สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

    ตอนที่ 150 มหานครนิวยอร์ค !!

    ตอนที่ 150

    “บ้าเอ้ยติดต่ออิจิยะไม่ได้หมอนั่นหายไปไหนกัน ในบ้านคุณสตีฟก็ไม่มีใครอยู่สักคน !!!” ซานตาน่ายืนหงุดหงิดอยู่หน้าบ้านสตีฟเขาได้รับรายงานมาว่าพวกมังกรดำนั่นมีความเร็วเพิ่มขึ้นอีกเขากะจะแจ้งเรื่องนี้ให้อิจิยะทราบแต่ทว่าก็ดันติดต่อไม่ได้

    “ช่างมันแล้วกันเราได้แต่ไว้ใจอิจิยะเรารีบไปจัดการช่วยนิโครอพยพคนดีกว่า” ซานตาน่าได้แต่ไว้ใจอิจิยะก่อนเขาจะรีบไปช่วยนิโครอพยพคนในเมือง

    ทางด้านสตีฟ

    “ตึกด้านหน้านั่นแหละครับคุณสตีฟ” อิจิยะพูดพลางมองไปที่ตึกสูงด้านหน้าซึ่งเป็นโรงแรม

    “ครับว่าแต่ผู้จัดการนั่นอยู่ชั้นไหน” สตีฟถาม

    “น่าเป็นชั้นที่สี่สิบครับเพราะจากที่พนักงานสาวคนนั้นแจ้งผู้จัดการคนนั้นน่าจะพักอยู่ที่นั่น” อิจิยะพูด

    “ว่าแต่เราจะลงไปยังไงอย่าบอกนะว่าคุณจะจอดบนยอดตึก !!” สตีฟถามเพราะเขามองยังไงก็ไม่เห็นจะมีที่จอดเฮลิคอปเตอร์เลยตึกแถวนี้ ซึ่งบนยอดตึกแต่ละแห่งแถวนี้นั้นเป็นแค่ดาดฟ้าเล็กๆเท่านั้น

    “คงต้องกระโดดลงแล้วล่ะครับ” อิจิยะพูดก่อนจะปลดสายเข็มขัดนิรภัยทันที

    “กระโดดลง !!” สตีฟอุทานออกมาเพราะนึกไม่ถึงว่าอิจิยะจะทำอะไรบ้าบิ่นแบบนี้ด้วย

    “ใช่ครับ” อิจิยะพยักหน้าก่อนจะจัดการใช้ระบบอัตโนมัติให้เฮลิคอปเตอร์ลำนี้บินอยู่กับที่ก่อนจะกระโดดลงจากเครื่องทันที

    ฟิ้ว !! ร่างของอิจิยะร่วงลงไปจากความสูงเหนือดาดฟ้าราวๆสามร้อยเมตร

    ตู้ม !! ร่างของอิจิยะตกลงบนพื้นดาดฟ้าอย่างแรงจนพื้นถึงกับร้าว

    “เหอะๆไม่มั่นใจเรื่องค่าสถานะคงไม่กล้าทำแบบนี้นะเนี่ย” สตีฟหัวเราะแห้งๆก่อนจะกระโดดตามลงไปแบบสบายๆ

    ตู้ม !! สตีฟกระโดดลงมากระแทกกับพื้นดาดฟ้าจนพื้นแตกเช่นกัน

    “ทางนี้ครับคุณสตีฟเร็วเข้า !!” อิจิยะตะโกนเรียกสตีฟจากหน้าประตูทางลงข้างล่าง

    “เฮ่ !! รอด้วยแล้วก็พื้นนี่ถ้าเขาเก็บเงินค่าซ่อมผมให้เก็บที่คุณนนะ” สตีฟตะโกนบอกอิจิยะก่อนจะรีบตามพี่แกไป

    “ลิฟท์ใช้ไม่ได้ !!” อิจิยะอุทานออกมาหลังจากพยายามกดลิฟท์ดูแล้วแต่มันไม่ตอบสนองเลยทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจวิ่งลงบันไดเอาซึ่งตึกนี้นั้นสูงเกือบแปดสิบชั้นเลยทีเดียว

