ท่านอ๋องเก้าสั่งให้พ่อบ้านที่จวนเจ้าเมืองตั้งโต๊ะเสวยตั้งแต่ตะวันเริ่มตกดินจากนั้นก็สั่งให้บ่าวรับใช้เตรียมน้ำอาบ ก่อนจะเงียบหายไปให้รางวัลใหญ่กับพระชายาหงซือซือถูกฮ่องเต้เคี่ยวกรำไปสองรอบจนต้องซบหน้าอยู่ต้นแขนพระสวามี
“เจ้าพอใจรางวัลที่ข้าให้หรือไม่?”
“พอแล้วเจ้าค่ะไม่เห็นจะต่างจากทุกวันตรงไหน? ท่านก็รังแกข้าเป็นปกติอยู่แล้ว”
หมิงเฟยหลงจูบกระหม่อมนาง“เจ้าคิดว่าข้าให้รีบตั้งโต๊ะเสวยเพราะเหตุใด?”แขนข้างหนึ่งกอดนางไว้ให้หนุนต้นแขน มืออีกข้างยังลูบไล้บั้นเอวอย่างเพลิดเพลินเมื่อเห็นนางทำท่าเขินอายก็ยกขาข้างหนึ่งขึ้นถูกับขาของนาง
“พี่สามวันก่อนข้าพบเรื่องน่าสนใจเรื่องหนึ่ง”
“ว่ามา....”
“ข้าปลอมเป็นองครักษ์เติ้งออกไปกับคุณชายจินจึงได้รู้ว่าองครักษ์จูของท่านแอบมีภรรยาลับซ่อนไว้นอกเมืองนะเจ้าคะ”
ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว“จูจิ้นติ้งคนซื่อนั่นน่ะหรือ? หน้าตาอย่างเจ้านั่นจะกล้ามีภรรยาลับเชียว?”
“ข้าเห็นกับตาผู้หญิงคนนั้นคือแม่ค้าแป้งทอดอยู่ถนนหน้าจวนเจ้าเมืองนี่เองเจ้าค่ะ”
“หืม....ให้ไปสืบความแต่กลับไปได้คนองครักษ์จูนับว่าร้ายกาจยิ่ง นี่ข้ายังไม่ได้สอนเขาเหมือนที่สอนองครักษ์หู่เลยนะเหตุใดเขาจึงก้าวหน้ากว่า?”
“ท่านพี่เรื่องแบบนี้จะประมาทผู้ใดมิได้หรอกเจ้าค่ะ ท่านอยากเห็นกับตาไหมล่ะเจ้าคะ?”นางยกมือขึ้นลูบหน้าอกสามีวนเป็นวงกลม
“เจ้ายังมีแรงเหลืออีกหรือ?”
“หึ! รอใกล้รุ่งค่อยไปจะเหมาะกว่านะเจ้าคะ”
ฮ่องเต้หัวเราะร่วนก่อนจะก้มหน้าลงดูดชิมริมฝีปากช่างเจรจาของนาง“เช่นนั้นข้ายังพอจะให้รางวัลใหญ่เจ้าได้อีกสักรอบแล้วเจ้าค่อยนอนพัก”หงซือซือได้แต่ยิ้มหวานรับเมื่อมือของสามีเริ่มบีบเค้นบั้นท้ายนางเบาๆทั้งยังสบตานางด้วยสายตาวาบหวาม
“ข้าตามใจท่านพี่!”
ปลายยามอิ๋นสองสามีภรรยาที่กลายเป็นท่านอ๋องเก้ากับพระชายาอีกครั้งก็นัดให้เติ้งเฉินฟู่ออกจากจวนด้วยกัน
“ไม่แจ้งหัวหน้าหู่จะดีหรือพะยะค่ะ?”
“องครักษ์หู่เพิ่งจะแต่งงานเจ้ายังคิดจะรบกวนอีกหรือ? ช่างใจดำเสียจริง”องครักษ์เติ้งถึงกับหน้าหงายเมื่อได้ยินพระชายาประณามเช่นนั้น “ไม่ต้องเป็นห่วงข้าเรียกจอมยุทธ์ตามคุ้มกันอีกสิบคนแล้ว พวกเขาจะซุ่มดูเราอยู่ห่างๆ”หงซือซือส่งสาส์นเล็กๆ ให้คนสำนักคุ้มภัยของนางติดตามไปส่วนฮ่องเต้ก็ลอบส่งสัญญาณให้เหล่าแมวดำติดตามห่างๆ
ทั้งสามไปซ่อนอยู่บนกิ่งไม้ที่ที่อยู่ไม่ไกลจากเรือนน้อยหลังนั้นนัก
“เรามายามนี้เจ้าคิดว่าจะเจออันใด?”ท่านอ๋องเก้าหันไปหาพระชายา
“ใกล้เวลาที่องครักษ์จูจะต้องกลับจวนแล้วน่ะสิเจ้าคะ”
“พะยะค่ะเช้านี้เป็นเวรขององครักษ์จู” เติ้งเฉินฟู่รีบหันไปยืนยัน
ทั้งสามนั่งเกาะกิ่งไม้ใหญ่คนละกิ่งอยู่ครู่หนึ่งหงซือซือพลันสังเกตเห็นความผิดปกติด้านนอกเรือน “พี่สาม มีคนมา”
ร่างในชุดดำสายหนึ่งกระโจนผ่านรั้วเข้าไปในเรือนร่างนั้นเคาะประตูเป็นสัญญาณห้าครั้ง คนข้างในจึงจุดเทียนและเปิดประตูออกมาต้อนรับหงซือซือกับหมิงเฟยหลงโคลงศีรษะ ทั้งสองต่างคาดผิดคิดว่ามีผู้บุกรุกเรือนน้อย เคราะห์ดีที่ผู้ที่เพิ่งเข้าไปในเรือนเดินมาเปิดหน้าต่างจึงได้เห็นคนทั้งสามที่นั่งล้อมโต๊ะอยู่ภายใน
“นั่นองครักษ์จูกับแม่ค้าแป้งทอดใช่ไหม?”
