เกาะลึกลับปรากฎ
เหล่าผู้อาวุโสของนิกายดาบคลั่งพากันมองไปยังประมุขของพวกเขา เพราะพวกเขารู้ว่าหากให้เกิดการต่อสู้เป็นตายขึ้นความสัมพันธ์ของพวกเขาและหอกระบี่จะย่ำแย่ลงและยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจ้าวหอกระบี่เป็นถึงจักรพรรดิที่ทรงพลังอีกด้วย"จ้าวหอเฉินท่านคิดว่าควรหยุดการทะเลาะไว้แค่นี้ดีหรือไม่" ประมุขนิกายดาบคลั่งกล่าว"แล้วแต่เจ้าเลย แต่ถ้าเจ้าไม่อยากให้ศิษย์ของเจ้าตกตายด้วยน้ำมือศิษย์ของข้าเจ้าก็ควรจะรีบหยุดซะตั้งแต่ตอนนี้ไม่งั้นข้าไม่รับประกันว่าศิษย์ของข้าจะไม่สังหารศิษย์ของเจ้าในกระบวนท่าเดียว" จ้าวหอเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยชา"อะไรนะ สังหารในกระบวนท่าเดียว นี่มันเป็นไปได้อย่างไร" ภายในใจของประมุขนิกายดาบคลั่งรู้สึกตื่นตระหนกอย่างมาก แต่เมื่อดูสีหน้าที่ไม่ได้ล้อเล่นของจ้าวหอเฉินประมุขนิกายดาบคลั่งก็รีบส่งกระแสจิตไปห้ามศิษย์ของตนในทันทีศิษย์หลักนามซุนเหียนที่กำลังตอบรับคำของอู่หมิงก็ต้องหยุดชะงักก่อนจะกัดฟันและหันหลังจากไปอย่างเงียบๆ พวกสำนักเหลียงซานต่างพากันส่ายหน้าด้วยความผิดหวังที่ไม่ได้เห็นอะไรสนุกๆ"สหายอู่หมิงเจ้าใจเย็นๆก่อน พวกเราในตอนนี้ต้องร่วมมือกันเพื่อเอาชนะศัตรูของพวกเราบนเกาะลึกลับนะ" จ้าววั่นรีบกล่าวกับอู่หมิงทันที"เรื่องนั้นคงยากเพราะตั้งอต่อยู่ที่หอกระบี่อู่หมิงก็ถูกศิษย์หลักคนหนึ่งท้าทายไปแล้วครั้งหนึ่งและเมื่อมาถึงที่นี่ยังถูกท้าทายอีกมันก็เป็นธรรมดาที่จะทำให้อู่หมิงรู้สึกหงุดหงิด" เจียงเฉินเดินเข้ามาพร้อมกับกล่าวแทนอู่หมิง"อ้อ อย่างงี้นี่เอง หืมถูกท้าทายงั้นก็แสดงว่า!!!!!!!!!!" จ้าววั่นกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตะลึก"ใช่เจ้านั่นถูกอู่หมิงจัดการได้ภายในกระบวนท่าเดียว" เจียงเฉินกล่าวพวกจ้าววั่นพากันเงียบลงทันที จัดการจุดสูงสุดของปราณนภาได้ในกระบวนท่าเดียวคงมีแต่ราชันเท่านั้นแหละที่ทำได้ แต่อู่หมิงตอนนี้ยังไม่ได้อยู่จุดสูงสุดของปราณนภาด้วยซ้ำก็ครอบครองพลังแบบนี้แล้ว ทำให้จิตใจของพวกจ้าววั่นเกิดความยำเกรงในตัวของอู่หมิงโดยสัญชาตญาณและกลับกันทางด้านผู้อาวุโสของขุมอำนาจต่างๆที่ได้ยินก็กลายเป็นสั่นสะท้านและมองไปยังผู้อาวุโสของหอกระบี่อย่างพร้อมเพียงแต่ก็ต้องพบว่าผู้อาวุโสของหอกระบี่แสดงสีหน้าภาคภูมิออกมา"นี่มันเรื่องจริงงั้นหรือ" ผู้อาวุโสของนิกายดาบคลั่งกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านและผู้อาวุโสคนนี้ยังเป็นอาจารย์ของซุนเหียนอีกด้วย"ชั่งเป็นพรสวรรค์ที่น่าหวาดกลัวโดยแท้ ภายในรุ่นนี้คงจะไม่มีใครเทียบกับเขาได้อีกแล้ว" ผู้อาวุโสของหอหิมะโปรยกล่าวหลังจากตื่นตระหนกกันได้ไม่นานแรงสั่นสะเทือนก็ปรากฎพร้อมกับน้ำทะเลกลายเป็นสั่นสสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง เหล่าผู้อาวุโสระดับราชันกลายเป็นมีความสุขก่อนจะลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าและมองไปยังเกาะขนาดใหญ่ที่กำลังปรากฎออกมาจากก้นทะเล"อู่หมิงพาข้าขึ้นไปดูหน่อย" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวอู่หมิงชักกระบี่เจี้ยนเฟิงออกมาก่อนจะขี่กระบี่เจี้ยนเฟิงขึ้นไปบนท้องฟ้า การกระทำของอู่หมิงทำให้หลายๆคนพากันตื่นตะลึก อย่างที่รู้ๆกันว่าจะต้องอยู่ปราณราชันแล้วถึงจะเหาะเหินเดินบนอากาศได้ แต่อู่หมิงที่เป็นปราณนภากลับเหยียบกระบี่และลอยขึ้นไปบนอากาศได้"อย่าบอกนะว่าดวงจิตกระบี่ของเขาไปถึงขั้นสองแล้ว" ผู้อาวุโสของนิกายดาบคลั่งกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวอู่หมิงไม่สนใจสายตาของคนอื่นและมองไปยังเกาะขนาดใหญ่ที่ค่อยๆโผล่ออกมาทีละนิด"จริงๆด้วยข้าสัมผัสได้ถึงการผันผวนของมิติข้างใต้ทะเลนี่ถึงจะเบาบาง แต่มันไม่ผิดแน่เกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่โผล่ออกมาจากเส้นทางของมิติจากที่อื่น" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"เป็นแบบนั้นจริงๆด้วยสินะ แต่ว่าใครกันที่เป็นคนเปิดเส้นทางมิติของที่นี่" อู่หมิงกล่าว"ข้าเองก็ไม่รู้ ถ้าไม่ใช่การเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติก็ต้องเป็นผู้ที่อยู่สูงกว่าเซียนทำ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวแรงสั่นสะเทือนปรากฎออกมาประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนจะหยุดลงพร้อมกับเกาะขนาดใหญ่ปรากฎออกมาทั้งหมดแล้ว พลังปราณที่น่าแน่นและรุนแรงได้ปะทุออกมาจากตัวเกาะจนขนาดที่พวกอู่หมิงอยู่ใกลๆยังสามารถสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่บริสุทธิ์นี้"เอาละได้เวลาแล้วพวกเราออกเดินทางกันได้แล้ว" จ้าวหอเฉินกล่าวพร้อมกับพาพวกอู่หมิงออกเดินทางทันทีขุมอำนาจอื่นๆก็ไม่รอช้ารีบพาศิษย์ของตนไปยังเกาะลึกลับทันที ใช้เวลาไม่นานพวกอู่หมิงก็มาถึงเกาะลึกลับ แต่ในตอนนั้นเองบนเส้นขอบฟ้าอีกฟากหนึ่งของเกาะลึกลับก็ปรากฎกลุ่มคนชุดดำที่ขี่ค้างคาวโลหิตอยู่ ซึ่งออร่าของคนกลุ่มนั้นเต็มไปด้วยความชั่วร้ายที่น่าขนลุก"นั่นคือคนของพรรคอธรรม" จ้าวหอเฉินกล่าวให้อู่หมิงรับรู้"นั่นมันหวังตี้ไม่ใช่เหรอ" ศิษย์หลักของหอกระบี่คนหนึ่งตาดีมองเห็นหวังตี้ยืนอยู่ในกลุ่มของพรรคอธรรม"ใช่จริงๆด้วยนั่นมันหวังตี้ แถมยังมีคนของตระกูลหวังอีกเป็นจำนวนมาก" ศิษย์หลักของหอกระบี่พากันกล่าวขึ้นด้วยความโกรธแค้น"เจ้าพวกทรยศหน้าไม่อายนั่น" ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา"ดูเหมือนจะยุ่งยากขึ้นมาแล้ว นอกจากอัจฉริยะของพรรอธรรมแล้วพวกเราต้องเจอหวังตี้อดีตศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของหอกระบี่อีกด้วย" จ้าววั่นกล่าว"นั่นก็คืออดีตด้วยพลังของสหายอู่หมิงในตอนนี้หวังตี้ไม่สามารถเทียบเคียงได้อย่างแน่นอน" กู่ไท่กล่าวพวกจ้าววั่นพักหน้าเห็นด้วยเพราะหวังตี้ในตอนนี้ยังไม่ทะลวงสู่ปราณราชันซึ่งก็หมายความว่าพลังของหวังตี้ยังไม่สามารถเทียบกับอู่หมิงได้ แต่กลับกันอู่หมิงกลับขมวดคิ้วลง"เจ้านั่นจงใจกดพลังฝึกตนเอาไว้เพื่อมาทะลวงระดับบนเกาะแห่งนี้" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"แบบนี้เองสินะ เพราะการทะลวงระดับในเกาะไม่ถือว่าผิดกฎที่ตกลงเอาไว้" อู่หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"ถ้าเป็นตอนที่เจ้าอสรพิษน้อยยังไม่ทะลวงระดับพวกเราอาจจะรำบากแต่ตอนนี้ราชันขั้นต้นไท่ใช่ปัญหาอีกต่อไปด้วยการมีพวกเราและเจ้าอสรพิษน้อยร่วมมือกันเจ้าหวังตี้อะไรนั่นมันก็เป็นได้แค่เหยื่อของเราและคราวนี้แหละข้าจะต้องชิงทักษะ ฝ่ามือสยบมารมาจากเจ้านั่นให้ได้" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับดวงตาของเสี่ยวฮุ่ยลุกโชนด้วยเปลวเพลิงที่ร้อนแรง--------------------------------------------------------------------------------------------------------------