    ทั้งคู่วิ่งลงบันไดไปจนถึงชั้นสี่สิบก่อนจะเปิดประตูทางหนีไฟเข้าไปภายในอาคาร

    “หือทำไมมันเงียบแบบนี้ล่ะแถมมืดไปหมดไ” สตีฟถามหลังจากมาถึงชั้นสี่สิบ

    “นั่นสิทำไมเงียบแบบนี้ แถมผมเหมือนได้กลิ่นอะไรไหม้ๆด้วย” อิจิยะเองก็แปลกใจก่อนจะหยิบมือถือออกมาก่อนจะเปิดไฟฉายจากมือถือเพื่อหาสวิทซ์ไฟ

    แป๊ก !! อิจิยะหาสวิทซ์ไฟที่ผนังจนเจอก่อนจะเปิดมันทันทีแต่ทว่าไฟมันไม่ติด

    ทำให้สตีฟต้องช่วยหยิบเอามือถือออกมาก่อนจะเปิดไฟฉาย ฉายไปข้างหน้า

    “เฮ้ย !!x2” ทั้งสองคนอุทานออกมาหลังจากเห็นสภาพของทางเดิน

    “นี่มันเกิดอะไรขึ้นอย่าบอกนะว่าไฟไหม้ !!” สตีฟหันหน้าไปมองอิจิยะพลางถาม

    “ผมเองก็ไม่แน่ใจแต่ก็น่าจะเป็นแบบที่คุณว่า คงมีไฟไหม้เกิดขึ้นถึงว่าได้กลิ่นเหม็นไหม้ !!” อิจิยะพยักหน้าอย่างไม่แน่ใจเท่าไหร่แต่สภาพเบื้องหน้ามันก็เหมือนพึ่งจะผ่านไฟไหม้มาจริงๆ

    ซึ่งสภาพห้องที่ทั้งสองคนเห็นนั้นคือสภาพของทางเดินเต็มไปด้วยเขม่าควันสีดำและคราบของเหลวสีขาวๆซึ่งน่าจะเกิดจากสารที่ใช้ดับเพลิง

    “คุณอิจิยะคุณไปดูข้างบนผมจะดูลงไปข้างล่างค่าสถานะความเร็วผมสูงผมคงใช้เวลาไม่นาน” สตีฟพูดก่อนจะรีบพุ่งไปที่บันไดทันที

    ฟุ่บ !! ร่างของสตีฟพุ่งหายไปจากข้างๆอิจิยะทันทีส่วนอิจิยะเองเมื่อเห็นว่าสตีฟไปสำรวจชั้นล่างทั้งหมดแล้วเขาก็รีบวิ่งขึ้นไปสำรวจข้างบนบ้าง

    ห้านาทีต่อมา

    “บ้าไปแล้วนี่เราสำรวจจนมาถึงชั้นแรกแล้วนะคนไปไหนหมด !!” สตีฟพูดออกมาหลังจากลงมาจนถึงชั้นล่างสุดถึงแม้เขาจะไม่ได้หาแต่ละชั้นอย่างละเอียดแต่เขาก็ตรวจสอบดูทุกชั้นไม่มีวี่แววของคนที่อาศัยอยู่ด้านในอาคารนี้เลยสตีฟมองออกไปด้านนอกก็ยังเห็นรถและคนเดินกันอยู่ขวักไขว่

    “นี่มันเกิดอะไรขึ้นแต่ละชั้นเองก็สภาพเหมือนถูกไฟไหม้มาอย่าบอกนะว่าที่นี่เกิดไฟไหม้” สตีฟเอ่ยอย่างไม่เข้าใจตอนนั้นเองสตีฟก็ได้ยินเสียงชายคนหนึ่งร้องเพลงฮึมฮัมมาจากทางด้านหนึ่งซึ่งสตีฟคิดว่าน่าจะเป็นห้องน้ำเพราะมันมีป้ายบอกเอาไว้อยู่

    “เฮ้...ในนั้นมีใครอยู่งั้นเหรอครับ !!” สตีฟตะโกนถาม

    “หือนั่นเสียงใครน่ะ มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” ชายคนที่อยู่ในห้องน้ำเมื่อได้ยินเสียงสตีฟก็รีบออกมาทันทีเมื่อชายคนที่อยู่ในห้องน้ำวิ่งออกมาสตีฟจึงเห็นว่าเป็นลุงคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นช่าง

    “พ่อหนุ่มมาอยู่ในตึกนี้ได้ไง หรือว่าเราลืมปิดประตู !!” ลุงคนนั้นพูดพลางมองไปที่ประตูทางเข้า

