ฉินลู่เพิ่งกลับมาที่ห้องขังยังไม่ถึงชั่วโมง
ก็มีตำรวจสองคนเข้ามาพาตัวฉินลู่ไปยังห้องสอบสวนอีกครั้ง
ยังคงเป็นห้องสอบสวนห้องเดิมแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสองคนนี้กลับไม่ใช่ชุยฮุ่ยฮุ่ยกับตำรวจหนุ่มคนนั้นแล้ว
ฉินลู่เดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมอย่างเคยชินและมองผู้สืบสวนที่เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง
ผู้ชายอายุประมาณ 40 กว่าปี ตาโตคิ้วเข้มมีรอยแผลเป็นที่หางตา ทำให้เห็นแล้วจำได้ขึ้นใจ
ส่วนผู้หญิงน่าจะประมาณ 20 ต้นๆ ไม่น่าเกิน 25 รูปร่างหน้าตาสวยสดงดงามเธอหวีผมสั้นไว้อย่างเรียบร้อย ดวงตากลมโตเปล่งประกายให้ความรู้สึกสดใส
เป็นสาวสวยที่มีคะแนนความงามมากกว่า 9 จาก 10 คะแนนเลย
ตำรวจหญิงคนสวยสวมชุดเครื่องแบบตำรวจ บนเนินอกสูงก็มีป้ายชื่อติดอยู่ด้วยด้านบนป้ายนั้นเขียนไว้ว่า ‘สมาชิกกรมสืบสวนคดีพิเศษที่ 2สำนักงานความมั่นคง เมืองจิงเฉิง’
“สำนักงานความมั่นคงมาเองเลยเหรอกลุ่มอิทธิพลมืดจิงเหมินไปก่อเรื่องร้ายแรงขนาดไหนกันนะ!” ฉินลู่เริ่มรู้สึกแปลกใจขึ้นมาบ้างแล้ว
“ปัง”
ประตูห้องสอบสวนปิดลง
นายตำรวจวัยกลางคนกับตำรวจหญิงคนสวยนั่งจ้องฉินลู่เงียบๆ ไม่พูดไม่จา
ฉินลู่รู้ดีว่าสองคนนี้กำลังกดดันเขาทางจิตใจอยู่
ถือว่าเป็นสิ่งที่ทางตำรวจชอบใช้เป็นประจำในเวลาทำการสอบปากคำ
เพราะแบบนั้นฉินลู่จึงมองพวกเขาตาไม่กระพริบและไม่พูดอะไรเลยเหมือนกัน
คนที่ฉินลู่จ้องอยู่คือตำรวจหญิงคนนั้น
เพราะว่าเธอสวยเกินต้านจริงๆถ้าไม่มองก็จะรู้สึกเสียดายเอา
สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเย็นชาอันไร้สิ้นสุดเธอไม่สนสายตาของฉินลู่ที่มองเช็กตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย
20 นาทีผ่านไป คนที่ทนกับความเงียบต่อไม่ได้แล้วก็คือทางฝั่งตำรวจ
นายตำรวจวัยกลางคนหันไปส่งซิกให้กับตำรวจหญิงจากนั้นตำรวจหญิงก็มองมาที่ฉินลู่และพูดว่า “ชื่ออะไร”
ฉินลู่ไม่ได้ตอบ เพราะ 20 นาทีมานี้ เขาจ้องเธอจนเอ๋อไปแล้ว
คนสวยเป็นสิ่งที่ประหลาดมาก
มีคนสวยบางประเภทที่พอมองแว็บแรกก็รู้สึกว่าสวยดีแต่พอมองไปนานๆ กลับพบจุดด้อยมากมาย หรือไม่ก็มองจนมีความรู้สึกเบื่อ
แต่ตำรวจหญิงคนสวยตรงหน้าคนนี้ฉินลู่มองอย่างไรก็ไม่เบื่อเลย กลับให้ความรู้สึกที่ยิ่งมองก็ยิ่งสวยยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเป็นคนคุ้นเคย
นี่คือผู้หญิงที่สวยที่สุดเท่าที่ฉินลู่เคยเจอมาโดยไม่มีข้อสงสัยใดๆ เลย
ยังสวยกว่าซุนอิงอยู่นิดหน่อยด้วย
เพราะฉินลู่ไม่ยอมตอบคำถามสักทีนายตำรวจวัยกลางคนจึงสีหน้าเริ่มออก เขาตบโต๊ะอย่างแรงหนึ่งที ก่อนพูดว่า “ชื่ออะไร! เรากำลังสอบสวนนายอยู่นะ! ทำไมไม่พูดเล่า!”
