ภูเขาเทพเซียน

    บทที่ 26 : เดินทางไปเยือนตระกูลเหยา

    ที่ชั้นบนสุดของเรือเหาะ มีบุรุษสองคนและสตรีหนึ่งคนนั่งอยู่บนโต๊ะที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของเรือ โดยที่นั่งหัวโต๊ะมีชายหนุ่มสวมชุดสีขาว ที่มีหมอกลอยอยู่ล้อมรอบปกปิดใบหน้า มองดูแล้วดูลึกลับและอันตรายแต่ก็หน้าค้นหานั่งอยู่


    คนผู้นี้กำลังถือแผ่นหยกแผ่นหนึ่งไว้ในมือพร้อมกับส่งจิตวิญญาณเข้าไปด้านใน แผ่นหยกที่เขาถืออยู่คือแผนที่ ที่เขาซื้อมาตอนอยู่ที่เมืองนภาสาดแสง


    คนพวกนี้คือหยางตงเทียน ประมุขภูเขาเทพเซียน และผู้อาวุโสทั้งสองนั้นเอง ส่วนลูกศิษย์ทั้งสามคนนั้นอยู่ที่ชั้นสอง พวกเขากำลังปิดด่านบ่มเพาะอยู่ที่ห้องของตนเอง


    "ท่านประมุข พวกเราจะไปที่ไหนกันต่อหรือขอรับ?" ตงฟางหยูกล่าวถามขึ้นมาด้วยความสงสัยใคร่รู้


    เมื่อฟางชิงหลันได้ยินเช่นนั้น นางก็หันมามองทางหยางตงเทียน เพื่อรอคำตอบด้วยเช่นกัน เพราะว่านี่ก็คือคำถามที่ค้างอยู่ในใจของนาง เพียงแต่นางไม่กล้าเอ่ยถามออกไป


    "ข้าติดค้างคนผู้หนึ่งอยู่ ข้าจะต้องตอบแทนเขา เพื่อที่ข้าจะได้ทำทุกอย่างได้อย่างสบายใจ และไม่รู้สึกติดค้างเขาอีก"หยางตงเทียนกล่าวตอบกลับไป พร้อมกับหันหน้ามองออกไปบนขอบฟ้าด้วยสีหน้าที่ว่างเปล่า ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่..


    เมื่อตงฟางหยูได้ยินหยางตงเทียนกล่าวตอบกลับมาเช่นนั้น เขาก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมาอีก เอาแต่ครุ่นคิดกลับตนเองในใจ "ขนาดท่านประมุขยังติดค้างผู้อื่นเช่นนั้นหรือ? คนผู้นั้นเป็นใครกันน่ะ!? คงจะต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆ"


    "ขนาดเทพโอสถอย่างท่านประมุขยังติดค้างผู้อื่น เห็นทีก่อนที่เขาจะมาถึงจุดนี้ได้ เขาก็ต้องพบเจอและผ่านอะไรมาไม่น้อยเช่นกันสิน่ะ?...."


    "นี่เจ้าคิดอะไรอยู่กันฟางชิงหลัน! การที่คนๆหนึ่งจะเป็นเทพโอสถได้ เขาก็ต้องพบเจอหรือผ่านประสบการณ์มาอย่างมากมายอยู่แล้วสิ! เจ้านี่ช่างไม่รู้อะไรเอาเสียเลย!..."


    ทางด้านฟางชิงหลันเองก็เช่นกัน เมื่อนางได้ยินคำตอบของท่านประมุขของตน นางก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเช่นเดียวกลับตงฟางหยู


    "เฮ้อ~ เอาหล่ะ! ผู้อาวุโสใหญ่ต่อจากนี้เป็นต้นไป การบังคับเรือเหาะข้ามอบให้เป็นหน้าที่ของเจ้าก็แล้วกัน! เราจะเดินทางไปที่ 'ตระกูลเหยา' จากที่นี้ถึงจุดหมาย หากเดินทางด้วยความเร็วสูงสุด คงใช้เวลาไม่เกินห้าวันก็คงจะถึง"หยางตงเทียนกล่าวออกมา มอบหมายหน้าที่ให้กลับตงฟางหยู


    "ตระกูลเหยาหรือขอรับ? ใช้ตระกูลเหยาที่เป็นขุมกำลังขั้นสองที่มีเหยาเจิ้ง เซียนขั้นสองเป็นประมุขตระกูลหรือไม่ขอรับ?"ตงฟางหยูกล่าวถามกลับมาด้วยใบหน้างุนงงปนคาดไม่ถึง


    เขานึกไม่ถึงเลยว่าคนที่ท่านประมุขติดค้าง จะเป็นคนของขุมกำลังขั้นสอง ด้วยเหตุนี้ หากได้รับการช่วยเหลือจากท่านประมุข ซึ่งเป็นถึงเทพโอสถ ตระกูลเหยาคงจะทะยานขึ้นฟ้า เปลี่ยนจากอีกาเป็นหงส์ได้ภายในชั่วข้ามคืน!