    “เอเราก็ปิดนี่หว่า” ลุงแกยกมือขึ้นเกาหัว

    “ผมมาได้ยังไงช่างเถอะลุง ช่วยตอบผมหน่อยสิที่นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมไม่มีคนอยู่เลยล่ะ แถมสภาพยังเหมือนโดนไฟไหม้มาอีก” สตีฟถาม

    “นี่เธอไปอยู่ที่ไหนมาพ่อหนุ่ม ไม่รู้เหรอโรงแรมนี้พึ่งโดนไฟไหม้ไปเมื่อวานที่นี่จึงปิดวันนี้ลุงเข้ามาตรวจสภาพอาคารเนี่ยพวกแขกเหลือทั้งหลายก็ย้ายไปโรงแรมที่ห่างไปเจ็ดบล็อคนู่น !!” ลุงแกพูดกับสตีฟทำให้สตีฟอ้าปากค้างทันที

    บ้าน่าที่นี่โดนไฟไหม้จริงๆเหรอเนี่ยทำไมสภาพด้านนอกมันยังดูกริบอยู่เลยฟระใช้ปูนใช้สีอะไรฟระเนี่ยบ้านตรูใช้แบบนี้หรือเปล่า สตีฟคิดในใจ

    “ขอบใจนะลุง !!” สตีฟขอบใจลุงแกก่อนจะรีบไปหาอิจิยะเพื่อแจ้งเรื่องนี้ทันที

    ฟุ่บ !! ร่างของสตีฟหายไปจากตรงหน้าลุงแกทันที

    “ผะ ผะ ผีหลอกอย่าบอกนะว่าไอ้หนุ่มนั่นเป็นผีที่ตายในเหตุไฟไหม้เมื่อวาน !!” ลุงแกอุทานออกมาเมื่อเห็นสตีฟหายไปต่อหน้าต่อตายังกับวิญญาณ (สตีฟมันเร็วเกินสายตาลุงแกจะมองทัน)

    ไม่รอช้าลุงแกรีบหยิบสมุดหนังจากกระเป๋าหลังออกมาทันที

    “จดก่อนๆ ห้องน้ำไม่มีร่องรอยความเสียหายแค่ทาสีใหม่ก็พอ แล้วก็ต้องเชิญบาทหลวงมาไล่วิญญาณไฟคลอกด้วย” ลุงแกจดสิ่งที่ตรวจลงไปในสมุดของแกเพราะแกขี้ลืม

    ส่วนด้านสตีฟนั้นเขาได้วิ่งขึ้นมาข้างบนก่อนจะตามหาอิจิยะก่อนจะเจออิจิยะอยู่ที่ชั้นหกสิบ

    ฟุ่บ !! ร่างของสตีฟปรากฎข้างๆอิจิยะทำให้เขาถึงกับสะดุ้ง

    “ตรวจเสร็จแล้วเหรอครับคุณสตีฟ !!” อิจิยะถาม

    “ใช่รีบไปกันเถอะครับคุณอิจิยะแขกทั้งหมดในโรงแรมนี้ย้ายไปอยู่โรงแรมถัดไปอีกเจ็ดบล็อคแล้วเพราะที่นี่เกิดไฟไหม้ใหญ่” สตีฟอธิบายสิ่งที่ตนรู้มา

    “ถึงว่าแทบทุกชั้นมีสภาพเหมือนถูกไฟไหม้หมดเลย” อิจิยะพยักหน้าเข้าใจก่อนจะรีบขึ้นไปดาดฟ้าเพื่อนำเฮลิคอปเตอร์ไปจอดใกล้ๆโรงแรมนั้นแทนก่อนอิจิยะจะเก็บเฮลิคอปเตอร์และเข้าไปทางด้านหน้าแทน

    “ยินดีต้อนรับค่ะ” พนักงานเมื่อเห็นว่ามีคนเดินเข้ามาก็พูดกับอิจิยะทันที

    “ขอโทษครับผมมาตามหาแขกชื่อ........ที่ย้ายมาจากโรงแรมที่ไฟไหม้น่ะครับ” อิจิยะบอกชื่อของผู้จัดการคนนั้นไป

