เมื่อได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เฟยหรงพร้อมกับห้าหญิงงามพลันเดินออกไปจากคฤหาสน์หน้าระรื่น จะมีเพียงเฟิงเยว่ฉานเท่านั้นที่บัดนี้ยังหน้าแดงไม่หายเนื่องจากนางต้องนอนฟังเสียงร้องคราญครางของหญิงงามอีกสี่คนถึงสามค่ำคืน โดยเฉพาะเสียงของเฟิงหยาลี่ผู้เป็นน้องสาวมันทำให้นางรู้สึกกระหายไคร่เหลือล้น แต่ด้วยเป็นคนรักศักดิ์ศรีและไม่อยากแพ้เดิมพันนางจึงได้แต่สะกดกลั่นอารมณ์แห่งกามราคะนั้นลงไป
"ถึงคราที่ข้าต้องไปแล้ว อยู่กับพวกท่านทวดเจ้าต้องตั้งใจฝึกเข้าใจหรือไม่"เฟยหรงกล่าวขึ้นมาเช่นนั้น หญิงงามทั้งหลายพลันพยักหน้ารับในทันใด พวงนางในตอนนี้มีฐานะเป็นภรรยาของเขาแล้วแน่นอนย่อมต้องเชื่อฟังท่านทวดอย่างไม่ขัดข้อง
เฟยหรงที่เห็นว่าพวกนางเข้าใจดีก็พลันหันหลังและเดินไปหาท่านทวดใหญ่ที่กำลังยืนรอเขาอยู่ที่ทางเข้าโถงดาราพิสุทธิ์ ก่อนที่พวกเขาจะพยักหน้าให้กันอย่างรู้ใจ เฟยอู่หนานเปิดรูหนอนในทันทีและพาเฟยหรงพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนทางด้านเหล่าภรรยาที่รักของเฟยหรงนั้นเมื่อชายหนุ่มไปแล้ว พวกนางยังไม่ทันได้ออกไปไหนก็โดนเหล่าย่าทวดทั้งหลายมารุมล้อมในทันทีพร้อมโดยสอบถามเรื่องราวเมื่อคืนนี้อย่างสนใจ หญิงงามเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หน้าแดงระเรื้อกันยกใหญ่แต่ทว่าก็ค่อยเล่าประสบการณ์อันเร้าร้อนเมื่อคืนให้ได้ฟังเป็นฉากไป
เหล่าย่าทวดที่ได้ฟังพลันหน้าเปลี่ยนสีในทันทีไม่คิดว่าเจ้าเด็กตัวน้อยเช่นเฟยหรงจะช่ำชองเรื่องเช่นนี้ยิ่งกว่าเรื่องฝึกตนเสียอีก มิได้น่าต้องมีภรรยาตั้งมากมายมาติดพัน ส่วนทางด้านของเฟยหรงนั้นในเวลานี้เขาได้พุ่งผ่านรูหนอนจนในที่สุดก็มาถึงยังทางออกเป็นที่เรียบร้อย
"ถึงแล้วงั้นหรือขอรับ"เฟยหรงกล่าวถามอย่างรวดเร็วเพราะนี่ยังไม่ถึงชั่วยามด้วยซ้ำเหตุใดจึงถึงง่ายดายปานนี้กัน
"ยังไม่ถึงหรอก ตำหนักวิญญานสวรรค์นั้นเป็นสถานที่ๆตั้งอยู่ในอีกมิติหนึ่งแยกออกไปซึ่งแม้แต่ข้ายังฉีกมิติส่วนนั้นออกไม่ได้ ดังนั้นทางเดียวที่จะเข้าไปคือต้องเข้าประตูอย่างถูกต้อง นั่นไง ประตูที่ข้าหมายถึง"เฟยอู่หนานชี้ไปในทิศทางหนึ่ง เฟยหรงซึ่งหันตามไปสายตาก็ไปกระทบเข้ากับประตูหินโบราณขนาดใหญ่ที่มีป้ายสลักเอาไว้ว่า 'จิตวิญญานไร้ขอบเขต'