“หา? อ้อๆ”ฉินลู่รวบรวมสติกลับมาได้ และพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดว่า “ขอโทษด้วย เมื่อกี้มัวแต่เหม่ออยู่น่ะ ผมชื่อฉินลู่ฉินที่มาจากคำว่าฉินสื่อหวง ส่วนลู่(ถนน) ก็มาจากคำว่าเส้นทางของลัทธิมากซ์ [1]หรือพวกคุณจะเข้าใจเป็นฉินสื่อหวงเดินบนเส้นทางของลัทธิมากซ์ก็ได้นะ”
“ปัง!” นายตำรวจวัยกลางคนตบโต๊ะอีกครั้งและพูดว่า“อย่าพูดจาพร่ำเพรื่อ นายน่าจะเคยได้ยินคำนี้นะ”
“คำว่าอะไรเหรอ” ฉินลู่สงสัย
นายตำรวจวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “คำว่าปลาหมอตายเพราะปาก”
ฉินลู่หัวเราะพลางพยักหน้าแล้วพูดว่า “เข้าใจแล้วถามมาเถอะ สัญญาว่าจะไม่ทำให้พวกคุณเสียเวลา”
ตำรวจหญิงรอให้ทั้งสองคนพูดจบจากนั้นก็ถามขึ้นว่า “อายุ?”
“25”
“สัญชาติ?”
“จีน”ฉินลู่ตอบความจริงทั้งหมด แต่จู่ๆ ก็รู้สึกแปลกใจขึ้นมาจึงถามว่า “ทำไมทุกครั้งที่ทางตำรวจเริ่มการสอบสวนต้องถามคำถามที่น่าเบื่อแบบนี้ตลอดเลยเชื่อว่าพวกคุณก็คงรู้ประวัติส่วนตัวของผมหมดแล้วไม่ใช่เหรอมาถามแบบนี้อีกจะยิ่งเป็นการเสียเวลาเอานะ พวกคุณก็ดูรีบร้อนเหมือนกันนี่เอาเป็นว่าเรามาเข้าประเด็นกันเลยดีกว่า”
“ไม่ต้องพูดมาก!” นายตำรวจวัยกลางคนพูดดุฉินลู่
ฉินลู่ทำท่าเหมือนช่วยไม่ได้ “ช่างเถอะเชื่อพวกคุณเลยจริงๆ พวกคุณถามมาเถอะผมบอกได้แม้กระทั่งสีของกางเกงลิงที่ผมใส่ตอนนี้ด้วยนะ ถ้าพวกคุณคิดว่ามันจำเป็น”
ตำรวจหญิงคนสวยก้มดูเอกสารในมือจากนั้นก็พูดต่อว่า “ตอนนี้คุณพักอยู่ที่ไหน”
“ห้อง 401 หมู่1 ชุมชนฝานหวา เขตหนานเฉิง เมืองจิงเฉิง”
“คุณทำงานอะไร” น้ำเสียงของตำรวจหญิงเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
“ฉันเป็นหมอที่มีเกียรติคนหนึ่ง และตอนนี้ก็กำลังดูแลอนาคตของชาติที่มีโอกาสเจ็บป่วยในมหาวิทยาลัยหวาชิง”
“ตอบดีๆ !” นายตำรวจวัยกลางคนหัวร้อนอีกแล้ว“พล่ามอะไรไร้สาระอยู่ได้”
“ทำไมป่าเถื่อนจัง” ฉินลู่เบ้ปากแล้วพูดว่า “หมอประจำห้องพยาบาลในมหาวิทยาลัย”
“สถานะปัจจุบันคือโสดเหรอ” ตำรวจหญิงคนสวยถามต่อ
ฉินลู่พยักหน้าพลางพูดว่า “ใช่แล้วตอนนี้ฉันเป็นสุนัขที่ไม่มีเจ้าของตัวหนึ่งตำรวจอย่างพวกคุณใส่ใจแม้กระทั่งสถานะทางการสมรสของประชาชนด้วยเหรอ หรือว่าพอผมมีอายุตามเกณฑ์ที่ระบุไว้ ทางรัฐบาลก็จะจัดหาคู่สมรสที่เหมาะสมให้กับผม?”
“คุณฉินลู่ ฉันขอเตือนนะคะ ถ้ายังยืนยันที่จะให้การด้วยวิธีแบบนี้ต่อไปแล้วล่ะก็ผลการสอบสวนอาจไม่เป็นผลดีต่อตัวคุณเองนะ”ตำรวจหญิงคนสวยพูดเตือนฉินลู่ด้วยสีหน้าจริงจัง จากนั้นก็ถามต่ออีกว่า “คุณรู้ไหมว่าตัวเองมีความผิดอะไร”
ในที่สุดก็เข้าประเด็นสักที!