    “สักครู่นะคะ” พนักงานพยักหน้าก่อนจะตรวจสอบข้อมูลให้

    “หือ...” พนักงานทำหน้าแปลกใจก่อนจะตรวจสอบข้อมูลให้อีกครั้งและอีกครั้งจนสตีฟอดพูดขึ้นมาไม่ได้

    “เป็นอะไรไปเหรอครับหรือว่าไม่เจอชื่อ” สตีฟถาม

    “เอ่อ...คือว่าเจอค่ะแขกคนนี้เคยพักอยู่ที่โรงแรมนั้นจริงแต่ทว่าเขาไม่ได้มาพักที่โรงแรมนี้ค่ะ” พนักงานพูด

    “หือไม่ได้มาพักที่นี่ถ้าอย่างนั้นไปที่ไหนครับผมจะได้ไปตามถูกเพราะพอดีมีธุระด่วน” อิจิยะถาม

    “คือว่าเขาไม่ได้ไปที่ไหนเลยค่ะ” พนักงานพูดพลางสีหน้าไม่ค่อยดี

    “ไม่ได้ไปที่ไหนงั้นเหรอครับหมายความว่ายังไง” สตีฟแปลกใจ

    “คือว่าแขกท่านนี้เขาเสียชีวิตแล้วค่ะในเหตุไฟไหม้เมื่อวาน” พนักงานบอกกับสตีฟและอิจิยะซึ่งทันทีที่ทั้งคู่ได้ยินก็อ้าปากค้างทันที

    “ละ ละ แล้วอย่างนี้เราจะเอายังไงกันดีคุณอิจิยะบินกลับแล้วไปหาให้ทั่วหมู่บ้านอีกทีหรือว่ายังไงดี” สตีฟไม่รู้ว่าจะเอาไงดีเพราะเจออย่างนี้เขาก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน

    “ไม่ทราบว่าข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของผู้ตายนั้นอยู่ไหนเหรอครับพอดีผมมีของสำคัญฝากเอาไว้ที่เขา” อิจิยะถามพนักงาน

    “ยังอยู่ที่ห้องพักของผู้ตายที่โรงแรมที่ถูกไฟไหม้ค่ะเพราะตำรวจนั้นยังไม่ได้เข้าไปพิสูจน์หลังฐานเพราะกลัวว่าโครงสร้างตึกจะไม่แข็งแรงหลังจากไฟไหม้” พนักงานพูด

    “ไปครับคุณสตีฟกลับไปที่โรงแรม” อิจิยะหันมาบอกสตีฟก่อนทั้งคู่จะรีบกลับไปที่โรงแรมอีกครั้ง

    สตีฟและอิจิยะเลือกจะเข้าจากทางประตูหน้าที่ถูกล็อคเอาไว้อยู่ซึ่งอิจิยะก็พังมันเข้าไปโดยไม่สนใจอะไรเลยเพราะเขาเสียเวลามามากแล้ว

    โคร่ม !! เสียงอิจิยะใช้กำลังพังประตูเข้ามา

    “เฮ่ !! คุณเข้ามาไม่ได้นะตึกนี้ไม่ปลอดภัย” ลุงทำหน้าที่ตรวจสอบอาคารที่เคยคุยกับสตีฟแกได้ยินเสียงอะไรพังจึงวิ่งออกมาดูก่อนจะเห็นว่ามีคนพังเข้ามา

    “ผมเป็นเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลมาตรวจสอบฉุกเฉิน !!” อิจิยะไม่สนใจพลางล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างมาโชว์ให้ลุงแกดูเพียงเสี้ยววินาทีและก็เก็บทันที

    “เจ้าหน้าที่รัฐบาล !!” ลุงแกอุทานออกมาพลางทำหน้างงๆตอนนั้นเองลุงแกก็สังเกตุเห็นสตีฟก่อนจะมีสีหน้าซีดลงทันที

    ตึก !! ตึก !! ตึก !! อิจิยะไม่สนลุงแกเดินผ่านไปทันที

    “ผะ ผะ ผี” ลุงแกพูดเสียงสั่นๆหลังจากสตีฟเดินมาใกล้

    ชั้นสี่สิบ

    “ห้องนี้สินะ” อิจิยะมองดูเลขห้องที่ยังพอมองออกถึงแม้จะโดนไฟไหม้ก่อนเขาจะถีบประตูเข้าไปทันที

