จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    ตอนที่ 43 ใจกลางป่ามายา

                    ภายในป่ามายาแห่งนี้เป็นพื้นที่ลี้ลับที่สุดแห่งหนึ่งภายในอาณาจักรคราวเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนพร้อมทั้งพื้นที่โดยรอบต่างก็เป็นป่ารกทึบและยังมีความเชื่อที่ต่างก็สืบทอดกันมามากกว่าหลาย 100 ปีว่าภายในที่แห่งนี้นั้นมันเป็นที่อยู่ของสัตว์อสูรที่ทรงพลังอยู่ตนหนึ่งว่ากันว่าพลังของมันนั้นอยู่ในระดับตำนานเลยทีเดียว


    แล้วผู้คนก็ยังมีความเชื่อกันอีกว่าที่สภาพภายในพื้นป่าแห่งนี้มีความสลับซับซ้อนเป็นดังเขาวงกตนั้นน่าจะเป็นฝีมือของเจ้าสิ่งนี้เหมือนมันไม่ต้องการให้ผู้คนนั้นได้ย่างกายเข้ามาใกล้จุดศูนย์กลางของป่ามายาผู้คนที่เดินทางข้ามผ่านป่ามายานั้นจะถูกทำให้สับสนให้คิดว่าตัวเองนั้นเดินตัดผ่านทางจัดศูนย์กลางของป่ามายาแท้จริงแล้วถูกหรอกให้เดินอ้อมผ่านไปโดยระยะทางนั้นจะไกลจากเดิม 3-4 เท่าตัวเลยทีเดียว


            เหล่าผู้นำระดับสูงของอาณาจักรต่างก็รู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของสภาพของป่ามายาว่าสาเหตุใดป่าแห่งนี้จึงเกิดภาพลวงตาต่างๆตั้งมากมายพวกเขาสามารถที่จะสัมผัสพลังและความคงอยู่ของมันได้ที่ใจกลางป่าลึกไม่ว่าเหล่าผู้นำระดับสูงของอาณาจักรต่างจะพยายามกันเพื่อฝ่าฟันการเดินทางเพื่อให้ไปถึงใจกลางของป่ามายาแต่มันก็ไม่เป็นผลเพราะทุกครั้งที่ไปจะถูกหรอกประสาทสัมผัสให้เดินหลงอ้อมไปอ้อมมา


                      สุดท้ายก็ออกมาจากป่ามายาไม่ว่าจะหาหนทางใดก็ไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปในพื้นที่ใจกลางของป่ามายาได้เลยถึงแม้จะจับคลื่นพลังของสัตว์อสูรตนนี้ได้ที่อยู่ใจกลางป่าลึกแต่ตัวมันนั้นกับไม่เคยที่จะทำร้ายผู้ใดเลยสักครั้งดังนั้นทางราชาริวมะจึงสั่งยกเลิกการสำรวจภายในป่ามายาทั้งหมดเพราะถึงดันทุรังไปก็คงจะไม่เป็นประโยชน์อันใด ถึงแม้จะจับพลังของมันได้แต่การที่จะฝ่าเข้าไปภายในใจกลางป่ามายาของเป็นเรื่องที่เพ้อฝันเท่านั้น ตราบใดที่ยังโดนภาพมายาเหล่านี้จ้องเล่นงานอยู่

              

                 หลังจากที่เซย์รินแยกจากกลุ่มของเอลซ่าแล้วนั้นตัวเด็กหนุ่มก็มุ้งตรงเข้ามาที่ภายในป่าแห่งนี้โดยทันทีโดยในระหว่างทางนั้นก็พบเจ้าเหล่าสัตว์อสูรบ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแหละระดับของมันก็ช่างอ่อนแอร์เสียเหลือเกินเมื่อมายืนอยู่ต่อหน้าของเซย์รินช่วงระยะช่วงต้นๆของป่ามายานั้นสัตว์อาสูรมีความแข่งแกร่งเพียงแค่ระดับดินขั้นที่ 5 เพียงเท่านั้น ตัวแรกที่เซย์รินพบเจอนั้นก็คือจิ้งจอกเงินมันคอยดักซุ่มโจมตีผู้ที่ผ่านไปผ่านมาและพวกมันมาล้อมรอบตัวเซย์รินถึง 15 ตัว และพวกมันต่างก็สามารถสัมผัสได้ว่าบุคคลตรงหน้านั้นมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากพวกมันจึงตัดสินใจเข้าโจมตีโดยพร้อมเพียงกัน…