“เจ้าค่ะ”
“คนมาใหม่เป็นสตรีนี่”
จูจิ้นติ้งกับแม่ค้าแป้งทอดคุกเข่าลงคารวะสตรีในชุดดำคล้ายจะขมา
“พี่สามข้าขอแอบไปฟังใกล้ๆ ท่านรออยู่ตรงนี้ก่อนนะเจ้าค่ะ”
“ได้! เจ้าระวังตัวด้วย”
หงซือซือกระโจนไปแอบอยู่ใต้หน้าต่างจึงได้ยินเสียงคนทั้งสามสนทนากัน
“ท่านอาจารย์ครั้งนี้พวกนั้นตายไปเกือบหมด เหลือรอดไม่กี่คน ข้าตามไปเก็บพวกมันแล้วเจ้าค่ะ”
“ดี! ติดตามท่านอ๋องกับพระชายาอย่างใกล้ชิดอย่าให้คลาดสายตา”
“เจ้าค่ะ”
“ข้าไม่คิดเลยว่าพวกท่านจะมีหน้าที่ตามดูแล”
หญิงในชุดดำหันมาสบตาจูจิ้นติ้ง“เจ้าคงระแวงว่าพวกข้าจะเป็นนักฆ่าสินะ จึงได้มาเฝ้าจับตามองเหม่ยเอ๋อร์”
“ขอรับแต่ได้รู้เช่นนี้ก็โล่งใจ ว่าแต่ท่านอาจารย์ หากข้าไม่อาจเปิดเผยฐานะของเหม่ยเอ๋อร์ได้แล้วพวกข้าจะได้แต่งงานกันหรือ?”
“เจ้าไม่ต้องคิดมากเหม่ยเอ๋อร์เป็นเด็กกำพร้าไม่มีญาติที่ไหน? ข้าเลี้ยงดูนางมาเพียงหวังให้นางมีความสุข พวกเจ้าทำพิธีง่ายๆ ก็พอแล้ว”
“แต่ข้าอยากจะจัดงานแต่งให้นางอย่างเหมาะสมขอรับ”
“อย่างไรเสียยามนี้ก็ยังจัดพิธีแต่งงานไม่ได้จนกว่าภารกิจจะจบสิ้น”
หงซือซือได้ยินเสียงสตรีวัยกลางคนผู้นี้พูดนางรู้สึกคุ้นหูยิ่งนักนี่...นี่มัน.....นางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของสตรีผู้นั้นอีกครั้งนี่มิใช่ใบหน้าที่นางเคยเห็นมาก่อน สายตาของเซียนพันหน้าไล่ต่ำลงไปตามแนวแก้มและลำคอเมื่อมองอย่างมั่นใจแล้วนางจึงลุกขึ้นโผล่ทางหน้าทาง
“ท่านอาเจียง!”
สตรีวัยกลางคนหันขวับมามองที่หน้าต่างใบหน้าของพระชายาหานซู่ลี่ที่งดงามยิ่งไม่คุ้นหน้าสำหรับนางแต่ร่องรอยการแปลงโฉมนั้นไม่ผิดแน่ “เจ้ามาได้อย่างไร?”
หงซือซือกระโดดข้ามหน้าต่างเข้าไปด้านในเรือน
“ตามไปดีหรือไม่พะยะค่ะ?”องครักษ์เติ้งเห็นพระชายาวู่วามเช่นนั้นก็ร้อนใจ
ท่านอ๋องเก้ากลับยกพระหัตถ์ขวางไว้“ไม่ต้อง! รอดูก่อน” เขาเชื่อว่านางคงต้องเจอเรื่องน่าสนใจเข้าแน่!
“เซียนเจียวเหม่ยคารวะพระชายา” นางทำความเคารพในทันที ส่วนจูจิ้นติ้งเอาแต่อ้าปากค้าง
“ซือซือนี่คือเด็กที่ข้าอุปการะเอาไว้” ท่านอาจารย์ของเซียนเจียวเหม่ยรีบหันไปแนะนำ“ข้าให้นางคอยติดตามคุ้มครองเจ้าเพราะได้ข่าวว่าสำนักมืออสูรจะส่งคนมาเมืองชิงหลิว”
**************