    โคร่ม !! ประตูห้องพังจากแรงถีบของอิจิยะ

    “ช่วยกันหากระเป๋าเอกสารก่อนคุณสตีฟ” อิจิยะหันมาบอกสตีฟ

    “ได้...ว่าแต่มันจะไม่โดนไฟไหม้ไปแล้วเหรอ” สตีฟพูดพลางเดินไปหากระเป๋าเอกสารในตู้เสื้อผ้าส่วนอิจิยะก็ไปหาที่หัวเตียง

    “ไม่หรอกครับกระเป๋าสมัยนี้แข็งแรงมากมันมีระบบป้องกันไฟ” อิจิยะอธิบาย

    แกร๊ก !! สตีฟใช้มืองัดเปิดประตูตู้เสื้อผ้าออกมาเพราะมันถูกไฟไหม้ทำให้ประตูซึ่งทำจากเหล็กมันหดตัวและทันทีที่ประตูถูกเปิดออกสตีกก็ร้องออกมาทันที

    “ว๊าก !!!” เสียงสตีฟร้องออกมาทำให้อิจิยะรีบวิ่งมาดู

    “เกิดอะไรขึ้นครับ” อิจิยะถามก่อนจะเห็นสตีฟชี้นิ้วไปในตู้เสื้อผ้าก่อนจะเห็นร่างของศพมนุษย์ที่ถูกไฟไหม้ทั้งตัวจนดำเป็นตอตะโก

    “นี่คงเป็นคุณผู้จัดการคนนั้นสินะ คงมาแอบในตู้เสื้อผ้าเพราะคิดว่าจะรอดเพราะเห็นว่าแข็งแรงแต่คงลืมคิดไปว่าตู้นี่ทำจากเหล็กเลยถูกอบจนสุกทั้งเป็น” อิจิยะอธิบายสภาพศพ

    “พอเลิกพูดเถอะเห็นสภาพแบบนี้ทำเอาผมไม่อยากทำหมูอบไปอีกหลายเดือนเลย” สตีฟพูดพลางทำท่าจะอ้วก

    “อ๊ะคุณสตีฟดูนี่สิ” อิจิยะสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างก่อนจะเอื้อมมือไปแกะแขนของศพผู้จัดการคนนี้ออกมา

    “นี่มันกระเป๋า !!” สตีฟอุทานออกมาเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในอ้อมแขนของศพ

    อิจิยะนำกระเป๋าเอกสารมาวางบนพื้นก่อนจะเปิดมันออกทันที

    แกร๊ก !! ทันทีที่กระเป๋าถูกเปิดออกทั้งสองคนก็เห็นสิ่งของที่อยู่ด้านในซึ่งมันเป็นแฟ้มเอกสารเล่มหนาเล่มหนึ่ง

    “เป็นข้อมูลสัญญาซื้อขายจริงๆด้วยครับ” อิจิยะอ่านดูก่อนจะเห็นว่าเป็นสิ่งที่เขาตามหาอยู่ทันที

    ดีที่ข้อมูลพวกนี้เรียกรายชื่อของลูกค้าตามตัวอักษรเอาไว้ทำให้อิจิยะหาชื่อของทรัมป์ได้ไม่ยาก

    “หมู่เจ็ด บ้านหลังที่สามโครงการหนึ่ง” อิจิยะอ่านข้อมูลที่เขียนไว้ในเอกสารให้สตีฟฟัง

    “หมู่เจ็ดหมู่เดียวกับผม โครงการหนึ่งก็โครงการเดียวกัน บ้านผมอยู่หลังที่สี่ เฮ้ยนี่มันบ้านข้างๆตรูนี่หว่า !!” สตีฟตะโกนออกมาหลังจากรู้ว่าบ้านที่ตามหามันอยู่ที่ไหน

    “บ้านข้างๆ !!” อิจิยะเองก็ตกใจนึกไม่ถึงว่าบ้านเป้าหมายที่ตามหาจะอยู่แค่ปลายจมูกมาตลอด

    “หนอยยัยนั่นโกหกตรูซะงั้นอ่ะ ไปคุณอิจิยะรีบไปกันเร็ว” เมื่อสตีฟรู้ที่หมายก็รีบร้อนขึ้นมาทันที