    เพี๊ยยย เพี๊ยยยย ตู๊มมมมมมม


                     พริบตาเดียวฝูงจิ้งจอกเงินเหลือเพียงแต่กองเลือดขนาดใหญ่เซย์รินเพียงแค่ใช้ทักษะดัชนีสังหารระดับที่ต่ำสุดเพียงเท่านั้นโจมตีเพียงแค่ 1 ครั้งแต่สัตว์อสูรกับตายทีเดียวครั้งล่ะ 5 ตัว มันไม่ทันที่จะได้ร้องโหยหวนเลยด้วยซ้ำร่างของมันก็ไม่เหลือมีเพียงแค่กองเศษเลือดกับเศษเนื้อเพียงเท่านั้นหากใครพบเห็นการโจมตีเมื่อสักครู่คงจะต้องเกิดความสั่นกลัวเป็นแน่เพียงแค่การโจมตีที่ใช้ระดับพลังที่น้อยที่สุดของเด็กหนุ่มพวกเหล่าสัตว์อสูรตรงหน้าก็ได้ไปเกิดใหม่เสียแล้ว


                 ทางฝั่งทางด้านของสองหนุ่มชิริวและดราก้อนนั้นต่างก็หืดกันขึ้นคอ เวลาที่ต่อสู้กับเหล่าสัตว์อสูรและตอนนี้พวกเขานั้นก็อยู่ห่างไกลจากเซย์รินไปพอสมควรหลังจากที่แยกย้ายกันสองหนุ่มต่างก็เร่งฝีเท้าสุดฝีเก้าเพื่อหวังเป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบในรอบถัดไป


               "เห้อ หากเจ้าเซย์รินนั้นมากับพวกเราด้วยพวกเราคงจะสบายกว่านี้เยอะแน่เลยดราก้อนบ่นอุบอิบออกมาที่เด็กหนุ่มไม่ยอมเข้ามาร่วมกลุ่มด้วยข้าหวังว่าเจ้านั้นคงไม่ได้ทิ้งพวกเราแล้วแอบไปเข้ากลุ่มกับเหล่าหญิงสาวเพียงลำพังหรอกนะ

                "ข้าคิดว่าการที่เราแยกกลุ่มจากเซย์รินในการแข่งขันจัดอันดับในครั้งนี้มันน่าจะเป็นผลดีต่อพวกเรามากกว่านะ


    ดราก้อนตัวเจ้าไม่คิดอย่างนั้นหรอกหรือถ้าหากเจ้านั้นมันมาอยู่กับพวกเราด้วยก็จริงการเดินทางในครั้งนี้คงจะสบายและราบรื่นมากกว่านี้ก็จริงอย่างที่ตัวเจ้าว่ามานั่นแหละแต่มันจะมีผลเสียที่ร้ายแรงตามมาอยู่อย่างหนึ่งเจ้าไม่ได้คิดไว้หรอกหรือ ดราก้อนชิริวจ้องมาทางที่เพื่อนของตนซึ่งผิดจากวิสัยที่ปกติจะเป็นคนขี้เล่นสนุกสนานแต่ตอนนี้สีหน้าของเด็กหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยความจริงจังและความมุ่งมั่น


                "เจ้าเป็นอะไรของเจ้ากันชิริวทำไมสีหน้าท่าทางของเจ้าจะต้องจริงจังถึงขนาดนั้น ปกติเจ้าไม่เคยจะทำหน้าตาจริงจังแบบนี้มาก่อนนี้นาแล้วผลเสียที่ร้ายแรงที่เจ้าว่ามาเมื่อครู่คือไรกัน


                  หากเจ้าเซย์รินเข้ากลุ่มมากับเราจริงอย่างเช่นการต่อสู้กับสัตว์อสูรเมื่อสักครู่เจ้านั้นคงจะจัดการแทนพวกเราอย่างไม่ต้องส่งสัยการเดินทางก็คงจะสุดแสนจะราบรื่นและสะดวกสบายแต่ผลเสียที่ร้ายแรงที่ข้าว่ามาเมื่อครู่ก็คือเจ้ากับข้านั้นก็จะไม่ได้พัฒนาฝีมือตัวเองคงจะอยู่แค่ในระดับนี้ไปตลอดไปทั้งปีทั้งชาติหากหวังพึ่งแต่เซย์รินการที่พวกเรานั้นผ่านการทดสอบด้วยตัวเราเองในครั้งนี้ข้าเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าข้าและเจ้าจะต้องมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน


              เห้อ..ข้าเข้าใจแล้วน่า ข้าเพียงแค่บ่นนิดเดียวไม่เห็นเจ้าจะต้องจริงจังไปขนาดนั้นก็ได้ดราก้อนถึงกับหดหู่หลังจากที่ได้ยินความคิดเห็นของเพื่อนที่สนิทของตนมีแต่ต้องก้าวไปด้วยตนเองเพียงเท่านั้นละสินะถึงพวกเราจะพัฒนาขึ้นและมีความแข่งแกร่งขึ้น


              คิ๊ก คิ๊ก มีเสียงหัวเราะที่แสนจะสดใส่มาแต่ไกลให้กับสองหนุ่มซึ่งคนกลุ่มนี้นั้นเป็นสตรีทั้งหมดทั้งตัวนั้นสวมด้วยเกราะสีเงินที่ดูสง่างามพร้อมทั้งมีพลังเวทอบอวนมาอย่างจางๆสร้างความหน้าเกรงขามแต่เหล่าคนที่พบเห็นเป็นอย่างมาก


     หากพวกเจ้าคิดให้ได้เช่นนั้นก็ดีแล้วข้าขอพูดตามตรงเลยนะตอนนี้พวกเจ้าทั้งครู่ยังไม่คู่ควรที่จะยืนอยู่เคียงข้างท่านเซย์รินด้วยซ้ำซึ่งตัวข้าเห็นแล้วขัดตาเป็นอย่างมาก ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าท่านเซย์รินเห็นอะไรดีในตัวของพวกเจ้ากันถึงขั้นยอมรับมาเป็นสหายแล้วพวกเจ้าสองคนที่พักกับท่านเซย์รินของข้ารู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาบ้างช่วยบอกข้าหน่อยได้รึไม่นอกจากเป็นเพื่อนเล่นกัน…


               พวกข้านั้นรู้เพียงว่าเขาจะต้องเป็นบุคคลที่สำคัญมากคนหนึ่งที่ถึงขนาดคนระดับผู้อำนวยการยังต้องมาส่งถึงห้องพักด้วยตนเองในวันที่เจ้านั้นมาที่นี่เป็นครั้งแรกชิริว พูดด้วยน้ำเสียงที่คุ้นคิดกับเบื้องลึกเบื้องหลังของเด็กหนุ่มเพื่อนร่วมห้องคนนี้เพราะไม่ว่าจะถามอะไรไปเด็กหนุ่มมักจะตอบมาว่าเป็นความลับเสมอ


             "พวกเจ้าสองคนในภายพากหน้าอย่าทำตัวเป็นตัวถวงของว่าที่สามีข้าเป็นอันขาดแต่ก็เอาเถอะเห็นแก่ในความพยายามของพวกเจ้าและดูท่าทางพวกเจ้าก็ดีกับท่านเซย์รินไม่น้อยตัวข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเจ้าจะแข่งแกร่งยิ่งขึ้นมากกว่านี้


    เห้อ…ท่านเซย์ริน ช่างมีเพื่อนที่ดูสุดแสนจะธรรมดายิ่งนักทันใดนั้นน้ำเสียงของแชลเทียร์ก็ดังขึ้นมา ทั้งที่มีความแข็งแกร่งถึงระดับนั้นข้าก็คิดว่าสหายคนสนิทคงจะเป็นสัตว์ประหลาดเหมือนท่านเซย์รินเสียอีกหญิงสาวพูดด้วยท่าทางเขินอาย


    อ่อ ท่านนี้คือ.... ทันใดนั้นสองหนุ่มก็ถามออกไปเพราะอดสงสัยไม่ได้กับท่าทางเขินอายของสตรีตรงหน้า

                 

                   ในขณะที่เอลซ่าจะอ่าปากพูดก็ถูก แชลเทียร์พูดตัดหน้าตัวข้านั้นคือว่าที่ภรรยาในอนาคตของท่านเซย์รินอีกคนยังไงล่ะ หญิงสาวพูดด้วยความเขินอายอีกครั้ง

    แหม่มจะเร็วไปไหม แชลเทียร์เจ้ายังไม่ได้ไปถามท่านเซย์รินเลยว่าจะยอมรับในตัวเจ้ารึไม่ เอลซ่าถึงกับเอือมระอาในท่าทีเพื่อนของตน

    ถ้าหากเจ้าช่วยข้า ท่านเซย์รินคงไม่ปฎิเสธในตัวข้าเป็นแน่…


                      หน่อย…..เจ้าเซย์ริน เจ้าหมอนี่มันจะหน้าอิจฉาเกินไปแล้วไม่ทันไรก็มีว่าที่ภรรยาถึง2 คน ทั้งที่ตัวเข้าแล้วเจ้าชิริวยังหาไม่ได้เลยด้วยซ้ำสองหนุ่มถึงกัดฟันด้วยความอิจฉา