ชายหนุ่มเพียงแค่จับจ้องไปยังป้ายหินเพียงเท่านั้นก็พลันสัมผัสได้ถึงพลังวิญญานอันกล้าแกร่งราวจะปิดฟ้าได้กำลังพุ่งตรงมาที่เขา และสิ่งที่เขาเห็นต่อจากนั้นคือชายคนหนึ่งที่กำลังยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางจักรวาลอันกว้างใหญ่ขวางกั้นพลังนั้นเอาไว้ อำนาจที่เขาแผ่ออกมานั้นเหนือคำบรรยายราวกับบดขยี้สรรพสิ่งให้เเหลกได้ในมือเดียว
"ปีศาจน้อย ตั้งสติหน่อยพลังนั้นแค่อยากจะข่มขวัญเจ้าเท่านั้น"ในขณะที่เฟยหรงกำลังเหม่อลอยอยู่นั้นกู่เทียนหลงที่อยู่ด้านในพลันกล่าวตื่นสติในทันที ทำให้จิตวิญญานสายนั้นพลันหายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน
"นั่นมันคืออะไรกันแน่!!"เฟยหรงกล่าวอย่างตื่นตระหนก เมื่อเทียบกับสองตัวตนเมื่อครู่เขาในตอนนี้เปรียบเหมือนดังฝุ่นผงอย่างไรอย่างนั้น
"สายแรกคือขุมกำลังของผู้ฝึกตนจิตวิญญานโบราณส่วนอีกสายหนึ่งนั้น ข้า...ไม่รู้เช่นกัน เอาเป็นว่าเขามาช่วยเจ้าจากนั้นก็หายไป"กู่เทียนหลงกล่าวตอบ
'ท่านรู้ได้อย่างไร'เฟยหรงกล่าวถามอีกครา
"แค่พลังอำนาจสายนั้นไม่อาจปิดกั้นอาจารย์ของเจ้าไว้ได้หรอก อย่าลืมสิว่าอาจารย์ของเจ้าเองก็เป็นผู้ตนวิญญานที่แข็งแกร่งเช่นกัน"กู่เทียนหลงอดไม่ได้ที่จะยกยอปอปั้นตัวเอง ทำให้ลูกศิษย์เช่นเฟยหรงถึงกับเบือนหน้าหนีให้กับคำตอบของเขาในทันที และพุ่งทะยานตามเฟยอู่หนานไป
"เหๆไม่คิดจะชื่นชมอาจารย์ของเจ้าหน่อยหรือหากไม่ได้ข้าไม่แน่ว่าจิตวิญญานของเจ้าอาจจะโดนพลังสายแรกนั่นทำลายไปแล้วก็ได้"กู่เทียนหลงกล่าวอย่างไม่ลดละ
"ขอรับขอบคุณมากขอรับ ท่านวิญญานที่แข็งแกร่งอีกสายหนึ่งที่ช่วยข้า"เฟยหรงเองก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาเช่นนั้น กู่เทียนหลงได้ยินพลันถึงกับหน้ามุ้ยในทันที เห็นได้ชัดเลยว่าเจ้าศิษย์คนนี้ไม่ได้ขอบคุณเขาแต่เป็นวิญญานอีกสายหนึ่ง
"ขออภัยขอรับท่านทวดใหญ่ที่มาช้า"เฟยหรงเมื่อลอยมาอยู่ที่หน้าประตูก็กล่าวขึ้น ซึ่งเฟยอู่หนานก็ไม่ได้ว่าอะไรและพาเขาเข้าประตูไป แต่ทว่าก่อนที่จะเข้าไปตูนี้ได้จำเป็นจะต้องมีบัตรผ่านเสียก่อนนั่นคือคริสตัลสีแดงที่เขียนเอาไว้ว่า วิญญาน เมื่อเฟยอู่หนานหยิบเอาของชิ้นนี้ออกมาและถ่ายพลังเข้าไป หินคลิศตัลสีแดงทอแสงเรื่องรองเป็นประกายในไม่ช้าประตูโบราณที่มีม่านพลังสีดำกั่นเอาไว้ก็พลันกลายเป็นม่านสีขาวบางๆซึ่งสามารถมองเห็นด้านในซึ่งไม่ต่างอะไรจากจักรวาลด้านนอกเลยแม้แต่น้อย
