เพลิงตราบาป
“หนูขอโทษหนูช่วยพ่อไม่ได้เลย”มือเรียวทุบที่ขาตัวเองซ้ำๆก่อนจะนึกได้ว่ามีอีกหนึ่งชีวิตรอวันลืมตามาดูโลกใบนี้
“ลูกหนูต้องรอด”กมลเนตรลุกยืนและมองหาทางเพื่อออกไปยังถนน หญิงสาวเดินราวกับจะหมดแรงไปตามทางแยกเล็กๆและคอยหลบเมื่อมีเสียงแปลกๆเพราะเกรงว่าจะเป็พวกนั้นตามมาทันร่างอรชรเดินไปมาวนหลายรอบจนเที่ยงก่อนจะล้มลงเป็ลมด้วยความหิว
“พี่สาวๆ”เสียงเล็กๆร้องเรียกพร้อมแตะที่ใบหน้าจนกมลเนตรตื่น
“หนู” หญิงสาวยิ้มอย่างมีความหวัง
“นอนทำไมตรงนี้”
“พี่เหนื่อยมาก หนูมากับใคร”
“มากับพ่อแม่มาเก็บของป่า นั่นไงพ่อกับแม่มาแล้วพ่อๆมีคนนอนตรงนี้” เด็กชายตัวผอมรีบะโบอก
“ช่วยหนูด้วยค่ะหนูถูกตามล่า” กมลเนตรยกมือไหว้อย่างวิงวอน
“ไอ้จ้อยมานี่ ใครก็ไม่รู้” หญิงร่างผอมเรียกลูกชาย
“หนูท้องอยู่ค่ะ หนูกลัวลูกตายช่วยหนูด้วยค่ะ”
“ท้องเหรอวะ”ชายร่างผอมผิวดำมองที่ท้องของกมลเนตรทันที
“แม่ช่วยพี่เขานะ น่าสงสารดูสิหน้ามอมแมมกว่าจ้อยอีก”
“ป้าเดินมาไกลนะ หนูจะเดินกลับไหวเหรอ”มือผอมยื่นมาแตะแขนคนที่หมดแรงอย่างเป็มิตร
“ป้ามีอะไรให้หนูกินไหมคะหนูกินก็คงมีแรงเดินค่ะ”
“มีข้าวกับหมูทอดเหลือนิดหน่อยไอ้จ้อยมันกินไม่หมด”
“หนูขอนะหนูหิวมากค่ะ”กมลเนตรยกมือไหว้เพราะหิวมากจนมือสั่น
“อีหนูมือสั่น หิวมากสิท่าเอาไปกินจะได้มีแรงเดิน”ชายร่างผอมยื่นให้พร้อมกับนั่งลงข้างๆ
ข้าวห่อเล็กๆ หมดในพริบตามือเรียวยกพนมไหว้ขอบคุณซ้ำๆด้วยความซาบซึ้งใจอย่างน้อยมื้อนี้ลูกในท้องก็ไม่ต้องอดตาย
“หนูพร้อมเดินทางแล้วค่ะ”
“ไอ้จ้อยไปช่วยพยุงพี่เขาสิวะ”
“ได้เลยแม่ จ้อยทำได้อยู่แล้วแค่พยุงเอง แค่นี้สบายมาก”เด็กชายร่างผอมยิ้มด้วยความจริงใจทำให้กมลเนตรรู้สึกใจชื้นขึ้นมาทันที
เด็กชายร่างผอมรีบพยุงให้กมลเนตรลุกและพากันเดินระหว่างทางกมลเนตรก็เล่าให้ฟังเพียงคร่าวๆว่าถูกคนร้ายตามไล่ล่าเธอกับพ่อก่อนพ่อจะถูกยิงตายเหลือเพียงเธอหนีเอาตัวรอดเพียงคนเดียว
“อีหนูเอ๊ย ผัวไปไหนไม่มาด้วยเหรอ”