    เห็นที!? หากว่าตระกูลเหยามีมหาจักรพรรดิขั้นเก้าอยู่ในตระกูล หากว่าได้รับโอสถล้ำค่าจากท่านประมุข คงจะสามารถทะลวงระดับขึ้นสู่ระดับเซียนได้ในทันที


    เฮ้อ~ เห็นทีตระกูลเหยาคงจะเปลี่ยนจากขุมกำลังขั้นสองขึ้นเป็นขุมกำลังขั้นหนึ่งเสียแล้ว..


    ตงฟางหยูครุ่นคิดไปต่างๆนาๆ โดยนึกไม่ถึงเลยว่าการที่ประมุขของตนเดินทางไปเยือนตระกูลเหยาในครั้งนี้ มันจะหมายถึงหายนะของตระกูลเหยา หาใช่โชคลาภวาสนาอย่างที่ชายหนุ่มกำลังคิดอยู่แต่อย่างใด


    "ที่แคว้นต้าโจวแห่งนี้มีตระกูลเหยาที่เป็นขุมกำลังขั้นสองอยู่กี่แห่ง?"หยางตงเทียนกล่าวถามกลับไปด้วยสีหน้างุนงง หรือว่าจะมีตระกูลเหยาอยู่หลายแห่ง ถ้าเป็นเช่นนั้นก็คงต้องสืมดูก่อนว่า เป็นขุมกำลังใดที่ลงมือกับตระกูลหยาง


    จะให้เขาทำลายไปทั้งหมดเลยก็คงไม่ได้ ถึงแม้ว่าเข้ามาอยู่ที่โลกใบนี้แล้ว ต้องปรับตัว เปลี่ยนจากกฎหมายเป็นกฎผู้ที่แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ


    แต่ถึงอย่างไร เขาก็ยังมีจิตสำนึกหลงเหลืออยู่บ้าง หากไม่มาหาเรื่องเขาเพื่อลนหาที่ตาย หรือมาขัดผลประโยชน์ของเขา เขาก็จะไม่สังหารผู้อื่นไปทั่ว


    ตามความทรงจำของร่างที่เขาเข้ามาอยู่ ก่อนที่จะหนีออกมา มีความทรงจำเพียงว่า คนที่มาโจมตีฆ่าล้างตระกูลหยาง มีอยู่สองตระกูลที่ร่วมมือกัน คือตระกูลเหยาและตระกูลอวิ๋น ทั้งสองตระกูลล้วนแล้วแต่เป็นขุมกำลังขั้นสองเช่นกัน เขาจึงไม่แน่ชัดว่าใช้ตระกูลเหยา ที่ผู้อาวุโสสองกล่าวถึงหรือเปล่า


    "ตระกูลเหยาที่เป็นขุมกำลังขั้นสองในแคว้นต้าโจวมีเพียงแค่ตระกูลเดียวขอรับ?"ตงฟาง หยูตอบกลับมาด้วยความงุนงง "หรือว่าท่านประมุขจะไม่รู้ว่าเป็นตระกูลเหยาใด?"เขาได้แต่ครุ่นคิดในใจ


    "ถ้าเช่นนั้นก็เป็นตระกูลเหยานั้นแหละ นี่คือแผนที่เจ้าเก็บไว้เสีย"หยางตงเทียนกล่าวตอบ แล้วยื่นแผนที่ให้กลับตงฟางหยู


    "ขอรับ"ตงฟางหยูกล่าวตอบพร้อมกลับยื่นมือไปรับเอาแผนที่ จากนั้นเขาก็บังคับเรือเหาะให้บินไปตามทิศทางที่ตระกูลเหยาตั้งอยู่


    "ส่วนเจ้าผู้อาวุโสรอง นี้คือสูตรโอสถคืนโลหิต โอสถระดับเก้าขั้นต่ำ สรรพคุณของมันล้ำค่ากว่าโอสถระดับเก้าขั้นกลางบางชนิดเสียอีก! นับว่ามันเป็นที่ต้องการของเหล่าตาเฒ่ายายเฒ่าระดับเซียนที่ไม่ยอมตายเหล่านั้นมาก!....."