ฉินลู่พยายามจัดการความคิดในหัวของตัวเองก่อนพูดออกมาว่า “ผมไม่ได้ทำอะไรผิด”
ตำรวจหญิงคนสวยจ้องฉินลู่ตาเขม็ง “ในเมื่อไม่ได้ทำอะไรผิดแล้วคุณถูกจับตัวมาที่นี่ได้อย่างไร”
“ถูกพวกตำรวจที่ไปทำคดีซื้อบริการทางเพศจับผิดตัวมาน่ะ” ฉินลู่ยักไหล่เบาๆ เพื่อบอกให้รู้ว่าตัวเองก็รู้สึกจำใจมากจริงๆ
“เหอะๆ”ตำรวจหญิงคนสวยหัวเราะแห้งออกมา “ถ้าพูดความจริงโทษก็จะไม่หนักอันนี้คุณน่าจะรู้อยู่แล้ว คุณถูกจับมาด้วยเรื่องอะไรแผนกในหน่วยงานราชการของเรารู้กันอย่างชัดเจน จะบอกความจริงให้ก็แล้วกันสำหรับคนอย่างพวกคุณน่ะ รัฐบาลได้ทำการติดตามมานานมากแล้วพวกเราที่อยู่ในกรมสืบสวนคดีพิเศษก็แอบติดตามพวกคุณมานานกว่าครึ่งปีทำให้รู้ว่าสถานการณ์ของพวกคุณแต่ละคนเป็นอย่างไร ดังนั้น พูดความจริงมาเถอะสารภาพความผิดของตัวเอง และเปิดเผยความผิดของคนอื่นๆ ด้วย คุณถึงจะลดโทษได้บ้าง”
ฉินลู่ทำตาโตอ้าปากค้าง
ตำรวจพวกนี้มีแผนล่อเยอะจัดคิดจะมาหลอกให้พูดสินะ
ถ้าฉินลู่ไม่รู้อะไรเลยและไร้เดียงสาจริงๆเขาก็อาจจะพูดความจริงทั้งหมดออกไปแล้ว
“นี่ฉันถามคุณอยู่นะรบกวนตอบความจริงด้วย” ตำรวจหญิงคนสวยพูดถามซ้ำ
ฉินลู่ส่ายหัวไปมาและพูดว่า “ถ้าคุณสะกดรอยตามผมมานานมากแล้วงั้นก็แสดงว่าต้องตกหลุกรักผมเข้าแล้วล่ะสิ ตอนนี้ผมโสดอยู่พอดีเลยเมื่อกี้ผมลองพิจารณาดูแล้วนะ ผมว่าคุณก็ใช้ได้”
“ปัง!”
ครั้งนี้เป็นเสียงตบโต๊ะของตำรวจหญิงคนสวย “คุณฉินลู่เรื่องที่คุณทำผิด ทางตำรวจได้เก็บหลักฐานมาแล้วบางส่วนถ้าคุณยังเล่นปฏิเสธอยู่แบบนี้ ผลที่ตามมาอาจรุนแรงกว่าที่คิดนะ”
ฉินลู่หัวเราะอย่างไม่แยแสออกมาจากนั้นก็พูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “ในเมื่อพวกคุณมีหลักฐานที่ชี้ว่าผมเป็นคนทำผิดอยู่แล้วงั้นก็เอาออกมาเลยสิ แค่พวกคุณเอาออกมาให้ผมดู ผมก็จะได้รู้ว่าผมทำอะไรผิดกันแน่”
“ได้นายนี่มันไม่เห็นโรงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ”ดวงตาทั้งสองข้างของตำรวจหญิงคนสวยมีความลังเลเล็กน้อยจากนั้นเธอก็แสร้งทำท่าทีมั่นอกมั่นใจและหันไปขยิบตาให้กับนายตำรวจวัยกลางคนที่นั่งอยู่ข้างๆพร้อมพูดว่า “พี่ซ่งพี่ช่วยไปเอาข้อมูลแฟ้มคดีที่ฉินลู่เคยทำผิดมาหน่อย”
“ได้ ฉันเข้าใจแล้ว” นายตำรวจวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่าพี่ซ่งลุกขึ้นยืน
เขามองไปที่ฉินลู่ด้วยสายตาที่บอกว่านายเจอดีแน่จากนั้นก็เดินออกจากห้องสอบสวนไป
ภายในห้องสอบสวนเหลือแค่สองคน
ก็คือฉินลู่กับตำรวจหญิงคนสวย
“คุณฉินลู่ในขั้นตอนการสอบสวนของทางตำรวจการที่ผู้ต้องสงสัยยอมรับเองว่าตัวเองมีความผิดอะไรบ้างกับการที่ทางตำรวจเปิดเผยความผิดให้ได้รู้ทั้งสองทางนี้จะมีผลการลงโทษที่แตกต่างกันมาก แถมยังมีผลต่อการลดโทษด้วย” ตำรวจหญิงคนสวยจ้องตาฉินลู่และพูดบอกเขา
[1]ลัทธิมากซ์ คือขั้วตรงข้ามกับฝ่ายทุนนิยม คล้ายๆ คอมมิวนิสต์