“ตายแล้วค่ะป้า ตายั้แ่ไปเป็ทหาร”
“ว่าแต่สมัยนี้มันรบกันตายมีด้วยเหรอวะ”พ่อไอ้จ้อยหันไปถามเมียด้วยความสงสัย
“เออวะ ถึงป้าจะอยู่ในป่าแต่ก็พอรู้สมัยนี้ไม่มีรบกันแล้วนะหนู”
“เหยียบะเิตายค่ะป้า อยู่ตะเข็บชายแดนภาคใต้ค่ะ”
“มิน่าล่ะ” ชายร่างผอมพยักหน้าทันที
“ค่ะ เขาตายแล้วตายไปจากชีวิตหนูกับลูกด้วยค่ะ”ทั้งหมดเดินออกจากป่าจนมาถึงรถพ่วงคันเก่าที่จอดไว้แล้วพากันนั่งรถพ่วงกลับมาที่บ้าน
กระท่อมไม้เก่าๆที่ตั้งอยู่ตรงหน้าทำให้กมลเนตรนึกถึงลุงกับป้าที่เคยช่วยก่อนหน้าทันที
“หนูจะอยู่ได้ไหม พวกเราจนนะสภาพบ้านก็แค่พอมีที่ซุกหัวนอนอย่างที่เห็นล่ะ”
“อยู่ได้ค่ะหนูขออาศัยจนกว่าจะมีทางไปนะคะ”
“ได้สิหนูช่วยป้าทำกับข้าว งานเล็กๆน้อยๆก็พอนะ”
“ขอบคุณค่ะลุง”
“ป้าปลูกผักไว้นิดหน่อยและก็มีไก่ไม่กี่ตัวได้ไข่มันล่ะกิน”
“ค่ะป้า หนูอยู่ได้ค่ะหนูสัญญาจะช่วยงานทุกอย่างเท่าที่ทำได้ค่ะ”
ผ่านไปหลายเดือนท้องที่แก่ใกล้คลอดเต็มทีแต่ร่างกายยังคงฝืนทำงานมือเรียวหยิบมีดด้ามใหญ่ผ่าฟืนเพื่อใช้สำหรับหุงต้มอาหารท่อนแล้วท่อนเล่าผ้าถุงที่ใส่จนเก่าซีดหาความสวยแทบไม่มีใบหน้าที่ขาวเนียนเริ่มคล้ำเพราะไม่เคยได้ััครีมบำรุงใดๆเลยเม็ดเหงื่อผุดเต็มใบหน้าแสงแดดเริ่มแรงก่อนดวงตาที่หมองเศร้าจะหรี่ลงช้าๆและดับวูบ
“พี่เนตร!” ไอ้จ้อยวิ่งมาพร้อมกับหันไปเรียกพ่อกับแม่ให้มาดูกมลเนตร
“ยาหอมพอช่วยได้นะคงจะเป็ลม”
“นังสาว แกไม่น่าให้ผ่าฟืนเลยนะ”
“ไอ้มง แกก็รู้มันทำเอง ข้าเคยสั่งที่ไหนล่ะ”
“แม่ๆ พี่เนตรฟื้นแล้วแม่”ไอ้จ้อยพูดด้วยความดีใจ
“หนู ปะปวดท้องค่ะ” กมลเนตรรีบบอกด้วยน้ำตาเพราะรู้สึกปวดท้องและปวดหนึบไปทั้งตัว
“ไปอนามัยกัน” ลุงมงรีบบอกเมียพร้อมกับเดินลงไปด้านล่างเพื่อหารถพากมลเนตรไปสถานีอนามัย
รถพ่วงคันเก่าๆคงเป็พาหนะที่ดีที่สุดตอนนี้เพราะห่างจากบ้านลุงมงกับป้าสาวไปก็มีเพียงบ้านไม่กี่หลังต่างก็ไม่มีรถยนต์เลยสักคัน
“พ่อ จ้อยไปด้วย” เด็กชายทำท่าจะขึ้นนั่งบนรถ