    “ครับ” อิจิยะพยักหน้าก่อนทั้งคู่จะขึ้นไปดาดฟ้าอีกครั้งเพื่อเอาเครื่องออก

    นิวยอร์ค

    ตรู๊ด !! ตรู๊ด !! เสียงมือถือของซานตาน่าดังขึ้นก่อนเขาจะรีบรับทันที

    “ว่าไง” ซานตาน่าถามทันทีที่รับมือถือ

    ท่านซานตาน่าครับผมได้รับแจ้งจากวิทยุคลื่นสั้นที่ส่งต่อๆกันมาตอนนี้มังกรดำนั่นมันเร่งความเร็วขึ้นอีกแล้วครับถ้ามันยังเร่งความเร็วอยู่แบบนี้ผมคาดว่าอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงจะเข้าน่านฟ้ารัฐนิวยอร์คครับ เสียงปลายสายรายงานให้ซานตาน่าฟัง

    “บ้าจริงสงสัยยิ่งมันเข้าใกล้ไข่มังกรมันจะยิ่งเพิ่มความเร็วหรือว่าไข่พวกมันใกล้ฟักแล้ว” ซานตาน่าสบถออกมาเพราะการอพยพนั้นยังคืบหน้าไปได้ไม่ถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นเลย

    “นิโครเร่งมือขึ้นอีกเวลาเราเหลือไม่มากแล้ว” ซานตาน่าหันไปบอกนิโคร

    “นี่ก็เร่งสุดๆแล้วให้ทำไงเล่าเรามีเฮลิคอปเตอร์ขนส่งแค่ร้อยลำ ขนได้รอบละหมื่นกว่าคนเท่านั้น คนในเมืองมีหลายแสนเลยนะเฟ้ย” นิโครตอบกลับมา

    “ให้ตายเถอะเวลาแบบนี้อิจิยะหายไปไหนกัน” ซานตาน่าเริ่มหัวเสียเพราะอิจิยะไม่อยู่ก่อนเขาจะรีบไปช่วยนิโครสั่งการเรื่องการอพยพ

    อีกด้านหนึ่ง

    เปรี๊ยะ !! เสียงของอะไรบางอย่างเริ่มแตกทำให้เด็กสาวคนหนึ่งที่นอนเฝ้าอยู่ข้างๆตื่นขึ้นมา

    เธอค่อยๆปรือตาขึ้นมาก่อนจะเห็นว่าสิ่งที่เธอเฝ้าคอยมาหลายวันเริ่มร้าวแล้ว

    “อ๊ะไข่จะฟักแล้วพี่อลิเชียร์คะไข่ของหนูจะฟักแล้ว” ที่แท้เด็กสาวคนนี้ก็คือหนูแอนนานั่นเอง แอนนารีบวิ่งออกไปตามอลิเชียร์บอดี้การ์ดสาวส่วนตัวของเธอทันที

    “ไหนคะคุณหนูที่บอกว่าไข่จะฟัก” อลิเชียร์กลับมาพร้อมกับแอนนาและลูกน้องส่วนตัวของทรัมป์อีกคนซึ่งเป็นคนที่มีสกิลฝึกสัตว์นั่นเอง

    “อ๊ะจริงด้วยมันเริ่มร้าวแล้ว” อลิเชียร์มาถึงก็เห็นไข่บนเปลือกใบหนึ่งเริ่มร้าวแล้วเธอหันไปหาลูกน้องของทรัมป์ก่อนจะถาม

    “เป็นไงบ้างเอามันออกมาเลยได้มั้ย” อลิเชียร์ถาม

    “ไม่ได้ครับคุณอลิเชียร์เปลือกมันแข็งเกินไปผมว่าต่อให้เอามิสไซส์มายิงคงไม่สะกิดผิวเปลือกของมันด้วยซ้ำคงต้องรอให้มันฟักออกมาเอง หลังจากนี้ผมจะสแตนบายอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนคุณหนูเพราะทันทีที่ฟักออกมาผมจะได้ใช้สกิลฝึกสัตว์ของผมทำให้มันเชื่องกับมนุษย์ทันที เท่านี้เราก็จะเลี้ยงมันได้แล้วครับ” ลูกน้องของทรัมป์บอกซึ่งสกิลของเขานั้นค่อนข้างใช้ยากพอสมควรเพราะต้องใช้กับสัตว์กลายพันธ์ที่พึ่งจะคลอดลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรกเท่านั้นและสิ่งมีชีวิตแรกที่เห็นจะต้องเป็นตัวเขาเองอีกด้วย

