง
"ม่ายยยยยยยยยยยยย!" อ๋าวเทียนกังคำรามอย่างบ้าคลั่ง พระองค์พยายามจะพุ่งทะลวงเข้าคว้าตัวหัวขโมย ทว่าแรงระเบิดและรอยแยกมิติที่บิดเบี้ยว กลับผลักไสพระองค์ให้ออกห่าง
ท่ามกลางแสงสว่างเจิดจ้าของการระเบิด ร่างของซูหลงอวิ๋นและจินหลินถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีเงินแห่งดาราจักร ก่อนจะถูกดูดกลืนหายไปในความว่างเปล่าของมิติอย่างสมบูรณ์แบบ ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังของจัตุรัส และความเคียดแค้นขององค์จักรพรรดิมังกรที่ต้องสูญเสียสมบัติล้ำค่าที่สุดไปต่อหน้าต่อตา!
...
วูบ!
ห่างออกไปนับแสนลี้ เหนือน่านฟ้าของมหาสมุทรบูรพาที่เงียบสงบ รอยแยกมิติถูกฉีกออก ร่างของซูหลงอวิ๋นร่วงหล่นลงมานั่งบนหลังของจินหลินที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ
เด็กหนุ่มหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด พลังปราณในร่างเหือดแห้งจนแทบไม่เหลือหยดเดียว การเผชิญหน้ากับแรงกดดันของราชันย์ยุทธ์แม้เพียงเสี้ยววินาที ก็ผลาญพลังชีวิตของเขาไปมหาศาล
ทว่า บนใบหน้าที่เหนื่อยล้านั้น กลับปรากฏรอยยิ้มที่บ้าคลั่งและภาคภูมิใจอย่างถึงที่สุด
เขาล้วงเอา 'แผ่นแผนที่ดาราจักรบรรพกาล' ที่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมา มันมิใช่เศษโลหะสีดำอีกต่อไป ทว่ามันเปล่งประกายแสงสีทองอร่ามและมีภาพจำลองของเอกภพลอยอยู่เบื้องบน
"แผนที่ดาราจักรบรรพกาล รวบรวมครบแล้ว..."
ซูหลงอวิ๋นลูบคลำมันอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหยิบเอา 'ลูกแก้วแหล่งกำเนิดสายเลือดมังกร' ที่ขโมยแถมมาด้วยขึ้นมาดู "ซ้ำยังได้ของบำรุงชั้นยอดมาอีกชิ้น การเสี่ยงตายครั้งนี้ คุ้มค่ายิ่งกว่าคุ้ม!"
"นายท่าน! ท่านบ้าไปแล้วหรือขอรับ! นั่นคือราชันย์ยุทธ์เชียวนะขอรับ! หากท่านช้าไปเพียงเสี้ยวลมหายใจ พวกเราคงได้กลายเป็นเถ้าถ่านอยู่ในวังบาดาลนั่นแล้ว!" จินหลินบ่นกระปอดกระแปดด้วยความหวาดผวาขนพองสยองเกล้า
"ทว่าเราก็รอดมาได้ มิใช่รึ?" ซูหลงอวิ๋นหัวเราะเบาๆ "การปล้นชิงสมบัติจากผู้ที่แข็งแกร่งกว่า คือบททดสอบความสามารถที่แท้จริง หากข้ามีพลังเท่ามันแล้วไปแย่งมา ย่อมมิใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอันใด"
มังกรหนุ่มเก็บสมบัติทั้งสองชิ้นเข้าสู่ทะเลวิญญาณ ทอดสายตามองข้ามมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
"บัดนี้ กุญแจสู่มรดกแห่งจักรพรรดิเทพยุทธ์อยู่ในมือข้าแล้ว ทว่าก่อนจะไปเปิดมรดกนั้น... ข้ายังมีธุระต้องสะสางกับสตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้หนึ่ง และ 'เพลิงอสนีบาตเก้าชั้นฟ้า' ของข้า ที่ฝากนางเลี้ยงเอาไว้"
นัยน์ตาสีดำสาดประกายความมุ่งมั่น "มุ่งหน้ากลับสู่มหาทวีปศูนย์กลางเซียนหยวน... เป้าหมายต่อไป ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมื่นเต๋า!"
(จบบทที่ 38)