“ไม่ได้! เกะกะเปล่าๆ ข้าไปคนเดียวแกอยู่กับแม่นี่ล่ะ อีกหลายกิโลกว่าจะถึงอนามัย”
“ข้าไปด้วยดีกว่าแก เผื่อฉุกเฉิน” ป้าสาวรีบบอกลุงมงก่อนจะหันไปมองหน้าลูกชาย
“เออๆ ไอ้จ้อยอยู่คนเดียวนะ เตรียมที่นอนรอไว้เลยรอรับน้องเลยมึงพ่อจะรีบกลับมา” ลุงมงกำชับลูกชายทันที
“ได้สิพ่อ จ้อยอยากเห็นหน้าน้องแล้วนะพ่อ”
“โอ๊ย!”กมลเนตรยังคงร้องตลอดทางดีที่ป้าสาวเอาผ้าหนามารองให้นอนพอให้ไม่เจ็บหลังจนเกินไป
“อดทนอีหนู”
“จะ จ้ะป้าหนูจะทน”กมลเนตรซาบซึ้งบุญคุณลุงมงกับป้าสาวมากที่ช่วยเหลือหากไม่มีสองคนนี้บางทีเธออาจตายในป่าั้แ่วันนั้นแล้ว
“ลูกต้องรอดนะ ลูกต้องรอด อดทนนะลูก”ริมฝีปากงามสั่นระริกก่อนจะขบเม้มด้วยความเ็ป
สถานีอนามัยเปิดประตูไว้แต่ไร้เงาเ้าหน้าที่แม้แต่คนเดียวป้าสาวเดินไปมาก่อนจะนึกได้ว่ามีบ้านพักเ้าหน้าที่อยู่ไม่ไกลนัก
“ไปบ้านพักหมอสิไอ้มงเผื่อเขาไปกินข้าวกัน”
รถพ่วงพาคนท้องแก่มาจอดหน้าบ้านพักหมอที่ประตูยังคงปิดราวกับไม่มีคนอยู่ป้าสาวไม่รอช้าะโเรียกเพราะไม่รู้จะไปหาใครอีกแล้ว
“คุณหมอ! อยู่ไหมมาช่วยคนท้องจะคลอดด้วยจ้า”
“หมออยู่ไหม!”
“อยู่ครับพอดีไม่ค่อยสบายเลยพักผ่อนว่าแต่ไหนใครจะคลอด แล้วดูสิมารถอะไรกันท้องแก่ด้วยสิ”คุณหมอประจำสถานีอนามัยได้แต่มองกมลเนตรด้วยความเวทนา
“ไปรถหมอเดี๋ยวพาไปในอำเภอหนูทนไหวไหม”
“หวะไหวค่ะ” กมลเนตรฝืนตอบทั้งที่แทบจะขาดใจตาย
“ไปเร็วเถอะหมอ นังหนูมันทนมาห้ากิโลแล้วทางก็ไม่ดีเลยไหนจะต้องเข้าเมืองอีกไกล”
“ครับๆ”คุณหมอวัยสามสิบปียิ้มเล็กน้อยพร้อมกับรีบพาคนท้องแก่ไปที่เบาะหลังรถ
“นังสาวไปกับหมอนะข้าไปอยู่กับไอ้จ้อยเดี๋ยวพรุ่งนี้ข้ามาหาที่บ้านหมอ”
“เออๆ”ป้าสาวรีบตอบแล้วเข้าไปนั่งในรถอย่างรวดเร็ว
“ไปสิหมอรออะไรหลานฉันจะออกมาแล้วนะ”
“ครับป้า”
‘ลูกจ๋าอดทนนะ แม่ก็จะอดทนเหมือนกัน เราจะรอดด้วยกัน’ มือเรียวกำกันแน่นเมื่ออีกหนึ่งชีวิตในท้องกำลังอยากออกมาลืมตาดูโลกใบนี้เต็มที