    "เจ้าจงหลอมมันขึ้นมาเสีย ข้าจะนำมันไปประมูล! หากปล่อยข่าวออกไป ขุมอำนาจเบื้องหลังของเซียนเฒ่าเห่านั้น พวกเขาจะต้องทุ่มหมดหน้าตักแน่! เพื่อที่จะครอบครองโอสถเม็ดนี้! แค่นึกถึงตอนที่ขุมกำลังเหล่านั้นแย่งกันประมูลอย่างเอาเป็นเอาตายก็สนุกแล้ว ฮิฮิฮิๆๆ …."


    หยางตงเทียนกล่าวออกมาพร้อมกับหัวเราะขึ้นด้วยความชั่วร้าย เมื่อฟางชิงหลันและตงฟางหยูได้ยินเสียงหัวเราะนั้น พวกเขาก็ถึงกับพากันขนลุกชูชัน จ้องมองมาทางหยางตงเทียนด้วยสีหน้าหวาดหวั่น


    "เอ่อ!? อะแฮ่ม! นี่คือสูตรโอสถและสมุนไพรเจ้ารับมันไปสิ เมื่อศึกษามันจนเข้าใจแล้ว เจ้าก็จงลงมือหลอมมันขึ้นมาเสีย..."เมื่อเห็นสีหน้าและสายตาของผู้อาวุโสทั้งสองที่มองมาที่ตน


    หยางตงเทียนก็กระแอมออกมาเล็กน้อยแก้เก้อ จากนั้นชายหนุ่มก็เปลี่ยนเรื่องคุยและรีบส่งสูตรโอสถพร้อมด้วยสมุนไพรสามชุดให้กับฟางชิงหลัน จากนั่นเขาก็รีบปลีกตัวออกมาจากตรงนั้นในทันที


    "จะ จะ! เจ้าค่ะ!!"เมื่อเห็นหยางตงเทียนส่งสูตรโอสถและสมุนไพรล้ำค่ามาให้


    ฟางชิงหลันนางก็กล่าวออกมา พร้อมกับยื่นมือออกไปรับสิ่งของจากหยางตงเทียนด้วยความสีหน้างุนงง เพราะตอนนี้สมองของนางนั้นประมวลผลไม่ทัน


    นางไม่รู้ว่าจะดีใจที่ได้สูตรโอสถ และได้หลอมโอสถจากสมุนไพรล้ำค่า หรือหวาดผวาเสียงหัวเราะที่แสนชั่วร้ายของท่านประมุขดี


    แต่ถึงแม้ว่านางจะยังงงงันอยู่? แต่นางก็ยังยืนมือไปรับด้วยสัญชาตญาณ เมื่อนางตั้งสติได้นางก็หันหน้าไปมองหยางตงเทียน แต่ปรากฏว่าอีกฝ่ายไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว…..


    "เอ่อ!? ผู้อาวุโสใหญ่ ปรกติท่านประมุขก็เป็นเช่นนี้รึ?"เมื่อนางหันไปมอง ก็เห็นหยางตงเทียนเข้าไปในห้องแล้ว นางจึงหันมาหาตงฟางหยูที่ยังคงนั่งอยู่ แล้วกล่าวถามขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ


    "ข้าก็พึ่งเห็นท่านประมุขเป็นเช่นนี้ครั้งแรกเช่นกัน?"ตงฟางหยูกล่าวตอบกลับมาด้วยสีหน้าที่ว่างเปล่า เพราะตอนนี้ชายหนุ่มได้สติหลุดไปแล้ว.....


    "ว่ากันว่านักหลอมโอสถยิ่งระดับสูง ก็ยิ่งมีนิสัยแปลกประหลาด เห็นทีว่าจะจริง!?"ตงฟางหยูกล่าวออกมาอีกครั้ง พร้อมกับจ้องมองฟางชิงหลันด้วยสีหน้ายากคาดเดา


    "ท่านมองข้าเช่นนี้หมายความว่าเช่นใดกัน!? ท่านก็คิดว่าข้าแปลกประหลาดรึ!?"เมื่อฟางชิงหลันเห็นสายตาของผู้อาวุโสใหญ่ ที่ใช้มองมายังตน นางก็กล่าวออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์ในทันที! นางไม่ได้แปลกประหลาดซักหน่อย!


    "เปล่าๆๆ เจ้าจงไปศึกษาสูตรโอสถที่ท่านประมุขมอบให้เถอะ! ข้าก็จะไปแล้ว..."ตงฟางหยูโบกมือไปมากล่าวปฏิเสธ จากนั้นก็ไล่ให้นางไปศึกษาสูตรโอสถ ส่วนเขาก็หันไปบังคับเรือเหาะ ให้บินตรงไปในทิศทางที่ต้องการ...…