    “ดูเหมือนจะต้องรอนะคะคุณหนู แต่แบบนี้คงอีกไม่นานก็จะฟักแล้วล่ะค่ะ” อลิเชียร์พูดบอกแอนนาที่กำลังตื่นเต้น

    “รอค่ะหนูจะรอ !!!” แอนนาพยักหน้า

    “อ๊ะจริงสิคุณหนูคะนี่คุกกี้ค่ะ พอดีก่อนหน้านี้คุณหนูหลับเลยไม่ได้เอาลงมาให้” อลิเชียร์นึกถึงคุกกี้ที่เพื่อนบ้านเอามาฝากเธอหยิบออกมาจากกระเป๋ามิติก่อนจะยื่นให้แอนนาทันที

    “ขอบคุณค่ะ” แอนนาพยักหน้าก่อนจะหยิบมันมากัดเข้าไปคำหนึ่งทันที

    “หือ” แอนนาร้องหือออกมาทันทีที่กัดเข้าไปคำแรก

    “เป็นอะไรไปเหรอคะคุณหนูหรือว่าไม่ถูกปาก” อลิเชียร์ถาม

    “เปล่าค่ะมันอร่อยมากเลย หนูไม่เคยกินคุกกี้อร่อยแบบนี้ที่ไหนมาก่อนเลย พี่อลิเชียร์ซื้อมาจากไหนเหรอคะ” แอนนาถาม

    “อ๋อพอดีมีเพื่อนบ้านเอามาให้น่ะค่ะ” อลิเชียร์พูด

    “งืมๆ” แอนนาพยักหน้าก่อนจะกินคุกกี้ในมือจนหมดและรีบหยิบชิ้นต่อไปทันที

    ทั้งสามคนนั่งเฝ้ารอการฟักของไข่มังกรดำอยู่เกือบสามสิบนาทีเปลือกไข่แต่ละใบค่อยๆแตกออกทีละน้อยๆ

    เปรี๊ยะ !! เปรี๊ยะ !! เปลือกไข่เริ่มแตกออกจนเกือบจะทั้งใบทันใดนั้นเองจู่ๆก็มีเสียงระเบิดดังตู้มก่อนเพดานจะพังลงมา

    ตู้ม !! โคร่ม !!!

    “คุณหนู !!” อลิเชียร์อุทานอย่างตกใจก่อนจะรีบพุ่งเข้ามากอดร่างของแอนนาไว้ด้วยสัญชาติญาณ

    แอนนา อลิเชียร์ และลูกน้องของทรัมป์ที่มีสกิลผู้ฝึกสัตว์ถูกฝังด้วยซากเพดานที่พังลงมาทันทีก่อนเสียงสุดท้ายที่อลิเชียร์ได้ยินก่อนจะหมดสติไปก็คือเสียงของการคำรามของตัวอะไรบางอย่างจากด้านบน

    ก๊าซ !!!!!!!!!!!!!!!! เหนื่อน่านฟ้าเมืองมหานครนิวยอร์คมีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ตัวสีดำเจ็ดตัวกำลังบินวนไปวนมาอยู่เหนื่อหมู่บ้านจัดสรรค์แห่งหนึ่งพวกมันคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวเสียงของมันดังไปทั่วนิวยอร์ค

    ด้านล่างมีบ้านหลังหนึ่งลุกท่วมไปด้วยไฟสีดำซึ่งถูกพ่นออกมาจากปากของมังกรตัวหนึ่งนั่นเองใช่แล้วบ้านหลังนั้นคือบ้านของแอนนานั่นเอง

    พวกมันทั้งเจ็ดตัวค่อยๆบินลงมาจากท้องฟ้าก่อนขาของมันจะเหยียบลงพื้นในรอบหลายวัน

    ตึงๆๆๆๆๆๆ !! เสียงร่างหนักๆของมันร่อนลงสู่พื้นก่อนมังกรดำตัวที่พ่นไฟใส่บ้านของแอนนาจะเดินส่ายอาดๆเข้าไปใช้หัวของมันคุ้ยเข้าไปที่ใต้ซากบ้าน

    จบ...

    คล้ายกับเรื่องสุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก ที่คุณอ่าน