"ข้าคิดว่าพอเปิดประตูแล้วจะถึงเลยเสียอีก ไฉนมีแต่ความว่างเปล่าเช่นนี้ละขอรับ"เฟยหรงกล่าวขึ้นมาเช่นนั้นเฟยอู่หนานพลันหัวเราะออกมาเล็กน้อย
"ฮ่าๆๆมันจะไปถึงง่ายดายปานนั้นได้อย่างไร ตำหนักวิญญานสวรรค์หากเทียบกับระยะทางด้านนอกก็ราวกับตั้งอยู่ใจกลางจักรวาลเชียวนะ ดังนั้นยังต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะไปถึง แต่ทว่าเมื่อไปถึงแล้วในฐานะของผู้ฝึกตนวิญญานเจ้าเองก็ต้องสำแดงพลังเพื่อแสดงจุดยืนของเจ้าเช่นเดียวกันดังนั้นเตรียวตัวให้พร้อม"
"พวกเขาจะประลองยุทธกับข้างั้นหรือขอรับ ข้าแค่มาถามข้อมูลเท่านั้นเองนะไม่ได้อย่างเด่นดังเสียหน่อย"
"เด็กน้อยในโลกนี้คนที่มีสิทธิ์ในทุกสิ่งคือผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่มีสิทธิ์จะทำทุกสิ่งได้อย่างอิสระ แล้วที่พวกเขาจะท้าประลองไม่ใช่การต่อสู้แต่เป็นการปรุงโอสถต่างหาก แม้ข้าจะไม่ค่อยห่วงอะไรเจ้าเรื่องนี้มากนักแต่ทว่าจะประมาทเกินไปก็ไม่ดี"
"เข้าใจแล้วขอรับ เช่นนั้นข้าจะทำให้ดีที่สุด"เฟยหรงกล่าวออกไปเช่นนั้น เฟยอู่หนานพลันเปิดรูหนอนอีกคราและพาเฟยหรงพุ่งเข้าไปในทันทีในเวลานี้
เวลาเดียวกันนี้เองที่ทะเลดวงดาวพลันเกิดปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ เนื่องจากภรรยาที่เฟยหรงที่ยังไม่ผ่านขั้นเทพอมตะบัดนี้ได้ตัดผ่านระดับเป็นที่เรียบร้อย ทั้งยังสร้างปรากฏการณ์ชุมนุมมังกรให้ทั่วทั้งทะเลดวงดาวได้ประจักษ์ภาพนี้ทำให้คนในขุมกำลังพลันสั่นสะท้านกันไปหมด ไว้เว้นแม้แต่สามเทพเองก็ตามที
ทว่ามันยังมีเรื่องที่แปลกไปยิ่งกว่านั้นนั่นเพราะข้างกายของเทพสมุทรในเวลานี้หาใช่มีแต่สามเทพไม่ แต่ทว่ากลับมีหญิงงามสะคราญล่มเมืองสองนางอยู่ข้างกาย ซึ่งนั่นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากปิงลี่อินและเฟิงหยุนเยว่ที่ตอนนี้กำลังตามเกี้ยวเทพสมุทรจนสำเร็จแล้วนั่นเอง
ซึ่งหากถามหาเหตุผลว่าเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรคงต้องนับจากวันที่เฟยหรงออกเดินทางไป เทพสมุทรก็ลงมาปลอบโยนพวกนางด้วยตนเอง และด้วยใบหน้าอันหล่อเหลาและความใจดีของเทพสมุทรก็ไม่ได้ยากเลยที่จะกุมหัวใจสาวน้อยทั้งสองคนนี้เอาไว้
พวกนางเมื่อมีความรู้สึกพิเศษให้กับเทพสมุทรก็ยังไม่ได้รุกหนักปานนี้แต่แรก และนำเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับบรรดามารดาของพวกนางจนทำให้เหล่าหญิงงามต้องตรวจสอบสายเลือดให้ โชคยังดีที่พวกนางเกิดก่อนที่เฟยหรงจะฟื้นฟูสายเลือดเทพสมุทรในร่างกายทำให้ในตัวของนางมีแต่สายเลือดเทพดาราของตระกูลเฟยเท่านั้นที่ไหลเวียนอยู่หาได้มีสายเลือดเทพสมุทรแม้แต่น้อย
และนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกนางทั้งสองกล้าที่จะรุกหนักปานนี้ ส่วนเหล่ามารดาของนางก็ไม่แม้แต่จะห้ามปรามแต่กลับส่งเสริมพวกนางเสียอย่างนั้น
เมื่อเวลาผ่านไปเพียงครึ่งปีเท่านั้นภาพก็เป็นดังที่เห็นกัน นั่นคือบัดนี้พวกนางได้กลายเป็นฮูหยินของเทพสมุทรเป็นที่เรียบร้อย นั่นสร้างความชอบใจให้บรรดาแม่ๆของนางเสียยกใหญ่ แต่คนที่ปวดหัวที่สุดคงไม่ใช่ใครนอกจากบรรดาพวกปู่ย่าตายายและทวดๆของพวกนางที่บัดนี้ไม่รู้จะนับญาติกันอย่างไรดี
ส่วนสองเทพอย่างเทพวายุหยุนจิน และเทพธิดาแห่งราตรีนั้นในตอนแรกก็หัวเราะอย่างขบขันที่ได้เห็นพี่ใหญ่ของพวกตนถูกสาวน้อยเกี้ยวทำสามีได้ แต่ทว่าในใจกลับมีความยินดีที่มากล้น
ต้องบอกก่อนว่าเทพสมุทรตั้งแต่อยู่ตำหนักดาราสวรรค์ชายหนุ่มแม้จะอัธยาศัยดีและขี้แกล้งแต่ทว่าเรื่องสตรีพวกเขากลับไม่เคยเห็นว่าพี่ใหญ่คนนี้จะสนใจ นั่นแสดงให้เห็นว่าสาวน้อยสองนางนี้พิเศษและมากฝีมือเพียงใดที่สามารถคว้าเอาพี่ใหญ่คนนี้ของพวกเขาไปได้ แม้ตอนแรกเป่ยฮ่าวหลานจะไม่ยินยอมก็ตาม แต่ทว่าบัดนี้เขากลับมีความสุขที่ได้สาวน้อยทั้งสองนางนี้มาข้างกายเสียอย่างนั้น
"หุหุ หากเจ้าเด็กคนนั้นกลับมาเห็นลูกสาวของตนในสถานะเช่นนี้จะรู้สึกเช่นไรกันนะ"จีเหยากล่าวอย่างขบขัน นางอดจินตนาการถึงใบหน้าตกตะลึงของเฟยหรงเมื่อได้เห็นเหตุการณ์นี้ไม่ได้จริงๆ
"ก็มีอยู่สามอย่าง อึ้งจนพวกอะไรไม่ถูก ฆ่าพี่ใหญ่ทิ้ง หรือไม่ก็ยินยอมแต่โดยดี"หยุนจินกล่าวออกมาเช่นกัน
"โอ้ เขาจะฆ่าบรรพบุรุษของตนเองได้ลงหรือ"ปิงเหยาหันมากล่าวอีกครั้ง
"ก็ไม่แน่ ถ้าหากเขาหวงลูกสาวแบบไม่ลืมหูลืมตา.........แต่ก็ใช่จะไม่มีทางออกให้กับเรื่องเช่นนี้"
"ทางออก??"
"ใช่ เมื่อถึงตอนนั้นจริงพี่ใหญ่อาจจะส่งตัวเจ้าแลกเปลี่ยนกับสาวน้อยทั้งสองอย่างไรละ ฮ่าๆๆๆ"หยุนจินหัวเราะร่าและจากไปอย่างรวดเร็ว
"พี่รอง!!!"จีเหยากระทืบเท้าอย่างไม่พึงพอใจ ก่อนที่นางจะหันกายไปอีกทางเช่นเดียวกัน
#วันนี้มีแค่ตอนเดียวนะครับ เนื่องจากมีเนื้อหาพิเศษNC ไม่สามารถลงในนี้ได้ อีกทั้งเดี๋ยวไรท์จะต้องไปนอนเฝ้าญาติที่โรงพยาบาล พรุ่งนี้เลยของดลงนิยายหนึ่งวันนะครับ (หากอยากอ่าน Nc เชิญได้ใน fic นะครับ)